เมียอันดับห้า บทที่ 67 : สับสน

เมียอันดับห้า บทที่ 67 : สับสน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 67 –

ภีมวาดภาพในห้องนอน มุมโปรดส่วนตัว

เกือบเที่ยงคืนแล้ว เขายังตาสว่าง ไหมแพรยืนมองเขาวาดภาพอย่างเงียบๆ นานเท่าไรจนเขาหยุดวางทุกอย่าง และหันมามองไหมแพร

สามี…ภรรยา…ในห้องนอนเดียวกัน แต่แยกเตียง

ไหมแพรไม่เคยต้องระแวงหรือระวัง เพราะรู้ว่าภีมไม่เคยรักหล่อน จึงไม่แตะเนื้อต้องตัวหล่อนแน่นอน อย่างที่เขาบอกแต่ต้น ตั้งแต่วันแรกในคืนเข้าหอ

ปกติทุกคืนถ้าภีมขึ้นห้องและเหนื่อยจากงาน จะอาบน้ำและหลับเลย บางครั้งเขาแทบไม่คุยกับหล่อนด้วยซ้ำ อย่างน้อยทักว่า ‘ยังไม่นอนอีกหรือ’

คืนนี้เขาไม่ง่วง ทำงานต่อ วาดภาพต่อ และจนเลิกแล้วจึงลุกขึ้นจ้องมองหญิงสาว และก้าวเข้าใกล้…ใกล้ หล่อนก็ถอย…ถอย จนชิดกับผนังห้องและทำตาโต

เขาเป็นอะไร เขาจะทำอะไรหล่อน หญิงสาวตกใจ

ภีมเองก็ถามตัวเอง มีบางอย่างในสมองสั่งว่า ‘จูบ..จูบ…จูบ’

จูบไหมแพร

และมีอีกสติเศษเสี้ยวห้าม ‘อย่า…อย่าทำ’

ใกล้มาก มากแล้ว ห่างเพียงไม่ถึงนิ้ว กับใบหน้าที่ยื่นเกือบชิดและเห็นดวงตาที่กลมโตตกใจของหญิงสาว ตกใจตัวแข็งชั่วขณะ และเขาเป็นฝ่ายผละออก พึมพำว่า

“ไม่ชอบบังคับจิตใจใคร”

หญิงสาวโล่งอก ไม่เห็นด้วยกับประโยคพึมพำของฝ่ายชายจึงแย้ง

“ขนาดไม่บังคับจิตใจใคร ฮึ…บังคับโดยไม่รู้ตัวสิท่า”

“เธอพูดอะไร”

“ก็ตามที่คุณได้ยินค่ะ”

“อาจจะบังคับได้ทุกคน แต่เธอคงต้องยกเว้น หัวแข็งนักนี่”

“คุณชอบบังคับหรือคะ คุณชอบเล่นบทผู้ร้ายหรือคะ ความจริงฉันว่าคุณไม่เชิงเป็นผู้ร้ายเต็มตัว”

“เหรอ เห็นฉันเป็นคนดีเหรอ”

“บางอย่างก็เกินคาดคิดค่ะ คุณแอบให้เงินนายเดชผ่านหัวหน้าชาญ แถมยังไม่เอาหน้า ไม่ได้บอกนายเดชเสียอีก ไล่เขาออก แอบให้เงินเขา ตบหัวลูบหลัง เอ๊ะ…จะพูดอย่างไรดีนะ ไล่ออกเพื่อคุณอรัญ แต่คิดไม่ถึงจะแอบช่วยเหลือลับหลัง”

“เธอแอบดูฉันกับหัวหน้าชาญ”

“ตามนั้นค่ะ”

“สอดรู้สอดเห็น”

“มีอะไรที่คุณทำดีแล้วไม่บอกใครอีก”

“ฉันจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องรายงาน”

“นั่นสิคะ ถ้าคุณหัดเปิดใจ และเป็นคนละเอียดอ่อนสักนิด คุณจะเป็นคนดีไม่ยาก”

“คนตัดสินดีเลวไม่ใช่เธอ”

