ข้ามมหาสาคร บทที่ 41 : อดีตลูกน้องโจร

ข้ามมหาสาคร บทที่ 41 : อดีตลูกน้องโจร

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 41 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

แต่กะลาสีหรือแท้จริงคือสมุนโจรก็เข้ามาขัดจังหวะรายงานว่านายท้ายคิดจะพาเรือเข้าไปจอดทอดสมอแถวภูเขาหินที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าละเมาะกับต้นไม้เตี้ย มีหน้าผาเงื้อมง้ำยื่นออกไป หากก็มีหาดทรายยาวถัดจากนั้นซึ่งพอจะเป็นที่ที่สามารถนำผ้าใบไปขึงเป็นเต็นท์ จะนั่งหรือนอนผ่อนพักสักครู่หรือทั้งวันทั้งคืนก็มิขัด…นายของเขาจะอนุญาตให้ทอดสมอหรือไม่

สะลอแมจึงพยักหน้า ครั้นแล้วจึงเอ่ยกับดูรา

“พรุ่งนี้เช้า…ข้าจะพาแม่นางขึ้นฝั่ง จะได้รู้ว่าชายฝั่งทะเลของเราก็มีไรดีๆให้เจ้าชม” อีกฝ่ายบอกกล่าวพร้อมอมยิ้มนิดๆเสมือนเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง “แถวนี้คือเกาะลิบง มีอ่าวดีที่เราพอจะจอดเรือได้สบาย แม้ว่าจะอับลมบ้างก็ช่างมัน มีหินโสโครกอยู่บ้างก็หลบได้ ค่อนข้างปลอดภัยกว่าจอดที่ทะเลข้างนอก”

เขาพูดจาเนิบช้าลง…อารมณ์ที่เมื่อสักครู่ไม่คงที่ บัดนี้ดีกว่าเก่า เห็นได้จากเท้าความถึงสิ่งต่างๆ ครั้นแล้วจึงถามว่า

“คุณหลวงเคยพาแม่นางมาเที่ยวแถวนี้บ้างหรือไม่”

“ไม่เคย”

“ก็น่าจะไม่เคย เพราะแถวนี้เป็นดงโจรสลัด” พลางก็ตวัดนัยน์ตามาทางชายหนุ่ม “เจ้าก็รู้ดี…”

แต่กันตังนิ่งเงียบ…เงียบอย่างไรก็เงียบเช่นนั้น

“ก็แล้วพ่อข้าเล่า…ข้าจะหาพ่อ…”

เสียงหึๆดังลอดจากกลุ่มหนวดขณะเปิดปากยิงฟัน

“แม่นางก็ทำยังกะเพิ่งห้าขวบ…” สะลอแมพึมพำ “คุณหลวงอยู่กะเจ้าเหมืองก็ดีแล้ว มันไม่กล้าทำไรพ่อแม่นางดอก รับรองได้…ถึงมันซ่อนความเป็นโจรไว้ เอาความเป็นพ่อค้าออกมาตบตาใครๆ…ข้าก็ว่ามันฉลาดพอ…จะมาโง่ก็ตอนต่อรองกะข้าไม่สำเร็จแค่นั้น”

ครั้นแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะๆ มีทีท่าว่าขำขัน

“เจ้าว่าเขาเป็นโจร…โจรอย่างไรหรือ” ดูราก็เลยลองถามดู พร้อมกันนั้นก็รู้สึกชื่นชูใจว่าคิดไม่ผิด

“อ้าว…ก็คนเป็นโจรคือคนที่ชอบเอาเปรียบ ยักยอกของของคนอื่นมาเป็นของตัวเองยังไรล่ะ…อย่างข้านี่ก็คือโจร แต่เป็นโจรปล้นเรือปล้นคนทางทะเล…เขาก็เลยเรียกข้าว่าโจรสลัด…ก็แค่นั้น…” สะลอแมแยกริมฝีปากสืบไป แลเห็นฟันขาวเป็นระยะ “ว่าแต่ว่า…เจ้าอยากจิบเหล้าองุ่นสักแก้วไหม กันตัง นั่งเหงือกแห้งมานาน…”

เขาหันไปถามชายหนุ่ม หากปลายเสียงมีเวทนา

“ไม่อยาก”

ดูราก็เลยบอกเขา

“จิบสักนิดก็ดี กันตัง เจ้าจะได้สดชื่นขึ้น” นางสาวน้อยบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

