ข้ามมหาสาคร บทที่ 37 : เผชิญภัย

ข้ามมหาสาคร บทที่ 37 : เผชิญภัย

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 37 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

หากยังมิทันขาดคำ เหมืองก็ชิงดึงมีดสั้นปลายแหลมอันเสียบไว้ใต้ผ้าเคียนเอวออกมา พลางกางแขนออกกั้นดูราแลคุณหลวงในฉับพลัน พร้อมตวาดเสียงลั่น

“อย่าแตะสองคนนี่เป็นอันขาด…ลี่ เจีย…เสียบไอ้ห้าตัวนี่เร็ว”

ลี่กับเจียพกมีดไว้ในผ้าเคียนเอวเช่นกัน จึงพลันชักออกจากฝักอย่างจักรผัน ปล่อยฝักที่ผูกติดเอวให้ห้อยร่องแร่ง สองแขนกางกั้นคุณหลวงแลลูกสาว…หญิงที่นายของเขาประกาศไว้ว่า จักต้องเอาให้ได้

ฝ่ายโจรหัวหน้าทำท่าคล้ายตะลึงไปเนื่องด้วยคาดไม่ถึง

ปืนาบศิลาที่เหน็บหลังทุกคนมานั้น ก็ราวกับใช้การมิได้

มีดคมกริบดื่มเลือดเร็วกว่า

ดังนั้น…เมื่อทั้งสามยืนกางขาจังก้าพร้อมใบมีดขาววับ โจรทั้งห้าผู้ถือปืนจึงถือค้างอยู่เช่นนั้น

“มึงมาก็ดีแล้ว กะลองดีกะกูละซีเนี่ย” เหมืองทำท่ายิ่งใหญ่กว่าคนทั้งหลายเหมือนแสดงให้ทั้งนางแลบิดานางล่วงรู้

กูเป็นหนึ่งในทะเลนี้นะเว้ย

โจรฉกาจหน้าไหน มิว่ากี่ก๊กกี่เหล่าก็ต้องยอมสยบ

“เออ…กูมาลอง” ตัวหัวหน้าทำท่าพลุ่งพล่านถอยหลังกรูดออกไปในพริบตาที่เหมืองกำลังออกอาการโอ่อ่า ดังนั้นวายร้ายตัวเบิ้มซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ หนวดเคราดกครึ้ม คิ้วหนา ท่าทางไม่ยอมจำนนโดยง่าย จึงส่องกระบอกปืนยาวติดปลายด้วยดาบขาววับเช่นกันจ้องตรงมา “มึงทุกคนถอยออกไปเดี๋ยวนี้…ถ้าไม่ถอย กูพ่นกระสุนให้เหมือนฝนสิบห่าเลยละมึง”

พลางก็เหลียวไปมาจนพบกันตังยืนนิ่ง เสื้อผ้าที่เปียกโชกชั่วโมงก่อนยังมิทันแห้ง ดังนั้นจึงพยักหน้า

“มึงมาเอาตัวผู้หญิงออกไป…กูเอาแค่คนเดียวคนเดียวจริงๆ…” เจ้าคนออกประกาศบัดนี้ทำท่ายิ่งใหญ่แทนเหมืองผู้กำลังถือมีดค้าง ทั้งลี่แลเจียก็เช่นกัน ในเมื่อโจรทั้งสี่ต่างก็หันหน้าเข้าหา ส่องปืนตรงมายังทุกชีวิตที่คราวนี้ไม่แคล้วถูกต้อนเข้าไปรวมกลุ่มอยู่ตรงหน้า

เว้นโจรหนึ่งในห้าที่กำลังจ่อปลายดาบเข้ากับเอวของชายหนุ่มผู้ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร หากก็อยู่ในฐานะคนรับใช้ผู้รอบรู้คนใหม่ของคุณหลวงแค่นั้น

“กันตัง” หลวงประกาศบุรีได้แต่มองตาค้างอย่างเกรงภัย จึงเปล่งเสียงออกมาอย่างตระหนก “คอยดูแลลูกข้าด้วย”

“ไม่ต้องดูแล” โจรหัวหน้าตวาดลั่น พลางแย้มริมฝีปากเห็นฟันขาวแลบจากแนวหนวดหนานิดหนึ่งจึงหุบปาก “กูดูของกูเองได้…แต่ก็ไป…มึงไปด้วย…กูเคยเห็นมึง…จำมึงได้…แต่บอกไว้ก่อนนะว่า…ถ้าไม่ทำตามสั่ง…มึงก็ถึงตาย…”

