ข้ามมหาสาคร บทที่ 46 : เสียรู้มหาโจร

ข้ามมหาสาคร บทที่ 46 : เสียรู้มหาโจร

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 46 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เสียงปืนมิได้ดังขึ้นเพียงสองสามนัด…แต่มันผลัดกันดังติดต่อกันไปอีกหลายนัด กว่าจะเงียบกริบ

เงียบ…เงียบสนิท…จนทุกชีวิตบัดนี้ลุกจากผ้าใบที่ปูให้นั่งแลนอน เดินไปชะโงกดูผืนน้ำละเลื่อมเป็นมันวาวภายใต้เหินหาวอันครอบเป็นกรอบกว้าง แลดูเวิ้งว้างอยู่ตรงหน้า

“แล้วนี่เราจะทำยังไรกันดี คุณพ่อ” ดาบกับด่านเอ่ยขึ้นเกือบพร้อมกัน “จะหาเรือสักลำให้มันพายออกไปดูจะดีหรือไม่ขอรับ”

“อย่าดีกว่า” คุณหลวงนิ่งไปอึดใจจึงส่ายหน้า “พ่อยังไม่ค่อยแน่ใจว่า…โจรสลัดจะอยู่ตรงไหนกันแน่…หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ยังไม่ควรเสี่ยง ควรต้องรอจนกว่าเหมืองจะกลับ…”

“ขอให้กลับมา…อย่าง…เอ้อ…”

“แต่กระผมเป็นห่วงแม่นายมากกว่า” กัปตันเซปาเอ่ยขึ้นเป็นกำลังใจ…ก็ในเมื่อเขากินเงินค่าจ้างจากคุณหลวง แต่ฝ่ายเหมืองมีทั้งเรือ อาวุธแลผู้คน

“ข้าน่ะเป็นห่วงจนใจเหลือแค่นี้แล้ว” ตาปันจังยื่นปลายนิ้วก้อยให้ดู แม้น้ำตาจะแห้งหาย หากนัยน์ตายังคงแดงก่ำ

ช้ำใจยิ่งนักหากหลานมามีอันเป็นดังเช่นพ่อแม่ของนาง

แต่คุณหลวงกำลังคิดคำนึงอย่างตึงเครียด

หรือว่า…

โดยพลัน…การมาถึงของกันตังก็ผุดขึ้น นับตั้งแต่แลเห็นเขาแต่ไกลบนโขดหินชายฝั่งพร้อมโบกผ้าแดงไปมา

ครั้นแล้ว ตนเองก็ลองรับชายนั้นเข้าทำงานภายในเรือด้วยเชื่อสายตาตนเองว่า…ไม่น่าที่เขาผู้นี้จะเป็นคนร้าย…โดยดูจากความรู้ความเข้าใจแลการเจรจา…แม้ใจส่วนที่ลึกกว่านั้นจะยังกังขา แต่อาศัยตรงที่ว่าตนเองเป็นผู้ให้โอกาสคนทุกคนที่ดั้นด้นมา หวังมาหาที่พึ่ง อีกใจหนึ่งจึงใคร่ลองดู ลองซื้อความไม่รู้ด้วยความรู้

หากก็คนผู้นี้ใช่หรือไม่ที่ไม่เคยเกรงชายชื่อเหมือง

มิหนำซ้ำก็ยังห้าวหาญ เรียกนายกองเรือว่า ตั้วเฮีย

คุณหลวงเองยังนึกขำ…ขำตรงที่ว่า อัน ‘ตั้วเฮีย’ ที่แปลว่าพี่ชายใหญ่ ‘ยี่เฮีย’ ที่แปลว่าพี่ชายรอง ‘ซาเฮีย’ ที่แปลว่า พี่ชายที่สามนั้น เป็นแบบอย่าง ‘กงสี’ อันมีความหมายถึงสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่คนจีนใช้ในการแบ่งหน้าที่กันทำ

ภายในเหมืองดีบุกของคุณหลวงก็ใช้แบบอย่างนี้…แม้แต่โจรสลัดจีนที่ยามค้าขายกันเป็นพ่อค้า แต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวานจนต้องถึงแก่จับอาวุธขึ้นฆ่าฟันกันกระทั่งอาจกลายเป็นโจรสลัดเสียเอง ก็ใช้แบบนี้

