สาปไอยรา บทที่ 32 : พี่ช้างใหญ่คือเพื่อน ส่วนไอยราคือคนรัก

สาปไอยรา บทที่ 32 : พี่ช้างใหญ่คือเพื่อน ส่วนไอยราคือคนรัก

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

 

พระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า แสงสีเหลืองทองเริ่มส่องประกายที่ขอบฟ้า บรรดานกนานาชนิดเริ่มบินออกจากรังเพื่อหากิน ระหว่างที่จารุมาสกำลังนอนหลับอยู่ พี่ช้างใหญ่ได้กลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามร่างกายเปลือยเปล่า เขารีบหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ไม่ห่างนักขึ้นมาแต่งตัวให้เรียบร้อยเหมือนคนปกติ ก่อนจะเดินเข้ามาหาจารุมาสที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าด้วยความสงสาร พลางคิดว่าเธอไม่ควรจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มค่อยๆ นั่งลงใกล้ๆ แล้วช้อนศีรษะของเธอขึ้นมาเพื่อให้หนุนตักของเขา แต่เธอก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นเสียก่อน

“พี่ช้าง!”

จารุมาสร้องเรียกอย่างดีใจเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วเห็นไอยราอยู่ตรงหน้าแถมยังปลอดภัยดี พลางลุกขึ้นนั่งแล้วเข้าไปกอดเขาไว้แน่น ก่อนจะผละตัวออกมาแล้วมองหาพี่ช้างใหญ่ไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็น ยิ่งทำให้ความคิดของเธอที่นอนคิดมาตลอดคืน ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันไม่รู้ตัวจะเป็นความจริง

เธอเลยมองไปที่คอของไอยรา แล้วเห็นเชือกคล้ายๆ กับที่เธอทำเป็นสร้อยคล้องพระห้อยคอให้กับพี่ช้างใหญ่ จึงเอื้อมมือไปจับ ส่วนไอยราก็จับมือของหญิงสาวไว้ทันควันเป็นเชิงห้าม จนหญิงสาวต้องเอ่ยบอก

“มาสรับได้ ขอมาสดูหน่อยนะคะ”

จารุมาสยิ้มหวานให้เขาอย่างปลงตก ไม่ว่าไอยราจะเป็นอะไรก็ตาม เขาก็คือคนที่เธอรักไปแล้ว คนรักกันย่อมยอมรับในสิ่งที่อีกคนเป็นได้ ถ้านั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม หรือว่าผิดต่อคนอื่น และสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ใครต้องเดือดร้อน สิ่งที่เธอเข้าใจว่าไอยราเป็นอยู่ตอนนี้ เธอคิดว่าเธอรับได้ ถ้ารับไม่ได้เธอคงวิ่งหนีหายไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ไม่อยู่รอจนถึงตอนนี้หรอก นอนกลางป่าแบบนี้มันสบายเสียที่ไหน แต่เธอก็ทนได้เพราะความรักตัวเดียวที่เธอมีต่อพี่ช้างใหญ่กับไอยรา

เมื่อได้ยินแบบนั้น ไอยราก็ยอมปล่อยมือออกจากมือของจารุมาส ปล่อยให้เธอหยิบสร้อยเส้นนั้นจากคอของเขาขึ้นมาดู

“ใช่จริงด้วย”

จารุมาสอุทานออกมาเมื่อเห็นพระห้อยคออย่างไม่อยากเชื่อ เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป และเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน พระที่เธอกำลังดูอยู่นั้น เป็นพระที่เธอทำสร้อยห้อยคอให้กับพี่ช้างใหญ่ ช้างป่าที่ชอบมาเล่นน้ำที่ลำธารใกล้ๆ บ้านพักครูที่เธอเคยอยู่ แต่ตอนนี้กลับมาอยู่บนคอของไอยรา

“อย่าบอกนะคะว่าพี่ช้าง คือพี่ช้างใหญ่”

หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อความแน่ชัด ไม่อยากคิดไปเอง จนไอยราพยักหน้าอย่างยอมจำนนด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนักนั่นแหละ เธอถึงเข้าไปกอดเขาไว้อย่างปลอบใจ ทั้งยังเห็นใจที่เขาต้องเกิดมามีชีวิตแบบนี้

“พี่ไม่เป็นไร”

ไอยราเอ่ยบอกเสียงเบา พลางกอดตอบหญิงสาวไว้แนบแน่นเช่นกัน ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นจากตัวของหญิงสาว และความเข้าอกเข้าใจในตัวเขาที่เธอแสดงออกมาอย่างเปิดเผย จึงยิ้มออกมาได้บ้างหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแต่ความกังวล และความกลัวเมื่อหญิงสาวรู้ความจริง

“พี่เป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ”

จารุมาสผละตัวออกจากอกของเขาแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เขาใช้ชีวิตอยู่มาได้อย่างไรกันโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงมองสบตาของหญิงสาวอย่างค้นหา พลางใช้มือจับแก้มของเธอไว้ทั้งสองข้าง ในแววตาของเธอนั้นบ่งบอกว่าทั้งรักและเป็นห่วงเขาขนาดไหน จึงอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตริมฝีปากของเธออย่างบางเบา คลอเคลียหยอกเย้าจนเธอเผยอปากจูบตอบเขาอย่างอ่อนหวานเช่นกัน ก่อนจะหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ความรู้สึก แล้วจึงค่อยตัดสินใจผละออกอย่างแสนเสียดาย

