เมียอันดับห้า บทที่ 69 : ความเอยความรัก เริ่มสมัครชั้นต้นหนไหน

เมียอันดับห้า บทที่ 69 : ความเอยความรัก เริ่มสมัครชั้นต้นหนไหน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 69 –

อาหารที่เติมพริกน้ำปลาช่วยให้ภีมทานข้าวไปถึงสองจาน มากกว่าปกติหนึ่งเท่า และเมื่ออิ่ม…ก็ต่อด้วยผลไม้ เป็นส้มเขียวหวานที่กานดายกมาทั้งถาด

ไหมแพรรู้ว่าภีมชอบกินผลไม้ และที่บ้านป้านิ่มจะบริการดี ปอกผลไม้ตัดแต่งอย่างสวยงาม ไม่มีเมล็ด

ภีมมองหน้าไหมแพร…และมองส้ม…เหมือนจะพูดว่า ‘ปอกให้ด้วยสิ’ สายตาไหมแพรมองกลับ ‘จัดการเองสิ’ และสายตาภีมตอบกลับว่า ‘หน้าที่ของเธอ’ สายตาไหมแพรรวมทั้งเบ้ปากเหมือนพูดว่า ‘หัดทำเองบ้าง งั้นก็ไม่ต้องกิน’

มองไปมองมา ใครจะชนะ

“มา…มา…ยายคนนี้จะปอกส้มให้หลายเขยกินเอง” ยายสายบัวพูดขึ้น ทำให้ไหมแพรต้องรีบแย่งส้มจากมือยาย “แพรจัดการค่ะ”

ไหมแพรแพ้…แต่แพ้เพราะยาย หล่อนย่นมูกใส่ภีมเหมือนจะพูดว่า เพราะยายนะ เพราะยายคนเดียว

กานดาปอกส้มให้วิทยากับยายสายบัว ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก กินแบบง่ายๆ ภีมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไหมแพรแยกส้มส่งให้ภีมเข้าปาก แล้วแกล้งถามอย่างอ่อนหวานต่อหน้ายาย เล่นละครให้ยายสบายใจ

“หวานไหมคะ”

“อร่อย…หวานมาก…ก…” ภีมตอบกลับ…เล่นด้วย…เล่นอย่างสมจริง จนวิทยาพูดโพล่ง

“ข้าวใหม่ปลามัน”

ยิ่งทำให้ไหมแพรส่งส้มให้ถี่ๆ…และภีมก็ส่งสายตาหวานให้ จนหญิงสาวค้อน กินไปแล้ว ไม่ต้องหวานขนาดนี้หรอก

เมื่อกานดาเดินไปหลังบ้านเพื่อล้างจาน และไหมแพรเห็นว่าภีมกำลังคุยกับยาย จึงเดินไปหลังบ้าน

“พี่ดา ให้แพรช่วยนะ”

“อย่าเลย พี่ถนัดกว่า เธอไม่ถนัดหรอก ในนี้ก็คับแคบ ออกไปรอข้างนอกดีกว่าจ้ะ”

“พี่ดา แพรอยากขอบคุณจริงๆ ที่ดูแลพี่วิทและฝากให้ดูยาย”

“เป็นหน้าที่เมียกับหลานสะใภ้ พี่เต็มใจ”

“พี่ดาเป็นคนดีจัง พี่วิทไม่เคยทำอะไรดีเท่ากับเลือกเมียดี”

กานดาถอนใจยาว

“พี่อยากมีครอบครัว ชีวิตตัวคนเดียวมันโดดเดี่ยวมาก แต่…” น้ำเสียงเศร้า

“พี่ดามีอะไรหรือ”

“พี่วิท…พี่ชายเธอยังเล่นการพนัน ยังแอบไปเล่น ลูกค้ามาที่ร้านของบางอย่างพี่ก็ขายไม่ถูก งานช่างพี่ก็ทำไม่เป็น เมื่อช่างในร้านไม่อยู่บ่อยๆลูกค้าก็หนีหมด เงินที่ขายได้ก็ถูกพี่ชายเธอเอาไปเล่นการพนัน มันควรเก็บไว้เป็นทุนซื้อสินค้าเพิ่มเติมในร้าน ตอนนี้ขายได้แต่หมดทุน พี่จะไม่ไหวแล้ว”

