เมียอันดับห้า บทที่ 61 : มื้อหวานๆ

เมียอันดับห้า บทที่ 61 : มื้อหวานๆ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 61 –

ภีมสั่งคนขับรถมารับที่หน้าบริษัท

ไหมแพรยังงงๆ ที่ถูกลากตัวออกจากสำนักงาน ทั้งที่ยังไม่ทันเริ่มงานด้วยซ้ำ

“ เราจะไปไหนกันคะ วันนี้ฉันมาทำงานนะ วันแรกด้วย”

“ไปกับเจ้าของบริษัท ไม่ถูกหักเงินเดือนหรอก ถ้าถูกใจเพิ่มเงินให้ด้วย”

“ฉันอยากเป็นพนักงานธรรมดา ไม่อยากใช้สิทธิ์พิเศษค่ะ”

“เสียใจ ฐานะเธอไม่เหมือนเดิม”

“แต่เรารู้กันว่า เราไม่ใช่…ฉันไม่มีสิทธิ์พิเศษ”

“ตอนนี้มี”

รถมาจอดรับแล้ว ภีมกับไหมแพรนั่งเบาะหลังคู่กัน ภีมบอกคนขับ

“ไปร้าน…” ระบุชื่อร้าน ที่ไหมแพรยังออกงงๆ เป็นร้านอะไรแน่ ชื่อฟังแล้วหรูหรา ระหว่างทางเขาพูดว่า

“ถ้าเธอมีปัญหากับนายคม ฉันจ้างเขาออกได้นะ”

“อย่านะคะ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ฉันกับคมเป็นเพื่อน ถ้าให้เขาออก เท่ากับคุณไม่ไว้ใจฉันหรือเขา”

“อือม…ถ้าซื้อความสบายใจของพวกเราได้ล่ะ”

“หรือคุณไม่สบายใจ”

“เธอต่างหาก”

“ฉันไม่เลย คำไหนคำนั้น เพื่อนก็คือเพื่อน”

“จริงเหรอ ก็ต้องดูต่อไป”

“คุณพูดถูก ต้องดูต่อไป ต้องดูกันยาวๆ ค่ะ แค่ฉาบฉวยรู้จักกันไม่ดีพอหรอก”

“ตอนนี้พูดกระทบฉันนี่”

“ฟังได้หลายความหมาย แล้วเราจะไปไหนกันคะ”

“คืนมะรืนต้องออกงานกับฉัน ไปซื้อชุด”

หล่อนตาโต

“แค่ซื้อชุด คุณบอกมา ฉันจัดการเองก็ได้”

“เหรอ… แน่ใจว่าจัดการเองได้ ไม่ใช่ชุดราคาถูกๆ ต้องแบรนด์ดังเท่านั้น เพราะเธอจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ ที่ออกงานครั้งแรกหลังจากแต่งงาน”

ไหมแพรโคลงศีรษะเซ็งๆ พึมพำแต่เสียงดัง

“ยุ่งยากจริงๆ เป็นเมียคนรวย“

“เธอไม่ชอบหรือแกล้งไม่ชอบ“

“ออกงานทีต้องเสียเงินที เปลืองที่สุด”

“มันเป็นเรื่องของสังคม”

“เปลือง… เปลือง” ไหมแพรเน้น

“เทียบกับการลงทุนทางธุรกิจ มันคุ้ม”

คุ้ม… คุ้ม ใช่สิเรื่องเงิน เรื่องธุรกิจ คุณต้องคุ้มสิ และหล่อนก็เงียบจนมาถึงร้านหรู และก้าวเข้ามาอย่างงงๆ ต้องขนาดนี้เชียวหรือ

“คุณน่าจะให้ฉันจัดการเอง คุณไม่ต้องเห็นมาด้วย” ไหมแพรพูดอีกครั้ง

ภีมยักไหล่

“ฉันไม่เชื่อคำพูดของเธอ ฉันคงไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนตอนเรื่องรถ ฉันให้เธอเลือก เธอก็ไม่เลือกสักที จนอรัญต้องออกหน้าจัดการแทน”