“เราไปคุยกันที่อื่นดีไหม”

ไอยราเอ่ยชวนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่รู้ว่าถ้าจารุมาสรู้เรื่องราวของเขาทั้งหมดแล้วนั้น จะรับในตัวของเขาได้จริงอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า อีกทั้งตอนนี้ก็อยู่ในป่า ถ้าแดดออกมากกว่านี้ก็จะร้อน เลยควรที่จะหาที่อื่นที่ดีกว่านี้ในการคุยกัน

“ดีค่ะ ไปที่บ้านมาสดีกว่านะคะ”

จารุมาสเห็นดีด้วยพลางหลบตาเขาอย่างเขินอาย เมื่อต้องเสียจูบแรกให้ชายหนุ่มไปอย่างเต็มอกเต็มใจ แล้วแนะนำเขาให้ไปที่บ้านของจะเธอดีกว่า เพราะตอนนี้เธออยากเข้าห้องน้ำด้วย หลังจากที่อดทนอั้นมาทั้งคืน และน้ำก็ยังไม่ได้อาบตั้งแต่เมื่อวาน เลยคิดว่าพาเขาไปที่บ้านจะดีที่สุด

ทั้งคู่เดินกลับมาที่รถกระบะสี่ประตูของชายหนุ่ม แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านของจารุมาสที่อยู่ไม่ไกลจากป่าที่ไอยราแวะพักนัก เป็นบ้านทาวน์เฮาส์หลายหลังติดกันตั้งอยู่ในตลาด บ้านของหญิงสาวนั้นอยู่ตรงกลางพอดี มีป้ายติดอยู่หน้าบ้านว่าร้านขนมครกยายอัมพร

พอมาถึงบ้าน จารุมาสก็รีบเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวที่ชั้นบน ส่วนไอยรานั้นเธอให้ใช้ห้องน้ำชั้นล่าง หลังจากนั้นหญิงสาวก็รีบออกจากบ้าน เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงทำธุระในห้องน้ำไม่เสร็จ เพื่อไปซื้ออาหารเช้าสำหรับสองคนมาให้เขาและเธอได้รับประทาน

บนโต๊ะอาหาร จารุมาสดื่มน้ำเต้าหู้และทานปาท่องโก๋ควบคู่กันไปด้วย ไอยราก็เช่นกัน พอทานกันอิ่ม หญิงสาวก็พร้อมจะรับฟังทุกสิ่งที่ชายหนุ่มจะเล่า

“มาสพร้อมฟังแล้วค่ะ พี่ช้างพร้อมเล่าหรือยัง”

ปาท่องโก๋ฝืดคอไอยราขึ้นมาทันที จนต้องยกแก้วน้ำเต้าหู้ขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะวางแก้วลงช้าๆ พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ถ้ามาสได้ฟังแล้ว จะรับได้จริงๆ เหรอ”

ไอยราเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะเรื่องราวที่เขาเผชิญอยู่ ตนเองยังคิดว่ามันช่างโหดร้ายกับเขาเหลือเกิน แต่ก็พยายามอดทนมาตลอด ไม่ได้คิดสั้นจบชีวิตตัวเองไปเสียก่อน เพราะเชื่อในคำบอกของพระบุญ ที่บอกว่าเขาจะหายเป็นคนปกติ แค่ต้องรอเวลาเท่านั้น

“ได้สิคะ ขนาดรู้ว่าพี่ช้างคือพี่ช้างใหญ่ และพี่ช้างใหญ่ก็คือพี่ช้าง มาสยังนั่งอยู่ตรงนี้ ต่อหน้าพี่เลย ไม่ได้กลัวจนหนีหายไปไหน พี่ช้างเชื่อใจมาสเถอะค่ะว่ารับได้แน่นอน เล่าให้ฟังหน่อยนะคะว่าทำไมพี่ถึงเป็นแบบนี้”

เธอจะกลัวและรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาเป็นได้อย่างไร ในเมื่อพี่ช้างใหญ่คือเพื่อนที่ดีที่สุด เป็นทั้งเพื่อนคุยเพื่อนเล่น คอยดูแลและยังเคยช่วยเธอจากโจรที่พยายามจะขึ้นบ้านพักครู ส่วนไอยราคือคนรัก คือคนที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอดเช่นกัน แถมยังให้ที่พักพิงในยามที่เดือดร้อน เป็นแบบนี้แล้วเธอจะอคติกับเขาจนรับในตัวตนของเขาไม่ได้ได้อย่างไรกัน เธอจึงตอบเขาไปตามความรู้สึกที่มีให้เขา ให้เขาเชื่อมั่น และยังอ้อนวอนให้เล่าเรื่องของเขามาเถอะ เธออยากรู้ใจจะขาดอยู่แล้ว

“พี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ตอนกลางวันเป็นคน ตอนกลางคืนเป็นช้าง”

 



Don`t copy text!