สาปไอยรา บทที่ 33 : สาปไอยรา

สาปไอยรา บทที่ 33 : สาปไอยรา

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

“พี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ตอนกลางวันเป็นคน ตอนกลางคืนเป็นช้าง”

พอพระอาทิตย์ตกดินในตอนเย็น ไอยราจะกลายเป็นช้าง แต่พอพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า เขาก็จะกลับกลายเป็นคนปกติ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกเกิดเลยด้วยซ้ำ บิดามารดาของเขาเล่าว่า ตอนเขาเกิดนั้นเป็นช่วงเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วพอดี เขาจึงเกิดมาเป็นเด็กทารกปกติ แต่พอตอนเย็นที่พระอาทิตย์ตกดิน เขาก็กลายเป็นช้างเด็กแรกเกิดต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นตกใจกันมาก แต่บิดาของเขาก็มีสติมากพอที่จะให้ควาญปั้นช่วยเลี้ยง และช่วงนั้นพลายใบกล้วยก็เกิดแล้วพอดี ตอนไอยราเป็นช้างจึงได้กินนมของพังใบบัวไปด้วย และถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับพลายใบกล้วย เพื่อนช้างวัยเดียวกันไป

“…”

แค่ประโยคแรกจารุมาสก็ช็อกเสียแล้ว นั่งนิ่งอึ้งตัวแข็ง จนไอยราต้องสะกิดให้รู้สึกตัว

“รับไหวแน่นะ”

“แน่ค่ะ ว่าแต่คืนที่ไปเที่ยวถนนคนเดินพี่ก็เป็นคนปกติดีนี่คะ”

หญิงสาวเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

“พี่จะเป็นคนปกติยี่สิบสี่ชั่วโมงในวันที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น”

“อ๋อ…”

พอเห็นหญิงสาวเริ่มเข้าใจ และตั้งสติได้เขาก็เล่าต่อ

“ตอนเกิดมาพ่อกับแม่เล่าให้ฟังว่า ตอนกลางวันแม่เป็นคนเลี้ยงกินนมแม่ ส่วนตอนกลางคืนต้องไปอยู่ในคอกช้างกับแม่บัวกินนมแม่บัวกับพลายใบกล้วย โดยมีควาญปั้นช่วยดูแล”

จารุมาสที่ได้ฟังพลางคิด เธอรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงดูรักพังใบบัวนัก เป็นเพราะได้เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็กนี่เอง

“พ่อกับแม่ไปปรึกษาพระบุญว่าทำไมพี่ถึงเกิดมาเป็นแบบนี้ แล้วท่านก็นั่งกรรมฐานจนรู้เรื่องราวในอดีตชาติ”

“เป็นยังไงคะ”

จารุมาสรีบถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มหยุดเล่าไปเหมือนนึกอะไรบางอย่าง

“ท่านบอกว่า ก่อนที่พี่จะมาเกิดในภพชาตินี้ ชาติที่แล้วประมาณปี 2530 พี่มีอาชีพเป็นพรานป่าล่าสัตว์ และได้รับการว่าจ้างจากชาวต่างชาติที่ต้องการงาช้างไว้ครอบครองด้วยค่าจ้างที่สูงลิ่ว ตอนแรกจะไม่รับงาน เพราะการที่จะเอางาช้างมาได้นั้นต้องฆ่าช้างให้ตายเสียก่อน พี่ไม่อยากทำบาปด้วยการฆ่าสัตว์ใหญ่ แต่โชคไม่เข้าข้างนัก เมื่อแม่ของพี่ป่วยหนักและต้องการเงินมารักษา จึงยอมจำใจรับงานนี้”

ไอยราเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ไม่ใช่ว่าเขาจะเชื่อในคำบอกเล่าของพระบุญ แต่ท่านให้เขาฝึกนั่งกรรมฐานจนได้เห็นภพชาติที่แล้วของตนเองเลยด้วยซ้ำ เขาจึงเชื่อได้สนิทใจว่าชาติก่อนเขาทำกรรมอะไรไว้ และมันหนักหนาจริงๆ

“แล้วยังไงต่อคะ”

“ช้างที่ชาวต่างชาติต้องการงานั้น เป็นช้างเผือกที่เพิ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในป่าแถบลุ่มแม่น้ำโขง พี่ฆ่ามันด้วยการยิงปืนลูกซองที่ดีที่สุดในสมัยนั้น ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นคนจัดหามาให้ ยิงเข้าตรงจุดตายบริเวณเนินหน้าผากของช้างพอดิบพอดี”

จารุมาสยกมือปิดปากอย่างตกใจ

“ก่อนที่ช้างตัวนั้นจะสิ้นใจ ได้ตั้งจิตเอ่ยสาปแช่งพี่ให้มีชีวิตเป็นครึ่งคนครึ่งช้าง ให้อยู่อย่างทรมานเหมือนตายทั้งเป็น”

ไอยราหยุดเล่าไปนิดหนึ่ง เมื่อรู้สึกได้ถึงคำสาปแช่งที่อยู่ในตัวของเขา ก่อนจะตัดสินใจเล่าต่อให้มันจบๆ ไป

