เมียอันดับห้า บทที่ 55 : ทวงสิทธิ์ของฉัน

เมียอันดับห้า บทที่ 55 : ทวงสิทธิ์ของฉัน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 55 –

คมกริชมาทำงานแต่เช้า

อรฤดีก้าวเข้ามาในห้องทำงาน และใจเต้นแรงเมื่อเห็นคมกริชที่นั่งอยู่หน้าห้องภีมและอยู่ใกล้กับอุบล

โต๊ะทำงานหล่อนอยู่ใกล้กับภีม และหล่อนต้องเดินผ่านโต๊ะคมกริช เขาเงยหน้าขึ้นมองหล่อนแล้วทักทายตามปกติ

“สวัสดีครับ”

ทักทายด้วยเสียงธรรมดา แสนธรรมดา เช่นเคย…แบบทุกวัน

เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาทำอะไรลงไป เขาจำได้หรือไม่

คมกริชจำได้สิ ก่อนออกมาทำงานยังคุยกับบัญชา ถูกบัญชาต่อว่าอย่างยุติธรรม ไม่เห็นว่าเป็นเพื่อน ไม่เข้าข้างเพื่อน ถูกว่าถูก ผิดว่าผิด

‘เมื่อคืนแทนที่แกจะนอนอยู่บ้าน แกทำอะไรของแก ทำไมคุณอรอยู่ห้องแก’

‘ก็ออกไปนั่งรถเล่น’

‘แต่คุณอรออกจากห้องแก’

‘โตๆ กันแล้ว อย่าพูดมาก’

‘คุณอรเป็นคนดี เธอไมใช่ตัวแทนแพรนะ แพรแต่งงานแล้ว แกทำใจ…ต้องทำใจ’

‘แกจะรู้ใจกูได้อย่างไร ไอ้ชา มันเจ็บแค่ไหนรู้ไหม’

‘แต่อย่าใช้อารมณ์กับคุณอร…คนดีๆ’

‘อรเต็มใจเอง’

‘แกทำร้ายจิตใจของคุณอร’

‘อย่าอวดรู้ กูกับอรรู้ใจกันว่าต้องการอะไร’

ปากว่ารู้ แต่ใจกลับไม่รู้จริง และในขณะนี้ก็อยู่ใกล้อรฤดี จะให้ทำอย่างไรล่ะ ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อรฤดีกลับรู้สึก

ผู้หญิง…หล่อนเป็นผู้หญิง เหตุการณ์ที่ผ่านมา หล่อนจะเรียกว่าอย่างไร เรียกว่าเสนอตัวเองแท้ๆ น่าอับอาย น่าตำหนิ

เขาทำเหมือนเดิม หล่อนก็ควรทำตัวปกติ

และแล้ว ก็มีคนมาขอพบภีม

น้ำทิพย์ผ่านมาถึงหน้าห้อง อุบลทำงานมานาน รู้จักกับบรรดาเมียๆ ของเจ้านายทุกคน

“สวัสดีค่ะคุณน้ำทิพย์”

“ยังทำงานอยู่นะอุบล เลขาเก่าแก่ ฉันจะพบคุณภีม” และพออุบลจะขยับตัวก็ถูกห้าม “ไม่ต้องเข้าไปรายงานก่อน ขอใช้สิทธิ์เมียคนที่หนึ่งเข้าไปพบเขาเลย” ผ่านเลยเข้าไปเฉย ท่ามกลางสายตาของคมกริช อรฤดีและอุบล

ภีมเงยหน้า เอ่ยประโยคแรก

“คุณไม่ได้นัด”

น้ำทิพย์ยักไหล่

“ระหว่างเรายังต้องนัดหมายก่อนหรือคะ เมื่อกี้ตอนจะเข้ามา ทิพย์ก็ขอใช้สิทธิ์พิเศษ คนพิเศษของคุณเข้ามาเลย”

