ข้ามมหาสาคร บทที่ 45 : หนี!!

ข้ามมหาสาคร บทที่ 45 : หนี!!

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 45 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

กันตังยังมิทันขยายความ สมุนโจรคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบมาตามเขา พร้อมกับส่งม้วนผ้าใบอีกผืนหนึ่งไว้ให้

“หนีเร็ว…นายสั่ง…เอานี่ไว้ปูนอน”

“มีคนตามมาหรืออย่างไร” ชายหนุ่มถามไถ่

“นายเหมืองพาเรือเร็วติดปืนมาล้อมไว้แล้ว” คนส่งข่าวหน้าตาตื่นเหมือนลืมไปว่าตัวเองคือโจร “นายเลยให้มาบอกว่าให้รีบหนี ให้ทะลุออกไปหลังป่า มีทางไป เดินไป ไปก่อนแล้วจะให้เรือไปคอยรับ…กันตังก็รู้ทาง”

“เออ…” ชายหนุ่มก็เลยพยักหน้า “บอกนายด้วยว่าไม่ต้องห่วง”

สมุนโจรจึงรีบหันหลัง วิ่งอ้าวไปยังเรือเล็กที่จอดรอรับไปสู่เรือใหญ่ที่ยังคงลอยลำอยู่ในอ่าว ไม่มีเค้าว่าจะถอนสมอออกไป

ดูราก็เลยละล้าละลัง นึกห่วงใยสะลอแมขึ้นมาพลัน ขณะหันไปรับกระบอกน้ำมาแขวนไหล่ ส่วนกันตังรวมเอาย่ามใส่เสื้อผ้าของใช้ของทั้งนางแลเขาสะพายบ่าทั้งสองข้าง นางเห็นดังนั้นจึงขอย่ามของนางคืนมา

“ให้ข้าช่วยบ้าง จะได้เดินสบาย”

ครั้นแล้ว หญิงแลชายทั้งคู่ก็รีบก้าวอย่างเร็วต่อไป ท่ามกลางแมกไม้สูงระหงที่มีรอยทางเดินเป็นเส้นตรงให้มุ่งหน้า…อันมีแต่พงหญ้าบนผืนทรายที่แม้แฉะชื้นเพียงไรก็เดินง่ายไร้โคลนเลน

“แม่นาง…เมื่อยหรือไม่…ถ้าเมื่อยก็พักก่อน”

นางคงเริ่มอ่อนแรงหลังจากลุยหญ้ามาตามทางดินปนทรายพักหนึ่ง ซึ่งมีแต่ดงไม้รายรอบ ท่าทางกันตังเคยคุ้นกับขอบคามแถบนี้ จึงนำทางได้คล่องแคล่วมั่นใจ

ฝ่ายดูราสิ้นไร้คลางแคลงกังขาในชายผู้เกี่ยวแขนอยู่กับนาง

“กันตัง…ถ้าเจ้ามีเรือสักลำก็คงดี” นางพึมพำหลังจากเขาชวนนางนั่งพักบนผ้าใบที่สมุนโจรนำมาส่งให้ ด้วยความห่วงใยของสะลอแม

“ต้องมี…ถึงยังไรก็ต้องมี” เขาช่วยดึงขาของดูราให้เหยียดออกไป พลางสั่งด้วยนัยน์ตายิ้ม “ไม่ต้องนั่งพับเพียบ”

“กันตัง” นางก็เลยดึงคอเขาเข้ามาใกล้ น้ำในหน่วยตาคลอเต็ม พลางมองหน้าจ้องตา “แต่ข้าเป็นห่วงคุณพ่อกะตาของข้า”

“ข้าก็เป็นห่วง” ชายหนุ่มพยักหน้าแกมครุ่นคิดพลางกอดคอนางไว้เช่นกัน

ท้องฟ้ายามเช้ายังคงฉ่ำด้วยม้วนเมฆอันทอดก้อนนุ่มเป็นกลุ่มยาวขาวอมเทา ดูเศร้าสร้อยหงอยเหงาไปทั้งผืน

“เจ้าว่านายเหมืองจะพาคุณพ่อกะตามากะเรือหรือไม่” ดูรายังคงไต่ถามสืบไป

แม้มีรักหล่อไว้ หากก็แกมด้วยกระวนกระวายใจทุกนาที

“น่าจะ…ไม่…ดอกนะ…” ชายหนุ่มไม่แน่ใจ

“ข้าไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก กันตัง เหมือนเราปลีกตัวทิ้งคุณพ่อมา”

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น…แต่จักทำอย่างไรได้…ที่จริงนายโจรก็คิดถูกแล้วที่กันแม่นางออกมา” เขากล่าวคำพลางทอดถอนใจ

