สาปไอยรา บทที่ 39 : จะชักช้าอยู่ไย ในเมื่อหัวใจเราตรงกัน

สาปไอยรา บทที่ 39 : จะชักช้าอยู่ไย ในเมื่อหัวใจเราตรงกัน

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดิน ที่บ้านพักของไอยรา ทุกคนต่างมารอดูปาฏิหาริย์ด้วยกันอย่างตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นจารุมาส คชา แขไข และควาญปั้น ทุกคนต่างยังไม่ได้รับประทานอาหารเย็น เพราะรอคอยเวลาที่ไอยราจะเป็นคนปกติในคืนนี้ ถ้าชายหนุ่มไม่กลับเป็นช้างก็จะได้รับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขเสียที หลังจากที่เมื่อก่อนไอยราต้องรีบกินแล้วรีบกลับบ้านพักในเขตหวงห้าม ไม่ค่อยได้อยู่คุยกันหลังอาหารเย็นสักเท่าไร

เมื่อตะวันตกดินไปแล้ว บริเวณรอบบ้านพักของไอยราในเขตหวงห้ามมืดสนิทลง มีเพียงแสงไฟภายในบ้านที่ส่องสว่าง แต่ไอยรายังคงมีร่างกายเป็นมนุษย์ปกติ ไม่ได้กลับเป็นช้างเหมือนทุกวัน จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง ไอยราก็ยังเป็นคนเหมือนเดิม สร้างความดีใจให้กับทุกคนอย่างเหลือล้น ไม่เว้นแม้แต่ตัวไอยราเอง ที่ถึงกับร้องไห้แล้วเข้าไปกอดพ่อกับแม่ไว้อย่างดีใจ

“แม่ดีใจที่สุดเลย ต่อไปนี้มันจะมีแต่เรื่องราวดีๆ เข้ามาแล้วนะลูกนะ”

แขไขที่ร้องไห้ดีใจไม่ต่างจากลูกชายเอ่ยบอก พลางลูบหลังลูบไหล่ของชายหนุ่มด้วยความรักไปด้วย

“พ่อก็ดีใจที่สุดเลยเหมือนกัน”

คชาถึงขั้นพูดไม่ออก พยายามกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไม่ให้ไหลออกมา แต่มันก็ยากเย็นเหลือเกิน

“ผมต้องกราบขอบคุณพ่อกับแม่ด้วยนะครับที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอด”

ไอยรากราบแนบอกของคชากับแขไขด้วยความรักสุดหัวใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขาตั้งแต่เด็ก ก็จะมีพ่อกับแม่นี่แหละคอยอยู่กับเขามาตลอด เลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่เคยรังเกียจที่เขาไม่เหมือนคนปกติ เขาจึงรักและเคารพบิดามารดามาก

“ไม่เป็นไรเลยลูก เพราะลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทิ้งกันไปไหน”

คชาเป็นคนเอ่ยบอก โดยมีแขไขพยักหน้ายิ้มๆ เห็นด้วยกับคำพูดของสามี

ไอยราผละตัวออกมาจากบิดามารดาแล้วเข้าไปหาควาญปั้นที่ยืนยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความปีติไม่ห่างออกไปนัก แล้วเขาก็กราบที่อกของชายชราเช่นที่ทำกับบิดามารดาของตน

“ผมต้องกราบขอบคุณลุงปั้นด้วยนะครับที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยรังเกียจผมเลย”

“ไม่เป็นไรเลยครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของลุงต้องตอบแทนบุญคุณของคุณคชา กับคุณแข”

ควาญปั้นเอ่ยตอบ พลางกอดชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความดีใจเช่นกัน ถ้าไม่ได้คชากับแขไขช่วยเหลือให้ที่อยู่ ที่กิน ที่นอน กับเขาและพังใบบัวพร้อมลูกในท้องตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาพวกมันไปตกระกำลำบากและเร่ร่อนไปที่ไหนอีกก็ไม่รู้ได้ แถมเลี้ยงดูพวกเขาอย่างสุขสบาย กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ต้องลำบากทำงานหนัก เจ็บป่วยก็ออกค่ารักษาพยาบาลให้ เมื่อปางช้างจันทร์ส่องมีช้างเยอะขึ้น เขาก็ได้เงินเดือนเมื่อได้รับตำแหน่งหัวหน้าควาญช้าง ควาญปั้นจึงรู้สึกว่าทั้งคู่นั้นมีบุญคุณมาก จึงตอบแทนด้วยการช่วยเหลือดูแลไอยราในยามที่ต้องเป็นช้างอย่างดี และเลี้ยงดูชายหนุ่มเหมือนเป็นลูกคนหนึ่ง

“พวกเราไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นบุญคุณอะไรเลยนะพี่ปั้น ต้องขอบคุณพี่มากที่เป็นคนดี คอยช่วยพวกเรามาตลอด”