เหมือง ลี่ เจีย…ต่างมิวายกังขา…ด้วยว่าเริ่มรู้สึก…

เหตุไฉนเรื่องราวจึงดูพิลึกชอบกล…จนถึงแก่มองเลยไปยังเฉียนผู้ถูกมัดที่บัดนี้นั่งคลุกอยู่กับดิน มองอาการเดือดดิ้นของนายจ้างกับท่าทางตื่นตะลึง ตาเบิ่งค้างเงียบงันของคนทั้งหมด

ทั้งคุณหลวงแลลูกชายทั้งสาม ลูกสาวนั้นมิต้องพูดถึง นางได้แต่ยืนนิ่งตัวสั่น…หันไปทางกายีผู้มีอาการไม่แพ้กัน…

“ถ้าเช่นนั้น…” เหมืองเอ่ยคำอันทำให้คุณหลวงผู้เริ่มชิงชังนายกองเรือ ยังพอจะเหลือความตื้นตัน

“ว่ามา” มันพยักหน้า หากก็ยังคงเล็งปืนมายังทุกคนท่ามกลางแสงเทียนอันส่องแรงพอให้ได้เห็นความคมปลาบของดาบยาว

“ขออย่าได้ทำทารุณใดกับน้องดูรา…นางเป็นดวงใจของกู…กูขอประกาศให้พวกมึงรู้บัดนี้”

“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่นายกู…” โจรหัวหน้าบอกกล่าว

“คุณหลวงขอรับ” ครั้นแล้วนายกองเรือผู้เชื่อมั่นว่าตนเองนั้นคือเจ้าของแห่งสามท้องทะเลก็หันมายังอีกหนึ่งเศรษฐีผู้บัดนี้มีแต่ความระทึกตื่นเต้นจนตลอดร่างเย็นเฉียบ “กระผมต้องกราบขอโทษสักพันครั้งที่พาใต้เท้ามาเจอไอ้โจรร้ายที่เป็นภัยของสยาม แลเราไม่เคยกำราบมันได้สักที…แล้วนี่มันก็ยังหยาบต่ำจะกระทำกับเราที่ก็แค่มาเที่ยว ไม่ได้มาขับเคี่ยวรบรุกไรๆกะพวกมันแม้แต่นิด…”

“ไม่เป็นไร พ่อเหมือง” คุณหลวงจึงค่อยๆรวบรวมสติสัมปชัญญะเปล่งเสียงออกมาอย่างสุขุม “พวกเจ้าก็เช่นกัน…จะเอาไรก็บอกมา…พอให้ได้ก็จะให้…ขออย่างเดียวอย่ามาฆ่าฟัน ฉุดคร่าลูกรักของข้า…”

น้ำตาดูราไหลพรากทันใดนั้น

“คุณพ่อ…คุณพ่อเจ้าขา…” นางร้องดังขึ้นมาฉับพลัน

แต่โจรทั้งห้าไม่พะว้าพะวังสืบไป…ชิงออกคำสั่งลูกน้องให้คุมกันตังแลนางลงเรืออันเป็นเรือของพวกมันที่มาจากไหนมิรู้ คนพายพายพรวดเข้ามาเทียบตลิ่งแทนเรือสองลำของเหมืองที่บัดนี้คนพายหัวแลท้ายรวมสี่คนต่างก็รีบพายย้อนกลับจนกระทั่งลับไปในความมืด

ดูราแลกันตังต่างก็ถูกปืนจี้ให้ลงไปนั่งกลางลำ…

ครั้นแล้ว โจรอีกสี่ก็รีบรุดเร็วรี่มานั่งคุมถัดไป

ฝีพายหัวท้ายจึงช่วยกันพายออกจากตลิ่ง

ทิ้งคนทั้งหมดที่มีเพียงมีดให้กรูตามกันมาพลางมองไล่หลังเงาท้ายเรือที่แลเห็นเพียงไหวๆ เคลื่อนไปในยามต้น

“แม่นายขอรับ” ชายหนุ่มค่อยๆระงับความปราโมทย์ที่ชิงกันโลดแล่นแผ่ซ่านจนทุกขุมขนอันเยียบเย็นเมื่อสักครู่เริ่มผะผ่าวหนาวร้อนด้วยอาการที่ตลอดชีวิตมิเคยเป็น “ไม่ต้องตกใจนะขอรับ…ตราบใดกระผมยังไม่ตาย…จะต้องคอยป้องกันไม่ให้แม่นายถูกรังแก…”