“เมื่อผู้ว่าจ้างได้งาไปแล้ว พี่ก็รับเงินค่าจ้างมาเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่ แต่แม่ก็อยู่ได้ไม่นานจากพี่ไปเสียก่อน ส่วนชาวต่างชาติคนนั้นพี่ก็มารู้ข่าวทีหลังว่าเสียชีวิตจากการโดนปล้น โดนโจรฆ่าตาย”

ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน การฆ่าช้างเอางา ช้างจะสาปแช่งลงงาจนเป็นสิ่งของอัปมงคล นอกจากช้างตัวนั้นจะสาปแช่งเขาแล้ว ก็คงสาปแช่งคนที่เอางาของมันไปด้วย เลยทำให้ชาวต่างชาติต้องตายอย่างอนาถ

“พี่คงทำกรรมไว้เยอะ หลังจากนั้นพี่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต แล้วถึงมาเกิดเป็นลูกของพ่อคชาและแม่แขไขในปัจจุบันเพื่อชดใช้กรรม”

ไอยราเล่าด้วยท่าทางเศร้าสร้อยน่าสงสาร นั่งคอตกก้มหน้าให้กับชะตาชีวิตของตนเอง

“แล้วพี่ใช้ชีวิตอยู่ยังไงคะโดยที่ไม่มีใครรู้”

หญิงสาวเอ่ยถาม พลางเขยิบเก้าอี้ให้ไปนั่งใกล้เขามากขึ้น ก่อนจะกอดปลอบเขาอีกครั้ง

“ตอนกลางวันที่พี่เป็นคนปกติก็ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่ตอนกลางคืนพี่ต้องเข้าไปอยู่ในเขตหวงห้าม ที่ใครก็เข้าไปไม่ได้นอกจากพ่อ แม่ ลุงปั้น และพังใบบัว”

เขตหวงห้ามที่หญิงสาวเคยเห็นแต่ภายนอกนั้น บิดาสร้างให้เขาเป็นที่พักส่วนตัวทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน พร้อมทั้งกั้นอาณาเขตด้วยรั้วเหล็กแหลม ป้องกันทั้งขโมยและคนที่สอดรู้สอดเห็นเข้าไปภายใน

“แล้วไม่มีคนแอบเข้าไปเหรอ”

“ไว้กลับไปแล้วพี่จะพาเข้าไปดูให้เห็นกับตาดีไหม ว่าทำไมถึงไม่มีใครรู้”

“ดีค่ะ”

จารุมาสยิ้มรับ พลางเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย เธอมีเรื่องสงสัยเต็มไปหมดในเรื่องของการใช้ชีวิตของเขา

“แล้วตอนเรียนล่ะคะ ทำยังไง”

“ตอนประถมพี่ก็เรียนโรงเรียนบ้านด่านแก้ว มัธยมก็เรียนโรงเรียนในตัวอำเภอ สามารถไปและกลับถึงบ้านได้โดยที่ยังไม่มืด แต่ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัย พระบุญถามพี่ว่าอยากเรียนเป็นอะไร พี่ตอบว่าอยากเรียนเป็นหมอรักษาสัตว์ จะได้กลับมาช่วยรักษาช้างที่ป่วยในปาง และสัตว์ตัวอื่นๆ ที่เดือดร้อนด้วย”

ชาติที่แล้วเขาฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ชาตินี้เขาจึงอุทิศตนในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ เผื่อผลบุญมันจะช่วยลบล้างกรรมเก่าของเขาลงไปได้บ้าง ถึงจะลบล้างไม่ได้หมดก็น่าจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้างก็ยังดี

“แล้วพี่เรียนจบที่ไหนมาคะ”

เธอรู้แล้วว่าเขาเป็นสัตวแพทย์ แต่ยังไม่รู้ว่าเขาเรียนจบจากที่ไหน ซึ่งในจังหวัดเลยไม่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะสัตวแพทย์ด้วยซ้ำ

“ที่ขอนแก่น”

เขาบอกชื่อมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนจบมาให้เธอฟัง

“แล้วพี่ใช้ชีวิตยังไงคะเนี่ย ต้องไปอยู่หอไม่ใช่เหรอ”

เดินทางไปกลับจากขอนแก่นมาเลยไม่ใช่ใกล้ๆ ถ้ามีเรียนช่วงบ่าย ก็คงกลับถึงบ้านไม่ทันค่ำแน่นอน และส่วนใหญ่นักศึกษาก็จะไปอยู่หอพักกันทั้งนั้น

“พระบุญบอกว่า ด้วยความตั้งใจดีของพี่ที่อยากช่วยเหลือสัตว์โดยเฉพาะช้าง ทำให้เจ้ากรรมนายเวรยอมให้เขาได้ใช้ชีวิตปกติเท่ากับเวลาเรียนปอตรี แต่ระหว่างนั้นในทุกๆ วัน พี่ต้องถือศีลห้า ก่อนนอนต้องสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร สวดบทคาถาบูชาพระพิฆเนศทุกวัน ถ้าลืมทำหรือผิดศีล ตอนกลางคืนพี่จะกลับเป็นช้างเหมือนเดิม”

 



Don`t copy text!