เมียอันดับห้า บทที่ 33 : ไม่เข้าใจ

เมียอันดับห้า บทที่ 33 : ไม่เข้าใจ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 33 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไหมแพรตาโต

หล่อนควรเป็นฝ่ายโกรธและต่อว่าเขาที่เขาไม่อยู่ใกล้หล่อนในยามที่หล่อนหวาดหวั่น เขามาถึงก็กล่าวประโยคที่ไม่น่ารัก

ยังไม่ทันตอบโต้ คมกริชก็พูดอีก

“ไหนว่าไม่ชอบคุณภีม ไหนว่าเกลียดคุณภีม อยู่ๆ จะแต่งงานกับเขา แพรเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่บอกผม แพรเห็นผมเป็นตัวอะไร เป็นคนรักหรือเปล่า อย่านะ…ผมไม่เชื่อว่าเพราะเขารวยกว่า รวยชนิดที่ทำให้ผมอิจฉา ผมก็อยากมี แพร…ผมเจ็บปวดนะ แพรเป็นคนแบบนี้หรือ ที่จะแต่งงานเพราะเงิน”

พูดไปพูดมาก็เน้น…รวย…เน้น…เงิน

แต่งงานกับคนรวย

แต่งงานเพราะเงิน

ท่าทางคมกริชไม่พอใจ ไหมแพรก็เริ่มไม่พอใจ ที่ไม่พอใจเพราะมีคนมองอยู่…ภีมมองอยู่และฟังอยู่ ทำไมคมกริชถึงขาดสติเพียงนี้ เห็นแก่หน้าหล่อนบ้างสิ ทำไมถึงแสดงกิริยาออกมาด้วยอารมณ์น่าเกลียด

หญิงสาวโคลงศีรษะ มองผ่านคนรักไปด้านหลังเขา มันทำให้คมกริชสงสัยและรีบหันขวับ

ภีม…สินี?

อ้าว..ทำไมเพิ่งเห็น ทั้งที่เดินสวนกันแท้ๆ ตอนมาถึงเขามุ่งมั่นเป้าหมายไปทางคนรักเลย จะเดินผ่านใครก็หน้ามืดตามัวไม่ทันสังเกต

“คุณภีม”

ภีมเดินมาใกล้ผู้ช่วยหนุ่มและถามนุ่มๆ ว่า

“เพิ่งเลิกงานหรือ”

“เอ้อ…ผม”

“งานเยอะหรือ”

เขาไปทานข้าวกับอรฤดี…ทำให้มาสาย แต่ไม่ควรพูด จะกลายเป็นคนผิดไป

“ผมไปทำธุระมาก่อน”

“อืม…ธุระสำคัญนะ” น้ำเสียงเรียบเฉย

“เอ้อ…ก็…ก็…ครับ”

“ก็รู้ละนะว่าเป็นคนขยัน”

“ว่าแต่ทำไมคุณภีมอยู่ที่นี่ ไม่เข้าบริษัท” กลั้นใจถาม

“ไม่จำเป็นต้องตอบมั้ง” น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย

ไหมแพรพูดกับภีมว่า

“ขอบคุณอีกครั้งที่อยู่เป็นเพื่อนค่ะ ขอให้ฉันได้คุยกับคมตามลำพังนะคะ”

ภีมยักไหล่

“เรื่องของเธอ ฉันไม่อยากยุ่งมากหรอก”

กล่าวจบเขาก็ผละไปทันที สินีเองก็ต้องกลับเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอเพื่อน ได้แต่พูดว่า

“ไม่เป็นไรนะ”

“จ้ะ…แพรไม่เป็นไร เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ”

ไปกันแล้ว ยังดีที่พี่วิทยาไม่อยู่ เพราะขอตัวไปหาของกินและกลับบ้านเลย ถ้าพี่วิทอยู่อาจจะโวยวายกับคมกริช เพราะถามหาคมกริชหลายรอบจนหล่อนรำคาญ

และเมื่อเหลือแต่ไหมแพรกับคมกริช

เกือบสี่ทุ่มแล้ว จึงค่อนข้างเงียบและสงบ ทำให้คุยสะดวกและส่วนตัว คมกริชเริ่มต้นด้วยอารมณ์อีกตามเคย