“ตอนคุณทิ้งลูกไป คุณก็หมดสิทธิ์พิเศษนั้นแล้ว”

“ไม่เอาน่าภีม เรารักกันมากนะคะ และทิพย์ก็เป็นแม่ของลูกคุณด้วย มีเมียคนไหนให้ลูกคุณได้ มีแต่ทิพย์คนเดียว” พูดพลางเดินไปที่เก้าอี้ที่เขานั่ง และนั่งที่เท้าแขน โน้มตัวโอบกอดเขาหลวมๆ แสดงกิริยาอย่างคนรักกัน

น้ำทิพย์อยู่เมืองนอกมาตลอด จึงมักแสดงออกอย่างเปิดเผย ใกล้ชิดเขา โน้มหน้าใกล้หน้าเขา และกระซิบถามเบาๆ

“คิดถึงความรู้สึกเก่าๆ บ้างไหมคะ”

ภีมกลับขยับตัวลุกขึ้นยืน และเดินออกห่างหล่อนหนึ่งก้าว

“ไม่คิดถึง”

น้ำทิพย์รู้สึกเสียหน้า แต่ก็ยังยิ้มกว้าง

“คุณไม่มีวันลืมรักแรก เมียคนแรกในชีวิตได้หรอก”

“ลืมไม่ลืมมันเรื่องของผม”

“ภีมคะ คุณทั้งรักทั้งโกรธ ทิพย์ดูคุณออกนะ”

“ใช่ ผมเคยรักคุณ แต่คุณทำลายความรักนั้นเอง หกปีแล้วอย่าทวงความรู้สึกเก่าๆอีก เรื่องโกรธ มาวันนี้ผมให้อภัยคุณแล้ว และลูกผึ้งก็ไม่ขาดความอบอุ่น ผมไม่โกรธคุณ”

“หรือคุณกลัว”

“ถ้าคุณกลับมาเยี่ยมลูก ผมยินดีต้อนรับ แต่ถ้าต้องการสิ่งอื่นผมไม่ต้อนรับ”

น้ำทิพย์ยักไหล่ ท่าทางไม่แคร์อะไรมากมาย

“กลับมาต้องมีเป้าหมาย คุณแต่งงานใหม่ มีลูกใหม่ได้ แต่ทิพย์ไม่ได้แล้ว ทิพย์มีปัญหา ไม่สามารถมีลูกได้อีก”

“ผมเสียใจกับเรื่องคุณ”

“คุณจะไม่ถามสาเหตุเลยหรือคะ”

“ผมไม่อยากรับรู้”

“ขอผึ้งให้กับทิพย์เถอะนะคะ”

“ง่ายเกินไปไหม”

“เราอย่ามีปัญหากันเลยนะ”

“คุณเป็นคนสร้างปัญหาเอง คุณกลับมาผมก็รู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ กลับไปเถอะ กลับไปเมืองนอก ที่ๆของคุณ อย่ามารบกวนพวกเรา”

“ทิพย์ไม่อยากมีเรื่องกับคุณจริงๆ ไม่อยากฟ้องร้องให้เสื่อมเสีย”

“แม่ที่ทิ้งลูกไป คิดหรือว่าจะมีคนเห็นใจคุณ”

“แล้วพ่อที่แต่งงานใหม่ มีเมียใหม่เป็นว่าเล่น ลูกจะมีความสุขหรือ คนที่ต้องเรียกแม่คนแล้วคนเล่า โดยไม่รู้ว่าพ่อจะหยุดอยู่ที่คนไหนและเมื่อไหร่”

ภีมชะงัก

“แสดงว่าเราคงพูดกันไม่รู้เรื่อง”

“รู้สิคะ ถ้าเราพูดกันดีๆ”

“ผึ้งมีความสุขแล้วจริงๆ มาเยี่ยมลูกได้ แต่พาแกไปไม่ได้” เสียงแข็ง แต่อีกฝ่ายยังใจเย็น

 