หนุ่มหน้าตาเข้าทีครึ่งสยามครึ่งมลายูกลับรู้เรื่องกงสีเช่นกัน

ถึงแก่ใช้คำนั้นมาแดกดันนายเหมือง

ชวนให้เรื่องไม่มี กลับมีเรื่องขึ้นทันใด

ถ้าชายนั้นจะกลายเป็นคนร้ายในบัดนี้ ตนเองคงจะเสียดายเขาเป็นอย่างยิ่ง

คำว่า ‘คนร้าย’ ที่แล่นเข้ามา ชวนให้สมองแลปัญญาของคุณหลวงป่วนปั่น

คนร้าย..หรือว่ามันจะเป็นสายให้โจรสลัดเข้ามากระทำย่ำยี…คุณหลวงนึกในใจพร้อมหวั่นไหวกายสั่น หากใจนั้นสั่นยิ่งกว่า

หรือว่ามันกับน้องมันนัดกันมาเป็น….

สายลับ

พลางรำลึกได้ถึงคำเตือนของท่านพระยาแห่งพังงา

ดูราของพ่อ…ครั้นแล้วก็ราวกับแลเห็นดวงหน้าลูกบุญธรรมที่ตนเองคร่ำเคร่งอุ้มชู…ใจทั้งดวงก็แสนจะหดหู่ทันใด

‘ขออย่าให้เจ้าต้องด่างพร้อยในคราวนี้ ขอคุณพระจงคุ้มครองเด็กดีเช่นเจ้า…ขอให้วิญญาณพ่อแม่ของเจ้าปกป้องเจ้าให้พ้นจากน้ำมือคนร้าย’ คุณหลวงวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ในใจ น้ำตาเอ่อออกมาซึมจนต้องปาดออกไป

 

เหมืองก้าวลงเรือเร็วติดปืนหนึ่งในสองลำ พรั่งพร้อมด้วยบริวารทั้งสาม มีเฉียนผู้อุดมด้วยเล่ห์กระเท่ทางการเจรจา มีลี่ผู้ร่างหนาอกกว้าง สูงกว่าเพื่อนทั้งสองคน…คอยควบคุมการยิง อีกข้างคือเจียผู้ยามไม่มีอารมณ์ ผู้คนก็อาจแหย่เล่นได้ แต่อย่าให้ถึงอารมณ์ร้าย คนทั้งลำก็อาจถูกเขาคว่ำไม่เป็นท่า หากบังเอิญมีปืนอยู่ในมือ

“ยิงพอขู่ให้มันตื่นแค่นั้น” นายกองเรือออกคำสั่ง เห็นได้ชัดว่าหงุดหงิดใจจนแทบจะกระโจนลงทะเลล่วงหน้าไปด้วยอาการหุนหันพลันแล่นเอาทีเดียว “ใครจะไปนึกว่าเราจะเสียรู้มัน…จริงหรือไม่…ไอ้เฉียน ไอ้นรกจกเปรต มึงจ้างมันแบบไหนถึงได้หันมาตลบหลังเอาได้”

“กระผมก็สัญญากะมันว่าจะขนดีบุกมาให้มัน 50 ภาราขอรับ มันก็รับปากดิบดีว่ามันเข้ามาทำท่าโจมตีเรือคุณหลวงได้ทันที ไม่มีเลยเรื่องกลางคืนกลางวันขอรับ…เพราะมันกำลังมาของมันอยู่แล้ว” เฉียนยังคงย้อนให้นายฟังถึงการตกลงกันระหว่างสมุนคนสนิทของสะลอแมที่ชื่อหัน เนื่องด้วยรู้จักกันเป็นส่วนตน โดยหันเป็นคนเก่าแก่ของหมู่บ้านปากแม่น้ำ แห่งไทรบุรีเช่นเดียวกับเฉียน เคยทักทายกันเป็นครั้งคราวคราเมื่อเจอกันที่ซ่องนางโลมตามท่าเรือ รู้ชื่อพ่อแม่กันแลกันเป็นอันดี “แล้วก็ยังถามถึงนายมัน…ว่า…จะเอาด้วยหรือไม่ มันก็ยังบอกเลยว่า ถ้าได้ดีบุกห้าสิบภารา นายจะไปว่ากระไร”

“แต่แล้วมันก็ยังทำเช่นนี้กะมึงได้…” อีกฝ่ายกัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“ที่จริง…” เฉียนก็ยังกล้าติง “ที่จริง…ใต้เท้าก็…ก็…”

“ก็ไร…ว่ามา” เหมืองเงื้อมือ ครั้นแล้วจึงตบหน้าลูกน้องฉาดใหญ่

เฉียนก็เลยต้องคลำแก้มป้อยพลางสูดปาก

“ใต้เท้าก็เอาแต่โมโหหุนหัน…ไม่เหมือนสะลอแม…”

