เมียอันดับห้า บทที่ 31 : ว่าที่หลานเขย

เมียอันดับห้า บทที่ 31 : ว่าที่หลานเขย

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 31 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ภีมจ้องหน้าหญิงชรา

เขาเคยพูดทุกคำ ทุกประโยคคือคำสั่ง คือประกาศิตเด็ดขาด

คำว่า ‘ไม่ ไม่มีทาง’ ใครจะกล้าพูดกับภีม

ใหญ่จนชินนะ แต่กับหญิงชราชาวบ้านคนนี้ เขาจะใช้คำพูดแรงๆ ไม่ได้ เพราะหนึ่งยายสายบัวเป็นเพื่อนย่าฉวี และสองเขาอยู่ในฐานะเสียเปรียบ

คนเสียเปรียบเสียงจะไม่ดัง

เขารู้ว่ายากจะเจรจากับหญิงชราคนนี้แน่นอน

ยายสายบัวจะทำทุกอย่างให้หลานสาวก้าวเข้าบ้านสุททินพงษ์แทนอดีตที่ผิดหวัง ที่ถูกเล่ห์เหลี่ยมย่าฉวีขัดขวาง

แต่…คนอย่างภีมก็ใช่ว่าจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ

“โอเค ถ้ายายไม่คิดถึงจิตใจผม ยายคิดหรือว่าการแต่งงานของเรา ชีวิตคู่ของเราจะยืนยาว สักวันเราก็ต้องหย่า”

หญิงชราแค่นหัวเราะ

“เอาคำว่าหย่ามาขู่หรือ”

“ผมพูดตามเนื้อผ้า”

“อย่าขู่ให้ยาก อย่าขู่ ถ้ากลัวก็ไม่ทำ”

การคุยกับหญิงชราคนนี้ ยากมากจริงๆ

“ใช่สิครับ มองๆ ไปทางฝ่ายยายได้เปรียบทุกทาง”

“ได้เปรียบ”

แล้วยายสายบัวก็แค่นหัวเราะ โคลงศีรษะ

“ขำอะไรครับ”

“แล้วที่เสียเปรียบมาทั้งชีวิตล่ะ”

“เป็นวิถีชีวิตของยายเองครับ”

“ย่าแกเป็นคนทำ”

ภีมถอนใจยาว

“เรื่องรุ่นก่อน ผมไม่รู้รายละเอียดหรอก”

“แน่นอนว่าความเลวของย่าฉวีของแก เลวแค่ไหน เล่ห์เหลี่ยมจัดแค่ไหน มายาแค่ไหน ย่าแกไม่มีวันเล่าหรอก”

“และไม่มีประโยชน์จะพูดครับ”

“ยังดี ยังมีประโยชน์สิ ทำให้ฉันได้สะใจบ้าง”

“แสดงว่าย่าผมยังรู้ผิดชอบชั่วดี”

“ก่อนตายยังรู้สำนึก ก็ถือว่าใช้ได้”

“แต่ผมว่ายายก็เรียกร้องเกินไป”

“น้อยไปด้วยซ้ำ”

“เอาชีวิตผมกับแพรมาเดิมพัน ไม่สนุกเลยครับ”

“ฉันสนุกคนเดียวก็พอ”

“จะเรียกร้องความผิดพลาดในอดีตเป็นเงินทองผมจะไม่ว่าเลย”

“เงิน…เงิน ร่ำรวยขนาดนั้น เรียกก็ไม่ใช่ยายสายบัวคนนี้”

“เรื่องแต่งงาน…” โอ๊ย สำหรับภีม คือปัญหาที่หนักใจที่สุด

เขาสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว หรืองาน ก็แก้ได้ด้วยปัญญา ด้วยความสามารถ แต่เรื่องที่หนักหนาสาหัสคือเรื่องนี้ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้

ยายสายบัวหัวแข็ง

“ต้องแต่งงาน”

ยิ่งเขาเดือดร้อนแค่ไหน ยายก็ถือว่าทำสำเร็จแค่นั้น

ภีมรู้ว่าการต่อต้าน ยิ่งถูกรุก

ตนเสียเปรียบเห็นๆ

ฝ่ายนั้นได้ยี่สิบล้านแล้ว จะต้องการอะไรอีก ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง เรื่องแต่งงานจำต้องโอนอ่อนผ่อนตาม เล่นไปตามน้ำเสียแล้ว