ดงไม้ยามเช้าแสนสะอาด กำลังคายความบริสุทธิ์ใสเย็น น้ำค้างเมื่อครู่ยังกระเซ็นตกต้อง

ทันใดนั้น เสียงปืนก็พลันกึกก้องขึ้นมา

ทั้งสองโลดผวาเข้าหากัน กอดกันไว้ด้วยใจอันตื่นระทึก

ใต้ผ้าเคียนเอวของกันตัง เสียบกริชไว้เล่มหนึ่ง

หากไม่จำเป็นถึงที่สุด จักไม่ดึงออกมาใช้

“ไม่ต้องกลัวอันใดดอกแม่นาง…เพลานี้ นางอยู่กะข้า เป็นนางของข้า…ไม่ว่าหน้าไหน ถ้าเข้ามา ข้าสู้ถวายหัว” กันตังปลอบพลางกอดนางแน่นเข้า พลางหันไปจ้องตรงทางแคบที่เข้ามา

เสียงปืนยังคงเปรี้ยงเปรี้ยงเป็นระยะ…

หากก็แลไม่เห็นผู้ใดปรากฏกายในสายตา

“กันตัง…” นางลดเสียงเบาเครือ “ข้ากำลังภาวนา…ขออย่าให้สะลอแมเป็นไรไป”

“ก็แล้วเหตุใดนางจึงไม่คิดว่าฝ่ายแพ้คือไอ้เหมือง” เขาก็เลยเอ่ยถาม นัยน์ตาวาววามชิงชัง

“ก็มันมีกำปั่นตั้งห้าลำ” นางทำท่าทางเคืองใจ “แล้วยังมีเรือปืนอีกสองลำ…”

กันตังก็เลยยิ้มออกมาได้ เอ็นดูอารมณ์โกรธไม่หายของนาง

 

ขณะที่เหมืองกำลังเต้นเร่าบัญชาการ…พลางตะโกนดังลั่น

“ดีละ…มึงกะกูได้เห็นกัน…ไอ้โจรชั้นต่ำสะลอแม…ไอ้เฉียน…แล้วนี่มึงหดหัวอยู่ทำไม…ก็ไหนมึงว่ามึงทำได้ไงล่ะ…”

เจ้าของกองเรือถือปืนยาวติดดาบ หากก็สั่นไปทั้งกาย หลังจากโจนแผล็วลงเรือต้นยางลำยาวที่ว่าจ้างชาวบ้านแถวนั้นออกมารับ พาตนเองกับลูกน้องทั้งสามรีบรุดมา บอกคุณหลวงเพียงว่า

‘กระผมจะต้องรีบไปตามน้องดูรากลับมาให้ได้ เดี๋ยวนี้ขอรับ…คือชักจะทำท่าไม่ดี…แต่ขอร้องขอรับ คุณหลวงกะน้องๆคุณตา กัปตันไม่ต้องไป’ พลางก็ตวัดสายตามาทางกายีด้วยความคิดที่เพิ่งแล่นขึ้นมา ‘ถ้ายังไร กระผมขอเอาน้องเจ้ากันตังติดไปด้วยจะได้ไหมขอรับ…เผื่อ…’

ครั้นแล้ว ยังมิทันจะจบความ ผู้ตั้งตนเป็นเจ้าของทะเลใหญ่ก็พยักหน้ากับลี่ ลี่จึงตรงเข้าฉวยแขนนางออกจากกลุ่มอย่างรีบด่วน จนชวนให้ตกตะลึงไปตามกัน

โดยพลัน ก็ราวกับกายีหายวับไปกับความมืดยามใกล้รุ่ง

ดาบผุดลุกขึ้น หากก็มิทัน ถลันตามไปจนถึงริมตลิ่ง แต่เหมืองกับพวกก็พานางลับไปแล้ว ทิ้งคนทั้งหมดไว้ที่นี่

คุณหลวง ตาปันจังแลกัปตันเซปาแทบจะไม่ได้หลับนอนตลอดคืน ด้วยว่าเหมืองตื่นพร้อมผุดลุกผุดนั่ง แม้คนสนิทของเขาจะผลัดกันยืนเดินเฝ้ายาม ท่ามกลางแสงเทียนสองดวง

เพียงแต่เลยยามรุ่ง ฟ้าก็เปรี้ยงปร้างดังสนั่นท่ามกลางลมกระโชกแรง เพียงไม่กี่อึดใจ ฝนก็โปรยสายลงมา

คล้ายตัดมือตัดขา กักไว้ภายใต้หลังคาผ้าใบที่ได้อาศัยเอนหลัง สลับกับลุกขึ้นนั่งอย่างพรั่นพรึงตลอดคืนที่ผ่านมา

