เมียอันดับห้า บทที่ 27 : อารมณ์พาไป

เมียอันดับห้า บทที่ 27 : อารมณ์พาไป

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 27 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

คมกริชยอมรับว่าระยะนี้สนิทกับอรฤดีเป็นพิเศษ

เลิกงานไปด้วยกัน แรกๆ ก็เริ่มจากช่วยเลือกซื้อนาฬิกาให้บิดาของหล่อน วันต่อมาต้องไปช่วยเพิ่มสายนาฬิกาที่ร้านเดิม ลงท้ายด้วยการไปทานอาหาร เหมือนว่าพอเลิกงาน คมกริชก็จะรอว่าอรฤดีจะชวนเขาไปไหน

เช่นวันนี้ หล่อนบอกว่า

“มีร้านเปิดใหม่ใกล้บ้านของอรค่ะ ไปชิมอาหารกันนะคะ อรไม่ค่อยมีเพื่อน ทานคนเดียวก็ไม่อร่อยเท่าทานสองคน”

“ผมใจง่ายหรือเปล่านี่ มากับคุณอรอีกแล้ว”

คมกริชเป็นคนขับรถ เพราะหล่อนส่งกุญแจให้ พากันไปร้านอาหารเปิดใหม่ที่อรฤดีแนะนำ

อาหารใหม่ แปลกลิ้น กับสาวคนใหม่

ทั้งที่ไหมแพรโทร.มานัดเขา แต่เขากลับบอกว่าไม่ว่าง

รู้ทั้งรู้ว่าคนรักกำลังวุ่นวายใจเพราะยายเข้าโรงพยาบาล พี่ชายก็หนีหนี้ เขาไม่อยากรับรู้อะไรไปมากกว่านี้ ยอมรับว่าหนีหน้าคนรัก

มาอยู่กับอรฤดี…ชีวิตแปลกใหม่ ต่างจากเดิม คุยกันเรื่องอาหารและสิ่งรื่นรมย์สบายใจ

อรฤดีเล่าถึงการท่องเที่ยวในต่างแดน ทวีปต่างๆ ที่เคยท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก

“สนุกมากๆ ค่ะ หิมะสีขาว หนาว…หนาว…แต่สนุกที่สุด อรเที่ยวมาเกือบทั่ว ไปกับป้าวรรณบ่อยสุด แต่ไปกับคุณพ่อน่าเบื่อที่สุด” พูดไปหัวเราะไป

“ท่านรักคุณมาก”

“ค่ะ เพราะอรสูญเสียแม่มาตั้งแต่เด็ก”

“และคุณก็เป็นลูกคนเดียวด้วย”

“ลูกคนเดียวเหงานะคะ เหงาจัง”

“ชีวิตคุณสุขสบายมาก จนผมอิจฉา”

“อรกลับอิจฉาคุณมากกว่า ชีวิตอิสระ มีงานการดี มีคนรักที่น่ารักอย่างคุณแพร”

“แพร…แพรหรือ” เสียงเขาเบาลง

“ทำไมคะ”

“ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร”

“มีปัญหากับคุณแพรหรือคะ”

“แพรเธอน่ารักจริงๆ ละครับ แต่คนรอบตัวเธอมีปัญหา” คมกริชถอนใจยาว “เธออยู่กับยายกับพี่ชาย นั่นละปัญหาของเธอ แต่ละคนต้องพึ่งพาเธอ อาศัยเงินของเธอ ยายไม่สบาย พี่ชายก็ชอบเล่นพนันก่อหนี้สิน”

“ทุกบ้านก็ล้วนมีปัญหา จะมากจะน้อย อรไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงิน จึงไม่รู้ว่าจะหนักหนาขนาดไหน”

คมกริชหัวเราะแปร่งๆ

“เงินคือปัญหาโลกแตกครับ”

“เธอต้องพึ่งคุณด้วยหรือคะ”

“เปล่าครับ แพรหยิ่งมาก ไม่เคยเอ่ยปากเรื่องเงินกับผมเลย”

“แต่คนรักกันต้องช่วยเหลือกัน เป็นอรนะคะ ถ้าคนรักเดือดร้อน อรทุ่มสุดตัวเลยค่ะ”

“เพราะคุณมีไง”