“อย่าทำเสียงแข็งสิคะ”

“เธอจะพูดกับฉันเรื่องอะไรแน่”

“ขอพูดหลายๆเรื่อง”

“ถือว่าคืนนี้ฉันอารมณ์ดี อยากพูดอะไรก็พูดออกมาให้หมด”

“เรื่องคุณทิพย์กับหนูผึ้ง”

“ไม่ใช่เรื่องระหว่างเราหรือไง”

“เพราะเราอยู่ในสังคมนี่คะกับคนรอบตัว เรื่องระหว่างเรามักมีผลมาจากคนรอบข้างมากกว่า หนูผึ้งเป็นเด็ก ไม่ต้องใช่เล่ห์เหลี่ยมมารยา ใช้แค่ความจริงใจก็ชนะใจเด็กได้ แต่คุณทิพย์เธอลึกล้ำ เธอต้องการมากกว่าจะมาทวงลูก เธอตั้งใจมาทวงคุณจากฉัน ตลกดีนะคะ คนเราไม่เห็นค่าตอนอยู่ แต่ตอนจากเพิ่งเห็นค่า”

“เธอกำลังว่าใคร”

“ถ้าอยากให้ครอบครัวอบอุ่น ฉันพร้อมหย่าค่ะ”

“ไหนเธอขอสามเดือนค่อยหย่าไง”

“ก็จริงค่ะ ขอสามเดือนเพื่ออยากเอาชนะคำพูดของคุณวิกับคุณนี ที่ดูถูกว่าฉันจะอยู่กับคุณไม่ถึงสามเดือน ใจจริงฉันอยากให้ถึงค่ะ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อฉัน จะให้คุณนีเปิดเผยความจริงเรื่องแหวนเธอหาย ถ้าฉันอยู่เกินสามเดือน เธอจะยอมพูดความจริง และคุณวิจะขอโทษที่ดูถูกฉัน”

“แค่สามเดือนจะสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้เลยหรือ”

“ระหว่างเราสามเดือนคงพอค่ะ คุณอยากหย่าเร็วขึ้นไหมคะ”

“ยัง”

“เพื่อคุณทิพย์นะคะ เพื่อครอบครัวอบอุ่นที่เธอต้องการนะคะ”

“เธอพูดเพื่อ”

“เพื่อ…ทุกคน”

“อย่าทำเป็นอวดรู้ไปหน่อย” ณ วันนี้ ภีมรู้ว่าเขาไม่มีหัวใจ ไม่มีความรักหลงเหลือกับน้ำทิพย์ ครอบครัวอบอุ่นหรือ เขาเห็นภาพ..ภาพ…เขา…น้ำผึ้งกับ…กับ..หล่อน !

คนอวดเก่ง หัวแข็งที่อยู่ตรงหน้า

ภีมสับสน…และสลัดศีรษะแรงๆ สลัดภาพหล่อนให้หลุด

“เป็นอะไรคะ” ไหมแพรสงสัยในท่าทีของชายหนุ่ม

“เอ้อ…ทิพย์เป็นอดีตของฉัน…อดีต…แค่นั้น…”

ไหมแพรทำตาโต อยู่ๆหัวใจก็เต้นแรง พอใจกับคำตอบ พอใจจนปิดแทบไม่มิด จะตื่นเต้นดีใจอะไรปานนั้น ไหมแพรหนอ ไหมแพร

“คุณไม่กลัวผึ้งเสียใจหรือคะ”

“ผึ้งมีพ่อ มีครอบครัวพวกเราอบอุ่นแล้ว เธอเองก็ทำให้ผึ้งชอบไม่ยากนี่ เอาใจผึ้งสารพัด”

หล่อนเบ้ปาก

“ก็อยู่ในกรอบที่พอควรค่ะ ฉันไม่กล้าทำเกินเลย เพราะผึ้งเหมือนไข่ในหินของพวกคุณ ฉันพยายามดึงออกจากเปลือกหินค่ะ ให้แกเป็นเด็กธรรมดา ให้มีภูมิคุ้มกันชีวิตบ้างค่ะ”

