เมียอันดับห้า บทที่ 46 : วันถ่ายภาพ

เมียอันดับห้า บทที่ 46 : วันถ่ายภาพ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 46 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

อรฤดีก้าวขึ้นบ้าน เรือนหลังเล็กที่ปลูกอยู่ไม่ไกลจากเรือนใหญ่ที่ครอบครัวสุททินพงษ์เมตาให้หล่อนกับพ่ออาศัย

แล้วก็มีเสียงทักดังขึ้น

“หมู่นี้กลับบ้านดึกทุกคืนนะ”

อรฤดีเพิ่งเห็นบิดา

“พ่อยังไม่นอนหรือคะ”

“เพราะยังไม่นอนถึงรู้ว่าแกกลับบ้านดึก”

“เอ้อ…ก็ไปกินข้าวกับเพื่อนค่ะ”

“เพื่อนคนไหน”

“เพื่อนนักเรียนเก่าน่ะค่ะ”

“แกจะอ้างชื่อใครล่ะ เพื่อนสนิทๆของแกมีน้อย พ่อรู้จักทุกคน แต่ละคนก็ไม่ชอบออกจากบ้านเท่าไร เหมือนกับแกเลย แต่ระยะนี้แกชักจะเหลวไหล”

“พ่อคะ…อรโตแล้วนะ”

“ลูกสาวโตแล้ว พูดไม่ได้แล้ว ถามก็โกหก”

“อรรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรนะคะ”

“จะทำอะไรให้คิดถึงอนาคตของแกด้วย จะเลือกคบผู้ชายก็ควรเลือกให้สมฐานะหน่อย ชีวิตทั้งชีวิตของแกทั้งคนนะ”

“ค่ะ พ่อ”

“ใช้สมองเลือก อย่าใช้อารมณ์เลือก”

“พ่อคะ ให้อรอิสระได้ไหม”

“แกไม่ทันคน รู้ไหม คนสมัยนี้น่ากลัว โดยเฉพาะพวกผู้ชาย พ่อเป็นผู้ชาย พ่อรู้ พ่อมีฐานะเป็นญาติห่างๆพี่วรรณ ยังถือว่าพอมีหน้ามีตาบ้าง แกเป็นหลานรักป้าวรรณ ป้าวรรณรักเหมือนลูกสาว ฐานะแกใช่ย่อยนะ ผู้ชายจ้องจะจับเพื่อผลประโยชน์ อย่าโง่สิ”

อรฤดีถอนใจยาว

“พ่อเห็นอรโง่มากหรือคะ”

“ลูกของพ่อกำลังหลง”

“หลง”

“ยอมรับเถอะ กับนายคมกริช แกจะสนิทสนมมากเกินไป พ่อขอเตือนลูกนะ อย่าสนิทสนมกับเขาอีก”

“แต่ว่า”

“นายคนนี้ดูแล้วร้ายกาจนะ”

“พ่ออคติ”

“แกต้องเชื่อพ่อ”

“อรไม่โง่หรอกนะคะ”

ประมวลแค่นหัวเราะ

“ลูกของพ่อคนนี้ตาบอดด้วยละ”

“พ่อคะ อย่าว่าอรเลย อรรู้ตัวว่าทำอะไร” หล่อนเน้น

“พ่อล่ามแกไว้กับบ้านไม่ได้ แต่ถ้าแกเชื่อพ่อ แกต้องอย่ายุ่งเกี่ยวกับนายคมกริชนั่น”

“ค่ะ…ค่ะ..พ่อ อรเหนื่อยจังเลย อยากพักผ่อนแล้วค่ะ” รับปากส่งเดช

 

คมกริชไม่มีใจทำงานเท่าไรนัก

วันๆพบแต่หน้าภีม…ภีมและภีม คนที่แย่งคนรักของเขา เขาไม่สามารถต่อต้านหรือแสดงอารมณ์ต่อภีม ความที่เก็บกดมากๆ ทำให้เขามักทำงานผิดพลาด จนถูกอุบลตำหนิ

เมื่อต้องกลับบ้านก็เจอบัญชาต่อว่า ที่ทำให้อรฤดีต้องลำบากมาส่งเกือบทุกคืนในสภาพเมามาย

ทั้งบ้านทั้งที่ทำงานไม่ใช่สถานที่ที่เขาอยากอยู่ แต่อย่างไรก็หนีไม่พ้น โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงจะพบเจ้านาย แต่วันนี้หลีกไม่พ้นต้องนำเอกสารไปให้เซ็น

อุบล…เลขารุ่นพี่มัวแต่ยุ่งกับการติดต่อลูกค้า

ปกติคมกริชจะให้อรฤดีช่วยนำเอกสารไปเซ็นแทน วันนี้อรฤดีก็ยุ่งกับงานจนไม่หันมามองเขาเลย