น้ำทิพย์บุกมาบ้านสุททินพงษ์

คุณย่าฉวีกับคุณวรรณนั่งจ้องหน้าอดีตสะใภ้คนแรก สะใภ้ที่หัวแข็งและไม่ชอบอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ คิดจะดึงภีมไปเมืองนอก โชคดีที่ภีมเลือกย่ากับแม่ บ้านนี้จึงยังอบอุ่น

“ดูดีนะ ขาวนวล อวบขึ้น” คุณวรรณว่า

น้ำทิพย์ยิ้มกว้าง

“ก็อยู่คนเดียวค่ะ เหงานิดหน่อย ที่สำคัญคิดถึงลูกมากๆ ค่ะ”

“เพิ่งคิดถึงหรือ”

“เอ้อ…ทิพย์มีปัญหาสุขภาพเล็กน้อย ทำให้มีลูกไม่ได้อีก กลัวว่าแก่ตัวจะลำบากไม่มีคนดูแล”

“อ๋อ จะกลับมาหาคนไปดูแล”

“อย่างน้อยผึ้งก็เป็นสายเลือดของทิพย์ ทิพย์มีสมบัติที่นั่นมากพอจะให้ลูกเรียนและอยู่อย่างสบายๆค่ะ”

“ที่นี่ก็มีสมบัติให้ผึ้งเรียนและอยู่อย่างสบายๆ เหมือนกัน”

“ภีมเพิ่งแต่งงานใหม่ เท่าที่ดู คุณแพรเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่น่าจะเอาภีมอยู่นะคะ เธอมีเสน่ห์และจะมีลูกให้ภีมค่ะ”

“บ้านนี้ชอบลูกเยอะๆ มีกี่คนก็เลี้ยงได้”

“เห็นใจทิพย์เถอะค่ะ เราเป็นผู้หญิงด้วยกัน ต่างก็เข้าใจนะคะว่ารักลูกเป็นอย่างไร อยากอยู่กับลูกในฐานะแม่”

คุณวรรณยังไม่ทันพูดอะไร ย่าฉวีพูดขึ้น

“แล้วเมื่อหกปีก่อน แม่ประสาอะไร ทิ้งลูกได้”

“เอ้อ…”

“ตอบคำถามก่อนสิ อยากอยู่กับลูกจริง ทำไมใจคับแคบ อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ที่นี่ไม่ได้ ต้องยุยงให้ภีมไปกับเธอ ทำไมตอนนั้นเธอกลับหนีไปคนเดียว ความเป็นแม่มีไหม ไหนล่ะว่ารักลูก รักแล้วไปทำไม…ทำไม”

น้ำทิพย์ยอมรับทันที

“นั่นเป็นความผิดพลาดของทิพย์เอง ทิพย์ทนไม่มากพอ ทิพย์ไม่ชินกับการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ทิพย์ต้องการแค่สามีกับลูกเท่านั้น ทิพย์รู้ว่าทิพย์คิดผิด ไม่มีความอดทน แต่ต่อไปทิพย์คิดถูกแน่นอน ที่จะกลับมาขอลูกคืน”

“คนเห็นแก่ตัว” คุณย่าตำหนิ

“ค่ะ ทิพย์ยอมรับ เห็นแก่ตัว”

“ไปเลย ไปหาลูกที่อื่น ไม่ใช่ยัยผึ้ง”

“ทิพย์มีลูกไม่ได้ค่ะ ทิพย์มีปัญหา” หล่อยเน้น

ท่านเห็นใจ แต่ยังเสียงแข็ง

“เราเลี้ยงยัยผึ้งมาหกปีแล้ว อย่ามาพูดมาก”

ขณะนั้นเด็กหญิงวิ่งเข้ามา หลังจากเลิกเรียนและรถที่บ้านไปรับ กลับจากโรงเรียนเด็กต้องมาหาย่าทวดกับย่าวรรณ