“เดี๋ยวก็ถีบตกทะเล” เหมืองหน้าแดงจนเกือบเขียว “เอ้า…แล้วเป็นไรถึงยังไม่สั่งยิง…”

“กี่นัดขอรับ” ลี่ถาม

“ที่จริง…กูก็เสียดายลูกปืนเหมือนกัน” พ่อค้าใหญ่พึมพำ

ในยามนี้ ท่าทีเขาราวกับกำลังจนมุม

ยิ่งนึกถึงยามตะโกนเพื่อให้เสียงก้องทะเลตอนออกเรือตามกันมา ‘แล้วคงได้เห็นกัน’ ก็ยิ่งขายขี้หน้าจนแทบจะเอาหัวลงจุ่มอันดามัน

“แต่มันคงเอาตัวแม่นางไปกักไว้แล้วละขอรับ” ลี่เอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเป็นครู่ ขณะสั่งให้เรือเร็วชะลอเครื่องลอยลำอยู่ห่างออกไปราวไม่ถึง 1 กิโลเมตร จับสังเกตจากกล้องมองไกลไปยังกำปั่นสองเสาสองลำที่ทอดสมออยู่ห่างจากฝั่งราวครึ่งกิโลเมตร เป็นฝั่งด้านในของเกาะใหญ่สุดนามลิบงที่หลายครั้งคราวกลายเป็นที่มั่วสุมของเหล่าโจรจากลังกาวี ด้วยว่าที่เกาะนี้มีทั้งป่าเขาลำเนาไพรแลโพรงถ้ำน้ำตก สะพานหิน หาดทราย บ่อน้ำจืดรวมทั้งป่าชายเลนแลหมู่นกสารพัดชนิด จึงกลายเป็นที่สถิตของเหล่าโจร อาจจับกลุ่มกันเฮฮา กินอาหาร ร่ำสุรา นำเงินทองของมีค่ามาปันกัน ครั้นแล้วจึงเก็บซ่อนไว้ในถ้ำ รอวันคืนอันดีจึงมาขนออกไป

อ่าวเล็กๆตรงหน้าซึ่งแลเห็นเรือสะลอแมทอดสมออยู่นี้ เมื่อมองจากกล้องมองไกล ปรากฏภูเขาหินสูงตระหง่านปกแผ่ด้วยป่าละเมาะแลพันธุ์ไม้ที่ขึ้นเป็นพืดใหญ่บนหน้าผา ถัดไปคือหาดทรายที่อ้อมไปยังอ่าวเล็กอีกอ่าวหนึ่งทางตะวันออก

แลเห็นพิราบขาวโผผินบินสวนกันไปมากับนกนางแอ่น

“ไอ้เฉียน…มึงมาดูซิว่า เรือโจรกำลังทำไรถึงได้จอดนิ่ง…ดูเหมือนมันจะไม่ยี่หระเสียงปืนเลยหรือไร”

แต่เฉียนก็พกเล่ห์กระเท่มาเต็มกระเป๋า เขาน่ะหรือจะมิรู้ความนัย…จึงตอบนายจ้างผู้โมโหร้ายพอกันกับเจีย

“ก็มันเป็นต่อแล้วนี่ขอรับ…มันจะไม่จอดนิ่งได้ไง”

ทันใดนั้น ฝ่าตีนอำมะหิตก็ถีบปังเข้าที่ตะโพกของอีกฝ่ายจนเฉียนล้มกลิ้งลงไป

“แล้วใครเป็นตัวการ มึงรึเปล่า”

ลูกน้องก็เลยต้องนิ่ง ลี่จึงช่วยดึงแขนเฉียนขึ้นมา

“ตบมันอีกที” คราวนี้นายของเขาลดเสียงลงเชิงเอาใจ ไม่เอาจริง

เฉียนเองก็ล่วงรู้อย่างดียิ่งว่า…

บัดนี้ ถึงทีของสะลอแม

“กระผมขอแก้ตัวจะได้หรือไม่ขอรับ”

“มึงจะทำท่าไหน” เหมืองไม่มีวันอารมณ์ดีขึ้นมาได้ “มึงก็รู้อยู่แล้วนี่ว่ากูมีแผนจะเอานางนี่เป็นเมียให้ได้ กูแค้นแทบกระอักเลือดขนาดไหนที่มันมาทำท่าเหมือนกูเป็นหมูเป็นหมา…สมน้ำหน้าแล้วที่พ่อแม่มันถูกไอ้โจรเหี้ยมฆ่าสยอง”

Don`t copy text!