“ตอนแรกฉันไม่พอใจ แต่เห็นผึ้งมีความสุข ฉันก็ยอมรับได้ ฉันอยากให้คนที่อยู่รอบตัวฉันมีความสุข”

“บางทีคุณอาจมองข้ามบางคน ยิ่งคนที่ทำงานให้คุณ อย่างนายปัน คุณคงลืมมองเขา ไม่สบายก็อ่านไม่ออก”

ภีมโบกมือ

“ไม่สบายก็บอกสิ ใครจะไปรู้”

“เพราะคุณมองข้ามไงคะ”

“เธอก็จัดการให้ฉันแล้วนี่ หยุดงานไปแล้ว เธอต้องขับรถแทนนายปัน เธอเต็มใจเอง”

“ค่ะ…เต็มใจ ฉันจัดการแทนคุณได้เฉพาะบางเรื่อง บางเรื่องคุณต้องจัดการเองค่ะ”

“จะบอกอะไรอีกสิท่า พูดออกมาเลย บอกแล้วคืนนี้ฉันอารมณ์ดี รับฟังทุกเรื่อง”

“คุณอุษาค่ะ วันก่อนฉันไปดูเธอ ท่าทางเธอจะ…จะ…เอ้อ…คือเธออ่อนแอมาก…คุณควรไปดูเธอบ่อยขึ้นนะคะ”

“เธอพูดถูก ฉันไม่ได้ไปอาทิตย์กว่า…”

“รีบไปเยี่ยมเธอเถิดค่ะ ก่อนจะเสียใจ” หล่อนเสียงเบา แสนเบา

ภีมมองหน้าไหมแพร และเอ่ยว่า

“ผู้หญิงมีอารมณ์ละเอียดอ่อน ขอบใจที่ช่วยเตือนฉัน อุษาน่าสงสาร ถึงไม่มีความรักแต่มีความผูกพัน”

ขอบใจที่ช่วยเตือน…อือม…ฟังแล้วน่าชื่นใจ เขาพูดออกจากปาก สงสัยจะอารมณ์ดีจริงๆ

หล่อนเผลอยิ้ม…อมยิ้ม

“ยิ้มอะไร” อุ๊ยตาย เขาเห็นอีก

“ยิ้มเพราะคุณอารมณ์ดีค่ะ”

“ทุกครั้งฉันอารมณ์เสียหรือไง”

“ถ้าคุณอารมณ์ดีบ่อยๆ หน้าคุณจะไม่แก่เร็ว ใครๆจะรักคุณ รักคุณจากใจ ทุกวันนี้มีแต่คนกลัวคุณ อยากให้รักก็ต้องยิ้มนะคะ” เผลอพูดว่า ‘รัก’ กี่ครั้งหนอ

“เหรอ จะมีคนรักเหรอ เท่านี้เมียห้าคนยังไม่พออีกหรือ”

“ว๊าย คุณหมายความว่า”

“เอาแค่รักสุดท้ายก็พอ”

“คะ”

“ขอแค่รักแท้ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องจากใจจริง”

หล่อนเบ้ปาก พึมพำว่า

“แล้วคุณเองมีจากใจจริงให้ใครบ้าง”

“พูดดังหน่อย”

“คุณอยากได้ใจใคร คุณต้องให้กับคนนั้นก่อน คนเรามีทั้งรับมีทั้งให้ อย่าเห็นแก่ตัวสิคะ”

“มีแต่เธอที่กล้าพูด”

“เพราะฉันไม่ใช่เมียตัวจริงคุณนี่คะ ฉันถึงกล้าพูดทุกเรื่อง กล้าทำอะไรที่ขัดใจคุณ แต่ไม่ผิดกับคุณแน่”

คนเดียว…ที่สามารถทำให้หัวใจของภีมสับสน

“เธอ”

