เมียอันดับห้า บทที่ 59 : สายของน้ำทิพย์

เมียอันดับห้า บทที่ 59 : สายของน้ำทิพย์

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 59 –

เช้านี้ ดูเหมือนภีมจะสงบและยังรู้สึกดีที่ไหมแพรช่วยนวดคลายอาการปวดศีรษะให้ตั้งนาน จนเขาหลับไป จึงสงบและมีสายตาเป็นมิตรขึ้นเมื่อมองหญิงสาว

พฤติกรรมเช่นนี้สร้างความผิดหวังให้กับเกษรอย่างมาก เมื่อวานยังโกรธไหมแพรอยู่เลย ที่พาน้ำผึ้งออกนอกโซนปลอดภัยไปทานอาหารว่างกัน เช้านี้หายโกรธแล้ว น่าจะโกรธนานๆ

แต่พฤติกรมแบบนี้กลับทำให้ย่าฉวีชอบ สงสัยว่าไหมแพรทำได้อย่างไร เมื่อวานเย็นยังโมโหโกรธาอยู่เลย เช้านี้ภีมช่วยเลื่อนซอสมะเขือเทศไหมแพรโดยบอกว่า “กินกับไข่ดาวหมูแฮม” แล้วหล่อนก็ตอบเบาๆว่า “ขอบคุณ” ดูนุ่มนวลทั้งคู่

เมื่อเป็นเช่นนั้น หลังอาหารไหมแพรถูกคุณย่าเรียกตัวไปคุยที่ห้องโถงกลาง โดยมีคุณวรรณอยู่ด้วย

“วันนี้ทำงานหรือเปล่า” ย่าฉวีเอ่ยถาม

“ค่ะ ต้องเข้าบริษัทก่อนสิบโมงเช้าค่ะ”

“คุยไม่นานหรอก ก็เรื่องงานล่ะ ฉันอยากให้หนูไปทำงานที่บริษัทของเรา”

ไหมแพรตาโต ที่เคยตกลงกับภีมหล่อนยังทำงานหนังสือพิมพ์เดิมได้

“แพรชอบงานที่แพรทำค่ะ”

“แล้วบริษัทของเราเองล่ะ สะใภ้บ้านนี้ไม่ต้องทำงานที่ไหน อยากทำงาน บริษัทในเครือของเราเยอะแยะ คิดว่าเป็นนักข่าว งานอิสระ ตระเวนสัมภาษณ์หาข่าวไปวันๆ จะสบายได้อย่างไร คนอื่นจะมองอย่างไร”

“เราแต่งงานเพราะย่ากับยายนะคะ”

“รู้…เพราะพวกเรา”

“อาจไม่นาน…เอ้อ…คุณภีมไม่ค่อยชอบแพรนะคะ”

“ก็ทำให้เขาชอบสิ”

“วิถีชีวิตเราต่างกันค่ะ”

“ต่างกันขนาดไหน ถ้าเนื้อคู่และอยู่กันอย่างมีความสุขก็อยู่กันได้”

“แต่แพรกับคุณภีม…” พูดไม่ทันจบ ย่าฉวีก็โบกมือ

“แย้งตลอดเลยนะ ฟังฉันพูดก่อน ต้องไปทำงานที่บริษัทของเราเอง”

“เอ้อ…”

“จะให้ออกทันทีเลยก็ไม่ยุติธรรมกับหนูกับสำนักข่าวฟ้าใหม่ ลองไปคุยดูว่าจะให้ทำอย่างไร หรือว่าช่วงนี้ตอนเช้าไปที่เก่า อีกครึ่งวันมาที่ใหม่”

“แพรไม่สะดวก”

“เอ๊ะ ไม่งั้นลาออกเลย ไม่ยุติธรรมก็ช่างมัน” ย่าฉวีเรื่มจะใช้อำนาจ

“ให้แพรไปคุยก่อนนะคะ คุยกับเจ้านาย”

“ดีมาก”