ภีมไม่อยากอ้อนวอนขอร้อง หรือเจรจาอีก

“โอเคครับ แต่ง”

“อืม ดีมากหลานเขย” ยายสายบัวลำพองใจ

“แต่หลังแต่งงานจะเป็นอย่างไร ผมไม่รับประกันนะครับ”

“ได้เลย จดทะเบียนสมรสกัน หลังแต่งหย่าเรอะ ก็ดี อย่างน้อยไหมแพรก็คงได้อะไรอีกมากมาย แต่หย่าเร็วเกินไปไม่สมควร รอให้ฉันหรือย่าแกตายเถอะ เพราะอย่างน้อย แพรก็เชื่อฟังยายคนนี้ ไม่ยอมหย่าถ้ายายคนนี้ไม่อนุญาต”

หย่า…ก็คงไม่ง่าย

ถ้าไหมแพรติดใจในความเป็นภรรยาคนที่ห้าละก็…ยากจริงๆ

เขา…ภีม…ต้องทำให้หย่าจนได้ละ คอยดูสิ

“ผมก็จะพยายามรอครับ”

ยายสายบัวโบกมือ

“นั่นมันอนาคตอีกนาน พูดไปทำไมล่ะ มาพูดเรื่องใกล้ๆ กันก่อนดีกว่า”

“เรื่องอะไรครับ”

“เรื่องจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ในหนึ่งเดือน แต่ด้วยอำนาจเงินของตระกูลสุททินพงษ์ไม่ยากหรอก ไม่เกินความสามารถหรอกนะ”

“ย่าผมจะเป็นคนจัดการ”

“ดีมากเลย ฉันจะได้ผ่าตัดอย่างสบายใจ” สบายใจ…ใช่สิ สบายใจจริงๆ หรือ “ยัง…ยังไม่สบายใจจริงๆ” หญิงชรายอมรับ จ้องมองภีม “เรามาพูดกันนะหลานเขย” พยายามเรียกหลายเขยให้สนิทชิดเชื้อ

“ผมฟังอยู่ครับ”

ภีมเองก็มิได้กระด้างกระเดื่องอะไรนัก แม้ไม่พอใจอยู่ในส่วนลึก แต่หญิงชราคนนี้กำลังจะผ่าตัด กำลังลุ้นความเป็นความตาย เขาต้องทำให้ดีที่สุดช่วงนี้ นาทีนี้

“ออกจากห้องผ่าตัด ฉันอาจต้องตาย”

เขาเงียบ

“แต่งานแต่งก็จะยังอยู่”

“ครับ”

“ฉันอาจไม่หายใจ…ไม่เห็นหน้าหลานสาวฉัน จำไว้นะ อย่างน้อยแพรจะเป็นภรรยาแก เป็นเมียคนที่ห้าของแก เท่าที่รู้มาเมียสี่คนของแกก็มีความสุขดี แกดูแลดีทุกคน แยกจากด้วยดีทุกคน แสดงว่าแกทำหน้าที่สามีที่สมบูรณ์แบบ ขอให้เป็นแบบนี้ ปฏิบัติแบบนี้กับยัยแพรด้วย”

เงียบ…

กับคนที่เขาไม่เต็มใจแต่งงาน เขาจะทำได้หรือ

“ต่อต้านในใจละสิท่า” สายบัวรู้ทัน

“ครับ” ตอบตามจริง

“ก็ดี อย่างน้อยก็พูดจริง แต่เป็นคำขอของคนที่จะผ่าตัดหัวใจและอาจจะต้องตาย”