“พี่ดา” ไหมแพรจับมือพี่สะใภ้ “พี่วิทได้เมียดีอย่างพี่ดายังไม่สำนึก พี่ดาเสียสละเพื่อครอบครัว อดทนนะจ๊ะ แพรจะพูดกับพี่วิท…” รู้ว่าปลอบไปก็เท่านั้น พูดแล้วพูดอีก จะทำอย่างไร ยังมืดแปดด้าน

“แพรจ๊ะ พี่ดาอายุมากว่าพี่วิท แต่พี่ก็รักเขามาก ยกให้เขาเป็นผู้นำ พี่อยากมีครอบครัวอบอุ่น พี่รักครอบครัวนี้ พี่จะพยายามจนสุดความสามารถ”

วิทยาเดินเข้ามาพอดี ส่วนกานดาก็รีบเดินออกไป ให้สองพี่น้องคุยกันเอง

“อ้าว คุยอะไรกัน บรรยากาศอึมครึมชะมัด” แล้วเห็นดวงตาของน้องสาวไม่พอใจ “ยัยแพร…”

“แพรพูดจนเบื่อแล้ว พี่วิทฟังไม่เบื่อบ้างหรือไง กลับไปเล่นพนัน พี่ดาจะทนไม่ไหวแล้ว”

วิทยาถอนใจยาว

“ดามันฟ้องอีกแล้ว ขี้ฟ้องชะมัด”

“พี่ดาเป็นคนดี อย่าให้พี่ดาหมดความอดทน พี่วิทจะสูญเสียเพชรที่มีค่า”

“โอ้โห เป็นเพชรเลยเหรอ ดามาอยู่บ้านนี้มันก็สบายขึ้น ระยะหลังก็ไม่ต้องออกไปขายของที่ตลาดนัด ใช่ว่าขายดีเสียเมื่อไหร่ อยู่บ้านเรากินดี สบาย ขายของในร้านไม่ร้อนด้วย”

“พี่วิท” ไหมแพรตกใจที่พี่ชายมองอีกมุม “พี่ดาเสียสละนะ เป็นเมียพี่วิทเหมือนเป็นคนใช้ ตอนนี้ต้องดูแลยายอีกคน ลำพังพี่วิทคนเดียวดูแลยายไม่ได้หรอก ยายก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาล อย่าทำให้ยายผิดหวัง”

“ก็ได้…ก็ได้…ไม่เล่นแล้ว”

“รับปากเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั๊ง” ไหมแพรโคลงศีรษะ “เพื่ออนาคตของพี่วิทเองนะ ถ้าพี่วิทไม่รับษาคำพูด พี่วิทจะเสียใจ ร้านนี้มีแค่ร้านเดียว และเมียดีๆอย่างพี่ดาก็มีเพียงคนเดียว”

เมื่อออกจากห้องครัวก็เห็นภีมคุยกับยายสายบัว คุยได้หรือ คุยรู้เรื่องหรือ แถมยังยิ้มแย้มกันด้วย และเมื่อทั้งสองกลับมาขึ้นรถ ภีมให้ไหมแพรขับรถตามเคย

“อิ่มมาก” ภีมพูดลอยๆ พิงพนักนั่งข้างอย่างดูสบายๆ

“คุณทานตั้งเยอะ อะไรอร่อยคะ”

“พริกน้ำปลา”

หล่อนเลิกคิ้ว

“พูดประชดหรือเปล่า”

ภีมหัวเราะ โบกมือ อารมณ์ดีนะ ใครจะรู้เขารู้สึกอย่างไรแน่ ภีมสามารถบอกตัวเองว่าวันนี้เขาทานอาหารอร่อยและแวดล้อมด้วยคนในครอบครัวของไหมแพร ปกติน่าจะรำคาญและปฏิเสธร่วมโต๊ะ จานชามถูกๆ แต่กลับชอบบรรยากาศเรียบๆง่ายๆธรรมดาๆ แบบตัวตนของหญิงสาว ผู้หญิงธรรมดาชาวบ้านแต่แฝงด้วยเสน่ห์อธิบายไม่ถูก เขาเริ่มแล้วว่าต้องยอมรับมุมมองเปลี่ยนไป หัวใจอบอุ่นกับหล่อน ชอบหล่อน…รักหล่อน