“เพราะฉันไม่คิดจะซื้อค่ะ”

“แต่รับจากอรัญ”

“ก็ไหนๆ ซื้อมาแล้วนี่”

“ก็ไหนๆ มาเลือกถึงร้านแล้วนี่” เขากวนประสาท

“ฉันอายคนขาย” แล้วพึมพำต่อ “ต้องให้ผู้ชายพามาซื้อชุดราตรี”

“ไม่ต้องหน้าบาง ฉันสนิทกับเจ้าของร้าน ช่างก็รู้จักกัน โทรมานัดแล้ว”

ช่างกับพนักงานต้อนรับออกมาทักทายภีมทันที เขาจึงส่งตัวหญิงสาวให้

“จัดการให้เธอด้วยครับ จะกี่ชุดก็ได้ถ้าเหมาะกับเธอ เผื่อไว้ออกงานแน่”

ภีมมีหน้าที่รอ แรกๆ ช่างก็ให้ไหมแพรแต่งออกมาให้ภีมแนะนำและช่วยออกความเห็น แต่พอผ่านไปสามชุด ไหมแพรก็เริ่มงอแง ออกมาพูดกับภีมอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันไม่ใช่นางแบบนะคะ ทำไมต้องให้คุณเลือกทุกชุด ให้ฉันเลือกเองบ้างได้ไหมคะเพราะฉันเป็นตัวตนของฉัน ออกมาโชว์ตัวคุณทุกครั้งฉันเขินนะ”

แต่งตัว… ออกมาหมุนตัวกับภีม ให้เขามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หล่อนเขินจนหน้าแดงแล้วหน้าแดงอีก วางไม้วางมือไม่ถูก แต่เขากลับแค่พยักหน้าว่าใช้ได้หรือไม่ดวงตาของภีมเหมือนไม่ค่อยสนใจ แต่ลึกๆ เขาจ้องมองเขม้น จนหล่อนรู้สึกได้ว่าแกล้งไม่สนใจกับสนใจต่างกันอย่างไร

ภีมยักไหล่

“ก็โอเค เธอเลือกเองต่อกี่ชุดก็ได้”

เท่าที่ผ่านมาหล่อนเปลี่ยนสามชุดที่เป็นชุดเด่นของร้าน และภีมก็พยักหน้าเห็นดีด้วยทั้งสามชุด พอได้อิสระ ไหมแพรลองชุดเองชุดต่อไปแล้วถามราคาช่าง

“ชุดนี้เท่าไหร่คะ”

“แสนกว่าค่ะ”

ไหมแพรสะดุ้ง

“ว๊าย ตั้งแสนกว่า”

“สามชุดก่อนหน้านั้น รวมทั้งหมดเป็นล้านนะคะ เพราะเป็นผ้าราคาแพงค่ะ”

“งั้น… งั้น… พอแค่นี้ พอแล้วค่ะ” ไหมแพรรีบพูดตกใจกับราคา

“แต่คุณภีมให้เลือกอีกนะคะ”

“แต่ฉันขอพอค่ะ”

ไหมแพรเปลี่ยนชุดเดิมและเดินออกมา ภีมนั่งพิงเก้าอี้รออย่างใจเย็น ทั้งที่ปกติเขาไม่ชอบรอนาน หรือว่าครั้งนี้จำเป็น ไหมแพรต้องเป็นหน้าเป็นตาของเขาในวันที่เขาพาออกงานสังคม

“ทำไมเร็ว”

“ฉันไม่อยากเลือกแล้วค่ะ”

“ทำไม”

“พอก่อนนะคะ เอาไว้วันหลังก็ได้ค่ะ ฉันรู้จักร้านแล้ว มาเองเป็น คุณจะได้ไม่ต้องรอ”