ดวงตาหล่อนโตเป็นประกาย…ใช่สิ…นี่ก็ดึกแล้ว นี่ก็อยู่ในห้องนอนสองต่อสอง แต่งงานกันแล้ว จดทะเบียนกันแล้ว เขามีสิทธิ์ในตัวหล่อน จ่ายเงินให้ยายหล่อนไปยี่สิบล้าน เขามีสิทธิ์ในตัวหล่อนเต็มร้อย แต่เพราะเคยหลุดปากว่าจะไม่บังคับ จะไม่ใช้อำนาจเงิน ไม่แตะต้องตัวหล่อนถ้าไม่เต็มใจ ที่ผ่านมาเขาก็ทำได้…ทำได้ทุกคืนเลย แต่ทำไมวันนี้ คืนนี้ เขารู้สึกอย่างไร อยากเป็นเจ้าของหล่อน อยากครอบครองหล่อน

ไหมแพรมองเขาอย่างสงสัย

“คุณเป็นอะไรคะ”

ภีมสะกดใจ…ยังมีหน้ามาถามอีก ลอยหน้าลอยตาขนาดนั้น

“คุณภีม คุณหน้าแดง”

เขาพยายาม…พยายามโบกมืออย่างยากเย็น

“เธอไปนอนได้แล้ว”

“คิดว่าคืนนี้คุณอารมณ์ดี อยากคุยกับคุณนานหน่อย”

เจ้าหล่อนยังไม่รู้ตัวอีกหรือ สำหรับเขาเหมือนมีผู้หญิงคนหนึ่งมายั่วยวนอยู่ตรงหน้า

เขารักหล่อน เขาชอบหล่อนเสียแล้ว เริ่มตั้งแต่เมื่อไร ถามตัวเอง ตอบตัวเองไม่ถูก

ยั่วอยู่นั่นละ ตาแป๋วเชียว จะระงับอารมณ์บางอย่างไม่อยู่แล้วนะ

“คุณควรปรับปรุงนิสัยส่วนตัวสักนิด นิดเดียวก็ได้ เพราะคงยากสำหรับคุณ ถ้าคุณอยากให้ใครๆรักคุณ รักคุณจากใจจริง ให้ใจคนอื่นก่อนนะ เลิกตีหน้าขรึม เลิกใช้น้ำเสียงดุดัน เลิกวางท่าเป็นเจ้านาย ยกย่องและให้เกียรติพวกเขาบ้าง คนเหมือนกันค่ะ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ รู้นะว่าคุณทำงานหนัก ไม่จำเป็นก็ปล่อยๆบ้างให้คนอื่นทำ คุณไม่ต้องไปดูแลทุกจุด ทุกงาน เหนื่อยเปล่าค่ะ อย่าคิดว่าคุณเก่งคนเดียวสิ เจ้านายที่ดีต้องรู้จักใช้คน ไว้ใจคนบ้าง ไม่ใช่ระแวงและบังคับ”

“พอ…พอ…พูดอย่างกับเธอเก่ง มาสั่งสอนฉัน”

“เพราะอยากเห็นคุณทำงานน้อยลง ไม่ตีหน้าขรึม อยากเห็นรอยยิ้มของคุณค่ะ อยากเห็นภาคอ่อนโยนของคุณค่ะ เพราะคุณมีสองภาค…ฉันรู้…ฉันเคยเห็น…”

ยังพูดไม่จบ เขาโบกมืออีก

“พอ…พอ…หยุด” เสียงเจื้อยแจ้วของหล่อนแทนที่จะรำคาญอย่างเคย แต่ขณะนี้กลับราวกับเสียงเพลงบรรเลงน่าฟัง

เขาเป็นบ้าไปแล้ว ขณะนี้มองหล่อนดูดีไปเสียหมด ระงับอารมณ์จนเต็มที่ จ้องมองหล่อน ยื่นหน้าไปใกล้หล่อนมาก…มาก…มาก…

“ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย จะไปนอนหรือไม่”