แขไขเอ่ยท้วง นางเองกลับคิดว่าติดหนี้บุญคุณควาญปั้นกับพังใบบัวด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีพวกเขาตอนที่ไอยราเกิดมาแล้วต้องเป็นช้าง นางกับสามีคงทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยเลี้ยงช้างมาก่อน โชคดีที่ตัดสินใจรับพวกเขามาอยู่ด้วย จึงได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา และควาญปั้นก็ไม่เคยแพร่งพรายความลับที่ไอยรากลายเป็นช้างให้คนอื่นได้รู้เลย ถ้าเกิดว่าชายชรามีความโลภสักนิด ครอบครัวของนางคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขเหมือนทุกวันนี้

“ใช่ พี่ก็เหมือนญาติเราคนหนึ่งนะ”

คชาพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นภรรยา การที่ได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนหรือตกทุกข์ได้ยากไม่ได้ลำบากยากเข็ญเลย ยินดีช่วยเหลือจากใจจริงๆ และความดีนั้นมันคงย้อนกลับมาหาเขาด้วยการที่ได้เจอคนดีๆ อย่างควาญปั้นเป็นแน่

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ต้องขอบคุณทั้งคู่จริงๆ ที่ทำให้พี่กับพังใบบัวมีชีวิตที่สุขสบายอย่างทุกวันนี้”

ควาญปั้นเอ่ยบอก พลางจะยกมือไหว้ แต่คชาเข้ามาจับมือห้ามไว้เสียก่อน เพราะต่างคนต่างก็ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันไว้มาโดยตลอด

“ไม่ต้องพี่ปั้น”

ไอยราปล่อยให้บิดามารดากับควาญปั้นได้คุยปรับความเข้าใจกัน แม้ว่าจะไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดใจกันก็ตาม เขาจึงหันมาหาจารุมาสที่ยืนมองภาพครอบครัวของเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มทั้งน้ำตาอย่างปลื้มปีติ พลางเข้าไปสวมกอดเธอไว้แนบอก เขาต้องขอบคุณหญิงสาวคนนี้อีกคนที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ที่ได้รู้จักกัน ถึงแม้จะรู้เรื่องความลับของเขา แต่เธอก็ไม่เคยรังเกียจ กลับยอมรับในตัวตนของเขาได้ แม้ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตามที่ไม่เหมือนคนปกติ ยอมช่วยเขาในการร่วมทำบุญหล่อพระโดยที่ไม่รู้เลยว่าผลลัพธ์ออกมาจะสำเร็จหรือเปล่า แต่พอมาวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่า หญิงสาวนั้นเป็นคู่บุญของเขาจริงๆ และจะได้เป็นคู่ชีวิตของเขาหลังจากนี้ด้วย

“พี่รักมาสนะ และขอบคุณมากๆ เลยด้วย”

ชายหนุ่มเอ่ยบอก พลางวางคางไว้บนไหล่มน แล้วหลับตาซึมซับความอบอุ่นจากร่างบางของหญิงสาวคนรักในอ้อมกอด

“มาสก็รักพี่ช้างค่ะ”

จารุมาสเอ่ยบอกทั้งน้ำตา เธอดีใจที่เห็นเขากลับมาเป็นคนปกติ ถึงแม้ว่ายังจะต้องกลับกลายเป็นช้างในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงก็ตาม แต่แค่นี้มันก็ดีมากแล้ว และเป็นนิมิตหมายอันดีที่เขาจะได้กลับมาเป็นคนปกติเมื่อมีลูกชายในอนาคต

“แบบนี้ต้องรีบมีหลานให้แม่เร็วๆ แล้วมั้ง”

แขไขเอ่ยแซวยิ้มๆ อย่างเอ็นดู เมื่อเห็นทั้งคู่สารภาพรักกันโดยที่ไม่แคร์สายตาผู้ใหญ่

“เดี๋ยวจัดให้ครับแม่”

ไอยราตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข ก่อนจะหันมาถามหญิงสาวคนรัก

“ได้ไหม แต่งงานกับพี่นะ”

“ค่ะ แต่งค่ะ”

จารุมาสเอ่ยตอบอย่างไม่มีอิดออดสักนิด จะชักช้าอยู่ไย ในเมื่อหัวใจเราตรงกัน กว่าจะได้เจอคนดีๆ เข้ามาในชีวิต เมื่อเจอแล้วก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ ถ้าเธอปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ทิ้งไปคงเสียดายแย่เลย จึงตอบตกลงแต่งงานกับเขาตามคำขอ บนริมฝีปากมีรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขกว่าทุกวัน

“เย่! พ่อกับแม่ไปขอสาวให้หน่อยนะครับ”

ไอยราชูมือดีใจเหมือนเด็กๆ อย่างไม่เก็บอาการ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคชาและแขไข รวมทั้งควาญปั้นด้วย

“ได้เลย ไปพรุ่งนี้เลยเป็นไง”

คชาตอบรับคำขอของลูกชายด้วยความใจร้อนไม่ต่างกัน พลางหัวเราะอย่างขบขัน บรรยากาศจึงอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและสุขสมหวัง อีกไม่นานในปางช้างจันทร์ส่องจะมีงานมงคล คงมีใครหลายคนรอวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อเป็นแน่ โดยเฉพาะไอยราแล้วหนึ่ง!

 



Don`t copy text!