เมียอันดับห้า บทที่ 47 : First Kiss

เมียอันดับห้า บทที่ 47 : First Kiss

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 47 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

 

โอ๊ย…ไม่ไหวจริงๆ ไม่ไหว

จูบแก้ม…หล่อนต้องหลับตา จะให้ลืมตาหรือ

ไม่ลืมตา…ไม่จบแน่ๆ

ก็ได้…ก็ได้…ลืมตาให้มันจบ…จบ…จบเสียที

ลืมตา…มองเห็นตาภีม

ดวงตาภีม…เขม็งเชียวละ จ้องมองหล่อน ยิ่งใจเต้นแรงใหญ่ หล่อนเป็นบ้าอะไรนี่ พอ…พอเถอะ แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ต้องถ่ายภาพกันอีกนาน

“สายตาคุณภีมใช้ได้เลยครับ แต่คุณแพรยังนะครับ” ช่างภาพบอก

และไหมแพรก็อยากตะโกนตอบโต้

ฉันทำไม่ได้ ไม่ได้และไม่ได้ แต่ต้องทำ…ทำและทำให้ได้

ตรงนั้น อรฤดีกลับนึกขำและบอกว่า

“ขอพักห้านาทีนะคะ ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ดื่มน้ำเติมเครื่องสำอางหน่อย”

ไหมแพรโล่งอก จะได้พักหายใจหายคอเต็มปอดเสียที จึงกล่าวกับอรฤดีว่า…ขอบคุณค่ะเบาๆ

อรฤดีเข้ามาดูแลเจ้าสาว ส่วนภีมแยกตัวไปดื่มน้ำ

“รู้ค่ะว่าอึดอัด เห็นหน้าแล้วค่ะ” อรฤดีพูด “แต่ต้องทำใจนะคะ อย่างไรคุณแพรก็ต้องเป็นเจ้าสาวของพี่ภีม ต้องแต่งงานแน่ๆ”

“กับคุณภีมที่ฉัน…ฉัน…เกลียด”

“ต่อไปก็จะรักกันเองค่ะ”

“ไม่…ไม่มีทาง”

“อย่างไรคุณแพรก็ต้องลืมคุณคมนะคะ” พูดถึงคมกริชขึ้นมาจนได้ แล้วคนพูดกลับรู้สึกผิด…ใช่สิ ความผิด…ใช่สิ หล่อนคิดอย่างไรกับคมกริช รู้ทั้งรู้ อยากได้ตัวเขา อยากแทนที่ไหมแพร อยากให้คมกริชรักหล่อน และหล่อนก็อาจสมหวัง น่าอายจังเลย อรฤดีรีบพูดต่อว่า “พี่ภีมถึงจะเป็นสามีที่แท้จริงของคุณ ไม่ว่าจะแต่งงานกันกี่เดือนกี่ปี พวกคุณก็ต้องแต่งและจดทะเบียนสมรส ขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง ไม่ต้องพูดเรื่องหย่าค่ะ เพราะให้ผ่านขั้นตอนแต่งงานก่อน และต้องทำให้สมบูรณ์ที่สุดนะคะ พี่ภีมจะเป็นสามีของคุณค่ะ”

มีประโยชน์หรือเปล่าที่พูด

ไหมแพรรู้ว่าอรฤดีต้องเชียร์พี่ภีมของเจ้าหล่อนนั่นละ

กลับมาถ่ายภาพกันอีกครั้ง

“พี่ภีมเต็มที่นะคะ อรช่วยพูดกับคุแพรแล้วค่ะ”

“ขอบใจจ้ะ”

กลับมาถ่ายภาพ กลับมาอึดอัดสำหรับไหมแพร ต้องถูกโอบกอดและถูกให้ทำท่าแสนรักัน ไหมแพรพยายามเต็มที่

มือที่โอบกอดแนบกระชับ ถ้าจะว่าไปหล่อนเสียเปรียบเห็นๆ ถูกเขากอดแน่นและถูกจูบ

ต้องกลับมาถ่ายภาพจูบแก้มกันอีกแล้ว

เขาจูบหล่อน หล่อนเผลอหลับตาปี๋ ตอนนี้ช่างภาพให้หล่อนเป็นฝ่ายจูบแก้มฝ่ายชาย ไหมแพรทำตาโต