คมกริชจำต้องยกแฟ้มเข้ามาในห้องภีม

เจ้านายหนุ่มเซ็นเอกสารในแฟ้มอย่างรวดเร็ว จนครบทุกหน้าแล้วเลยมองคนที่เข้ามา

จังหวะที่คมกริชกำลังจ้องมองภีมด้วยสายตาดุดัน โกรธ

สบตาพอดี คมกริชปรับสายตาไม่ทัน และภีมก็พูดขึ้น

“มีปัญหาก็พูดออกมา แสดงด้วยสายตามันเก็บกดอยู่นะ อยากพูดอะไรพูดเลย ผมเป็นคนง่ายๆสบายๆ”

ใครจะพูดออกล่ะ เจ้านายจ่ายเงินเดือนแท้ๆ

“ไม่ครับ”

“ผมให้พูดก็พูดสิ เดี๋ยวจะหาว่าเจ้านายรังแกลูกน้อง”

“ผมว่าไม่พูดมันจะง่ายกว่า”

“แต่สายตาคุณมีเรื่องต้องพูดมากมาย”

“ผมขอเก็บไว้ครับ”

“ตามใจนะถ้าอยากจะเก็บ ลำบากใจหรือเปล่าที่ต้องทำงาน”

คมกริชชะงัก ถามแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เขาต้องตกงานง่ายๆหรือ ภีมกล้าไล่ออกเพราะผู้หญิงหรือ

ความรักกับงานต่างสำคัญ

“ผมทำได้ครับ” กัดฟันตอบ

“งั้นต้องทำใจให้ได้ว่า ต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน”

“ผมแยกได้”

“ยังไม่แต่งงาน ไหมแพรก็ยังอิสระ แต่หลังแต่งงาน หวังว่าคุณจะวางตัวให้ถูกต้อง เหมาะสมและสง่างาม”

“ครับ” ยากเย็นกว่าจะพูดคำนี้ หากดวงตายังแข็งกร้าว

 

อรฤดีเร่งภีมตั้งแต่ทานอาหารเช้า

“วันนี้ต้องไปถ่ายรูปแต่งงานนะคะ อาทิตย์หน้าแล้วนะคะ พี่ภีมยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย”

“จำเป็นหรือ” ภีมถามเสียงเย็นๆ

“ต้องมีรูปหน้างานค่ะ ทางบริษัทจัดงานปวดหัวกับเรามากเลยค่ะ ไม่พร้อมสักอย่าง อะไรที่อรทำได้ก็ทำให้ทุกอย่างแล้ว แต่ให้ถ่ายรูปแทนคงทำไม่ได้นะคะ เป็นเจ้าบ่าวแทนไม่ได้ค่ะ” พูดประชดญาติผู้พี่อย่างเหน็ดเหนื่อยใจ

“เสียเวลา”

“ทำให้ถูกต้องเถอะค่ะ ไม่งั้นอรจะไปฟ้องคุณย่า”

ภีมหัวเราะ

“ร้ายนักนะเรา เอาคุณย่ามาขู่”

“รีบไปเถอะค่ะ ป่านนี้คุณแพรรอนานแล้ว”

อรฤดีโทรบอกไหมแพร นัดแนะวันนี้เวลาเช้าสิบโมง และขณะนี้ก็สิบโมงแล้ว กว่าภีมจะทำตัวให้ว่าง

อรฤดีนั่งรถไปกับภีม จนมาถึงสตูดิโอถ่ายภาพก็เกือบเที่ยงแล้ว เลยว่านัดเกือบสองชั่วโมง หล่อนเร่งญาติผู้พี่และบ่นเกือบตลอดทางว่ามาสาย

“ดูสิคะ ต้องให้คุณแพรรออีกแล้ว”

แต่…เมื่อมาถึงกลับพบว่าไหมแพรยังไม่มา ภีมจึงตั้งคำถามกับอรฤดี ย้อนคำพูดเจ้าหล่อนว่า

“ไหนล่ะ ว่าที่เจ้าสาวตัวดี ป่านนี้คงรอนานแล้ว ต้องให้คุณแพรเธอรออีกแล้ว ไหนล่ะ”

อรฤดีหน้าเสีย เป็นไปได้อย่างไร เพราะไหมแพรไม่เคยมาสาย ตรงเวลานัดเสมอ มาก่อนเวลาด้วยซ้ำ และไม่ชอบให้ใครไปรับ เธอจะขอมาเอง ไม่สร้างปัญหาและภาระทั้งสิ้น หล่อนมีความรู้สึกดีๆต่อไหมแพรเสมอ