“กันตัง” แม่นายของเขา ณ บัดนี้…ที่ว่าสุดแสนจะตระหนกราวนกน้อยไร้รัง…หากเมื่อถูกปืนจี้ให้นั่งลงกลางลำเรือถัดจากเขาที่นัยว่าเหล่าโจรเคยรู้จักแลเห็นหน้า…เห็นว่าเขาคือใคร…อาจเป็นชายคนหนึ่งแห่งหมู่บ้านปลายเกาะที่พวกมันเคยคุ้น…ก็ราวกับได้ไออุ่นมหัศจรรย์ “เจ้าอย่าทิ้งข้าไปไหนเป็นอันขาดนะ”

“ขอรับ แม่นาย…เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระผมอยู่แล้วอย่างไรขอรับ…คุณหลวงท่านสั่งไว้เมื่อกี้…เป็นเรื่องที่กระผมจะต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะมีความสามารถขอรับ”

“เจ้าพูดเช่นนี้ ช่วยให้ข้าค่อยหายกลัว”

เหล่าโจรทั้งห้าต่างก็เฝ้าเชลยทางหัวเรือสามคน ท้ายเรือสองคน

ตัวหัวหน้านั้นนั่งชิดติดกับกันตังเลยทีเดียว ดังนั้นจึงพอจะได้ยินคนทั้งคู่โต้ตอบกัน

“แต่อย่าหวังว่ากูจะปล่อยนาง”

กันตังก็เลยยกมือไหว้

“ไม่ปล่อยก็ไม่ว่า…แต่ขออย่าฆ่านาง”

“จะให้ฆ่ามึงแทนงั้นรือ” เจ้านั่นย้อนถามขึงขัง

“ก็ได้…ข้าตายแทนนางได้”

“กันตัง” คราวนี้ดูราร่ำให้เสียงดัง พลางเอื้อมไปจับมือเขาไว้แน่นอย่างพรั่นพรึง “เจ้าต้องไม่ตาย…นายโจรเจ้าขา…โปรดอย่าฆ่าเขาเลยนะเจ้าคะ”

ชายหนุ่มมองเม็ดน้ำอันร่วงรินจากดวงตางามดำขลับของนางด้วยดวงใจอันแสนสว่าง ใคร่จะดึงร่างนางเข้ามากอดไว้แนบอกโดยพลัน แสงเทียนจากหัวแลท้ายเรือวับวามด้วยลมเบา…ขณะใบพายวาดเข้าสู่ชายฝั่งอันว่างเวิ้งมืดมิด้วยหมู่ไม้ทะมึนสนิทพักหนึ่ง จึงถึงทะเลด้านนอกที่แลเห็นกำปั่นสองเสาสองลำจอดคอย

ครั้นแล้ว ฝีพายจึงพาเรือยาวเข้าเทียบบันใดเชือกที่มีเงาตะคุ่มของคนบนเรือลำใหญ่ลำแรกจำนวนหนึ่งตรึงกำลัง

กันตังจึงถูกปืนจี้ให้ก้าวขึ้นไปก่อน ครั้นแล้วจึงดึงมือนางให้ก้าวตามขึ้นไปยืนเรียงเคียงข้างกับคนในเงามืดที่ไม่ปรากฏดวงไฟแม้เพียงหนึ่งดวง

“เข้าไป” ดูรารู้สึกว่าปลายปืนจ่อตื้นๆอยู่กับเอวของนาง แต่ไม่รู้สึกว่ามีดาบ

“กันตัง” นางจับมือเขาไว้แน่น “อย่าไปไหน”

“ขอรับ” เขาเองก็จับมือนางไว้มั่นคง ขณะที่โจรหัวหน้าออกคำสั่ง

“กูจะเอานางนี่ไปให้นาย”

“กูไปด้วย…กูขอไปด้วย” กันตังกล่าวอย่างวิงวอน “ขอพบนายมึง…ถึงอย่างไรก็ต้องพูดจากัน…นายมึงน่าจะเวทนานางบ้าง”

โจรหัวหน้าแย้มปากออกจนเห็นฟันขาวท่ามกลางอากาศค่อนข้างอบอ้าว

“ถ้างั้น…” อีกฝ่ายนิ่งคิดนิดหนึ่งจึงบอกกล่าว “ถ้างั้น มึงรออยู่นี่ก่อน กูจะพานางเข้าไปพบนายกูก่อน…”

“ไม่ไป” ดูราผวาเข้าหาชายหนุ่ม กอดแขนเขาไว้แน่น “ข้ากลัว…กันตัง ข้ากลัวโจรสลัด…มันเคยฆ่าพ่อแม่ของข้า”

พร้อมเม้มริมฝีปากอย่างหวังจะเรียกความกล้าให้คืนคง

 

Don`t copy text!