แล้ว…เขาก็กลับอมยิ้ม มีสายตาล้อเลียน

อะไรกัน เขายิ้ม ล้อเลียน คนอย่างคุณภีม นักธุรกิจหนุ่มหน้าบึ้งและเอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่ มีรอยยิ้มแบบนี้ด้วย

ช่างภาพก็มัวแต่เร่ง…เร่ง ภาพต้องถ่าย งานต้องเสร็จ ไม่ทำก็ไม่ได้ด้วยสิ หลับหูหลับตาจูบก็ได้ เพาะเป็นภาพด้านข้งของหญิงสาว ภีมยื่นหน้ามาใกล้ ยิ้ม…ไหมแพรก็จำต้องจูบ ใช้เวลาจูบอย่างรวดเร็ว ให้ผ่านๆไปเสียที เขาจูบแก้มหล่อนก็ว่าแย่แล้ว หล่อนจูบแก้มเขายิ่งแย่ใหญ่

จูบแก้มภีม !

ทำได้แล้ว…ทำได้

โล่งอก…โอเคแล้ว ผ่านไปได้เสียที โล่ง…โล่งอกจริงๆ คงจบสภาพอึดอัดได้แล้ว แต่แล้วก็ยิ่งตกใจ

“ตอนนี้จูบปากกันนะครับ แค่สัมผัสริมฝีปากกันครับ ผมอยากได้ภาพหวานๆครับ แตะกันเบาๆครับ”

หา ! จูบปาก แค่สัมผัสริมฝีปากให้ภาพหวานๆ

ไม่ได้นะ ไม่ได้…ไม่…ไม่…แต่…ต้องทำ เสียงภีมกระซิบกับหล่อน

“เขินเหรอ ไม่กล้าเหรอ อย่าให้คนสงสัยว่าเราแต่งงานเพราะถูกบังคับ”

มันสุดๆแล้วใช่ไหมเนี่ย

ช่างภาพกับผู้ช่วยก็เตรียมกล้องวางท่าเป็นพิเศษ

ถ่ายรูปแต่งงานต้องมีแบบนี้หรือ แบบอื่นๆก็ได้กระมัง หล่อนกำลังจะร้องขอให้เปลี่ยน แต่ภีมจับหน้าหล่อนให้หันมาเจอกัน และพูดเบาๆ

“จะให้ฉันจูบเธอ หรือเธอจูบฉัน”

“อย่า…อย่าค่ะ…ฉันเอง ฉันเอง” กลัวเขาจะจู่โจมจูบปาก ยังไม่ได้ทำใจเลย

วันนี้ทำใจกี่รอบแล้วเนี่ย…

จ้องตากัน…ภีมตั้งใจแกล้งแน่ๆเลย มองหล่อนด้วยสายตาผู้ชายมองผู้หญิงแปลกๆ ไหมแพร…ไหมแพร ไหมแพรจะทำอย่างไรดี

และก็ต้องฉันเอง อย่างที่ตนพูด

แก้มก็แย่สุดๆ…ยังจะปาก…

มองแต่ริมริมฝีปากเขา

“หนึ่ง…สอง…” ภีมพูดแสนเบา แทบไม่ขยับปาก เริ่มขู่

ไม่…ต้องถึงสาม อย่าขู่สิ สามเมื่อไหร่เขาจู่โจมจูบหล่อนแน่ อย่านะ…ไม่รอแล้ว กลัว…สาม เลยรีบเลื่อนริมฝีปากไปที่ริมฝีปากชายหนุ่มที่ยื่นเตรียมรับอยู่ก่อน

สัมผัสริมฝีปาก…

ว๊าย…ไหมแพรเป็นฝ่ายจูบผู้ชาย

มแค่รับ…สัมผัสกันเบาแสนเบา แค่ต้องการถ่ายรูป แค่ต้องการถ่ายภาพหวานๆสวยๆ ควรจะหวานและสวยสมใจช่างภาพและคู่บ่าวสาวละนะถ้าแต่งานด้วยความรัก โลกเป็นสีชมพู แต่โลกของไหมแพรเป็นสีอะไรหนอ ไม่ได้มืดดำสนิท เป็นสีเทาๆแกมหวาดกลัว แกมความตื่นเต้นและอับอาย ใช่…หล่อนรู้สึกอายมาก ขณะนี้หน้าแดงแล้วแดงอีก แค่ถ่ายรูปเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงวันวิวาห์เลย