“ตามใจ ต่อไปก็กระเป๋า รองเท้า”

“ฉันขอเลือกเองได้ไหมคะ“ ส่งสายตาวิงวอน

“วันไหน“

“พรุ่งนี้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันทำงานที่โรงพิมพ์ครึ่งวัน อีกครึ่งวันฉันจะไปซื้อทันที“

“แน่ใจว่าไม่ต้องการเพื่อน“

“เพื่อนอย่างคุณ อย่าดีกว่าค่ะ“

“ให้อรไปเป็นเพื่อน“

“ไม่ค่ะ รบกวนคุณอรทุกที ฉันจัดการเองได้จริงๆ ค่ะ”

“งั้นไปร้านนี้” ภีมส่งนามบัตรร้านให้ “กระเป๋า รองเท้าในร้านเดียวกัน แล้วส่งบิลไปเก็บกับฉัน ร้านเห็นนามบัตร จะช่วยจัดการแทนให้ทุกอย่าง อ๋อ.. แล้วไม่ต้องเสียดายเงินประหยัดให้ฉันหรอกนะ ฉันจ่ายได้”

“ค่ะ… ค่ะ จะล้มทับให้ดูค่ะ กับคุณก็แค่ขนหน้าแข้งเส้นเดียว”

เขาเลิกคิ้ว

“เปรียบเทียบ เชยไปนะ”

“เปรียบให้เห็นภาพ”

พอกลับมาที่รถเก๋ง ภีมบอกกับนายปันคนขับรถว่า

“เอากุญแจมา วันนี้ฉันจะขับรถเอง แกกลับไปได้แล้ว”

เจ้านายขับรถเองก็เคยเสมอๆ ครั้งนี้มีไหมแพรอยู่ข้างๆ หล่อนแปลกใจ

“ถ้าคุณอยากอยู่คนเดียว ฉันเรียกแท็กซี่กลับเองได้ค่ะ” ไหมแพรเอ่ยขึ้น “ปล่อยฉันลงข้างทาง”

“เธอรู้สึกอย่างนั้นหรือ”

“คุณขับรถเอง ให้คนขับรถกลับ เหมือนคุณอยากอยู่คนเดียว”

“ไปหาอะไรกินกัน” ภีมอยู่ๆ ก็พูดขึ้น

“คุณหิวอะไรคะ”

“นี่มันกี่โมงแล้ว ตั้งแต่กลางวันยังไม่มีลงท้อง จนป่านนี้เย็นแล้ว”

“ขอแบบไม่หรูนะคะ ไม่ชอบอาหารชื่อแปลกๆ กินไม่เป็นค่ะ“

“งั้นเธอเลือกร้านเลยดีไหม” เขาถามประชด

โอ้โห…เขาใจกว้างจังวันนี้ ไหมแพรยังไม่รู้ตัวว่าถูกประชด

“ได้ค่ะ” ไหมแพรไม่ขัด “ไกลหน่อยออกนอกเมือง เป็นร้านริมน้ำ เป็นอาหารทะเล กุ้ง ปูปลาเขาสดมากค่ะ แถมราคาก็ไม่เอาเปรียบลูกค้า”

ภีมโคลงศีรษะ ก็ได้ ในเมื่อหล่อนไม่รู้ตัว ตามใจหล่อนสักครั้ง จึงถามที่ตั้งร้าน

“เดี๋ยวฉันบอกทางให้คุณ แล้วคุณขับไปเลยค่ะ”

ระหว่างทางไปยังจุดหมาย เขาถามว่า

“อยากกินอาหารทะเลมากเลยนะ” น้ำเสียงชักแปลกๆ “ในเมืองร้านเยอะแยะ”

“อ้าว ก็คุณให้ฉันเลือก”

“หมายความตามนั้นนะ”

“อ้าว” หล่อนอุทานอีกครั้ง “เปลี่ยนร้านก็ได้นะคะ”

“ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองดู”

หญิงสาวเบ้ปาก ขมุบขมิบว่า

“โอ้ย… ใครจะไปรู้ พูดจริงพูดเล่นกันเนี่ย”

“ว่าไงนะ” เขาได้ยินแว่วๆ

“อย่างไรพูดตรงๆ กับฉัน ก็ดีนะคะ”

“ตรงบ้างอ้อมบาง จะได้รู้จักกันมากขึ้น” อีกครั้งที่เบ้ปาก ขมวดคิ้ว

หลอกล่อแบบนี้ จะรู้จักกันมากขึ้นหรือ เขาคิดอะไรของเขา เขาพูดว่า

“หิวมาก ถึงร้านอีกนานแค่ไหน หิวขนาดนี้ ไม่อร่อยก็ต้องอร่อยแล้ว”

“รสนิยมคุณ ฉันไม่รู้ รสปากคุณก็ต้องลองค่ะ”

“ไม่ต้องเถียงสักเรื่องได้ไหม”

“ไม่ได้เถียงสักหน่อย เราคุยกันไม่ใช่หรือคะ”

เขาพยักหน้าช้าๆ และขับรถไปตามเส้นทางที่หล่อนแจ้ง บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร

และเมื่อมาถึงร้านอาหารริมน้ำ สร้างเป็นทางไม้ยื่นออกไป ไหมแพรเลือกมุมหนึ่งที่ดูแสนสบาย ยังไม่ทันไรภีมก็บ่น

“ไม่นั่งห้องแอร์ เดี๋ยวยุงมาเป็นทัพล่ะ”

“ร้านมียากันยุงให้ค่ะ”

“แต่มันกันไม่อยู่หรอก”

“คุณใส่กางเกงขายาว เสื้อก็แขนยาว กลัวอะไรกับยุง”

“ถ้าฝนตก มันจะสาด” เพราะทำท่าว่าฝนจะมา ลมแรงเริ่มพัดผ่าน

“ไม่เห็นต้องกลัวฝน กระเด็นนิดกระเด็นหน่อย”

และหล่อนไม่ถามเขาหรอกว่าจะทานอะไร หล่อนสั่งเองเสร็จสรรพมีทั้งกุ้งเผา ปูไข่นึ่ง แกงส้มปลา ยำไข่แมงดา และผัดผักรวมมิตร

“ห้าอย่างคงพอค่ะ”

“ไม่ถามฉันสักคำว่ากินอะไร”

“มาร้านนี้ต้องทานแบบนี้ค่ะ”

“เธอมาบ่อย”

“ชอบค่ะ มากับสินีกับอมรบ่อยมากค่ะ เวลาอยากทานอาหารทะเลก็จะยอมขับรถไกลหน่อย แต่รับรองคุ้มค่ะ“

อาหารมาส่งอย่างรวดเร็ว ไหมแพรพูดขึ้น

“ฉันลืมสั่งข้าวผัดให้คุณ คุณว่าหิวมาก ควรมีข้าวผัดจานเล็กสักจาน ทานกับอาหารทะเลค่ะ“ จึงสั่งข้าวผัดปูเพิ่มและตัวเองก็ลงมือแกะกุ้งเผา โดยพูดว่า “ใช้มือเลยค่ะ ล้างมือกับชามชา หรือจะล้างที่ห้องน้ำฉันล้างมือที่ห้องน้ำแล้วนะ”

จนกินกุ้งตัวหนึ่งแล้ว เขายังนั่งเฉย จ้องมองหล่อน

ไหมแพรเลิกคิ้ว สบตาแล้วร้อง

“อ๋อ… ฉันลืมไป คุณแกะกุ้งกับปูไม่เป็นแน่เลย ไหนๆ พามากินแล้ว ฉันบริการคุณตอบแทน”

