ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 43 : คมในฝัก

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 43 : คมในฝัก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 43 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมขนาดหกที่นั่งมีสี่เหลี่ยมยาวแคบวางขวางหัวและท้าย เมื่อปูแพรขาวทับลูกไม้สวยลงไปพร้อมป้ายชื่อผู้เป็นแขกรับเชิญ ก็ดูเจริญนัยน์ตาอ่าองค์ราวเป็นห้องอาหารทรงเครื่อง ด้วยว่าเมื่อแหงนขึ้นไปจะพบโคมระย้าขนาดใหญ่ ทอแสงจ้าเจิดจรัส

แต่บางคนอาจอึดอัดใจก็ด้วยที่นั่งซึ่งมิสมอารมณ์หมาย ด้วยว่าแทนที่จะได้นั่งชิดติดกัน หากก็โดนเทจนต้องพลัดพรายไปจากกันด้วยเล่ห์กระเท่ของผู้จัดใจร้ายที่หมายใจจริงจังจะกลั่นแกล้ง

เด็กสาวในเสื้อแดงเป็นผู้กุลีกุจอเชื้อเชิญให้ทุกคนดูป้ายตามที่นั่ง พลางก็พาปู่ย่าไปยังหัวโต๊ะด้านขวาง ที่มีปู่ย่าและบริบูรณ์นั่งเรียงกัน ถัดปู่ก็คือปรายซึ่งนั่งเดี่ยว มีเฟื่องฟ้าอยู่ปลายโต๊ะอีกด้านหนึ่ง ส่วนโต๊ะกลางข้างปรายมีสมุทรไท ยาเยีย และสุดหล้า ฟากตรงข้ามมีโยธี ปุญ และบนฟ้า ถัดไปที่หัวโต๊ะคือยงยุทธกับปันซึ่งนั่งติดกับด็อกเตอร์เพื่อนของเขา

ปู่กับย่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะสักเท่าไร…เมื่อแลเห็นเจ้าของบ้านวัยรุ่นสมองไว ใช้ซิทดาวน์ ดินเนอร์ ‘ซิท’ กับชายหนุ่มข้างละคน คนแรกเคยจับจอง แต่ถูก ‘น้องบน’ แย่งไป เลยแก้แค้นในคืนนี้ ส่วนอีกคน เพิ่งรู้จัก นัยว่าเป็นเพื่อนรักกับซีอีโอคนถัดไป

สมุทรไทส่งสายตาพร้อมยิ้มนิดๆในหน้ามายังหญิงสาวผู้นั่งเยื้องกันอย่างปลอบใจ

หากก็ได้พบสายตาที่ไม่ถึงกับขึ้งเคียด…เพียงอึดใจเดียวที่แลเห็นอาหารทยอยกันเข้ามาวาง มีทั้งฝรั่ง ไทยและจีน บนฟ้าก็บอกยาเยียยิ้มๆว่า

“ขอบคุณมากนะหนูเยียที่เชิญเรามาวันนี้ เขาจัดได้สวยมาก ถ้าประกวดการจัดโต๊ะก็ได้ที่หนึ่ง”

ปู่กับย่าได้ยินแล้วก็แทบจะตะลึงไป

ครั้นเหลือบไปทางซ้าย ก็แลเห็นชายหนุ่มของปู่มองคู่รักของเขาอย่างเอ็นดู ราวกับอยากให้รางวัลทันทีทันใด

“พี่บนชอบใช่ไหมคะ…ถ้าชอบน้องก็ดีใจ”

“ชอบซีจ๊ะ ชอบมาก น้องเข้าใจจัดทั้งโต๊ะทั้งอาหาร”

แชมเปญหมดแก้วจากตอนดื่มที่ห้องนอก ครั้นมาถึงห้องด้านใน ยาเยียเตรียมทั้งไวน์แดงไวน์ขาวต้อนรับ

“ทั้งคนด้วยหรือเปล่าคะพี่” อีกฝ่ายย้อนยิ้มๆ

“กำลังจะบอกอยู่เชียวว่าจัดคนก็เก่ง” บนฟ้าตอบพลางสบตากับสมุทรไทและพี่ชาย แลเห็นปรายแย้มยิ้มอยู่ในหน้าเชิงชมเชยว่าน้องใช้ได้…ไม่ต้องเคี่ยวเข็นมากก็รู้แล้วว่า…บัดนี้ควรทำตัวอย่างไร แค่ไหน เพียงใด จึงจะถึงพร้อมความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องอายใครเขา “ก็ดูแต่น้องจัดโต๊ะก็ได้…หนูจัดเองใช่ไหมคะ…นี่ถ้าให้จัดทัพ พี่ว่าขนาดเสธ.ก็คงแพ้หนูนะ”

