เมียอันดับห้า บทที่ 36 : ไม่เกินสามเดือนแน่นอน

เมียอันดับห้า บทที่ 36 : ไม่เกินสามเดือนแน่นอน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 36 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไหมแพรเลิกคิ้ว ข่าวของหล่อนกับภีมไปไกลแล้ว และหล่อนก็ไม่จำเป็นต้องปกปิด

“ค่ะ ฉันเอง ว่าที่ภรรยาใหม่คุณภีม”

คำว่าภรรยาคนใหม่ดูจะดีกว่าภรรยาอันดับห้า สำหรับไหมแพรว่าดีกว่า และสุดจะหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ทั้งนั้นหล่อนเคยนึกดูถูกและสมเพชเขา แต่ตัวเองกลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตภีมที่แสนรังเกียจ

“ยินดีด้วยนะ” พรวิไลพูดยิ้มๆ

ไหมแพรเลิกคิ้ว…งง อ้าว นึกว่าจะมาป่วนหล่อน กลับพูดดีซะงั้น

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

แต่ยังสงสัย เพราะปากว่ายินดี…แต่แววตามีแววเป็นศัตรูและชิงชัง

“คุณภีมขา…วิคิดถึงเหลือเกิน วิมาอุดหนุนโรงแรมของคุณค่ะ” กล่าวกับภีมเสียงหวาน

“โรงแรมมีหุ้นหลายคนครับ”

“แต่ก็ยังดีนะคะ วิมาเพื่อระลึกถึงความหลังของเรา”

สองคนคุยกัน ไหมแพรจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ ให้พวกเขาได้ระลึกถึงความหลังกันตามลำพัง

พอออกจากห้องน้ำ ก็เห็นพรวิไลรออยู่แล้ว

“นักข่าวที่ลงข่าวฉาวของฉันประจำ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเธอที่ได้แต่งงานกับคุณภีม ฉันไม่เชื่อจริงๆว่าเธอจะมีบุญพาวาสนาส่งขนาดนี้ ดู…ดูการแต่งตัว ธรรมดาจะตาย แบรนด์เนมแน่ะ แบรนด์เนมดังๆ รู้จักแต่งตัวไหม จะเป็นเมียคุณภีมแล้ว แต่งตัวให้เกียรติสามีตัวเองบ้างสิ”

พอลับหลังภีม พรวิไลก็แสดงตัวตนจริงๆ ออกมา ทั้งคำพูด ทั้งแววตา ทั้งท่าทางกิริยาก็แสดงออกว่าไม่ชอบไหมแพรขนาดไหน

แรงมาก็แรงไป ไหมแพรตอบโต้ว่า

“เรื่องให้เกียรติสามี ต่อไปฉันต้องเรียนรู้ค่ะ ว่าแต่คุณเถอะ ตอนคุณเป็นภรรยาคุณภีม คุณให้เกียรติเขามากแค่ไหน กับข่าวว่าแอบคบดาราหนุ่มไงคะ”

พรวิไลเบิกตากว้าง ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ข่าวผิดๆ”

“แต่คุณภีมก็จับได้จังๆ นะคะ”

“เธอ…เข้าใจผิด”

“แล้วก็ต้องหย่า”

“เพราะฉันเกรงใจคุณภีม”

“ถ้าไม่จริงคุณคงไม่ยอมหย่าหรอก”

พรวิไลทั้งอึดอัดทั้งไม่พอใจ

“ไม่…ไม่…ฉันคงไม่ยอมหยา หย่าให้โง่หรือ อย่างคุณภีมจะหาที่ไหนได้ แต่ฉันรำคาญพวกข่าวคาว  เอ้อ คุณย่ากับคุณแม่ที่เชื่อข่าวคาวมากกว่าเชื่อฉัน ฉันยอมหย่าเพราะผู้ใหญ่มากกว่า พอทีเถอะ เลิกพูดเรื่องข่าวคาวของฉัน ฉันกำลังพูดถึงเธอ”