หล่อนแกะกุ้งและปากก็พูดว่า

“ต้องแกะแบบนี้ค่ะ ง่ายนิดเดียว” และต้องเอาขี้กุ้งออกมาด้วย ลากออกมาทั้งเส้นเลยและวางไว้บนจานภีม

เขานั่งมอง… จนหล่อนต้องพูดอีกครั้ง

“ฉันล้างมือทั้งที่ห้องน้ำและล้างในชามล้างมือนี้แล้ว สะอาดแน่ค่ะ”

ภีมจึงยอมใช้ส้อมจิ้มกุ้งในจานเข้าปากพอดีคำ เขียวช้าๆ สงบๆ นิ่งๆ

“อร่อยใช่ไหมคะ รับรองความสด อาหารทะเลอยู่ที่ความสด”

แล้วหล่อนก็แกะปูอย่างคล่องแคล่ว มีก้ามปูชิ้นใหญ่ ไหมแพรวางลงบนจานชายหนุ่ม

“ชิ้นใหญ่หวานๆ สำหรับคุณค่ะ” และพอข้าวผัดมาส่ง หล่อนก็จัดการตักใส่จานแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่ง “อย่าทานข้าวเยอะนะคะ เราจะเน้นอาหารทะเล”

ภีมยอมรับว่าอาหารทะเลสดอร่อย แต่ยังปากแข็งทั้งที่หล่อนถาม

“อร่อยไหมคะ”

“ก็… กินได้” ไม่ตอบตรงๆ

ตักแบ่งแกงส้มใส่ชามของภีม

“ซดดูนะคะ รสกลมกล่อมค่ะ ดูสีจัดจ้าน แต่รสกลมกล่อม ไม่จัดมากหรอกค่ะ” และตักยำแมงดาแต่เขาร้องลั่น

“ไม่… ไม่… กินไม่เป็น”

“ตายแล้วคุณภีม จะพลาดของอร่อยได้ยังไงคะ”

“ไม่กิน” เสียงแข็งวางอำนาจ

“ลองนิดนะคะ” แต่หล่อนไม่กลัวเสียงแข็งของเขาหรอก

“บอกว่าไม่”

“ต้องลองค่ะ” คราวนี้ไหมแพรนึกสนุกอยากแกล้ง และอยากเอาชนะภีมให้ได้ “มาแล้วต้องชิม”

“ฉันไม่เคยกินอาหารแบบนี้”

“ก็ต้องลองไงคะ แล้วคุณจะบอกว่ารู้งี้กินนานแล้ว”

“ไม่…ไม่กิน”

“ถ้าคุณไม่ลอง คุณก็ไม่กล้า แค่ลองอาหารคุณทำได้มั๊ง ลองแล้วไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ลองเลยจะเรียกอะไรดีหนอ”

“อย่ายั่ว” ภีมเลิกคิ้ว “ฉันไม่ชอบถูกบังคับ”

“ใครกล้าบังคับเจ้านาย แต่เรื่องเล็กขนาดนี้ ยังไม่กล้าจะเรียกอะไรหนอ” ไหมแพรทำเสียงท้าทาย ยั่วอีกครั้ง

เอาล่ะ กินเป็นกิน ภีมตักเข้าปาก หน้าเหยเก

“อย่างกับกินยาขม” ไหมแพรพึมพำ และต่อมาใบหน้าภีมก็เปลี่ยนไป

ไม่เป็นอย่างที่เขาคิดเลย สำหรับเขาหอมมันเปรี้ยวหวานเค็ม รสยำช่วยชูไข่แมงดาให้อร่อยผิดคาดคิด

“ไม่เลวร้ายนักหรอก แต่น่าจะมีเบียร์เย็นๆ แกล้มสักหน่อย”

“คุณต้องขับรถนะคะ”

“ก็เธอขับไงล่ะ เธอขับกลับ เอ้า… สั่งเบียร์มาเลย”



Don`t copy text!