ปรายฟังแล้วก็แทบจะตบมือดังๆเอาทีเดียว

แต่ยงยุทธขัดขึ้นเมื่อถามผู้อาวุโส

“คุณปู่คุณย่าชอบปลาใช่ไหมฮะ…ถ้างั้น จิบไวน์ขาวสักนิดดีไหมครับ”

“ก็ได้” ปู่ประธานไม่ขัด บริกรสองคนผู้ยืนถือคนละขวดทั้งขาวและแดง จึงรินไวน์ขาววางลงตรงหน้าปู่

ดร.สุดหล้าจึงเอ่ย…ขณะที่อยากเข้ามาเป็นลูกเขยบ้านเพื่อนจนตัวสั่น

ยิ่งได้ยินน้องสุดท้องโต้ตอบกับเจ้าของบ้านผู้ที่เขาเห็นว่ายังเด็กนัก ก็ยิ่งอยากคุย จึงยื่นแก้วไวน์ขาวข้ามโต๊ะขณะเผยอตัว

“เชียร์สนะครับ น้องบน”

โลหิตฉีดแรงร้อนซ่ามาเต็มๆ เต็มดวงหน้าสมุทรไท

แต่เขาก็คือเขา จึงเฉยอยู่

แค่มองดูน้องบน

‘คิดว่าหนูสนละเหรอ’ สีหน้าอีกคนบอกกล่าว

หากก็กระทบแก้วกับเพื่อนพี่ด้วยมารยาท

ปันก็เลยส่งยิ้มมาให้น้องสาว…มาคราวนี้ดูเหมือนน้องของเขาจะกะทัดรัดขึ้นจนน่าประหลาดใจ

ที่ชวนให้ยินดีก็ตรงไม่มีบ่อน้ำตาให้ต้องห่วงใยในความไม่รู้จักเติบใหญ่ของหล่อน

ปันก็เลยลอบถอนหายใจ…หากแต่เหลือบมองเลยไปยังชายหนุ่มข้างยาเยียอย่างกลุ้มไม่หาย…เฮ้อ…กูไม่เคยอยากได้ไอ้หมอนี่เข้ามาดองเลยให้ตาย…

แต่ปรายก็เอ่ยขึ้น…อย่างที่ตนเองรู้ดีว่า…ลองใจ

“แล้วนี่จะให้รางวัลการจัดเลี้ยงชนะที่หนึ่งของน้องเยียด้วยอะไรดี…ไหน…น้องบอกมาซิว่า…อยากได้อะไร…โดรนสักเครื่องดีไหม…”

“โดรนนั่น น้องซื้อเองดีกว่าค่ะ” สาวเจ้าปัญญาตอบคำ “ถ้าพี่อยากให้ ให้อย่างอื่นดีกว่า…ดีไหมคะพี่ปัน…”

ปันก็เลยพยักหน้า อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนอยากได้อันใด

“น้องก็ลองบอกมาซิครับ”

“ก็…เอ้อ…” เจ้าตัวทำท่าเกรงใจนิดหนึ่ง ท้ายที่สุดจึงตอบ “ก็…ขอให้พี่ปันรับน้องเข้าไปฝึกงานน่ะซีคะ”

“ไปเลยน้อง” ปันตอบทันใดเกือบไม่ต้องคิด “ไปเลยพี่กำลังอยากได้คนเก่งๆอยู่เชียว…ฝึกกันตั้งแต่ต้นจนเก่งแล้วพี่จะได้คอยดูน้องจะลาออกจากพี่ไปอยู่กับบริษัทใหญ่กว่าไหม”

ยาเยียจึงหันไปพนมมือไหว้พร้อมคิกคัก…

“ขอบคุณพี่ปันมากเลยค่ะ…แล้วจะนัดน้องไปสัมภาษณ์เมื่อไหร่ก็บอกได้นะคะ…เผื่อน้องจะได้ทราบว่า ความถนัดอย่างน้องนี่ ควรเรียนต่อสาขาอะไรดี”

“ถ้าชาติมีเด็กอย่างน้องเยียมากๆ คงเจริญโลดเลยละนาน้องนา” ปรายก็เลยหัวเราะฮ่าฮ่าตบท้าย

งานเลี้ยงคืนนี้ดำเนินไปอย่างสุขสันต์หรรษาถ้วนหน้ากัน เพียงแต่ดร.สุดหล้ารู้สึกชัดขึ้นทุกขณะว่าสายตาน้องของปันไม่เคยเวียนมาพบสายตาเขา แม้เพียงจับจ้องมองหล่อนอย่างชื่นชมในความโสภาอันโดดเด่นล้ำหน้าเพียงไร ก็เสมือนกองไฟจุดไม่ติด