ทำงานบริษัทกับภีม จะผ่านหรือ จะดีหรือ ถ้าหย่าล่ะ จะตกงานทั้งสองแห่ง

“สรุปแล้วถ้าที่นั่นยอมก็ออกเลย ถ้าไม่ให้ก็ทำแค่ครึ่งวัน อีกครึ่งวันทำที่บริษัทเรา ครึ่งวันก็แค่ชั่วคราวนะ งานบริษัทเราเองสำคัญกว่า”

ไหมแพรรับคำแล้วออกจากห้อง คุณวรรณจึงพูดกับมารดาว่า

“อยู่ๆ ทำไมให้แพรมาทำงานที่บริษัทล่ะคะ”

“ก็เป็นสะใภ้ของเรา”

“แต่ภีมไม่ปลื้มแพรนะคะ”

“ต้องดูกันต่อไป ภีมได้เมียเปรี้ยวๆ สองคนหลัง…ไม่ไหวจริงๆ มาเจอหนูแพร เรียบๆ ง่ายๆ อาจเอาภีมอยู่”

“ภีมถูกคุณแม่บังคับนะคะ”

“แม่เชื่อว่าแพรนี่ละ จะเป็นคนสุดท้าย ดูสิเมื่อวานภีมปึงปัง เช้านี้กลับสงบ”

“เอ้อ…วรรณพูดจริงๆ นะคะคุณแม่ แพรไม่เหมาะหรอก แค่หลานสาวยายบัว แต่เพื่อนเก่าคุณแม่”

“แม่พูดแล้วไงวรรณ แม่เคยทำผิดกับบัวมาก่อน ให้แม่สบายใจบ้างได้ไหม เห็นแพรในบ้าน แม่รู้สึกผิดน้อยลง”

“แล้วไม่ผิดกับภีมหรือคะ”

“ใช่ว่าเราไม่เคยหาเมียให้ภีมนะ อุษาก็เป็นเราหานะ”

“วรรณไม่อยากเปรียบเทียบค่ะ”

“ดูกันไปก่อน แม่เห็นว่าแพรจะเป็นคนสุดท้ายของภีมจริงๆ”

“แพรจะดีจริงหรือคะ”

“ต้องดูกันต่อไปไงล่ะ ถ้าไม่ดี สักวันหนึ่งก็ต้องแยกกันไป และสายบัว…ตอนนั้นเธอโทษฉันไม่ได้นะ ฉันรักษาสัญญาแค่ให้แต่งงาน ส่วนอนาคตต้องเป็นเรื่องของคนสองคน”

 

อรฤดียังรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่ต้องใกล้ชิดกับคมกริช แต่ชายหนุ่มกลับมีท่าทีปกติ เพียงแต่เขาเงียบๆ ไปเพราะอกหัก

ค่ำคืนนั้นไม่มีความหมายหรือ ค่ำคืนความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

หล่อนเป็นผู้หญิงจึงรู้สึกตลอดเวลากับความสาวที่สูญเสียเพราะขาดสติ

เสียใจนะ ไม่ใช่ไม่เสียใจ แต่เปล่าประโยชน์จะเรียกวันเวลากลับคืน

เขาปกติ หล่อนก็ต้องปกติด้วย แต่หล่อนก็ทำไม่ได้

คมกริชทำงาน…ทำงานเพื่อให้ลืมไหมแพร และบังเอิญช่วงนี้ก็มีงานมากด้วยสิ มีงานโครงการใหม่เข้ามาจึงยุ่งตลอด จนเผลอบ่นคนเดียว

“โอ๊ย ไม่จบไม่สิ้นสักที”

จังหวะนั้นอรฤดีกำลังเดินมาส่งเอกสารที่โต๊ะเขา เขาเงยหน้า

“งานมาอีกแล้วหรือครับ”

“ค่ะ ด่วนค่ะ”

“เอามาเลย เอามาเลย ทำให้มันตายไปเลย”

“คุณไม่ไหวหรือคะ” อย่างไรหล่อนก็ยังห่วงเขาเหมือนเดิมละ

“ไหวสิ กินเงินเดือนเขา แม้จะถูกเขาเอาเปรียบ ถูกเขาแย่งคนรัก ก็ยังต้องก้มหน้าก้มตาทำงานแบบทาส” ประชดประชันกระแทกเสียง