คำขอ…พูดตรงๆ เลย

เงียบ

“คำขอสุดท้าย ไม่พอใจอย่างไรก็ต้องให้นะ ฉันเป็นคนตอนนี้เรียกว่าเหลือครึ่งชีวิต จะตายหรือไม่ตาย หลังผ่าตัดก็รู้…แต่ฉันสังหรณ์ใจเหลือเกินว่าฉันจะไม่ได้ออกมาพูดกับแก หลานเขย อย่างไรก็ต้องฝากฝังกับแกไว้ก่อน ยัยแพรเป็นเด็กดี ถ้าแกได้สนิทชิดเชื้อด้วยแล้ว แกจะรู้ว่ายัยแพรเป็นเด็กดีจริงๆ ไม่แน่นะ บางทีเมียคนที่ห้าของแก อาจจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตแกไม่เต็มใจจะแต่งงานด้วย แกอาจจะมองข้ามไป”

“หรือครับ” ยอมรับว่าเขายังมองไม่ออก

เด็กดีของยาย จะเป็นเด็กดีสำหรับเขาจริงหรือ

แค่คิดก็ไม่จริงแล้ว

“ฝากดูแลยัยแพรด้วย อย่าคิดเรื่องหย่าเพราะอคติ ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ขอให้ดูแลยัยแพรแทนฉัน”

“ผม…”

“รู้ว่ายาก รู้ว่าไม่ยอมรับคำขอ แต่เพื่อคนที่ใกล้ตาย น่าจะพูดให้สบายใจบ้าง”

“ผมว่ายายไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ”

“รับปากฉัน”

“ผม…”

“รับปากเดี๋ยวนี้”

อาการยายสายบัวไม่สู้ดีนัก ภีมถอนใจยาว

“ครับ”

ริมฝีปากเริ่มมีรอยยิ้ม เวลายายยิ้ม…ก็ไม่ใช่คนดุเลย ทั้งที่หน้ายายดุ ถ้ายายทำหน้าปกติ อาจจะดุ อาจจะน่ากลัว รอยยิ้มช่วยได้เสมอ ใบหน้าอ่อนโยน ยิ่งปกติยายเสียงดัง แต่เวลานี้เสียงก็เบาลง เบาลงมาก

“ภีม…ให้เชื่อฉัน ยัยแพรเป็นเด็กดีจริงๆ แกได้เพชรล้ำค่าอยู่ในมือแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือล่ะ”

เพชรหรือ…คนขี้ขโมยจะเป็นเพชรได้อย่างไร

เห็นแก่คนแก่ที่ใกล้จะเข้าห้องผ่าตัด เขาจำต้องรับคำ

“ครับ”

“จะเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าแพรคู่ควรกับแกที่สุด”

“ครับ”

หลาย ‘ครับ’ ที่เขาต่อต้านในใจ

“สังหรณ์ใจ…อาจไม่ได้ออกมาพูดกับพวกแกอีก”

“ไม่จริงหรอกครับ”

“ดูแลยัยแพรด้วย”

“ครับ”

ทางด้านนอกห้อง

อมรกับสินีกำลังถามไหมแพรอย่างจริงจัง

“คุณภีมมาหายายแก แสดงว่าข่าวลือเป็นจริงสินะ” อมรสงสัย

สินีเองก็สงสัยมาก

“แกกับคุณภีม…แกจะแต่งงานจริงๆ หรือ”

ไหมแพรใจเต้นแรง…สับสน

“ยายกำลังจะผ่าตัด อย่าเพิ่งถามเลย”

“นั่น…คุณภีมตัวเป็นๆ เชียวนะ ระดับนั้นจะมาเยี่ยมยายแก ธรรมดาเสียเมื่อไหร่ แกต้องแต่งงานใช่ไหม”

เงียบ…แสดงว่าใช่

สินีตาโต

“อะไรกันนะ เมียคนที่ห้า ที่พวกเราเคยพูดกันขำๆ จะเป็นแก…ยัยแพร”

อมรตื่นเต้น โวยวายเสียงดัง

“ว้าย…ว้าย…ยัยแพร เมียอันดับห้า ว้าย…ว้าย…เพื่อนรักเราโชคดีเป็นบ้า”

แต่คนที่ถูกเรียกเมียอันดับห้ากลับหน้าเข้ม ไม่ชอบ

“แพรเกลียดคำนี้”

“ว้าย…ว้าย”

“เบาๆ หน่อยสิ”