สะลอแมจึงมองนางพลางกล้ำกลืนความขื่นขมแต่ปางหลังลงลำคอ

“แม่นาง…เจ้านึกอย่างไรจึงดีกะชายนี้…ในเมื่อมันเคยเป็นลูก…น้อง…ข้า…”

มหาโจรแห่งนานาสาครถามไถ่

“กันตังช่วยพ่อข้ามาก…ใคร่ให้ทำไร แค่บอกคำเดียวก็รีบทำให้”

“ถ้างั้น…ข้าก็ขอลำเลิกเล็กน้อย” เจ้าตัวทำเสียงล้อเล่น “ก็เท่าที่มันเก่งกาจปราดเปรื่องไม่กลัวใคร ทำไรทำได้เพราะข้าคอยฝึกมันอย่างไรเล่า…ไม่เช่นนั้นมันจะเข้าใจความเป็นคนดีแลคนร้ายได้อย่างไร…จริงหรือไม่”

ครั้นดูราหันมามองหน้าเขา ก็แลเห็นแต่น้ำใสแวววาวในหน่วยตาอันคลุมด้วยขนตาหนาดก

“เมื่อเข้าใจ มันจึงเลือกของมันเองได้” สะลอแมลงท้ายด้วยเสียงอันแผ่วเบา…เว้นระยะอึดใจเต็มจึงต่อประโยค “ก็เลยเป็นโชคของท้องทะเลที่ไม่มีโจรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน”

“ข้าก็ดีใจแทนเจ้า” นางหันไปทางเขา “ที่เจ้าไม่เป็นโจร ไม่ปล้นใคร แลมิใช่แม้กระทั่งโจรในควาบพ่อค้า”

สะลอแมฟังแล้วถึงแก่ชะงัก พลางบอกพร้อมหัวเราะ

“นางควรเอาคำนี้ไปไส่ไว้ในหูไอ้เหมืองบ้าง…ป่านนี้มันมิคลั่งแทบตายแล้วกระมัง”

กันตังอดหันมาสบตานางมิได้

ดูราช่างเฉลียวฉลาดอาจองนี่กระไร บัดนี้ กลับไม่มีทีท่าว่านางเกรงกลัวโจรสลัด

พักใหญ่ต่อมา สะลอแมก็เดินนำหน้าพานางไปส่งยังห้องเล็กกว่าที่มีประตูเปิดถึงกัน

“เอ้า เข้านอนได้แล้ว…พรุ่งนี้ มิต้องรีบตื่น…แต่ถ้านางใคร่ได้อากาศสดชื่นก็ตื่นเถิด…กันตัง…พรุ่งนี้ เจ้าพานางไปเดินเล่นที่หาดทราย…หาดที่เจ้าเคยนั่งเคยนอนค้างกะข้า…” อีกฝ่ายเอ่ยคำสืบไป พร้อมกับทิ้งท้าย “แต่คืนนี้ ยังไรๆเจ้าก็ต้องมานอนกะข้า…ให้สมกับจากกันไปสิบปี”

 

ดูราปิดประตูขัดดาลพลางหันไปทางฟูกบาง มีมุ้งขาวสะอาดกางครอบ ท่ามกลางกลิ่นสมุนไพรจากหีบไม้ที่ระเหยอ่อนๆออกมาทั่วห้อง…แม้จะคือเรือเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนเรือดูราที่ยังใหม่ มีบานเกล็ดระบายอากาศ ช่วยให้ไร้ความอับชื้นอึดอัด แต่ลำนี้เป็นเรือเก่า อาจจะซ่อมแล้วซ่อมเล่ามาหลายครั้ง…เออ…จริงสิ…ก็เมื่อกี้สะลอแมเล่าให้ฟังถึงครั้งที่เขา…ชายหนุ่มผู้ที่นางเองก็ยังไม่รู้ว่าคือใคร

ใครกันแน่

แม้ว่าจะรู้มากขึ้นมาอีกอย่าง

นั่นก็คือ รู้ว่าเขาเคยเป็นลูกเรือลำนี้…สมุนโจรคนหนึ่งของเกาะลังกาวี

ดูราพลันสะดุ้งขึ้นสุดกาย ใจสั่นไหวริกรัวจนถึงแก่หลับไม่ลง

‘ก็เลยเป็นโชคของท้องทะเลที่ไม่มีโจรสลัดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน”