ครั้นฝนมาอีกแล้ว เรือก็หามีไม่ จึงยิ่งรู้ว่าไม่มีทางใดดีกว่านั่งรอ

ด้าวได้แต่ลุกขึ้นไปดึงเทียนสองดวงมาติดไว้ที่ก้นถ้วยทองเหลืองซึ่งวางคว่ำ พอให้มีแสงสว่างทั่วถึงจนกว่าฝนจะหาย

หลวงประกาศบุรีเป็นทุกข์จนแทบหัวใจวาย นั่งสักครู่ก็เอนกายลงนอน หัวหนุนผ้าเคียนเอวที่ม้วนเป็นก้อน กอดฝักมีดไว้กับอก เพียงอึดใจหนึ่งจึงลุกขึ้นนั่ง นั่งแล้วลงนอน นอนแล้วลุกนั่ง สลับกันจนดาบทนดูมิได้

“คุณพ่อขอรับ…” เขาเองก็ใคร่สะอื้นดัง ด่านแลด้าวเหงาเงียบไร้คึกคักสิ้นเสียงหัวเราะแลถามไถ่ เงียบกริบราวมิได้นำปากมาด้วย ต่างก็นั่งกอดเข่าสลับกับเอนกาย…ก็ยังโชคดีที่อีกฝ่ายขึงผ้าใบไว้ให้นั่งนอน “ไม่ต้องเป็นทุกข์ไปดอกขอรับ อีกประเดี๋ยวนายเหมืองก็คงต้องมา…เขาจะนั่งดูดายอยู่ได้ยังไรเล่าคุณพ่อ น้องดูราหายไปทั้งคน หายไปพร้อมคนมาใหม่…มันก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน จริงไหมตา”

“จริง…มันเอาไปทำไรแค่สองคน” ตาปันจังส่ายหน้า มิว่าจะเพียรปะติดปะต่ออย่างไรก็ไม่เป็นผล ทุกเรื่องดูสับสนเกินคาดเดา…เริ่มจากเหมืองส่งเฉียนลงเรือไป…นัยว่าไปดูลาดเลาโจรสลัด แต่กลับถูกสมุนโจรมัดกลับมา…มาคอตกผงกหัวไม่ขึ้นอยู่ตรงหน้า แล้วโจรห้าคนก็พาดูราไป…พร้อมด้วยชายแปลกหน้าผู้มาใหม่

เพียงแค่สองคน…ชายกับหญิง

ช่างน่าสงสัยเสียจริงๆว่ามันมีเรื่องแยบยลอันใด

“แต่ไม่ใช่พาไปข่มขืนนั้นแน่นอน” ตาปันจังเอ่ยขึ้น

“นั่นน่ะซีตา” ดาบครางอย่างไม่มีทางนึกออก

ฝ่ายคุณหลวงยังคงนิ่งอยู่ มองเหม่อสู่อรุณรุ่งในแสงเทียน

“กระผมก็ว่าไม่น่าใช่” กัปตันเซปาปริปาก

จะพูดมากกว่านี้ก็ดูกระไร ด้วยเกรงจักเสียหายไปถึงเหมือง

“เจ้าว่าเช่นนั้นหรือเซปา” คุณหลวงได้ยินจึงหันมา

อย่างน้อย กัปตันก็น่าจะรู้ตื้นลึกหนาบาง แม้อาจไม่มากมายกระไรนัก ก็น่าจะรู้

“ขอรับ…ไม่น่านะขอรับ…” กัปตันยังคงย้ำคำ “กระผมไม่คิดว่ามันจะฉุดเอาไปข่มขืน”

“แต่ข้าได้ยินไอ้หัวหน้ามันว่ามันจำกันตังได้”

“เจ้านี่มันก็คนแถวๆแหลมเจ้าอย่างไรล่ะขอรับ พวกโจรสลัดคงเคยเห็นมันมั่งเหมือนกัน…นี่น่ะไม่แปลกกระไรนัก มันพาไปด้วยก็คงไม่ถึงกะแปลก…” ปลายเสียงนายท้ายไม่สู้จะแน่ใจ “แต่ถ้าแปลก ควรจะแปลกตรงไหนขอรับใต้เท้า…คุณตา…”

หลวงประกาศบุรีนิ่งนึกตรึกตราประเดี๋ยวหนึ่ง จึงบอกปัด

“ข้าเองก็ยังไม่อยากเดา”

ทันใดนั้น เสียงปืนจากที่ที่ไม่ไกลมากก็ดังขึ้น

ทุกคนต่างก็สะดุ้งตื่นจากความงุนงง

Don`t copy text!