“เอ้อ จะมีคนมาช่วยงานแล้วนะคะ”

คมกริชตาโต

“คงไม่คิดจะไล่ผมออกนะ”

“ไม่ค่ะ พี่ภีมไม่ทำหรอกค่ะ”

“เขาอยากไล่ผมออกจะตาย”

“พี่ภีมมีเหตุผลค่ะ”

“เหตุผลตายละ” กล้าจะต่อว่าเจ้านายแล้ว แม้กลัวจะตกงาน แต่บางครั้งอารมณ์ก็เหนือกว่าความกลัวเกรง

“ถ้าอรบอกชื่อคนจะมาช่วยงานพี่ภีม ขอให้คุณสงบสติอารมณ์นะคะ”

เท่านี้ดูเหมือนคมกริชจะรู้ทันที เขาลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ

“แพร”

“เบาหน่อยค่ะ” อรฤดีมองซ้ายมองขวา โชคดีที่อุบลไม่อยู่ตรงนั้น

“แพรจะมาช่วยงาน” เสียงเบาลงแต่น้ำเสียงยังตกใจ

“คุณย่าเป็นคนจัดการเรื่องนี้ค่ะ”

ชายหนุ่มบอกความรู้สึกไม่ถูก เขาจะได้พบไหมแพร จะได้พบหล่อนแล้ว ทั้งที่ตอนนี้ขอนัดพบ พยายามติดต่ออยากพบ แต่ไหมแพรไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความทางไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น

บทจะเจอก็ได้เจอ…

“เมื่อไหร่ครับ” ตอนนี้ถามอย่างตื่นเต้น

“ยังไม่แน่นอนค่ะ เธอต้องไปเคลียร์งานทางหนังสือพิมพ์ของเธอก่อน และยังไม่ทำเต็มตัว แค่มาบางช่วงเวลา”

“มาเลย ขอให้มาเถอะ”

“คุณจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

“ผมมันทนทายาด ผมอยากพบแพรอยู่แล้ว ผมคิดถึงเธอมาก ไม่ว่าผมจะติดต่อเธอไปทางไหน เธอไม่ยอมตอบ ดีเลย มาเลย มาเจอหน้ากัน คุณภีมจะได้รู้เสียทีว่าแพรรักผม ไม่ใช่เขา”

“อะไรกันเนี่ย คุณแพรแต่งงานแล้ว คุณจะคิดเหลวไหลไม่ได้ ความคิดคุณผิด”

“ใครก็ห้ามความคิดของผมไม่ได้”

 

ไหมแพรเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านาย

สินีและอมรรี่มาทันที อยากรู้

“ว่าไง คุณพนมยอมให้แกลาออกไหม”

ไหมแพรยิ้มกว้าง

“คุณพนมขอให้ช่วยก่อน สักครึ่งวันก็ได้ ยอมให้แพรไปทำงานที่บริษัทคุณภีม ส่วนงานทางนี้ไม่ต้องเข้าสำนักงานเลย จนกว่าจะหาคนใหม่ได้ จึงออกเต็มตัวจ้ะ”

“เจ้านายใจดีจัง”

“บอกตามตรง แพรไม่อยากออก”

“ทำไมล่ะ แกโชคดีจะตาย มีงานบริษัทผัวรองรับ สบายนะยะ” อมรพูดขึ้น

“ไม่รู้จะอยู่กับคุณภีมนานแค่ไหน เผลอๆ พอออกทางนี้ไปทำงานทางนั้น แล้วเกิดหย่า ตกงานทั้งสองทาง แย่เลย”

อมรตีแขนไหมแพร

“แกไม่ใช่คนโง่หรอก ตอนนี้แกโกยจากคุณภีมเท่าไหร่แล้วล่ะ ก่อนแต่งก็โกยได้ตั้งยี่สิบล้าน ซื้อตึกให้พี่ชาย ลงทุนให้พี่ชายไปเท่าไหร่ แต่ยังเหลือเท่าไหร่ กินได้ตลอดชาติ”