“ก็…ก็…เธออาจติดธุระ” ตอบเสียงอ่อยๆ

พนักงานที่ร้านสตูดิโอเข้ามารายงานว่า

“คุณแพรเธอโทรมาขอเลื่อนนัดจากสิบโมงเช้าเป็นเที่ยงค่ะ”

อรฤดีจึงหันมาพูดกับญาติผู้พี่น้ำเสียงดีขึ้นว่า

“เห็นไหม คุณแพรเธอมีความรับผิดชอบ”

“โทรบอกร้าน แต่ไม่โทรบอกเธอ”

“เอ้อ” อรฤดีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมองและอุทาน “ตายแล้ว เธอโทรมาค่ะ แต่อรไม่ได้รับสาย อรเพิ่งเปิดเครื่อง เธอฝากข้อความทางไลน์ไว้ค่ะ นี่…นี่…อยู่ในเครื่องค่ะ”

พูดยังไม่ทันจบ ไหมแพรก็รีบร้อนเข้ามา และพบว่าทั้งภีมและอรฤดีรออยู่ก่อน

“โทษค่ะ…ขอโทษค่ะ รีบที่สุดแล้วค่ะ”

“เธอไปทำอะไรมา” ภีมถามห้วนๆ ใบหน้าไม่พอใจ แต่อรฤดีก็ไม่รอให้ไหมแพรตอบ กลับพูดว่า

“รีบๆไปแต่งตัวกันก่อนนะคะ จะได้มีเวลาถ่ายรูปนานหน่อย ค่อยคุยกันทีหลังนะคะ”

ขืนคุยกันตอนพี่ภีมอารมณ์ไม่ดี เผลอๆอาจะไม่มีงานถ่ายรูปวันนี้และถ้าไม่ถ่ายรูป จะมีรูปหน้างานอย่างไรล่ะ สำคัญมากทีเดียว

ไหมแพรต้องใช้เวลาแต่งหน้าทำผมมากกว่าภีม ทำให้ภีมรู้สึกอึดอัด แต่ยังดีที่เขาใช้เวลาดูงานจากโทรศัพท์มือถือฆ่าเวลา

อรฤดีเร่งช่างแต่งหน้าและคุยกับไหมแพร จนได้รู้เหตุผลว่าทำไมเธอมาสายกว่าสองชั่วโมง

ไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาล เพราะยายสายบัวมีปฏิกิริยาบางอย่างที่เหมือนจะรู้ตัวแล้ว ทำให้หล่อนต้องอยู่รอคอยอย่างมีความหวัง

“แต่สุดท้าย ยายก็ยังไม่รู้สึกตัว”

“อย่างไรก็ยังดีนะคะ มีความหวังแล้วนะคะ ยายอาจจะฟื้นก่อนวันแต่งคุณแพรก็ได้”

“อาทิตย์เดียว…อยากให้ยายรู้ว่าแพรรักษาสัญญากับยายแล้ว”

“ยายต้องรับรู้ค่ะ คุณแพรกตัญญู คุณแพรต้องสมหวัง”

“แต่งงานครั้งนี้ แพรเหมือนสิ้นหวัง”

“คุณแพรด่วนสรุปเกินไป จริงๆแล้วพี่ภีมเป็นคนดีนะคะ รักจริง รักแบบลูกผู้ชาย คุณแพรควรทำความรู้จักกับพี่ภีมมากๆ”

“แต่ภาพที่เห็นกับชื่อเสียงที่ลือกัน เขาไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของใครเลย”

“ต้องใกล้ชิดค่ะ จึงจะรู้”

“ดีจริงคงไม่หย่าถึงสี่ครั้ง” แล้วก็รู้ว่าตนเองพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา

“ทั้งสี่ครั้ง ปัญหาเกิดจากผู้หญิงทั้งหมดนะคะ ไม่ใช่ปัญหาพี่ภีมเลย”

มันก็จริงอย่างที่อรฤดีพูดล่ะนะ หย่าเพราะผู้หญิง หล่อนเป็นคนที่ห้าและอาจเป็นคนแรกที่เขาขอหย่าด้วยตัวเอง

อือม…น่าคิด อย่างไรก็ขอผ่านสามเดือนก่อนนะ เพราะอยากจะเอาชนะพรวิไลกับจันทนี

ใช่…และเป็นการใกล้ชิดที่อึดอัดที่สุด ถ่ายภาพแต่งงานที่ชวนร้องไห้ที่สุดระหว่างหล่อนกับเขา

แม้ว่าภาพในกระจกจะเป็นเจ้าสาวแสนสวย แต่แววตารู้ว่ามีปัญหา

เขาจ้องมองหล่อน…

ไม่หรอก ไม่ตกตะลึง คนอย่างเขาเจอผู้หญิงสวยมามากต่อมากแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นหล่อนในชุดเจ้าสาว