วันวิวาห์..นับถอยหลัง ไม่กี่วัน อีกเพียงหกเจ็ดวัน…อะไรนะ หกวัน ช่วงนี้วันเวลาช่างผ่านไปอย่างไม่ทันตั้งหลัก

ริมฝีปากสัมผัส…ความรู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหายไปเลย ใจหวิวๆชอบกล ถึงไม่แทรกหนีก็หน้าชาและหน้าแดงเกือบตลอดเวลา

ริมฝีปากอุ่นวาบ…อุ่น…แตะนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น ทำไมนานแสนนาน กว่า…กว่าช่างภาพจะพอใจและกล่าวว่า

“เรียบร้อยครับ”

คำนี้ทำให้ไหมแพรกล้าลืมตา และเห็นเขา…อยู่ใกล้กันมาก ปากแตะปาก ตามองตา

หญิงสาวตัวแข็งชั่วขณะ คำว่าเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะผละออกอย่างรวดเร็ว กลับตัวแข็ง ริมฝีปากแดงสดยังแตะอยู่ที่ริมฝีปากภีม !

ตามอง…จ้อง…สายตาภีมร้ายกาจมาก ร้ายจริงๆจนอธิบายไม่ถูก เขากำลังเยาะเย้ย ขำ หรือสะใจ พอใจ อย่างไรกันแน่ หล่อนอ่านไม่ออกจริงๆ แต่ก็สามารถทำให้หล่อนร้อนผ่าว ร้อนรน ร้อนใจ ร้อนรุ่มไปหมด

เป็นบ้าอะไรนะ ไหมแพร สุดท้ายก็ต้องตั้งสติ รีบผละออกมา ก่อนจะกลายเป็นหินเพราะถูกสายตาแปลกประหลาดของฝ่ายชายสะกดเอาไว้

วันนี้แค่ถ่ายภาพแต่งงาน…

อาทิตย์หน้าวันแต่งงาน…ไม่อยากคิดเลย เมื่อถึงวันนั้น ต้องวางตัวอย่างไร แค่คิดก็แทบหายใจไม่ออก อึดอัด

พอเสียท จบเสียที ไหมแพรต้องมีสติสินะ อย่าให้อารมณผันแปรไปตามเรื่องราวที่เขากำหนด

ผ่านไปอย่างที่คิดว่าคืนนี้หล่อนจะนอนหลับได้อย่างไร ถ้ามัวแต่คิดถึงสายตาฝายชาย

ภีมเสร็จงานก็กลับเลย ไม่บอกกล่าวกับหล่อนอะไรเลย อรฤดีก็รีบออกจะตามพี่ชาย

ไหมแพรไม่ชอบพึ่งใครอยู่แล้ว หล่อนบอกว่าจะกลับเอง และไม่ได้กลับบ้าน ดึกมากแล้ว ขอไปดูยายก่อนเพื่อความสบายใจ เพราะเมื่อเช้ายายทำท่าจะรู้สึกตัว ดึกอย่างไรก็ต้องขอกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง และมาถึงโรงพยาบาลราวห้าทุ่มกว่า

ยายนอนไม่รู้ตัว ได้คุยกับพี่พยาบาลบ้างและมาดูยายที่นอนบนเตียง พูดคุยกับยาย

“ยายจ๋า นึกว่ายาจะฟื้นวันนี้เสียอีก แพรไปถ่ายรูปแต่งงานกับเขามา เขา…ก็คุณภีมของยายไง อึดอัดจะตาย ถ่ายรูปอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ คนไม่เคยรักกันจะให้สนิทสนมกันได้อย่างไรนะยายนะ ยายอยากให้แต่งนี่…อาทิตยหนาถึงวันแต่งแล้ว ไม่รู้ละ ยายต้องฟื้นให้ทันงานแต่งนะ”