“คุณภีมอยู่ก็ไม่บอก เขาเห็นผมเสียงดังกับแพร ผมไม่เคยเสียงดังกับใครเลยนะที่บริษัท ภาพพจน์ผมเสียหมด”

หญิงสาวสะกดกลั้นอารมณ์

“ใช่สิ…คมจะสุภาพเรียบร้อยตอนอยู่บริษัทและกับทุกคนยกเว้นแพรคนเดียว”

“เพราะผมสงสัย”

“แพรควรถามคมมากกว่า แพรรู้สึกโดดเดี่ยวมากขณะที่ยายเข้าห้องผ่าตัด แล้วคมอยู่ที่ไหน”

เขาชะงัก…อยู่กับอรฤดี แต่ก็พูดไม่ได้อีก

“ผมก็มีธุระของผม”

“ธุระของคม…ใช่…ใช่…ธุระคมต้องสำคัญกว่ายายเข้าห้องผ่าตัด” น้ำเสียงน้อยใจสุดๆ

คมกริชโคลงศีรษะ

“คือ..คือ…โอเค ผมอาจไม่อยู่ด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าคมคนนี้จะไม่ห่วงยาย”

“บางทีแพรก็ต้องการให้คมแสดงออกนะ”

“ผมก็มีงานของผมบ้างสิ”

“อีกแล้ว อ้างงาน”

“ผมมีธุระ” คมกริชยังคงเสียงดังกว่าปกติ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดในใจ ความผิดที่ไปทานอาหารกับอรฤดี แทนที่จะรีบมาโรงพยาบาล

“แพรยอมให้กับธุระคมก็ได้ ไม่อยากเถียง”

“ตอนนี้คมขอถามแพรละ กับคุณภีม ไอ้ที่ว่าแต่งงาน มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม”

“อาจจะจริง”

“ทำไมแพรไม่เคยพูด” เขาชะงัก ตกใจ

“คมมีเวลาให้แพรไหมล่ะ โทรไปหลายครั้งก็ไม่ว่างและไม่รับโทรศัพท์บ้าง”

“เอ้อ” จริงอย่างที่หล่อนพูด หลายวันมานี้เขามัวแต่ปลื้มอรฤดี ไปพบโลกใหม่ที่แปลกหูแปลกตา แปลกลิ้นจนละเลยคนรักของตนเอง

“แพรต้องการคนปรึกษา ต้องการคนพูดคุย ต้องการระบาย แต่แพรก็ไม่เจอคมเลย”

“ใครจะรู้ว่าแพรมีปัญหา”

“ไหนจะเรื่องยาย เรื่องพี่วิท และสุดท้ายเรื่องคุณภีม แพรอยากพูด…อยากปรึกษา”

“บอกตามตรง เรื่องพี่วิทผมก็เซ็งมานาน ก่อแต่เรื่อง ผมรำคาญไม่อยากพูด เรื่องยายของแพรผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ ผมไม่ใช่หมอ ให้หมอเป็นคนจัดการไป แต่เรื่องคุณภีม เกี่ยวกับผมโดยตรงเลย แต่งงาน…มันอะไรกัน งงไปหมด” เขายังใช้น้ำเสียงกระแทกๆ อยู่

ไหมแพรก็ไม่อยากจะทน จ้องมองคนรักอย่างผิดหวัง ยามต้องการคำปรึกษา ยามต้องการอ้อมแขนพักพิง เขาอยู่ไหน ทำไมปล่อยให้หล่อนโดดเดี่ยว เจ็บปวด

ยามนี้ยายยังไม่ได้สติเลย ไม่ถามอย่างห่วงหาอาทรให้หล่อนได้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง ไม่แสดงความห่วงใยจิตใจของหล่อน คำพูดของเขายังทำให้หล่อนเจ็บปวดมากขึ้น

“ใช่สินะ เรื่องพี่วิท คมรำคาญใจ เรื่องยาย คมก็ช่วยไม่ได้ แล้วจะเหลืออะไรล่ะ”

คมกริชโคลงศีรษะ

“แพร…อย่าหาเรื่องสิ เราต้องคุยเรื่องคุณภีม”

หญิงสาวยักไหล่

“เรื่องคุณภีมอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของแพร แพรทำตามที่ยายสั่ง”