แม้นั่งชิดกับยาเยียก็เหมือนมิได้นั่ง เนื่องด้วยเจ้าของบ้านเยาว์วัยมักจะหันไปถามไถ่ชายหนุ่มผู้อยู่ข้างขวากับน้องชายปันผู้นั่งถัดไป

ขณะที่โยธีช่วยคีบขาแกะย่างจากจานเปลตรงหน้าใส่จานให้หญิงสาว

“ขอบคุณค่ะ พี่โย”

“แกะเขาอร่อยมากเลยน้องบน” โยธีพูดเรื่อยๆโดยไม่มีความหมายในทีท่า

ก็จะมีได้อย่างไรในเมื่อปรายเปรยๆวันก่อน

‘แปลกนะเว้ย โย…น้องกูกะไอ้ไทมาปิ๊งกันได้ จะว่าไปแล้วที่สนิทกันจริงๆก็ไม่เกินสามอาทิตย์’

‘วันเดียวก็ปิ๊งได้เว้ย’ เขาก็เลยหัวเราะหัวใคร่ ‘กูปิ๊งมาซะนักละ…มีแต่มึงแหละหัวทิ่มหัวตำทำงาน’

จึงเป็นอันรู้ดีระหว่างกันและกัน

“คุณปู่คุณย่าคุณพ่อคุณแม่ทานอิ่มๆนะฮะ” โยธีชวนเชิญเป็นระยะ “คุณปู่คุณย่าชอบอะไรมั่งครับ”

“ชอบทุกอย่างแหละจ้ะ ทั้งแกะทั้งปลาทั้งเนื้อ อร่อยหมด”

“ย่าอย่าเพิ่งเมานะย่า” ปุญเอ่ยขณะที่ตัวเองหน้าแดงก่ำเพราะชอบของมึนเมามากกว่าใคร

ยาเยียสังเกตเห็นชายทั้งสามไม่เหมือนกัน…ปันนั้น…แค่พบหน้าก็รู้ว่ามีอำนาจ ปุญคอยฟังคำสั่ง แต่เบื้องหลังคนทั้งสองก็คือปรายผู้มีแววตาเป็นประกายเนืองนิจ ครุ่นคิดโดยตลอด หากก็ตรงไปตรงมา เปิดเผยเสียงดัง ผอมไปหน่อย เตี้ยไปนิด…ฝ่ายผู้มาใหม่ที่นั่งชิดอยู่กับหล่อนยามนี้ เพียงแต่พบหน้าก็ไม่อยู่ในขั้นพอใจ ด้วยว่าปากของเขาไม่ค่อยงาม ฟันก็ห่างไป หน้าผากสูง ผมบาง เตรียมจะล้านโล่งในไม่ช้า

ไม่เหมือนชายผู้นั่งอยู่ข้างขวาขณะนี้…ที่ดู ‘เนี้ยบ’ กว่าผู้ใด

มิว่าจะโดยบุคลิกลักษณะ กิริยามารยาท การพูดจาและท่าที หากไม่รู้อายุจริงก็จะนึกว่าสามสิบหรือมากกว่านั้น

หากบิดาสิบอกกล่าว

‘สมุทรไทคมในฝัก รักไม่รักดูไม่ออก ไม่เหมือนปราย แต่มันก็แค่เบ๊ของพี่ชาย…’

เมื่อมาถึงคืนนี้ที่พ่อได้พบทุกคนพร้อมหน้า ยังไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อจะรู้สึกอย่างไร เพราะแม้จากภาพที่แลเห็น ดูราวกับว่า หล่อนเป็นใหญ่ในบ้าน แต่ลึกๆแล้วยาเยียก็ฟังทุกความปรารถนาของพ่อ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชายผู้จะเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกัน

‘ต้องมีพื้นฐานมั่นคงทั้งวงศ์ตระกูลและการงาน นิสัยก็ต้องดี’

หล่อนคิดว่า พี่ไทก็มี เพียงแต่อาจจะไม่มากเท่าความอยากได้ของบิดา

ความรู้สึกที่มีต่อพี่น้องพงษ์เทวฤทธิ์จึงเข้าลักษณะถือธงนำ

คืนนี้พ่อก็เลยเอาแต่ชวนปันคุย…ด้วยเรื่องราวเบ็ดเตล็ด แต่ใกล้เคียงกับความสนใจของกรรมการผู้จัดการใหญ่

“จบงานคืนนี้ เราน่าจะได้เจอกันคุยกันอีกนะฮะ คุณลุง”

ยงยุทธยิ้มพราย ยกแก้วไวน์ขึ้นชู พร้อมชนแก้วกับปันอีกครั้ง

ขณะที่ยาเยียหันไปเคลียคลอกับสมุทรไท ขอชนแก้วกับเขา

Don`t copy text!