ยังพดไม่จบก็มีเสียงเคาะประตู แล้วคนเข้ามาก็คือพร…เด็กที่ดูแลอุษา ช่วยดวงแขเบาแรง

เด็กพรยกมือไหว้ไหมแพรอย่างรวดเร็วจนไหมแพรรับไหว้ไม่ทัน เพราะมัวแต่แปลกใจ

“พรขอโทษที่มากวนคุณแพรดึกๆ”

“มีอะไรคะ”

“พี่ษาให้มาเชิญคุณแพรไปที่ห้องค่ะ”

“แต่ว่าคุณแขไม่ต้อนรับ”

พรโบกมือทันที

“คืนนี้คุณแขไปทานข้าวกับเพื่อนๆค่ะ และจะไม่กลับมาที่โรงพยาบาลอีกค่ะ มาพรุ่งนี้เช้าเลยค่ะ”

ค่อยยังชั่ว ไม่อยากเจอดวงแข ยังไม่อยากเจอ เพราะเธอประกาศตัวเป็นศัตรูกับหล่อนอย่างชัดเจน

ไหมแพรามพรมายังห้องของอุษา และอุษาบอกกับพรว่า

“เธออกไปก่อน อีกครึ่งชั่วโมงค่อยเข้มา” คนพูดต้องการอยู่กับไหมแพรเพียงสองคน เมื่อพรเดินออกไป ไหมแพรจึงถามคนป่วยว่า

“คุณษามีอะไรกับฉันคะ”

“มใกล้ๆหน่อยค่ะ” อุษาให้พรไขเตียงให้หล่อนอยู่ในท่าเอนนั่งแล้ว “ขอโทษเรื่องแขนะคะ แขไม่ชอบทุกคนที่จะมาเป็นเจ้าสาวคุณภีม ไม่ว่าคุณพรวิไลหรือคุณจันทนี แขก็ไม่ชอบมาตลอด จะด้วยเหตุผลอะไร ขอไม่พูดถึงนะคะ แต่คุณคงถูกยัยแขมึนตึงต่อไปอีกนานล่ะ”

เหตุผลอะไร ไหมแพรรู้แล้ว ดวงแขหวงภีม ชบภีม แต่เป็นเรื่องที่หล่อนไม่ต้องพูดกับอุษา คนป่วยอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจขนาดนี้ อย่าเพิ่มความอ่อนแอให้เธอเลย หล่อนรู้สึกสงสารเห็นใจอุษาด้วยใจจริง ภรรยาที่อาภัพที่สุดของภีม

“ฉันไม่ถือสาคุณแขหรอกค่ะ”

“จะเป็นเจ้าสาวแล้วสิคะ”

“อาทิตย์หน้าค่ะ”

“อีกไม่กี่วัน…อีกไม่กี่วัน”

“ค่ะ” เป็นเจ้าสาวประเภทไหนกัน หน้าตาไม่ตื่นเต้นยินดีสักนิด กลับมีหน้าตาแบกโลกเสียยังงั้น

“ฉันคงไปร่วมงานไม่ไหว”

“แต่สีหน้าคุณดีมากนะ”

“ฉันดีใจกับคุณภีม อยากเห็นเขามีความสุขที่แท้จริงเสียที”

ไหมแพรส่ายหน้าพัลวัน

“ไม่ค่ะ ไม่ใช่ความสุขหรอกค่ะ กับฉัน…คุณภีมไม่มีทางมีความสุขหรอกค่ะ ไม่มีทาง”

“แต่ฉันกลับมั่นใจ ไม่เคยมั่นใจมากเท่านี้มาก่อน”

“คุณษาเข้าใจผิดแล้ว”

“ใจจริง ฉันอยากไปร่วมงานนะ อยากไปแต่ไม่ไหว ฉันต้องการให้ของขวัญคุณค่ะ คุณแพร”

“ฉันไม่ต้องการของขวัญค่ะ”

“ฉันต้องให้ ก่อนจะสายเกินไป ก่อนฉันตาย”

“ไม่…ไม่นะคะ คุณต้องอายุยืน คุณภีมตั้งใจรักษาคุณมาก และยังอยากดูแลคุณตลอดไป เท่าที่รู้ เขามาเยี่ยมคุณเกือบทุกอาทิตย์ นั่นเป็นหน้าที่ที่เขาเต็มใจนะคะ”