“ก็ฉันตื่นเต้น ตื่นเต้น ไปไงมาไง มาจนจุดนี้ได้”

ไหมแพรกลับอยากร้องไห้

“พอ…พอเถอะ”

“แกโชคดีที่สุดเลยนะ ในโลกเลย คุณภีมทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งมีชื่อเสียง ชาติก่อนทำบุญอะไร ฉันอิจฉาแกว่ะ”

สินีแตะแขนอมร

“อย่าพูดมากเลย เห็นใจยัยแพรบ้าง หน้าตาอยากร้องไห้มากกว่าดีใจ”

“เป็นเมียคุณภีม อยากร้องไห้ทำไม”

“ไม่ได้รักนะ”

“เอาเงินไว้ก่อน”

“ใครจะเหมือนแกล่ะ อมร”

“เปลี่ยนเป็นอมรศรีคนนี้ได้ไหม ขอเป็นเมียอันดับห้าของคุณภีมเอง ฮิ ฮิ” ขำอยู่คนเดียวนั่นละ

ใครจะขำด้วย ขำไม่ออก

สินีหันมาพูดกับไหมแพร ทั้งที่ตัวเองก็ตื่นเต้นแทนเพื่อนว่า

“ข่าวลือออกมาแล้ว เพราะจะมีงานแต่ง ก็ต้องมีการเตรียมงานจากฝ่ายนั้นบ้างละ”

ไหมแพรโคลงศีรษะ

“แพรยังคิดว่าเป็นไปไม่ได้อยู่เลย”

“แต่ระดับคุณภีมมาด้วยตัวเองขนาดนี้แล้ว เห็นชัดๆ ว่าเขาแคร์นะ”

หล่อนเม้มริมฝีปาก

พูดไปก็อธิบายลำบาก เขาไม่อยากแต่ง เขาโกรธหล่อนด้วยซ้ำที่ทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย

และแล้วก่อนจะพูดอะไรที่ชวนอึดอัด พยาบาลกับบุรุษพยาบาลก็มาถึง จะมารับตัวยายสายบัวไปห้องผ่าตัด ไหมแพรจำต้องก้าวตามเข้าไป และภาพที่เห็นคือยายสายบัวจับมือภีมไว้และกล่าวว่า

“อย่าลืมที่รับปากฉันไว้ ให้เวลากับตัวเอง ให้เวลากับยัยแพร แล้วแกจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าและคู่ควร”

อมรกระซิบข้างหูสินีว่า

“ว่าที่หลานเขยดูจะสนิทกับยายสายบัวจังนะ

สินียักไหล่

“ก็ไม่รู้ว่าเป็นการสร้างภาพหรือเปล่า” ที่พูดเพราะเคยสัมผัสกับภีมมาเช่นเดียวกับไหมแพร และชื่อเสียงของภีมมีด้านไหนบ้าง รู้ๆ กันอยู่

เตียงเข็นร่างของหญิงชราไปที่ห้องผ่าตัด

หญิงชรามองเห็นคนมาส่ง มีทั้งไหมแพร สินี อมรและว่าที่หลานเขยภีม แต่ยังขาดวิทยา

“วิทล่ะ…วิท”

ไหมแพรรีบบอกยาย

“มาตอนเช้าทีหนึ่งแล้วค่ะ บอกว่าจะกลับมาทันก่อนยายผ่าตัด”

และวิทยาก็มาทันจริงๆ…วิ่งมาหายาย

“ยาย…ยาย…ฉันมาแล้ว”

“อย่าลืมนะวิท…มีอะไรปรึกษาน้อง อย่ากลับไปเล่นพนันอีก แล้วแกจะสบายชั่วชีวิต”

“จ้ะ…จ้ะ…ยาย” ตอนนี้ วินาทีนี้ อะไรๆ ก็รับปากได้หมดละ

“ยายจะได้เห็นพวกแกอีกหรือเปล่านี่” หญิงชราพึมพำ

“โอ๊ย…ยายพูดอะไร ได้สิ ได้”

“แพร…อย่าทิ้งวิทนะ ยายห่วงมัน” สั่งเสียกับหลานสาว รู้ว่าไหมแพรจะรักษาคำพูด

Don`t copy text!