สาปไอยรา บทที่ 34 : ถ้าให้ใช้ใจเลือก เขาก็เลือกแล้วว่าต้องเป็นเธอ

สาปไอยรา บทที่ 34 : ถ้าให้ใช้ใจเลือก เขาก็เลือกแล้วว่าต้องเป็นเธอ

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

ช่วงเวลาที่เขาเรียนปริญญาตรีในคณะสัตวแพทย์เป็นเวลาหกปีนั้น เป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุดแล้ว ได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ถึงแม้จะต้องสวดมนต์ก่อนนอนให้เป็นกิจวัตรประจำวันก็ตาม

“แล้วพี่เคยลืมบ้างไหมคะ”

คนเรามันก็ต้องอยากลองของกันบ้างแหละ เธอจึงอยากรู้ว่าเขาเคยลืมสวดมนต์ หรือว่าทำผิดศีลบ้างหรือเปล่า

“เคย เป็นตอนที่พี่กลับมาบ้านช่วงปิดเทอมปีหนึ่งเทอมแรกเลย ก็เลยไม่วุ่นวายเท่าไหร่ ถ้าเป็นตอนอยู่หอนะ พี่คงโดนจับตัวส่งเข้าป่าไปแล้ว”

เขาเล่าอย่างอารมณ์ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าจารุมาสนั้นสนอกสนใจและตั้งใจฟังเรื่องราวของเขาเป็นอย่างดี ไม่ได้มีท่าทางกลัวหรือเยาะเย้ยเหยียดหยามเขาที่ต้องเป็นแบบนี้ ชายหนุ่มเคยลืมสวดมนต์ แต่ไม่เคยทำผิดศีล

“หลังจากนั้นพี่เลยตั้งใจสวดมนต์และถือศีลทุกวันไม่ให้ขาด พอเรียนจบกลับมาช่วยงานที่บ้าน ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม”

เมื่อเรียนจบกลับมา ไอยราก็ใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาทำการรักษาช้างที่ป่วย ไม่ว่าจะเป็นช้างในปางของเขา หรือช้างป่าที่เจ้าหน้าที่อุทยานมาขอให้ช่วยเหลือ เขาก็เต็มใจช่วยโดยไม่อิดออด หรือแม้แต่สัตว์ตัวอื่นๆ หรือสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เขาก็ไปรักษาให้โดยไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว เขาถือว่าได้ทำบุญช่วยเหลือสัตว์ไปในตัวด้วย

“แล้วไม่มีวิธีที่จะทำให้พี่เป็นคนปกติบ้างเหรอคะ”

ถ้าเขาต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิต ต้องมีสักวันที่มีคนรู้ความลับนี้เหมือนเธอ เขาอาจจะปิดบังไปไม่ได้ตลอด และถ้าคนอื่นเกิดรู้เรื่องขึ้นมา เธอคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดีสำหรับเขาแน่นอน ถ้าเป็นคนไม่ดี จิตใจต่ำช้ามาเจอเข้า แล้วจับตัวเขาไปหากินโดยการให้โชว์ตัวแล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋า จากคนกลายเป็นช้าง และจากช้างกลายเป็นคน ได้รับรู้กันไปทั่วแน่ ใจของเธอจึงอยากให้เขาได้กลับมาเป็นคนปกติ เพื่อความปลอดภัยของเขาและทุกคนในปางด้วย

“มี พระบุญบอกวิธีมาแล้ว”

ไอยราเอ่ยตอบ บนริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบาอย่างมีความหวัง

“ยังไงคะ”

จารุมาสยิ้มอย่างดีใจ ที่ความหวังของเธอจะเป็นจริง

“ขั้นแรกพี่ต้องสร้างพระประธานแล้วถวายให้กับวัด ทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น”

“อ๋อ…ที่กำลังเตรียมงานกันอยู่เดือนหน้านี่ใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ แต่ว่า…”

ชายหนุ่มหยุดพูดไปนิดหนึ่ง เพื่อดูปฏิกิริยาของหญิงสาว

“ว่า…”

เมื่อเห็นเธอยังคงสนใจ จึงบอกออกไป

“มีเงื่อนไขว่า พี่ต้องสร้างพระร่วมกับคู่บุญของพี่ที่เกิดวันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น”

“ใครเหรอคะ คู่บุญพี่”

จารุมาสเอ่ยถาม เมื่อเห็นเขายิ้มให้เธอแปลกๆ

“ก็มาสไง”

“หืม…ใช่เหรอคะ พี่เลือกจากอะไร”

ทำไมถึงเป็นเธอ ยิ่งทำได้ครั้งเดียวอยู่ด้วย ถ้าทำแล้วเขาไม่หายล่ะ เธอจะเป็นตัวซวยให้เขาเปล่าๆ แล้วเขาเลือกเธอจากอะไรกันเนี่ย

“พระบุญแนะนำว่า ให้พี่ใช้ใจเลือก แล้วพี่ก็เลือกแล้วว่าต้องเป็นมาส”

ไอยราเอ่ยบอกอย่างหนักแน่น เพราะในหัวใจของเขามีจารุมาสอยู่คนเดียวในตอนนี้ ถ้าให้ใช้ใจเลือก ใจของเขาก็เลือกจารุมาสอยู่แล้ว และเธอก็เกิดในวันพระจันทร์เต็มดวงด้วย เขาพร้อมที่จะเสี่ยงดวงไปกับเธอไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