“คุณพูดแบบจริงใจมากค่ะ”

ที่ผ่านมาอุษารู้มาว่าทั้งพรวิไลกับจันทนีเคยรั้งตัวภีมไว้ ว่าไม่จำเป็นต้องมาเยี่ยม มาดูแลอดีตภรรยาขี้โรคอย่างหล่อน

หล่อนดูออกว่าใครจริงใจ ใครไม่จริงใจ ใครเสแสร้ง ใครเลนละคร กับไหมแพรคิดว่าดูไม่ผิด ถึงผิดก็ถือว่าหล่อนพลาดเองแล้วกัน

“คนใกล้ตาย อยากทำอะไรให้ตัวเองสบายใจ”

“คุณอย่าเกรงใจคุณภีมนะคะ”

“ฉันใช้เงินเขามาก”

“อีกแล้ว…เป็นหน้าที่สามีต้องดูแลภรรยา เอ้อ…ถึงเป็นอดีตภรรยาก็เป็นภรรยาค่ะ”

อุษายิ้มแห้งๆ

“ถ้าต้องดูแลทุกคน คุณภีมหนักนะคะ มีทั้งคุณพรวิไลกับคุณจันทนี”

“พวกเธอก่อนหย่า ต่างได้เงินก้อนโตแล้ว ถือเป็นวามรับผิดชอบแล้วค่ะ…แต่คุณไม่ได้รับเงินก้อน คุณไม่ยอมรับเงิน คุณภีมรู้ว่าใครเป็นอย่างไรนะคะ”

“รู้มากจริงคุณแพร ช่วยหน่อยนะคะ ในตู้ข้างล่างนี้ในตู้ข้างล่างนี้มีกล่องนิรภัย ช่วยเปิดหน่อยค่ะ” หมายถึงตู้ข้างเตียง พอหยิบกล่องออกมาและเปิดออกคือสร้อยเพชร และเพชรเม็ดกลางเป็นเพชรรูปหัวใจเม็ดโตมาก

“คุณเก็บของมีค่าไว้ในโรงพยาบาลหรือคะ เสี่ยงนะคะ”

อุษาหยิบสร้อยและส่งให้ไหมแพร

“ให้คุณ…หัวใจเม็ดนี้ เหมาะกับคุณที่สุด ฉันเป็นคนใกล้ตายแล้ว เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ สร้อยเส้นนี้คุณภีมให้ฉันในวันแต่งงาน เพื่อสวมในวันแต่งงาน ฉันมอบให้คุณ ให้กับเจ้าของที่แท้จริง ถ้าคุณจะช่วยให้ฉันสบายใจก็ช่วยวมในวันแต่งงานคุณด้วยนะคะ เสมือนมีฉันอยู่ในงานด้วย”

นอกจากส่ายหน้าพัลวัน ยังโบกมือพัลวันอีก

“ไม่รับค่ะ ไม่รับ ของมีค่าขนาดนี้ อย่างไรก็ไม่รับค่ะ” พูดอย่างตกใจ

“ต้องรับ…คุณต้องรับ เพื่อให้ฉันสบายใจ”

“ไม่ค่ะ เป็นของของคุณ คุณภีมให้คุณ คุณก็ต้องเก็บรักษาไว้”

“กับคนใกล้ตายนะ”

“คุณยังมีน้องสาวนะคะ”

“แขได้ทุกอย่างจากฉัน ทุกอย่างทั้งหมด เงินบัญชี บ้าน เครื่องเพชรที่มีทั้งหมด ถ้าแขไม่เล่นการพนัน ใช้เงินเป็น แขจะอยู่ได้ตลอดชีวิตแล้ว สร้อยเพชรนี้มีมูลค่าสูงมากก็จริง และเป็นสร้อยเพชรแทนความรักของฉันกับคุณภีม ที่ฉันจะส่งมอบต่อให้ภรรยาคนสุดท้ายของเขา เหมาะกับคุณมาก สมควรที่สุด ที่คุณต้องรับ”

Don`t copy text!