คำของสะลอแมแกมด้วยสำเนียงยินดีจนรู้สึกได้

แล้วนี่ นายโจรใหญ่ก็พาตัวเขาไปนอนด้วย

นางก็เลยพลิกร่างไปมา เหงื่อซึมชื้นตามซอกไหล่แลใต้คอ อบอ้าวจนต้องลุกขึ้นนั่ง สมุนโจรวางพัดใบลานไว้อันหนึ่ง จึงออกจากมุ้งมานั่งพัดจนเหงื่อชื้นค่อยๆแห้ง ครั้นมองไปที่ประตู ก็เลยลุกขึ้น ถอดดาลออกอย่างแผ่วเบา เปิดบานข้างหนึ่งให้แง้มไว้ แนบนัยน์ตามองออกไป

ห้องที่นั่งเจรจากันเมื่อครู่ บัดนี้มืดมิด ตะเกียงสองดวงไร้แสง ไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้น

นางก็เลยปิดประตู ขัดดาล เปิดมุ้งเข้าไปนอน พร้อมโบกพัดใบลานไปมา

 

บนฝั่งน้ำที่ทุกคนยังคงรวมกันเป็นกลุ่ม รอเรือสองลำที่คนพายพายหายไปด้วยความกลัวโจรสลัดมากกว่าเกรงใจนายจ้าง ต่างก็ผุดลุกผุดนั่งอย่างหวาดพรั่นแกมประสาทสั่นจนแทบจะตั้งสติกันมิได้

จำเพาะเจ้าของกองเรือห้าลำนี้ ก็แทบจะหาทางฟาดกบาลใครต่อใครให้เลือดอาบจนสาแก่ใจเสียทีเดียว เนื่องด้วยหมดหนทางใดๆราวถูกตัดมือตัดตีนจนขยับเขยื้อนไปไหนมิได้ ได้แต่คำรามฮึ่มฮั่มกับคนสนิทครั้งแล้วคราวเล่า

“ไอ้เฉียน มึงทำแบบไหนถึงได้กลายเป็นเช่นนี้” เหมืองกระโชกกระชากใส่ทีละคน “ไอ้เจีย ไอ้ลี่ แล้วนี่ไอ้สี่ตัวนั่นมันจะมาเมื่อไร”

“มันคงกลัวจนขี้ไปอยู่บนหัวขมองแล้วมังขอรับ” ลี่หาเหตุผลพอให้อารมณ์นายคลายลง “อีกสักพักก็คงต้องกลับมา”

“คุณหลวงขอรับ” ครั้นแล้วจึงหันมายกมือไหว้ แทบไม่ได้นับว่าครั้งที่เท่าไร “กระผมขออภัยใต้เท้าอย่างยิ่งที่ทำให้ท่านผิดหวัง…อะไรจะเดือดร้อนเท่ากับมันเอาตัวน้องดูราไป ไม่มีอีกแล้ว”

หลวงประกาศบุรีก็แสนอับจนหนทางมิรู้จะทำอย่างไร เพราะราวกับถูกต้อนด้วยใครหรือเหตุใดสักอย่างที่ยังนึกไม่ออกว่าคือเช่นใด รู้เพียงว่า การมาของกลุ่มโจรคราวนี้คล้ายจงใจมา เศรษฐีตะกั่วป่ากำลังนั่งคิดถึงทีท่าของชายห้าคนที่จู่ๆก็ขนกันมา มีนายเฉียนถูกมัดมากลิ้งอยู่ต่อหน้า หากเหล่าโจรก็ดูเหมือนว่าไม่แยแสผู้ใด นอกจากดูรา…

นั่นน่ะซีนะ…นอกจากลูกสาวข้า…คุณหลวงเอาแต่นิ่งนึกตรึกตรา

ดังนั้นจึงเอ่ยถามนายเฉียน

“ว่าแต่ว่า…เหตุใดโจรพวกนี้จึงจงใจมาฉุดลูกสาวข้า…มันรู้ได้ยังไรว่ามีผู้หญิงมาด้วย…ก็แล้วกายีเล่า ทำไมมันถึงไม่เอาไป…ถ้าจะว่ามันตั้งใจฉุดเอาไปข่มขืนละก็…”

“คุณพ่อ” ดาบร้องขึ้นอย่างอดรนทนไม่ได้ ทั้งด่านแลด้าวนั่งไม่ติด ยืนไม่ตรง

ตาปันจังกำลังมึนงงน้ำตาไหล

 

Don`t copy text!