“ถ้าคุณพูดเรื่องจริง เรื่องดี ฉันก็คงไม่ต้องพูดถึงอดีตของคุณ”

“เชอะ เมียอันดับห้า ไม่เลวเลยนะ กล้ามาก คนอย่างเธอเก่งจริงหรือเปล่า เธอก็แค่สะใภ้คลุมถุงชนที่ผู้ใหญ่จัดการให้ ไม่มีความรักเป็นพื้นฐานให้มั่นคง จะอยู่ได้นานสักกี่น้ำ”

“อย่าห่วงอนาคตของฉันกับคุณภีมเลยค่ะ เราต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง”

“ไม่ได้…ต้องห่วง” พรวิไลแกล้งลากเสียงยาว “ห่วงสิ เพราะเมียแต่ละคนของคุณภีมอย่างเก่งก็ปีกว่า แต่เธอ…” หล่อนหัวเราะเยาะ “กี่วันดี…สารรูปไม่ใช่เลย ดูการแต่งตัวธรรมดาแท้ๆ ดีแค่หน้าตาสะสวยหน่อย แต่เมียของคุณภีมก็สวยทุกคนละนะ กี่วันดี…จะรอดกี่วัน…กี่วัน…เอ้า…ให้สักสามเดือนเป็นไง” หัวเราะเสียงดังขึ้น พูดกลั้วเสียงขำๆ “สักสามเดือน ถ้าเกินสามเดือน ฉัน…พรวิไลยอมยกมือไหว้สวยๆ เลย”

ไหมแพรหน้าชา กำมือแน่น

“งั้นฉันก็ต้องอยู่กับคุณภีมให้ครบสามเดือนกับหนึ่งวัน” ไหมแพรเชิดหน้าอย่างท้าทาย

“เหรอ…กาปฏิทินเลยนะ หลังแต่งงาน คนอย่างคุณภีมไม่ง่ายนักหรอกเรื่องเมีย”

พรวิไลมองไหมแพรอย่างดูถูก

มองไหมแพรแล้วมองตัวเอง ไหมแพรสวยก็จริง แต่ไม่แต่งหน้าเท่าไร ดูแล้วจืดชืด การแต่งตัวก็แสนจะธรรมดา ชาวบ้านๆ หล่อนสิเป็นดาราดัง สดสวย แต่งหน้าเข้ม เสื้อผ้าอาภรณ์เลิศหรู เหมาะกับภีมมากกว่าเห็นๆ

แต่…ก็ต้องหย่า

กับ…เจ้าหล่อน กำลังจะเริ่มต้น ยอมรับว่าอิจฉาริษยา

ไหมแพร…สด…มาก…ใหม่…และกำลังจะเป็นเมียคนที่ห้าของภีม

จะทำอะไรได้ ได้แต่กดด้วยวาจาอย่างสาแก่ใจ

“โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งไม่ไหว คลุมถุงชนแบบไม่ดูเลยว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ มองไม่เห็นภาพเลยว่าคุณภีมจะควงผู้หญิงอย่างเธอ ดูไม่ได้เลย เห็นแล้วเศร้าใจ สมเพช”

“พอได้แล้วค่ะคุณพรวิไล ฉันไม่ใช่แฟนคลับคุณ และถ้าแฟนๆ ของคุณมาได้ยินคุณพูดแบบนี้ คงจะหมดศรัทธาในตัวคุณ อย่าทำให้ตัวเองด้อยค่าด้วยคำพูดของตัวเองเลยนะคะ”

ไหมแพรทำธุระของตัวเองแล้วจึงเดินออกมา กลับมาที่โต๊ะอาหาร

ภีมคอยสังเกตหญิงสาว

“ทำไม อาหารไม่อร่อยหรือ”

“ข้าวผัดก็โอเคค่ะ จานตั้งหลายร้อย ข้างนอกถ้ากุ้งตัวโตๆ แบบนี้อย่างแพงก็แปดสิบ ให้เลยแปดสิบค่ะ ไม่เกินร้อย”

เขาหัวเราะ โคลงศีรษะ

“ไว้เธอทำขายเองแล้วกัน”