หล่อนยิ้มแห้งๆ

“ค่ะ…อรจึงไม่รู้ว่าทุกข์เพราะขัดสนเป็นอย่างไร”

“ผมว่ามันแย่มากจริงๆ นะครับ ความจน…ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดจนๆ มาก่อน หนีมาหาความก้าวหน้าในเมืองหลวง เคยต้มบะหมี่สำเร็จรูปกินสองมื้อห่อเดียว กินสองมื้อผสมข้าวเยอะๆ ให้อิ่ม บะหมี่รสจัดๆ กลายเป็นจืดไปเลย” เขาพูดกลั้วหัวเราะ

อรฤดีมองว่าคมกริชจริงใจ พูดถึงความจนได้อย่างเปิดเผย

“พูดแบบนี้ อรคงต้องมองตัวเองแล้ว สบายเคยตัว อรจะทนความลำบากได้หรือเปล่า อรคงต้องระวัง”

“อย่างคุณอรไม่มีวันหรอกครับ คุณอรยังมีท่านๆ เจ้านายหลายคนที่ดูแลคุณอรอยู่”

หล่อนยิ้มแห้งๆ

“ถ้าพี่ภีมแต่งงาน พี่อรัญแต่งงาน มีหลานๆ เต็มบ้าน อรก็อาจตกกระป๋อง”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”

“อรก็อยากให้มีคนรักอรเยอะๆ”

“คุณน่ะ โชคดีที่สุดแล้ว”

การพูดคุยสร้างความสนิทสนม ทั้งสองกลับขึ้นมาบนรถ เปลี่ยนเป็นอรฤดีขับ หล่อนขับมาส่งคมกริชที่บ้าน

รถจอดแล้ว…เขายังไม่อยากลงจากรถ

อรฤดีมองชายหนุ่มพลางเลิกคิ้ว

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เงียบงันครู่หนึ่ง

“เอ้อ…อาหารอร่อยมากครับ”

“พรุ่งนี้เราไปหาอะไรทานกันอีกไหมคะ”

“เอ้อ…ผมต้องดูก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ อรไม่อยากแย่งเวลาคุณ คุณต้องให้เวลากับคุณแพรบ้าง เธอเป็นคนรักของคุณ ใครจะสำคัญเท่าคนรักล่ะคะ” อรฤดีพูดออกไปด้วยอารมณ์ใดแน่ หล่อนก็อธิบายกับตัวเองไม่ถูก น้อยใจนิดๆ อิจฉาหน่อยๆ

เขารู้อารมณ์หล่อน

คมกริชเองก็ไม่รู้ว่าเขาเกิดอารมณ์เช่นใด อยู่ๆ ก็ยื่นหน้าออกไปและจับใบหน้าหล่อนให้เงยหน้ารับจูบ

บอกแล้วว่าไม่มีครั้งเดียว มีอีกได้เรื่อยๆ

ไม่ได้เมา…จูบวันนั้นอาจจะเมา

วันนี้…จูบ…ไม่เมา

จูบด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย

และวันนี้ไม่ใช่แค่สองคน…ลำพัง

โชคชะตาให้มีคนเห็น…เล่นตลกแล้ว…รถของสินีแล่นผ่านบริเวณนี้

สินีกับอมรไปทำงานเพิ่งกลับ แม้จะดึกและแสงไฟไม่สว่างนัก แต่สินีก็เห็น

“คุณคมกริชนี่”

รีบจอดรถ เบรกจนหัวทิ่ม อมรร้องลั่น

“ว้าย แกจะบ้าเหรอนี หัวฉันทิ่มแล้ว”

“ดูสิ”

“ดูอะไรของแก”

“นั่นไง” แล้วสินีก็รีบยกโทรศัพท์มือถือถ่ายรูป แต่ว่าไม่ชัดและไม่ถนัด

“เฮ้ย นั่นคงไม่ใช่แพรนะ”

“ไม่ใช่ รถก็ไม่ใช่ เอ้อ…แพรขายรถไปแล้ว รถก็ไม่ใช่รถคุณคม…ผู้หญิงคนนั้น ใครกัน เห็นไม่ถนัด”

เพราะคมกริชจูบหล่อน ใบหน้าบังไปเกือบมิด

“รอ…รอก่อน อยากเห็นหน้ามัน” อมรว่า

“เฮ้ย ไม่ได้ กลางถนนนะ ต้องไปแล้ว”