“อ่า…ถ้าไม่สำเร็จล่ะคะ”

หญิงสาวถามออกไปอย่างเป็นกังวล พลางคิดว่าไม่มีคนอื่นแล้วเหรอที่จะช่วยเขาได้ เธออยากให้เขาหายเป็นปกติ โดยไม่สนว่าชายหนุ่มจะเลือกใครเป็นคู่บุญของเขาก็ตาม คู่บุญของเขาจะใช่เธอหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเกิดว่าไม่ใช่ขึ้นมา แล้วเขาต้องเป็นช้างไปตลอดชีวิต เธอคงจะรู้สึกผิดไปจนตาย

“ไม่เป็นไรเลย ถือว่าพี่ทำดีที่สุดแล้ว มาสไม่ต้องกังวล”

ไอยราเอ่ยปลอบยิ้มๆ อย่างปลงตกในชะตาชีวิตของตนเองได้ เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดก็ชินเสียแล้วที่ต้องใช้ชีวิตไม่เหมือนมนุษย์คนอื่นๆ กลัวก็แต่จารุมาสจะรับเขาได้หรือเปล่า ถ้าเขาเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต

“ถ้าพี่คิดว่ามาสจะช่วยพี่ได้ มาสก็ยินดีค่ะ”

ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง ในเมื่อเขาใช้ใจเลือกเธอ ส่วนเธอก็ใช้ใจในการช่วยเขาเหมือนกัน ไม่ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นอย่างไร จะสมหวังหรือไม่ เธอก็จะยอมรับมันให้ได้

ส่วนไอยราก็ยิ้มออกได้กว้างกว่าเดิมเมื่อได้ยินหญิงสาวรับปากว่าจะช่วยเขา คราวนี้ยิ้มได้ทั้งปากและตา ยิ้มอย่างมีความสุขมันเป็นแบบนี้นี่เอง

หลังจากที่คุยกันเข้าใจดีแล้ว จารุมาสกับไอยราก็กลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พอไปถึงยายอัมพรกับภาณุมาสรออยู่ก่อนแล้ว โดยที่ไม่ได้ถามอะไรเรื่องเมื่อคืนที่เธอไม่ได้กลับมานอนที่โรงพยาบาล เพราะเธอโทร.มาบอกน้องสาวตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า กลับมาไม่ทันรถสองแถวเที่ยวสุดท้าย เลยขอนอนที่บ้าน แล้วตอนเช้าจะรีบมาที่โรงพยาบาล

“ยายจ๋า นี่พี่ช้างจ้ะ แฟนมาสเอง”

จารุมาสเอ่ยแนะนำไอยราให้ผู้เป็นยายรู้จัก

“สวัสดีครับคุณยาย”

ชายหนุ่มยกมือไว้ยายอัมพรอย่างเคารพนบนอบและฝากเนื้อฝากตัว ริมฝีปากมีรอยยิ้มประดับ ทำให้เขาดูเป็นคนอัธยาศัยดีในสายตาผู้ใหญ่

“ไหว้พระเถอะจ้ะ ยายต้องขอบคุณมากๆ เลยนะ ที่พามาสมาหายายที่นี่”

ยายอัมพรเอ่ยบอกยิ้มๆ พลางพิจารณาชายหนุ่มที่หลานของตนแนะนำว่าเป็นแฟนไปด้วย แล้วคิดว่าหลานสาวคนโตของเธอเลือกคนรักได้ดีเลยทีเดียว ทั้งบุคลิกลักษณะท่าทางของเขาก็ดูเป็นธรรมชาติไม่ได้เสแสร้ง หน้าตาก็หล่อเหลาอย่างพระเอกละคร ถึงแม้นางจะยังไม่รู้จักนิสัยใจคอของชายหนุ่มก็ตาม แต่แค่เขามีน้ำใจขับรถพาหลานสาวของนางมาไกลขนาดนี้ ก็ถือว่าดีแล้ว

“ไม่เป็นไรเลยครับ เป็นหน้าที่ผมที่ต้องดูแลมาสอยู่แล้วครับ”

ใครจะปล่อยให้หญิงสาวเดินทางมาคนเดียว เขาคนหนึ่งละที่ไม่ยอม ไอยราคิดว่าในเมื่อได้มีโอกาสดูแลเธอเขาก็ต้องรีบทำ และก็ต้องทำให้ดีที่สุดด้วย จึงได้รับคำอวยพรจากยายของหญิงสาวกลับมา

“ขอให้เจริญๆ นะพ่อหนุ่ม”

“ขอบคุณครับ”

ไอยรายิ้มรับพลางเอ่ยขอบคุณ

“เราออกจากโรงพยาบาลกันก่อนดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกันต่อที่บ้านเนอะ”

ภาณุมาศเอ่ยชวนยิ้มๆ พลางใช้ไหล่กระแทกไหล่ของพี่สาวอย่างหยอกเย้า เมื่อเห็นว่ายายกับว่าที่หลานเขยดูจะเข้ากันได้ดี

“ไปจ้ะยาย”

จารุมาสเห็นดีด้วย จึงเข้าไปประคองยายอัมพรแล้วพากันเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปขึ้นรถที่หน้าตึก โดยที่ไอยราไปขับรถมารับ ยายอัมพรจะได้ไม่ต้องเดินไกล เพิ่มความประทับใจเข้าไปอีก

 



Don`t copy text!