“พวกคนแก่จัดการกันเองเหรอ”

“คนแก่ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตแพร…โดยเฉพาะยาย”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“ผู้ใหญ่จัดการ แพรต้องทำตาม ยายกับย่าคุณภีมตกลงกัน”

“แพรปฏิเสธได้ ถ้าอยากปฏิเสธ”

“อยากค่ะ…คม แต่แพรจำเป็น ชีวิตของยายสำคัญกว่าชีวิตแพรด้วยซ้ำ ถ้าแพรไม่ตกลงแต่งงาน ยายจะไม่ยอมผ่าตัด”

“แล้วทำไมพวกคนแก่ต้องมาวุ่นวายกับความรักของเราด้วย”

ไหมแพรทนจนยากจะทน

“รอถามยายสายบัวดีไหมคะ รอยายฟื้นก่อน”

ยาย…ยายยังไม่ฟื้นเลย หล่อนเริ่มตาแดงเรื่อ…อย่าร้องไห้ อย่าร้อง…ต้องบอกกับตัวเอง

คมกริชทำอะไรไม่ถูก

“ไม่นะ…ไม่เด็ดขาด แพรจะแต่งงานกับคุณภีมไม่ได้”

หญิงสาวแค่นหัวเราะ

“แพรต้องทำตามที่ยายสั่ง แต่ถ้ายายไม่สั่ง หรือยายอนุญาตเป็นอื่น แพรก็จะทำเช่นกัน”

“หมายความว่าอย่างไร”

“หมายความว่าแพรต้องแต่งภายในหนึ่งเดือน”

“ผมไม่ยอม”

เงียบกริบ…เงียบ

ไหมแพรเสียใจ

“มาพูดตอนนี้มีประโยชน์อะไร ตลอดเวลาทำไมคมไม่มาพูดกับยายเอง”

“ใครจะรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้”

“คงเพราะต้องเป็นไปอย่างที่ต้องเป็นละมัง”

“แพรไม่ยอมรับก็ได้นี่”

“บอกแล้วว่าต้องแลกกับชีวิตยาย ยายจะยอมผ่าตัด แพรทำได้ทุกอย่าง”

“เห็นแก่ตัวเองชัดๆ”

“คมว่าใคร”

ชายหนุ่มหน้ามืดแล้ว ตอบอย่างไม่ไว้หน้า

“ทั้งยาย ทั้งแพร”

หล่อนชะงัก

“เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วละ”

“ผมไม่ยอม…ไม่ยอม”

“ชีวิตเป็นของแพร”

“อ๋อ…อ๋อ…ใช่สิ…คุณภีมเป็นมหาเศรษฐี ชีวิตเป็นของแพร แน่ละ ร่ำรวย เมียอันดับห้า ใช่เลย สาวไฮโซคนต่อไปในวงสังคม ใช่เลย…ต่อไปพวกเราก็อยู่กันคนละโลกแล้ว เป็นเมียเจ้านาย เดินผ่านต้องยกมือไหว้ไหม”

หล่อนปล่อยให้คมกริชพูด…พูด…พูดออกมา ความในใจของคนที่ขาดสติ ถ้ามีสติเขาจะไม่พูดให้หล่อนต้องเจ็บปวด

“แพรจะแต่งงานกับคุณภีม”

หล่อนจะรักษาคำพูดและคำสัญญาต่อยาย ยกเว้นแต่ว่าภีมจะเป็นฝ่ายผิดสัจจะเอง จะยกเลิกเอง นั่นเป็นเหตุสุดวิสัยและหล่อนก็ต้องการเช่นนั้น

“บ้าที่สุด” คมกริชพูดคำหยาบออกมาคำหนึ่ง ทำให้ไหมแพรไม่พอใจ

“อย่านะ…คม…ในเมื่อคุยไม่รู้เรื่องก็อย่าคุย”

คมกริชหน้าเข้ม เขาจะทำอะไรได้ จึงทำท่าฮึดฮัดและผลุนผลันเดินจากไปทันที

ไหมแพรกลับบ้าน ดึกแล้ว…

อาหารเย็นยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่กลับไม่หิว มาถึงก็เห็นวิทยากำลังค้นหาอะไรกินในตู้เย็น