สินีขับรถออกอย่างแสนเสียดาย

“อีกนิดเดียวจะได้เห็นหน้านังนั่นแล้ว”

พอรถเลื่อนออก มองกระจกข้างก็เห็นคมกริชลงจากรถแล้ว แต่ภาพผู้หญิงคนนั้นในรถไม่เห็นตามเคย

“แพรจะว่าอย่างไร” สินีพึมพำ

“ส่งรูปไปเลย ให้แพรเห็น”

“แต่ว่า…”

“แกจะลังเลอะไรอีก ผู้ชายมันเจ้าชู้” อมรสะบัดผมที่ยาวมาปรกหน้าเล็กน้อย ผมของอมรตัดทรงผู้ชายก็จริง แต่จะเหลือข้างหน้าให้ยาวเป็นพิเศษ

“ตอนนี้แพรขอลาพักร้อน เพราะยายต้องผ่าตัดหัวใจ พี่ชายก็หนีหนี้ ปัญหาเยอะอยู่แล้ว ถ้ารู้ว่าคมนอกใจ เธอจะทนได้หรือ”

“ว้าย ทนได้ไม่ได้ก็ต้องได้ ไม่ตายหรอก”

“แต่ว่า…”

“ยิ่งปกปิด เราก็ไม่เรียกว่าเพื่อนนะยะ”

“ก็เห็นใจยัยแพร”

“ส่งรูปไปเลย”

“ใจเย็นสิ ขับรถอยู่”

“มา…มา…ฉันส่งให้เอง”

“เดี๋ยว เดี๋ยว” สินียังลังเล “รอให้ยัยแพรผ่านเรื่องยายผ่าตัดก่อนดีไหม”

“ชักช้า เสียเวลา”

“อมร…อมร” สินีเรียกเบาๆ แต่เรียกยาวๆ “ใจเย็นก่อน บอกต้องบอกเพื่อน แต่รอให้ยายผ่าตัดผ่านไปก่อนเถิด สงสารจิตใจยัยแพร…นะ…นะ…นะ”

“โอ๊ย มันเรื่องของแก…แกเป็นคนถ่ายรูปนี่”

ไหมแพรเดินไปถึงไหนเนี่ย

หล่อนก็ไม่รู้ตัวเอง รู้แต่ว่าหล่อนหยุดเดินกลางทางเพื่อโทรศัพท์ถึงวิทยา กับพี่ชายนั้น ช่วงนี้ติดต่อยาก โทร.เป็นสิบๆ ครั้ง กว่าจะยอมรับ พอรับประโยคแรกพี่ชายก็ถาม

“แกมีเงินแล้วใช่ไหม”

“ถามถึงยายก่อนดีไหม” หล่อนย้อน

“อยากรู้ว่าแกมีเงินหรือเปล่า”

“ถ้าว่าไม่มีล่ะ”

“ฉันจะวางสาย”

“ถ้าว่ามี”

“ก็ดีสิ ฉันจะได้รอดตายเสียที”

“พรุ่งนี้ยายจะผ่าตัดแล้ว มาเยี่ยมยายก่อนเข้าห้องผ่าตัดด้วยนะพี่วิท”

ไหมแพรรู้ว่ายายต้องการกำลังใจ และกำลังใจจากหลานชายคนโปรดดีกว่ายาทุกชนิด

“ถ้ามีเงิน ฉันไปแน่”

“มี…มี…มี” ไหมแพรพูดด้วยอารมณ์

“เท่าไร”

“ก็พอใช้หนี้ให้พี่ทั้งหมด” คนพูดยังงงๆ เพราะเงินที่เข้าบัญชีมาจริงๆ ยี่สิบล้าน รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าธนาคารเปิด หล่อนจะเข้าไปสอบถามธนาคารดู จะลองเบิกเงินว่าสามารถทำได้จริงๆ หรือไม่

“แกเอามาจากไหน”

“อย่าเพิ่งถาม…รีบกลับมาเยี่ยมยายเลย”

“ถ้าฉันไม่ถูกเจ้าหนี้ฆ่าก่อน”

“ไม่หรอก แพรมี” หล่อนย้ำอย่างเคืองและรำคาญพี่ชาย

“งั้นแกก็ช่วยโอนมาบัญชีฉันเลย”