“มีทำเลก็อยากขายค่ะ”

“พูดเหมือนทำอาหารเป็น”

“อยู่กับยายทำเป็น เพราะยายขายข้าวแกง เลยทำเป็นหลายอย่างค่ะ”

“จะรอชิม”

“คุณมีแม่บ้านอยู่แล้ว”

“จะเพิ่มแม่บ้านทำอาหารอีกคน คงไม่เป็นไร”

“เดี๋ยว…เดี๋ยวนะคะ จะให้ฉันเป็นแม่บ้านทำอาหาร เป็นแม่ครัวหรือคะ”

“ให้เป็นแม่ครัวดีแค่ไหน”

หล่อนตาโต

“งั้นก็ไม่ต้องแต่งงาน ฉันยอมไปเป็นแม่ครัวให้เลย”

“แล้วคุณย่ายอมหรือ ยายเธอยอมหรือ เธอรับปากใครไว้”

“สัจจะ…ต้องมีสัจจะ รับปากแล้วต้องทำให้ได้ จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูก แม้แต่อดีตเมียๆ ของคุณที่ดูถูกฉัน”

เขาเลิกคิ้ว เดาได้ไม่ยาก

“เธอคุยอะไรกับยัยวิหรือ วิดูถูกอะไรหรือ”

“เจอคุณวิในห้องน้ำ” ไหมแพรเปิดเผย หัวเราะเสียงแปร่งๆ “เราต้องแต่งงานกันจริงๆ ฉันก็ขอนะคะ ให้เกินสามเดือนสักวันก็ยังดี เพราะฉันพนันกับคุณพรวิไลไว้ เธอว่าฉันกับคุณแต่งงานได้ไม่เกินสามเดือน”

ภีมเงียบ จ้องหน้าหล่อน

ไหมแพรเลิกคิ้ว

“ฉันพูดอะไรผิดหรือคะ”

“เธอขอสามเดือนเพราะพนันกับวิ เธอบอกฉันตรงๆ”

“หรืออยากให้ฉันปกปิด พูดไม่จริงกับคุณล่ะ”

“เรื่องของวันนี้ เป็นวันนี้ เรื่องของอนาคต ฉันรับปากไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ได้พนันอะไรกับพวกเธอด้วย”

ไหมแพรเม้มริมฝีปาก หล่อนพลาดหรือที่บอกความจริงกับเขา

“ค่ะ…เรื่องอนาคตเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“ที่แน่ๆ ตั้งแต่นี้ไป เธอคงไม่ได้อยู่อย่างสงบเหมือนเดิม หนึ่งเดือนกับการเตรียมงานแต่งงาน ฉันมีบริษัทช่วยจัดงาน ฉันไม่เหนื่อย แต่ว่า…เธอ…ว่าที่เจ้าสาวจะเป็นอย่างไรก็เตรียมรับมือไว้”

“ที่เรามาทานอาหาร เพราะมาทำความรู้จักกันหรือคะ”

“แล้วไง หรือเธอว่าไม่ใช่”

ในระหว่างนั้น ดูเหมือนภีมจะเป็นที่รู้จัก เพราะมีคนบางคนที่ผ่านเข้ามาและมาทักทายกับภีม มีคนหนึ่งที่ทักทายแล้วไปทันทีไม่มองหน้าไหมแพร แต่มีอีกคนที่มองหน้าไหมแพรด้วย ภีมจึงแนะนำ

“คุณไหมแพร ว่าที่ภรรยาของผมครับ”

ใช่แล้ว…เขาจะต้องแต่งงาน และข่าวของเขาก็ไปไกลเกินจะปิด

คนรู้จักของภีมกล่าวกับไหมแพรว่า

“ยินดีด้วยครับ”

พูดเสร็จแล้วผละไป โดยบอกว่าไม่รบกวนภีมกับหล่อน

หญิงสาวรับแทบไม่ทัน

ว่าที่ภรรยาของผม…ไหมแพร…ไหมแพรได้ยินแล้วนะ หล่อนจะเป็นภรรยาของเขา หลีกหนีอย่างไรก็ไม่พ้น มันฟังแล้วแปลกๆ ที่ต้องแต่งกับชายแปลกหน้าคนนี้

