สาปไอยรา บทที่ 38 : กรรมยังไม่หมด จงอดทนต่อไป

สาปไอยรา บทที่ 38 : กรรมยังไม่หมด จงอดทนต่อไป

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

ทางด้านของนิศากรที่ทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว หนีกลับไปก่อนช่วงที่ไอยรากับจารุมาสช่วยกันถวายภัตตาหารพระสงฆ์ พอกลับไปถึงบ้านที่อยู่ใกล้สวนสัตว์ของครอบครัวในตอนเย็น บิดาก็เรียกเข้าไปคุยในห้องทำงานทันที เธอนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านอย่างเบื่อหน่ายที่อะไรก็ไม่เป็นใจสักอย่าง ที่บิดาเรียกเธอมาคุยตอนนี้ก็คงจะกดดันเธออีกเป็นแน่

แล้วก็เป็นแบบที่คิดจริงๆ เมื่อได้ยินคำถามจากปากของบิดา

“เป็นไงบ้างลูก ทางนั้นเปลี่ยนใจขายช้างให้เราหรือยัง”

นริศเอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาฝากความหวังไว้ว่า จะให้หญิงสาวบริหารงานสวนสัตว์ต่อจากเขาในอนาคต

“ยังเลยค่ะพ่อ ไม่รู้จะรักช้างอะไรกันนักกันหนา ก็แค่สัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งเท่านั้น”

นิศากรบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม เธอไม่ใช่คนรักสัตว์ ออกจะเกลียดด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ทำตัวให้ดูรักสัตว์ก็เพื่อเงินเท่านั้น อย่างบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่โชว์อยู่ในสวนสัตว์ของบิดา ก็แค่มีไว้ใช้ประโยชน์ ให้นักเที่ยวเสียเงินเข้ามาดู พวกมันสามารถทำเงินให้เธอกับบิดาได้ แลกกับการที่พวกมันจะได้อาหารและที่อยู่อาศัยประทังชีวิต ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรนอกจากนี้เลย เหม็นก็เหม็น ที่ปางช้างของไอยราก็เช่นกัน เขาก็ใช้ประโยชน์จากช้างที่เลี้ยงไว้ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดูโชว์ มาขี่ช้าง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็ได้เงินไม่ต่างจากสวนสัตว์ของเธอนัก แล้วมีความจำเป็นอะไรต้องไปรักและทะนุถนอมพวกมันนักหนา เธอไม่เข้าใจ

“อย่าพูดดังไปลูก เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดี”

นริศเอ่ยท้วง แต่เมื่อเห็นบุตรสาวมองบนใส่ เขาก็เปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากทะเลาะด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดเหมือนบุตรสาวก็ตาม

“งั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราหาใหม่จากที่อื่นก็ได้”

“จากไหนเหรอคะ”

คนเป็นลูกเอ่ยถามอย่างสนใจ เธอจะได้ไม่ต้องพะวงกับเรื่องนี้อีก จะได้มีเวลาไปเอาใจไอยราให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้จารุมาสได้คะแนนนำโด่งไปไกลจนเธอตามไม่ทัน

“มีคนงานสองคนเพิ่งมาสมัครใหม่ พวกมันบอกเคยเห็นช้างลักษณะดีในป่าแถบแม่น้ำโขง ถ้าเราอยากได้พวกมันจะไปจับมาให้”

มันคงเป็นความโชคดีของเขา ที่จะได้ช้างมาประดับในสวนสัตว์โดยที่ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก แค่ให้ค่าจ้างพวกมันคนละไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้นตามที่เรียกร้อง ก็พร้อมที่จะไปจับช้างตัวนั้นมาให้เขาแล้ว

“ดีเลยค่ะพ่อ ว่าแต่พวกมันจะไปจับช้างที่ไหนมาให้เราเหรอคะ”

นิศากรเอ่ยถามอย่างสนใจ

“เชียงคาน”

แต่พอได้ยินคำตอบของบิดาเท่านั้น เธอก็ยิ้มได้เมื่อคิดว่ามีข้ออ้างไปหาไอยราแล้ว!

 

หนึ่งเดือนถัดมา ไอยรา จารุมาส คชา แขไข และควาญปั้น มาทำพิธีถวายพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ให้กับวัดป่าที่พระบุญจำวัดอยู่ ซึ่งท่านดูฤกษ์ยามงามดีให้ว่าเป็นวันนี้ดีที่สุด พิธีจัดขึ้นที่ศาลาการเปรียญ เพราะพระพุทธรูปที่ไอยราจะถวายนี้จะให้ประดิษฐานอยู่บนศาลา เพื่อใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ ฟังเทศน์ ทำบุญ และใช้เป็นที่เรียนธรรมของพระภิกษุสงฆ์ต่อไป