ค่อยๆเริ่ม…ไม่ทันทีทันใด เริ่มมานาน สะสม…สะสม…ความรู้สึก…แต่สุดท้ายเขายังไม่เปิดเผยความรู้สึก ยัง…ขอเวลาอีกนิด อีกนิด ให้เต็มร้อยเปอร์เซนต์…ยัง…อีกนิด…ให้แน่ใจ

“อร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะพริกน้ำปลา” แล้วเขาหลับตาเหมือนจะพักผ่อน

ไหมแพรเลิกคิ้วอีกครั้ง อมยิ้ม เออ…ตอบแปลก

 

คมกริชเจ็บปวด…ทำไมบาดแผลไม่เคยหายสักที เห็นไหมแพรเข้าบริษัทกับภีม และออกไปว่าจะไปรับยายสายบัวออกจากโรงพยาบาล นั่นคือครอบครัวใหม่ของไหมแพร ไม่มีตนแล้ว

เมื่อคืนดื่มเหล้ากับบัญชาจนดึก ดื่มเหล้าบ่อย กลุ้มใจ อ้างว่าเพราะกลุ้มใจ เขารู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาทำงานไม่เคยเต็มร้อย วันนี้ก็ง่วงนอนมาก หาวแล้วหาวอีก จนอรฤดีต้องยกกาแฟมาให้ถึงโต๊ะ

“ดื่มกาแฟหน่อยนะคะ” มีแต่หล่อนคนเดียวที่คอยสังเกต ความรักช่างประหลาดและพูดยากจริงๆ “ไม่งั้นคุณทำงานไม่ไหวแน่”

“ขอบคุณครับ เมื่อคืนดื่มมากไปหน่อย”

“รู้ตัวก็ดื่มน้อยสิคะ”

“บอกตามตรงผมมักลืมตัว”

“รักตัวเองบ้างนะ” หล่อนห่วงใยเขาเหลือเกิน และเมื่อหันหลังเดินหลับมาที่โต๊ะก็พบว่าบิดามองอยู่และรออยู่

“พ่อคะ”

“แกทำอะไร”

“เอ้อ…เพื่อนกันค่ะ ห่วงใยกันค่ะ”

“ไม่เห็นแกชงกาแฟให้คนอื่นเลย”

“สงสารคุณคมเรื่องพี่ภีมแต่งงานกับคุณแพร”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก” นายประมวลถามเสียงเข้ม

“พ่อคะ คนทำงานที่เดียวกัน”

“เตือนแล้วนะ อย่าทำให้มันออกนอกหน้า แกเป็นหลานเจ้าของบริษัท ส่วนมันแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา แกจะมีอนาคตมากกว่านี้ถ้าคบกับคนระดับเดียวกับแก”

อรฤดีเม้มริมฝีปาก มันสายเกินไปหรือเปล่า หล่อนมอบทั้งกายและใจให้เขาแล้ว เพราะสงสารที่เขาถูกพี่ภีมแย่งคนรักด้วยอำนาจของเงิน ว่าไปแล้วไม่ยุติธรรมต่อคมกริชที่มีฐานะด้อยกว่าพี่ภีมแบบฟ้ากับดิน

ประมวลไม่หยุดแค่พูดกับลูกสาว ดักพบกับคมกริชที่ห้องน้ำอย่างตั้งใจ ยืนจ้องหน้าคมกริช ซึ่งเขาเสร็จจากล้างหน้าล้างตาล้างมือแล้ว กำลังจะเดินออก

“คุณประมวลมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

“ถามหน่อยว่านายเป็นใคร”

“เอ้อ…ผมก็เป็นผมที่มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยคุณอุบล…คุณภีม”

“ตำแหน่งนี้ใหญ่ไหม เงินเดือนเยอะไหม มีเงินเก็บเท่าไร มีบ้านไหม รถใช้รถเก่ารุ่นไหน”

คำถามต่างๆทำให้คนถูกถามเย็นวาบ รู้ว่าคนถามมีเจตนาอย่างไร รู้ตั้งแต่เห็นหน้าตอนแรกแล้ว

“เงินเดือนพอเลี้ยงตัวเองได้ครับ”

“ฉันเคยพูดกับนายแล้วใช่ไหม อรเป็นลูกสาวคนเดียวของฉัน อนาคตของอรต้องเป็นคุณนายเท่านั้น”

คมกริชกำมือแน่น

“ผมทราบครับ ผมกับคุณอรไม่มีอะไรนี่ครับ คนที่ผมรักคือไหมแพร”