“กลับมาแล้วหรือ ยายฟื้นหรือยัง” วิทยาถามน้อง

“ยังเลย” ตอบสั้นๆ

“แกเป็นอะไร หน้าตาอย่างกับแบกโลกหนัก ยิ้มหน่อยสิวะ เรากำลังจะสบายแล้ว เรากำลังจะรวยแล้ว” วิทยาพูดอย่างดีใจ ปกปิดไม่ปิดด้วยดวงตาระยิบระยับทั้งที่ใบหน้าบวมปูด ร่องรอยถูกทำร้ายยังชัดเจน

ไหมแพรโคลงศีรษะ

“ตอนนี้ไม่เจ็บแผลแล้วหรือ”

วิทยาเบ้ปาก

“ก็มีบ้าง เจ็บทั้งตัว ถูกซ้อมมาหยกๆ”

“อืม…พี่วิทชอบติดหนี้ ชอบกู้เงินกับพวกนักเลง แล้วก็หนี…แล้วถูกจับได้ ถูกซ้อม มาโรงพยาบาล ยังไม่ทันข้ามวันก็หนีอีก ถูกจับอีก ถูกซ้อมอีก จนทำให้คุณภีมไปจ่ายหนี้ให้แทนตั้งสองล้าน พี่วิทเข็ดบ้างไหม”

วิทยาทำหน้าบูดเบี้ยว และบิดตัวไปมา

“มันก็เข็ดละนะ มันเจ็บไปทั้งตัว”

“ตอนนี้น่าจะเลิกได้แล้ว”

พี่ชายโบกมือ

“เลิกสิวะ…เลิก จะได้ทำมาหากินเสียที ว่าแต่ว่ามาถึงจุดนี้ก็คุ้มค่า คุ้มความเจ็บตัว แกมีเงินเยอะ แถมยังจะแต่งงานกับมหาเศรษฐี อย่างไรก็อย่าลืมพี่คนนี้ เอ้อ…โอนมาบัญชีฉันสักล้านสองล้าน พอให้อุ่นใจบ้างได้ไหมวะ”

“เงินอีกแล้ว”

“ก็…คนเรามันต้องมีไว้อุ่นๆ ไงล่ะ”

“มีเงินก็จะไปเล่นอีก”

“ไม่…ไม่…ไม่แน่นอน ฉันรับรอง”

“แพรต้องจัดการเรื่องซื้อตึกให้พี่วิทก่อน เปิดร้านก่อน”

“ใช่…ใช่…เรื่องนั้นก็ทำไป แต่เรื่องเงิน ขอเถอะ…ขอดื้อๆ เลย ขอนะ…สักสองล้าน”

หล่อนโคลงศีรษะ

“พูดทีเป็นล้าน”

“เพราะแกมีเยอะ”

“เป็นเงินของยาย เป็นหลักประกันของยาย ยายยังไม่ฟื้น พี่วิทก็พูดแต่เรื่องเงิน”

วิทยายอมรับตรงๆ และพูดไปก็ยกมือไหว้ไป

“จะว่าอย่างไรฉันรับได้ เราเป็นพี่น้องกันนะ และยายก็ฝากให้แกดูแลฉัน ฉันพูดอย่างไม่อาย อ้างคำพูดยายก็ได้ อย่าให้ยายต้องกังวลสิ โอนมาแค่สองล้าน มาให้ฉันอุ่นใจ นะ…แพร ไหว้ละ ขอเลย”

“ไม่ต้องมาไหว้แพร ก็ได้ จะโอนให้พรุ่งนี้ แต่อย่าใช้ในทางเดิมๆ ผิดๆ อีกล่ะ พี่วิทต้องเก็บไว้สำรอง ไว้ทำทุน ให้มันเพิ่มพูนมากขึ้น”

หล่อนพูดไปก็เริ่มเสียงเครือ คิดถึงยายมาก

“เพราะยายหรอกนะ เพราะยาย ลำพังแพรคงไม่มีเงินมาให้พี่วิทมากขนาดนี้”

“เออ…ยายแสนดี แกโชคดี ฉันก็โชคดี แต่สุดท้าย แกโชคดีที่สุด ได้แต่งงานกับคุณภีม สบายไปทั้งชาติเลย”

 

Don`t copy text!