พระบุญให้ทุกคนตั้งนะโมสามจบ ก่อนจะกล่าวคำอัญเชิญพระพุทธรูปบูชาประดิษฐาน โดยที่ให้ไอยราเป็นคนกล่าวนำทุกขั้นตอน

“ข้าพเจ้าได้จัดสถานที่ประดิษฐาน อันสมควรแก่พระพุทธปฏิมา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาไว้ ณ ที่นี้ ขออัญเชิญพระพุทธปฏิมาโปรดประดิษฐาน ณ สถานที่สักการะบูชานี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าพเจ้า พร้อมด้วยครอบครัวและบริวารชน ตลอดกาลนานเทอญ”

ผู้เข้าร่วมพิธียกมือสาธุพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงหลังจากกล่าวคำอัญเชิญฯ จบ

เมื่อทำพิธีถวายพระพุทธรูปเสร็จ พระบุญก็เอ่ยบอกกับไอยราขึ้นมาว่า

“ต้องรอดูผลหลังพระอาทิตย์ตกดินวันนี้นะโยม ถ้าการสร้างพระถวายวัดครั้งนี้สำเร็จ แต่กรรมของโยมก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว เพราะโยมจะกลายเป็นช้างในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น และจะเป็นคนปกติไม่ต้องเป็นช้างอีกก็ต่อเมื่อมีบุตรชาย เพราะช้างตัวที่สาปโยมต้องการมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ นั่นแสดงว่าช้างตัวนั้นอโหสิกรรมให้โยมหมดแล้ว จงตั้งใจทำกรรมดีต่อไป ถือศีลห้าไว้ดีที่สุด แล้วผลบุญจะส่งให้สมหวังสมความปรารถนาเอง”

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไอยราเลือกทำด้วยตัวเอง โดยที่มีท่านชี้แนะนำทางให้เท่าที่จะบอกได้นั้น จะสำเร็จหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป เพราะท่านไม่สามารถที่จะบอกออกไปได้ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะผิดต่อหลักความประพฤติที่พระสงฆ์ควรปฏิบัติ

“ครับหลวงลุง”

ไอยรายิ้มรับอย่างมีความหวัง ส่วนคนอื่นๆ ที่ได้ฟังคำบอกของพระบุญก็ยิ้มตามกันไปด้วย

“อีกเรื่องหนึ่ง กรรมของโยมยังไม่หมดดีนัก จงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าต่อไปจะกลายเป็นช้างแค่คืนวันพระจันทร์เต็มดวง ก็อย่าประมาทว่าจะไม่มีใครเห็นเหมือนที่ผ่านมา”

“ครับ”

ชายหนุ่มรับปากกับคำเตือนของพระบุญอย่างนอบน้อมและเชื่อฟัง

“จะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเหรอคะหลวงพี่”

แขไขรีบเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงไอยราทันที จากที่ยิ้มอย่างมีความหวังเมื่อครู่ ตอนนี้ยังต้องมาคอยเป็นกังวลเรื่องที่พระบุญเอ่ยเตือนอีก ใบหน้าของนางจึงซีดลงจนคชาต้องลูบหลังปลอบโยนด้วยความห่วงใย ทำไมลูกชายของนางถึงต้องมีกรรมหนักหนาขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ เมื่อลูกเป็นทุกข์ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ทุกข์ตามไปด้วย

“เชื่ออาตมาเถอะ บนความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีอยู่”

พระบุญได้แต่เอ่ยปลอบ เพราะบอกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ได้แต่เตือนสติล่วงหน้าให้ชายหนุ่มระมัดระวังตนไว้เท่านั้น

“ลูกชายของแขจะไม่เป็นอะไรถึงแก่ชีวิตใช่ไหมคะ”

คนเป็นแม่เอ่ยถามให้แน่ใจจะได้หายกังวลอีกครั้ง ซึ่งเป็นคำถามที่ทุกคนก็อยากรู้เช่นกัน

“อาตมาเตือนไว้ให้มีสติเท่านั้นเอง”

คนเป็นพระบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเป็นอันตรายอะไรถึงขั้นไหน ขึ้นอยู่กับผลบุญและผลกรรมที่ไอยราสร้างมาด้วย ว่าจะส่งผลให้ชายหนุ่มพ้นเคราะห์ในครั้งนี้ไปได้หรือเปล่า

“ขอบคุณครับหลวงลุง ผมจะระวังตัวเองให้ดี”

ไอยรารับปากออกมา เพื่อให้บิดาและมารดาคลายความกังวลด้วย พระบุญเตือนสติเขาไว้แบบนี้ก่อนก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่หลงระเริงไปกับการใช้ชีวิตต่อจากนี้

ทั้งหมดลาพระบุญกลับมาที่ปางช้างจันทร์ส่องอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อรอเวลาว่า ไอยราจะกลายเป็นช้างในคืนนี้หรือไม่



Don`t copy text!