ไหมแพรบอกแล้วว่าหล่อนไม่เรื่องมาก ชุดหล่อนมีแค่ชุดกลางวันกับกลางคืน กลางวันเป็นชุดไทย และกลางคืนเป็นชุดผ้าจากต่างประเทศ หล่อนเลือกชุดกลางคืนมาถ่ายภาพ ตอนแรกอรฤดีพยายามจะให้ใช้ชุดหลายๆแบบ สุดท้ายเหลือแค่สอง

โดดเด่นเมื่อไหมแพรปรากฏตัว การแสดงออกของเขาคือวูบเดียว แวบเดียว

“พี่ภีม สวยมากใช่ไหมคะ วันนี้พี่อรัญไม่มาด้วย ตอนมาลองชุด พี่อรัญมาและตกตะลึงเลยนะคะ พี่ภีมชมหน่อยสิคะ คุณแพรเธอสวยเหลือเกิน”

อ้าปากเสือ ง่ายเสียกว่าละมัง ไหมแพรคิดในใจ

เฮ้อ ไม่เห็นอยากได้คำชมเลย หล่อนสวยก็เพราะแต่งหน้าทำผม และชุดสวยเลยดูดี

“รีบถ่ายเถอะ เสียเวลา”

ไม่พูดดีกว่ามัง…ไหมแพรพยายามทำใจ

ช่างภาพเริ่มทำงาน ไหมแพรยิ่งอึดอัด

“กอด แนบชิด ใกล้ๆกันหน่อยครับ และสุดท้าย หอมแก้มครับ”

หอมแก้ม !

ไหมแพรเกิดปฏิกิริยาทันที แค่กอด แค่แนบชิด หล่อนก็จะบ้าตายแล้ว

กอด…สัมผัส…ไร้ความรู้สึกหรือ

ไม่…ไม่มีทาง ความใกล้ชิดไม่มีทางไร้ความรู้สึก ใจเต้นแรงอีกต่างหาก

“จูบแก้มครับ” ช่างภาพเน้น

จริงๆหรือนี่…ต้องจูบจริงๆหรือ

“ไม่สึกหรอหรอก” เขาพูดกระซิบข้างหู

หล่อนขนลุก…ใกล้ข้างๆและปากก็แนบกับแก้มนวล ตอนนี้ถึงกับสั่นไปทั่วร่าง สั่นจนรู้สึก และทำเสียงหัวเราะในลำคอ

ริมฝีปากเขาอุ่นมากๆ อ้อมแขนว่าอุ่นแล้ว ยังไม่เท่าริมฝีปากอุ่นจนร้อนเชียวละ ไหมแพรเผลอหลับตาปี๋

เกิดอะไรขึ้น

กอด…จูบ…นัวเนีย ถ่ายภาพ กับผู้ชายแปลกหน้า

กับ…ภีม…ที่หล่อนเกลียดแสนเกลียด…

แต่ทว่า…ในขณะนี้…ทำไม…ทำไม ขนลุก ใจเต้นแรง มีปฏิกิริยามากมาย แทนที่จะคิดว่าหล่อนเกลียด หล่อนควรจะขยะแขยง ควรจะปฏิเสธและต่อต้านสิ

ไม่…ไม่เลย

หล่อนกลัว ตื่นเต้น เย็นเฉียบ ใจสั่นระริกไปหมด นี่ขนาดว่ามีช่างภาพ ช่างแต่งหน้า แต่งตัว มีลูกน้องของช่างภาพและยังมีอรฤดี คนพวกนี้ช่วยอะไรไหมแพรได้ล่ะ

เสมือนมีเพียงสอง…สองคน…ลำพัง…ไม่มีสายตาใครเลย

ภีมเป็นธรรมชาติ เขาสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้น ตื่นกลัวของสาวน้อยคนนี้ แอบขำ แต่ยิ่งหล่อนกลัว เขายิ่งแกล้ง อยากแกล้ง

หลายครั้งที่เห็นหน้าหล่อนแดงเรื่อ แดงเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่จากเครื่องสำอาง หล่อนไม่เหมือนเมียๆของเขาที่ผ่านมา ดูหล่อนกลัว ตื่นเต้นจนสั่น

ช่างภาพตะโกนบอก

“อ้าว…อ้าว คุณเจ้าสาวทำไมหลับตาปี๋ล่ะครับ ถ่ายออกมาไม่ได้เลยครับ ถ้าหลับตาต้องยิ้มครับ จะน่ารัก ผมอยากได้ภาพลืมตาครับ คุณภีมจูบแก้มเธอใหม่ครับ แบบปากสัมผัสชัดๆเลยครับ”

ไหมแพรจะบ้าตาย

 



Don`t copy text!