“อย่าทำเป็นปากแข็ง ฉันเตือนนายอย่าคิดเด็ดดอกฟ้า”

 

ข่าวร้ายวันนี้…ดวงแขโทรบอกภีมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“พี่ษา…พี่ษา…พี่ษา…จากไปแล้วค่ะ”

ภีมรับโทรศัพท์ในห้องนอน…ดึกมากแล้ว…จะเที่ยงคืน เขาเพิ่งวาดรูปเสร็จและกำลังจะนอน ส่วนไหมแพรแยกนอนอีกมุม เพราะเสียงโทรศัพท์ทำให้หล่อนตื่นขึ้น และลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินภีมพูดว่า

“พรุ่งนี้พี่จะไปโรงพยาบาลแต่เช้า จัดการให้เอาศพไปวัด เธอกลับไปนอนที่บ้านเลย เพราะดึกขนาดนี้ก็ทำอะไรไม่ได้”

ไหมแพรใจเต้นแรง อยู่ๆก็น้ำตาซึม หล่อนไม่เคยรู้จักอุษามาก่อน เพิ่งมาสนิทก็ระยะสองสามเดือนหลังนี้ไปเยี่ยมเสมอ และอุษามอบเพชรหัวใจให้ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้า อุษากลับมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้ตน

เพราะมั่นใจ เพราะเชื่อมั่นว่าตนกับภีมจะครองรักกันตลอดไป

น้ำตาไหลออกมาเอง รีบเดินไปหาภีม…เขายืนเหมือนหุ่น เงียบ…ขรึม…สงบ…นิ่งนาน เขาก็รู้สึกถึงความสูญเสีย ทุกอย่างเงียบสงัดไปหมดในห้อง จนหล่อนถามเบาๆและรีบเช็ดน้ำตาไม่ให้เขาเห็น

“คุณไม่เป็นไรนะคะ”

“ษา…พ้นทุกข์ทรมานแล้ว ษาอยู่ได้นานเกินกว่าที่คาดคิดด้วยซ้ำ”

“ค่ะ…เธอเป็นคนดี”

“น่าสงสารที่สุด” อดสะเทือนใจไม่ได้ เขามีแต่ความสงสารให้อุษา

“คุณภีม” อยู่ๆเขาก็ดึงหล่อนเข้ามากอด ไหมแพรตาโต เขากอดหล่อนด้วยอารมณ์ไหนกันนี่ ต้องการความอบอุ่นหรือตัวแทนความเศร้า หรือปลดปล่อยความทุกข์

อ้อมแขน…ภีม..ใช่สิ เป็นอะไรที่หล่อนไม่อาจปฏิเสธเลย หล่อนกลับต้องการ…โหยหา…หล่อนใจอ่อน หล่อน…หล่อน…รัก…รัก

ไม่…ไม่…รัก…ไม่จริง ไม่รัก

หัวใจที่ปฏิเสธ ต่างปฏิเสธกันและกัน แต่อ้อมกอดนั้น…คือความจริง คือการสารภาพของหัวใจ

ภีมรักไหมแพร และไหมแพรก็รักภีม แค่อ้อมกอดไม่พอสำหรับความรักแล้ว ภีมต้องการมากกว่าแค่กอด ทำตามที่ใจเรียกร้อง

ชีวิตหลังแต่งผ่านมาได้ไม่ถึงสามเดือน แต่ค่ำคืนนี้สิ…จะผ่านไปอย่างปกติเช่นทุกคืนมิได้แล้ว

ภีมบรรจงจูบริมฝีปากเต็มอิ่มของหญิงสาว ไหมแพรอ่อนระทวย เขาจูบเก่งมาก มีวิธีทำให้หล่อนมิอาจปฏิเสธ ทั้งที่มีบางช่วงวินาทีอยากปฏิเสธ อยากผลักเขา แต่ทำไมปราศจากเรี่ยวแรงเสียอย่างนั้น