“สวัสดีค่ะ คุณทวด คุณย่า” กิริยามารยาทน่ารัก ทำประจำทุกวัน แล้วเบรคกึกทันทีที่เห็นคนแปลกหน้า

คนนี้อีกแล้ว…เด็กหญิงเบียดตัวให้ย่าวรรณกอด ตามองคนแปลกหน้าตลอด

“เรารู้จักกันแล้วนะลูกผึ้ง” น้ำทิพย์พูดอย่างอ่อนโยน “เราเคยเจอกันแล้ว มาหาแม่สิจ๊ะ”

“เด็กกลัวเธอทิพย์” คุณวรรณพูดอย่างไม่พอใจ

“แรกๆ ก็แบบนี้ล่ะค่ะ แต่ความเป็นแม่ลูก อย่างไรก็สนิทกันไม่ยากหรอกค่ะ” แล้วหันมาพูดกับเด็ก “มาหาแม่สิคะ แม่ทิพย์ของลูก”

เด็กหญิงโคลงศีรษะปฏิเสธ

“ไม่ค่ะ ไม่”

“แม่มารับหนูไปอยู่ด้วยกัน เราสองคนแม่ลูก”

“อย่าพูดเหลวไหล” คุณวรรณตวาดอย่างเหลืออด “ช่างเอาแต่ใจเหลือเกิน มันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก คิดจะทิ้งก็ทิ้ง จะทวงก็มาทวง มันไม่มีทางเป็นไปได้ เธอกลับไปเถอะ ถ้าเยี่ยมลูกฉันให้เยี่ยม แต่คิดจะมาเอาไปละก็ บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”

“ทิพย์ไม่อยากมีเรื่องกับคุณแม่นะคะ”

“ฉันก็ไม่อยากมีเรื่องกับเธอ”

“ถ้าทิพย์จะฟ้อง…”

“เชิญเลย รู้เลยว่าต้องมาไม้นี้ ลองดูก็ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร”

เพราะคุณย่าวรรณเสียงดัง เด็กหญิงก็รู้สึกกลัว มองสองฝ่ายอย่างสับสนแต่ไม่กล้าพูดอะไร

 

“ทำไมพี่ษาทำแบบนี้ สร้อยหัวใจเส้นนั้นเป็นของพี่ษา พี่ษาเป็นบ้าไปแล้ว ยกให้แพร รู้ค่ารู้ราคามันไหมคะ” ดวงแขกล่าวอย่างมีอารมณ์ ถึงจะสงสารพี่สาวที่วันนี้อาการดูทรุดลง แต่เป็นเช่นนี้ละ ดีบ้าง ทรุดบ้าง ทรงบ้าง สลับไม่แน่นอน

“สร้อยเส้นนั้นควรคืนให้กับเจ้าของที่แท้จริง”

“เจ้าของแท้จริง พี่ษารู้ได้ยังไงว่าแพรเป็นเจ้าของที่แท้จริง”

“คุณแพรเป็นเจ้าสาวของภีม”

“มันแค่ชั่วคราวค่ะ แค่ผู้ใหญ่จัดการให้ อย่างไรก็ต้องหย่า หย่าแน่นอน”

อุษาโบกมืออย่างอ่อนแรง

“อนาคตนะ เราไม่สามารถล่วงรู้อนาคต”

“แล้วพี่ษาทำทำไม”

“ถึงไม่รู้อนาคต แต่พี่รู้สึกด้วยตัวเอง พี่ถูกชะตากับคุณแพร พี่อยากให้แพร หัวใจของคุณภีม”

“เป็นของมีค่ามากเลย ทำไมพี่ษาไม่ยกให้แข” นี่ละ มันสำคัญตรงนี้ละ

“แข…ของที่ไม่ใช่ของเรา อย่างไรก็ไม่ใช่ของเรานะ สร้อยเพชรหัวใจคือความรัก พี่กับคุณภีมหมดวาสนากันแล้ว คนที่คุณภีมรักสมควรครอบครอง”