ภีมพูดกับไหมแพรว่า

“เธอยังต้องเรียนรู้อีกมาก นี่แค่เริ่มต้น”

“ค่ะ…ต้องเรียนรู้…ต่อไป…”

ไหมแพรมองหน้ายาย…หล่อนเฝ้ามองมาตั้งแต่เย็นจนค่ำ

ผ่านมาแล้วสองวัน…ยายก็ยังไม่ฟื้น

สินีกับอมรมาเยี่ยมยายและเพิ่งกลับไป คนต่อมาที่ก้าวเข้ามาคือคมกริช

“เราต้องคุยกัน” คมกริชมาอย่างสงบจิตสงบใจ อย่างพยายามจะนิ่ง

“ถ้าไม่ใช้อารมณ์ เราก็คุยกันได้”

“ขอร้องนะ…แพร…อย่าแต่งงานกับคุณภีม อย่าแต่ง ผมทนไม่ได้ ผมทนเห็นคุณแต่งงานไม่ได้”

หญิงสาวโคลงศีรษะ

“เรากลับมาจุดเดิมที่ต้องพูดกันอีก ถ้ายายฟื้นและยายยอม แพรก็ยินดีเลย แต่นี่แพรต้องรักษาสัจจะกับยาย ถึงยายไม่รู้ตัว แพรก็ต้องแต่ง”

“เอาแต่ยืนยันจะแต่ง…แต่ง แต่ง แต่ง แล้วเราจะคุยกันได้อย่างไร มัวแต่อยากแต่งงานกับคนรวย”

“แค่เริ่มต้นเราก็พูดไม่รู้เรื่องแล้ว เพราะแพรต้องแต่ง โดยคำสั่งยาย ยายยอมผ่าตัดเพราะแพรรับปากยาย แต่คมกำลังพูดดูถูกแพร ไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากคมว่าแพรอยากแต่งงานกับคนรวย” ไหมแพรพยายามระงับอารมณ์ คิดว่าอย่างไรก็ต้องคุยกันอีกครั้ง และรู้ว่าต่างก็เสียใจ

“ผมไม่ยอม”

“เราเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน แพรรู้ว่าครั้งนี้แพรผิดที่ขอเลิกกับคม แต่ขอให้รู้ว่าแพรต้องทำทุกอย่างเพื่อยายของแพร แพรต้องพูดขอโทษคมอีกครั้ง เพราะแพรเลือกจะเชื่อฟังครอบครัว เราเลิกกันด้วยดีนะ…คม เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ” หล่อนพยายามพูดและชี้แจง

จาก ‘คนรัก’ เป็น ‘เพื่อน’ เพื่อ ‘มิตรภาพ’ น่าจะเป็นทางออกที่สวยงาม แม้ต้องเจ็บปวด

“แล้ว…แล้วผมต้องยอมใช่ไหม ยอมให้แพรไปมีความสุข โดยที่ผมต้องทนทุกข์คนเดียว”

หญิงสาวโคลงศีรษะ

“แพรไม่แน่ใจว่าตัวแพรจะมีความสุข แต่งกับคนแปลกหน้าที่แพรมีความรู้สึกติดลบกับเขา ไม่ชอบเขา แพรต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตของแพรแลกกับ…แลกกับ…อนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การไม่รู้…การที่ต้องเสี่ยง ทำให้ทรมาน ทรมานใจมาก จะหาคนเข้าใจก็ยาก คมยังพูดทำร้ายจิตใจแพร หรือแม้แต่เพื่อนกัน คมก็ทำให้แพรสบายใจไม่ได้”

คมกริชเองก็ส่ายศีรษะ เอาแต่ส่ายศีรษะ

“ไม่เข้าใจ…ไม่เข้าใจ”

“ขอนะ…คม…ขอให้เราพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ขอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแพรจะไม่พูดอีก จะไม่ฟังคมแล้ว แพรต้องเดินหน้า ตัวคมเองก็ต้องเดินหน้า”