ไหมแพรเบิกตากว้าง ว๊าย…ดวงตาเขา…เป็นอะไร…ใช่…ใช่…ใช่สิ น่ากลัวนะ น่ากลัว

“ค่ะ…ค่ะ…ค่ะ…ฉันจะไปนอนแล้ว” รีบวิ่งจู๊ดไปยังมุมของหล่อนทันที

ภีมถอนหายใจยาว โล่งอก สลัดศีรษะแรงๆ…แล้วต้องผ่านคืนนี้ไปได้อย่างราบื่น ไม่เกิดอะไรขึ้น…อย่างที่เขาอยากให้เกิด

 

อาหารเช้าที่พร้อมหน้าพร้อมตาบนโต๊ะอาหาร จนเกือบอิ่มแล้ว ภีมจึงพูดกับน้องชายว่า

“แกไม่ต้องไปทำงานที่ไซต์แล้ว ให้ทำงานที่สำนักงานแทน”

อรัญโวยวายไม่ยินยอม

“ผมขี้เกียจทำงานนั่งโต๊ะที่สุด ชอบออกไปข้างนอกมากกว่า”

“แต่แกมีเรื่องกับคนงาน ซึ่งไม่ใช่เลย แกทำเกินไป”

“ผมชอบจับผิดไงครับ และก็ทำสำเร็จด้วย”

“หน้าที่แกคือรายงานหัวหน้าสิ ไม่ต้องลงไปจัดการเอง หัวหน้าเขามีวิธีการของเขา มีกฏมีระเบียบของเขา”

“ไม่ครับ ไอ้หัวหน้านั่นตัวดี เข้าข้างลูกน้อง สักวันผมจะต้องเอามันออก”

“นั่นไง แกถึงไม่ควรไปไซต์งานนั่นแล้ว”

“ผมจะไป”

“อรัญ พี่หวังดีนะ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีปัญหา แกทำให้บรรดาคนงานไม่พอใจ”

อรัญยักไหล่

“ผมไม่แคร์ครับ ไปไซต์งานตรวจงานแป๊บเดียวผมก็อิสระแล้ว ว่างแล้ว เข้าบริษัทน่าเบื่อจะตาย ผมก็เข้าบ้าง ไม่ใช่ไม่เข้าเลย” แล้วหันไปทางมารดา “คุณแม่รู้นิสัยผมที่สุด ช่วยพูดกับพี่ภีมด้วยครับ”

คุณวรรณจึงพูดกับลูกชายคนโต

“อย่าขัดใจน้องเลยภีม เราก็รู้นิสัยอรัญทั้งคู่”

“แต่อรัญสร้างปัญหา”

“น้องนะลูก…น้อง…จำไว้ว่าน้องกับลูกน้องใครจะสำคัญกว่ากัน ถ้ามีปัญหาก็ให้คนงานออกไปซะ”

“มันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาครับ”

“ก็ยกให้น้องสักคน”

“ใช่…ยกให้อรัญเถอะ เพิ่งเริ่มงาน” ย่าฉวีช่วยพูด “ต้องให้อรัญเรียนรู้การแก้ปัญหาด้วย”

ภีมพูดไม่ออก มารดาเสริมว่า

“เรื่องเล็กแค่นี้ พี่น้องไม่เห็นต้องมาเถียงกันที่โต๊ะอาหารเลย”

ไหมแพรรู้สึกเห็นใจภีม เขาอาจจะเก่งแก้ปัญหาต่างๆมากมาย แต่เรื่องในครอบครัวเขาไม่เคยชนะมารดากับย่าฉวี อรัญมีสองคนให้ท้ายก็เพียงพอแล้วละ

อรัญทำท่าไม่พอใจพี่ชาย พูดขู่ว่า

“ถ้าห้ามผมไปไซต์งาน ผมจะไม่ทำงานเลย”

ภีมยังไม่ทันพูดอะไร คุณวรรณก็รีบว่า

“อย่าใจร้อนวู่วามสิอรัญ พี่เขายอมแล้ว”

“ไม่รู้ละ พี่ภีมเลือกเอา จะให้ผมทำงานหรือเปล่า โอ๊ย…ผมไม่กินแล้ว กินไม่ลง ผมไปล่ะ” ถ้าเกี่ยวกับคนงาน อรัญมักอารมณ์เสียเสมอ…



Don`t copy text!