“นั่นมันเงินที่ยายเรียกมาจากคุณภีม ถือเป็นเงินยายนะ”

“มันอยู่ในบัญชีแกไม่ใช่หรอ”

“อือม…แต่”

“มันก็เงินแกล่ะ แม่ไหมแพรที่แสนโชคดี ขนาดแต่งชั่วคราวยังได้เงินก้อนใหญ่…ใหญ่…มาก…ก…กอไก่ล้านตัว ต่อให้แกตกงานยังเอาไปทำทุนได้ แกไม่มีทางแย่หรอก และตอนนี้แกไปช่วยงานบริษัท เงินเดือนเมียคุณภีม หมูหมากาไก่เสียเมื่อไหร่ล่ะ เงินเดือนควรสักห้าแสนหรือล้านมั๊ง”

“จะบ้าเหรือ ทำงานเงินเดือนเป็นล้าน นั่นมันเจ้าของบริษัท”

“เมียก็ควรจะได้สักหลายๆ แสน”

“รู้ดี”

“เพราะฉันเคยถามมาหลายคนแล้ว เงินเดือนเมียเจ้าของบริษัท สามแสนขึ้นทั้งนั้น”

“ไม่ใช่แบบนี้ทุกบริษัทหรอก”

“เอาน่า มันก้ใกล้เคียง ไม่รู้ล่ะ เงินเดือนออกต้องเลี้ยงฉันกับนีมันด้วย”

“เงินเดือนไม่ออกก็เลี้ยงเพื่อนรักสองคนได้”

“อย่างข้าวแกงไม่กิน ขอระดับโรงแรมแพงๆ”

“ต้องประหยัดหน่อยสิ จะล้มทับกันเลยเหรอจ๊ะ”

“เป็นเศรษฐีเงินล้านแล้ว ยังจะพูดเรื่องประหยัดอีก”

“เมื่อกี้เห็นรถเก่งคันใหม่ สวยจัง” สินีพูดขึ้น “คุณภีมใจดีนะ…ระดับนี้ รถแพงขนาดไหนก็ซื้อให้ได้”

“ใม่ใช่คุณภีม คุณอรัญต่างหากซื้อให้ใช้”

“อ้าว ไงกลายเป็นน้องอีกแล้ว”

ไหมแพรสงสัย

“อีกแล้ว…หมายความว่า”

สินีอมยิ้ม

“นีดูแล้วคุณอรัญแปลกๆ นะ เคยสังเกตแอบดูสายตาคุณอรัญที่มองแพร ไม่ใช่ธรรมดาเลยละ”

“แปลกอย่างไร”

แหม ให้อธิบายละเอียดเลยหรือ เหมือนคุณอรัญแอบชอบแพรอยู่นะสิ”

“ว๊าย” อมรร้องลั่น “เสียดายของจัง ทำไมทั้งพี่ทั้งน้อง ยอดเยี่ยมทั้งคู่ ต้องมาชอบยัยแพรคนเดียวด้วย ไม่หันมามองอมรศรีแสนสวยคนนี้บ้างเลยล่ะ”

สินีไม่สนใจเสียงร้องของอมร พูดกับไหมแพรอย่างจริงๆ จังๆ ว่า

“คุณอรัญต้องคิดอะไรๆ กับแพรแน่เลย”

“ไม่มั๊ง”

“ก็ให้รถใช้ แทนที่จะเป็นคุณภีม”

“คุณภีมก็ให้เลือกรถ แต่แพรไม่รับ ส่วนรถคันนี้ คุณอรัญซื้อให้ใช้เลยโดยไม่ถามสักคำ เห็นว่าซื้อแล้วก็ยอมใช้ ก็เท่านั้น”

“แพร แพรจ๋า ระวังไว้ก็ดีนะ ทั้งพี่ทั้งน้อง”

 