“สุดท้ายก็ไม่มีเยื่อใยกัน”

“ขอโทษ…ขอโทษคม” ต้องขอโทษอีกกี่ครั้ง หลังจากเคยพูดกันนับครั้งไม่ถ้วน

 

ทางบ้านสุททินพงษ์ก็วุ่นวายกับการเตรียมงานแต่งงาน โดยมีย่าฉวีเป็นจุดรวมแบ่งงานกันไป

ท่านจ้างบริษัทจัดงานให้จัดแทนทุกอย่าง บัตรเชิญให้พิมพ์แค่สองร้อยใบ ของชำร่วยก็เตรียมสี่ร้อยชิ้น ส่วนชุดเช้าหมั้นและเย็นแต่ง ก็รวมให้อยู่วันเดียวกัน มีแค่สองชุดก็พอ

ภีมเป็นเจ้าบ่าว เป็นผู้ชายและผ่านงานแต่งงานมาหลายครั้งแล้ว จึงเรียบเฉย ชุดหรือ…เขามีแบรนด์ มีช่างตัดประจำตัวอยู่แล้ว สั่งได้ทันเวลา

ชุดของไหมแพร…คุณย่าฉวีกำลังลังเลว่าจะให้ใครจัดการ

อรฤดีอาสาว่า

“อรจัดการเองค่ะ จะไปให้คุณแพรเลือกชุด อรอาสานะคะ”

คุณวรรณกล่าวห้ามหลานสาว

“ยัยอรจะไปวุ่นวายด้วยทำไมล่ะ ให้เจ้าหล่อนเลือกของหล่อนเองสิ”

“เพราะอรรู้จักร้านหรูนะคะ อรก็อยากเห็นคุณไหมแพรเป็นเจ้าสาวพี่ภีมสวยเด่น เหมาะกับพี่ชายของอร”

คุณย่าฉวีเห็นด้วย

“ตกลงว่าย่าเห็นด้วยกับอร เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ถึงวันนั้นแค่แต่งตัวมางานก็พอ”

“เออ…เป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่สบายที่สุดเลย ไม่ต้องเหนื่อย” คุณวรรณว่า

แล้วแม่วรรณก็ต้องช่วยประสานกับบริษัทจัดงาน ว่าในงานต้องการแบบไหน เรื่องอาหารแม่คุยกับผู้จัดการโรงแรมของเราได้ ดูๆ ไปก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ถ้าเราจะจัดแบบเรียบง่ายที่สุด”

คุณวรรณโคลงศีรษะ พูดเบาๆ ว่า

“เรียบง่ายที่สุด และอาจหย่าร้างเร็วที่สุดด้วย แบบนี้ไม่น่าต้องจดทะเบียนสมรสให้ยุ่งยากเลยค่ะ”

“เรียบง่ายแต่ต้องถูกต้อง งานเล็กๆ ไม่สำคัญเท่าทะเบียนสมรสหรอกนะ แม่นัดหมายให้มาจดทะเบียนที่โรงแรมแล้ว ไม่มีอะไรยุ่งยากสักนิด ไหมแพรต้องมาใช้นามสกุลเรา แทน…” แล้วหยุดพูด แทนยายสายบัวที่ควรเป็นเจ้าของนามสกุลสุททินพงษ์

สายบัวจึงให้หลานสาวมาแทน…อดีต เพราะฉะนั้นต้องจดทะเบียน

“แล้วเกิดเธอไม่ยอมหย่าล่ะคะคุณแม่ ภีมไม่แย่หรือ”

ย่าฉวีบุ้ยปากไปทางหลานชาย

“ให้ภีมตอบแทนดีกว่ามั้ง”

ภีมรับฟังอยู่ตลอดจึงกล่าวว่า

“อย่าเพิ่งกังวลถึงจุดนั้นเลยครับ คนเราถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ได้อยู่ดีครับ ผมมีวิธีจัดการของผมครับ”

Don`t copy text!