“ให้แขสิ ให้แข แขรอมานานแล้ว”

“สมบัติของพี่จะเป็นของเธอทุกอย่าง”

“ทุกอย่างค่ะ ต้องทุกอย่างที่พี่ษาเคยมี”

“ทุกอย่างไม่ได้ พี่บังคับจิตใจใครไมได้ แม้แต่ตัวพี่เอง พี่ก็รู้ว่าคุณภีมมีแต่ความสงสารพี่ ไม่ใช่ความรักแล้ว เหลือแต่ความสงสาร ความผูกพัน”

ทุกอย่างของดวงแข รวมทั้งภีม

“แขรอมานานแล้วนะคะ แขจะรอต่อไป คิดดูสิ แม้แต่สร้อยเพชรของพี่ษาก็ยังไม่ยอมให้แข ทำให้แขเสียหน้า แขไปต่อว่าแพรว่าเธอขโมย”

“แพรไม่ถือสาหรอก พี่ตัดสินใจให้ใครเป็นสิทธิ์ของพี่”

ดวงแขยังไม่พอใจ กระฟัดกระเฟียดพี่สาว

“ใช่สิ เห็นคนอื่นดีกว่าน้อง ให้แพรมาดูแลพี่ษาแทนแขดีไหมคะ ยกทุกอย่างให้เธอเลย”

 

คืนที่สอง

เมื่อคืนเพราะเหน็ดเหนื่อย ต่างคนต่างหลับเป็นตาย คืนนี้จะผ่านไปอย่างไร เพราะดูภีมตาสว่างเสียงอย่างงั้น

ไหมแพรสังเกตชายหนุ่มเดินไปที่มุมทำงาน เขาสลัดผ้าที่คลุมภาพวาดออก เป็นภาพวาดสีน้ำ ภาพวิวสระ มีดอกบัวกลางสระ วาดไว้แล้วแต่ยังไม่ลงสี เขาเริ่มลงสีบัว บัวแค่ดอกเดียวกับกลีบเขียวของใบ ใช้สีน้ำและแค่ระบายสีเล็กน้อยก็หยุด

ไหมแพรมองเพลิน และเขาหันมา หล่อนถาม

“งานอดิเรกหรือคะ”

“อือม ทำทีละนิด วันละดอกสองดอก”

“คุณมีพรสวรรค์นะคะ สวยจัง”

“ชมคนเป็นหรือ”

“ฉันควรถามคุณมากกว่า ชมคนเป็น…ค่ะ…เป็น สวยว่าสวย ไม่สวยว่าไม่สวย”

“เป็นงานอดิเรกที่ไม่ค่อยมีใครรู้และสนใจ รูปหนึ่งใช้เวลานานมาก ไม่ค่อยมีเวลา…เธอง่วงก็ไปนอนก่อน”

“ขอพูดเรื่องสร้อยเพชรหัวใจหน่อยนะคะ”

“ว่าไง” เหมือนเขาจะลืมไปด้วยซ้ำ

“ฉันขอยืนยันอีกครั้งนะคะว่าคุณษาให้ฉันสวมใส่ในวันแต่งงาน”

“รู้แล้ว”

“บทจะรู้ก็รู้ง่ายๆ เมื่อคืนในงานยังเห็นไม่พอใจ” เหมือนพูดกับตัวเอง

“เพราะเธอเคยมีประวัติ ทำให้ฉันไม่ไว้ใจ”

ไหมแพรหน้าแดงเรื่อ

“สักวันคุณต้องรู้ความจริง ฉันจะทำให้คุณนีสารภาพออกมาให้ได้ว่าฉันไม่ได้ขโมยแหวนของเธอ” เรื่องที่ค้างคาในใจ บางเรื่องลืมได้ บางเรื่องห้ามลืม มันหมายถึงศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของตน

Don`t copy text!