“ยังไม่ได้ จนกว่าพี่จะมาเยี่ยมยาย”

“เฮ้ย ทำไมต้องเล่นตัวด้วย มีก็รีบโอน…โอน…”

หญิงสาวถอนใจยาว

“ไม่…จนกว่าจะมาเยี่ยมยาย”

“จริงหรือเปล่าวะ หรือจะหลอกกู” ประโยคนี้วิทยาเหมือนพึมพำกับตัวเอง

“ไม่รู้ละ ถ้าไม่มาก็ไม่ให้” ไหมแพรจำต้องเด็ดขาด

“เออ…เออ…” วิทยากดโทรศัพท์มือถือเลิกติดต่อกับน้องสาว เพราะแบตในเครื่องส่งสัญญาณเตือนใกล้หมด

ไหมแพรเก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วมองไปรอบๆ

นี่หล่อนเดินมาถึงไหนแล้ว เพราะอากาศเย็นและความมืด ทำให้ต้องเหลียวมองไปมา

ในขณะนั้นรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดติดไฟแดง คนขับรถเห็นไหมแพรก่อนจึงพูดกับเจ้านายว่า

“คุณไหมแพรครับ คนที่เคยขับรถชนเธอ เธออยู่ตรงนั้น มาทำอะไรไม่รู้ครับ”

ภีมขมวดคิ้ว เพิ่งกลับจากงานเลี้ยง คืนนี้ถือว่ากลับเร็วเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว พอลาเจ้าภาพได้ก็ลากลับก่อน

ไหมแพร…

ชื่อนี้ ปกติไม่ควรอยู่ในสมองเลย ไม่เคยอยู่ในความคิดคำนึงเลย แต่ขณะนี้เขากลับร้อนขึ้นทันที ออกคำสั่งเสียงเข้ม

“จอด…จอด…”

นายปันตกใจกับเสียงดัง รีบจอดรถเข้าข้างทางทันที

“ครับ ครับ”

“รอที่นี่ละ” เขาลงจากรถและเดินไปหาหญิงสาว

ไหมแพรกำลังงงๆ กับตัวเองว่าเดินมาถึงไหนแล้ว และหยุดที่ไหน หยุดอยู่ริมสวนแห่งหนึ่ง สวนสาธารณะของหมู่บ้านริมถนน พอโทร.คุยกับพี่ชายแล้วจะหาทางกลับบ้านก็เจอเขา

หญิงสาวชะงัก

“คุณภีม”

อยู่ๆ ใจก็เต้นแรง การพบกันครั้งนี้ไม่มีทางเหมือนเดิม ต่างคนต่างมี ‘อะไร’ ในใจ

อะไรที่มันมากมาย มันท่วมท้น มันสับสน โดยเฉพาะไหมแพรที่จ้องมองเขาอย่างตกใจ

ตกใจสิ…ตกใจ…ผู้ชายคนนี้หรือที่หล่อนต้องแต่งงานด้วย

แต่งงานจริงหรือ

คนนี้หรือที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วสี่ครั้ง ประวัติเขาหล่อนสืบรู้มาหมดแล้ว เพราะก่อนจะไปสัมภาษณ์เมื่อปีก่อน หล่อนทำการบ้านมาอย่างดี

หล่อนไม่ชอบผู้ชายคนนี้

หล่อนเกลียดด้วยซ้ำ ที่เขาเชื่อจันทนี หาว่าหล่อนเป็นขโมย ข้อหาที่ร้ายแรงทีเดียว

หล่อนกลืนน้ำลายยากเย็น…และกับเงินในบัญชีตั้งยี่สิบล้าน คือความจริงใช่หรือไม่

และสำหรับเขา…จ้องหน้าหล่อน

เขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้…คนนี้…คนนี้…

เพียงเพราะเป็นหลานของเพื่อนเก่าย่าฉวี เพียงเพราะย่าฉวีต้องการชดเชยบางอย่าง ซึ่งเป็นอดีต…ที่ควรจะให้ผ่านพ้นไป กลับเอาอดีตมาเป็นจุดเริ่มต้นในชีวิตเขา บอกตามตรงว่าเขารับปากย่าด้วยรักและเคารพ ด้วยการปฏิเสธไม่ได้ ทั้งที่ใจเขาต่อต้านสุดฤทธิ์

 



Don`t copy text!