จนเขาดันร่างหล่อนล้มบนเตียง หัวใจหล่อนเต้นระรัว เมื่อถูกกอดจูบรุกเร้า

ห้ามสิ…ขัดขืนสิ…ปฏิเสธสิ

โอ๊ย…หล่อนไม่มีเรี่ยวแรงสักนิด

และ…กับคำพูดเบาๆที่ว่า

“จะไม่ทำอะไร ถ้าเธอไม่เต็มใจ” ใช่…เขาพูดแบบนี้ตั้งแต่คืนแรกของการแต่งงาน ภีมไม่คิดจะแตะต้องตัวหล่อนด้วยซ้ำ แต่คืนนั้นกับคืนนี้แตกต่างกัน ความรู้สึกส่วนลึกแตกต่างมาก จากไม่เคยคิดจะรัก…ก็รัก ความรักช่างแปลกประหลาด ความผูกพันเริ่มต้นทีละนิดแล้วความรักก็สมบูรณ์ในคืนนี้

ไหมแพรมอบทั้งกายและใจ หล่อนก็เช่นกัน รักเขาแล้ว

รัก…สมบูรณ์แบบ เต็มใจและสุขล้น เมื่อผ่านพ้น หล่อนหน้าแดงอยู่ในอ้อมกอดของเขา บนเตียงแสนสบาย และอะไรไม่สำคัญเท่าอ้อมแขนของเขา ดวงตาภีมที่จ้องมองอ่อนโยน ไหมแพรรักดวงตาคู่นี้ รักความนุ่มนวลที่เขามอบให้อย่างทะนุถนอม

เช้าวันใหม่…ที่ไหมแพรก็ยังไม่ชินกับความเปลี่ยนแปลงของภีม และความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เมื่อก่อนอาจมีความห่างเหิน แต่เหตุการณ์เมื่อคืนปลดล็อคทุกอย่าง

บนโต๊ะอาหาร อาหารเช้าเป็นข้าวต้มหมูสับ ภีมเลื่อนถาดปรุงรสให้หญิงสาว รวมทั้งตอนจะเติมผักชีเพิ่ม เติมน้ำส้มสายชูเพิ่ม เขาบริการเติมให้และยังถาม

“พอไหม”

ไหมแพรตกใจกับสายตาบนโต๊ะที่มอง ทั้งคุณย่าฉวี คุณวรรณ อรัญและอรฤดี รวมทั้งเด็กหญิงผึ้ง

“พอ…พอค่ะ”

ความใส่ใจของภีมแปลกไป เกษรจ้องมองอย่างอิจฉา ย่าฉวีอมยิ้ม แต่คุณวรรณแค่ยิ้มเจื่อนๆ

ส่วนอรัญหรือ ตั้งแต่มีเรื่องคนงาน อรัญกับภีมยังไม่พูดดีๆกันสักเท่าไร เพราะถูกพี่ชายห้ามไปไซต์งานอีก อรัญเองก็ดื้อประท้วงพี่ชายโดยไม่ยอมไปทำงานเลย เอาแต่เที่ยวเตร่ทุกคืน เขากับภีมจึงมึนตึงกัน

“เมื่อไหร่จะไปทำงาน” ภีมถามอรัญ น้องชายยักไหล่

“ยังครับ”

“เมื่อไหร่”

“ผมขี้เกียจเข้าบริษัท ผมไม่ชอบนั่งโต๊ะทำงาน”

“แกต้องปรับตัวให้ได้ เพราะแกไม่เหมาะไปที่ไซต์งาน มีเรื่องหลายครั้งแล้ว”

“ผมไม่ชอบ” สรุปสั้นๆเสียงแข็ง

ไหมแพรรู้ว่าภีมมีอำนาจได้กับทุกคน เขาจะยกเว้นให้กับคนในครอบครัวเท่านั้น ภีมจึงเลือกจะเงียบเพราะคุณวรรณให้ท้ายน้องชายอีกแล้ว

“น้องกับคนงาน แกก็ทำเกินไปภีม น้องต้องมาก่อนสิ”

ภีมไม่เถียงมารดา แต่ลุกขึ้นยืนเมื่ออิ่มแล้วและพูดว่า

“ผมรอให้ทุกคนทานอิ่มแล้ว จึงขอแจ้งข่าวร้ายของษาครับ ษาจากไปแล้วเมื่อคืน ษาสั่งไว้สวดแค่คืนเดียว พรุ่งนี้เผาครับ จัดอย่างเรียบง่ายที่สุด คุณแม่กับคุณย่าไม่ต้องไปหรอกครับ ผมจะจัดการให้ษาในช่วงสุดท้ายของชีวิตเธอเองครับ เธอไปสบาย ไม่ต้องทรมานอีกแล้ว”



Don`t copy text!