ดูหมือนย่าฉวีจะเจ้ากี้เจ้าการจัดการให้ไหมแพรไปรับกุลธิดาที่โรงเรียน ทั้งที่วันนี้เกษรเตรียมตัวไปรับคนเดียว คุณย่าฉวีกะเกณฑ์ระบุ

“วันนี้แพรว่างนี่ ไปรับหนูผึ้งกับเกษร”

“ษรเกรงคุณแพรจะพาเฉไฉออกนอกเส้นทางอีกสิคะ”

“แพรเธอเป็นแม่เลี้ยง เธอรู้ว่าอะไรควรไม่ควร อะไรต้องทำตามสิทธิ์ของคนเป็นแม่” ย่าฉวีกลับพูดจนไหมแพรเขิน อายุหล่อนไม่มากเลย กลับมีลูกโตตั้งหกขวบ

เกษรหน้าเสีย…พี่เลี้ยงพยาบาลมีสิทธิ์อะไรล่ะ

และเมื่อมาถึงโรงเรียน มาก่อนโรงเรียนเลิกเกือบครึ่งชั่วโมง บทจราจรคล่องตัวก็ลิ่วมาตลอด เมื่อมาถึงโรงเรียน ไหมแพรลงจากรถก็พบกับน้ำทิพย์ที่มาดักรอลูกสาวหน้าโรงเรียน และรออยู่ใต้ต้นไม้ที่มีโต๊ะเก้าอี้ให้ผู้ปกครองนั่งรอ

“คุณน้ำทิพย์มานานแล้วหรือคะ” ไหมแพรเห็นจึงทักทายและยกมือไหว้เพราะน้ำทิพย์อายุมากกว่าเป็นสิบปี

“ก็พอเซ็งๆ เจอคุณมีเพื่อนคุยแล้วละ”

“คุณทิพย์แจ้งคุณภีมหรือยังคะ” เกษรถามขึ้น

“ฉันเป็นใคร ทำไมต้องแจ้งคุณภีม” น้ำทิพย์ย้อนถาม อีกฝ่ายจึงชะงักไป และไหมแพรพูดแทนคนเป็นแม่

“คุณน้ำทิพย์เป็นแม่ แม่อยากเจอลูก เจอได้ค่ะ”

“ค่อยมีเหตุผลหน่อย” น้ำทิพย์มองหน้าไหมแพร “แม่เลี้ยงคนใหม่ไม่กีดกันแม่แท้ๆ แบบนี้สิถึงสมกับเป็นแม่ของผึ้ง”

“ฉันพูดตามจิตสำนึก”

“อือม…ดีจังนะ ทำให้ผึ้งมีความสุขได้ พาไปกินอาหารว่างตามอิสระใจชอบได้ กล้ามาก กล้าขัดกับระเบียบบ้านนั้น”

ไหมแพรเลิกคิ้ว…ทำไมน้ำทิพย์รู้เรื่อง แสดงว่าที่บ้านมี ‘คนส่งข่าว’ ให้รับรู้ แล้วคนนั้นเป็นใครกัน อือม…เพิ่งกลับจากนอกแท้ๆ ก็มี ‘สาย’ แล้ว

“นานๆ ครั้งค่ะ เห็นใจหนูผึ้ง ถ้าต้องกินอะไรซ้ำซากจำเจ”

“นั่นสิ ถึงชนะใจลูกผึ้งของฉันได้ ทั้งที่ตอนแรกลูกผึ้งออกจะกลัวคุณและไม่ชอบคุณ ที่มาแย่งความรักจากพ่อ”

ไหมแพรพยักหน้า ‘สาย’ รายงานละเอียดเชียวนะ อยากรู้สายเป็นใครแล้วสิ และทางนั้นก็พูดต่อ

“จะแย่งความรักจากพ่อไม่ง่ายเลย คุณภีมเขามีรักปักใจ แม่ของลูกสำคัญที่สุดกว่าคนอื่น ครอบครัวควรจะอบอุ่น พ่อแม่ลูกอย่างแท้จริง ไม่งั้นในชีวิตคุณภีมจะต้องมีเมียคนที่หก คนที่เจ็ด ไม่รู้จักจบสิ้น”



Don`t copy text!