มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 16 : เด็กอีหมอ

มาลัยใบพฤกษ์ บทที่ 16 : เด็กอีหมอ

โดย : เนียรปาตี

มาลัยใบพฤกษ์ นิยายออนไลน์สนุกๆ มีให้อ่านออนไลน์ที่อ่านเอา โดย เนียรปาตี เรื่องของแพทย์หนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน ชอบช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยจิตใจเมตตา หากโลกอีกใบของเขากลับตรงข้าม ความรักที่มีต่อเพศเดียวกันกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาชายหนุ่มออกเดินทางไปในเส้นทางที่โลดโผน ซับซ้อน ซ่อนเร้น สุดท้ายแล้วความรักที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

เมฆฉายนิ่งตั้งแต่ขึ้นนั่งบนรถ เงียบไปตลอดทาง จนกระทั่งถึงคอนโดฯ อยู่ในห้องกันสองคนแล้ว ก็ถามตรงๆ

“ยังนัดเจอกันอยู่ใช่ไหม”

สาธิตพยักหน้ายอมรับ

“หมอ ฉันยอมรับนะว่าเซ็กส์ฉันมันห่วย เอาไม่มัน ฉันถึงยอมให้หมอไปมีอะไรๆ กับคนอื่นที่หมออยากไป…ฉันไม่พูด หมออย่าคิดว่าฉันไม่รู้ หมอไปยิม ไปซาวน่า จิกเองหรือซื้อกินฉันไม่ว่า ถ้าเป็นแค่ One night stand แต่อย่ามีเป็นตัวเป็นตนได้ไหม มันจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ตัดกันไม่ขาด”

สาธิตนิ่งไป

สำหรับเขา…เมฆฉายเป็นคนรัก เป็นคนที่ผูกสัมพันธ์ทางใจ เขารักเมฆฉายอย่างคนที่จะจูงมือกันเดินไปบนเส้นทางแห่งชีวิตคู่ แต่ถนนแห่งความใคร่นั้นแยกไปอีกสายหนึ่ง…เมฆฉายไม่อยู่ในทางนั้น

เมฆฉาย ‘ให้’ ได้ แต่ไม่เคยเป็นรสชาติที่อิ่มเอม สาธิตจึงต้องแสวงหารสชาติใหม่มาเติมเต็มความรู้สึกอยู่เสมอ และสาธิตก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผู้ที่ปรุงรสชาติที่เขาพึงพอใจ ไม่ว่าจะกินซ้ำอีกเท่าไรไม่เคยเบื่อก็คือ อาร์ม

รู้อีกกระทั่งว่า อาร์มพยายามจะจับเขาให้อยู่มือ สาธิตจึงต้องคอยเลี่ยง วิ่งหนีของร้อน ก่อนที่มันจะเผาตัว แต่ก็นั่นแหละ เมื่อความ ‘อยาก’ เกิดขึ้นใหม่ สาธิตก็ถวิลหา ‘ไฟ’ กองเดิม ที่รู้ทั้งรู้ว่าเดินเข้าไปแล้วอาจเผาไหม้ แต่ในวินาทีที่เปลวเพลิงลุกโรจน์อยู่นั้น เขากลับคิดว่าได้อาบไฟอมตะที่ทำให้ความหนุ่มกระชุ่มกระชวยได้ฟื้นตื่น มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

สาธิตอยากถอยหนีจากอาร์ม แต่เขาก็ไม่เคยเอาชนะความ ‘อยาก’ ที่เกิดขึ้นได้เลย

 

ช่างแต่งหน้านำเด็กหนุ่มสองคนหายเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้ว ป้อ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ก็ใช้เวลานั้นถามคุณบี๋

“นี่ไปควักมาจากร้านนวดที่ไหน กะจะปั้นส่งช่องเหรอ”

“ฉันอยากปั้นอีกคนมากกว่า แต่เด็กมันไม่เอาด้วย” คุณบี๋ถอนใจ น้ำเสียงหน่าย “อีหมอก็ไม่ช่วยเหลือกัน พูดแต่ว่าแล้วแต่ความสมัครใจของเด็ก”

“เด็กอีหมอ?”

“อือ…เด็กในบ้าน เห็นกันมาตั้งแต่เป็นกล้วยไข่ ตอนนี้น่าจะกลายเป็นกล้วยหอมแล้วละ” คุณบี๋หัวเราะคิก พยักไปทางห้องแต่งตัว “แต่อีเด็กคนนี้มันเสนอหน้าเสนอตัวหลายครั้ง เดินสายประกวด…ส่งตัวเองน่ะ ไม่มีผู้จัดการหรอก พอดีฉันรู้มาว่าเรียนอยู่คณะเดียวกับเด็กอีหมอ”

“เลยจะใช้เป็นนกต่อละสิ” ป้อจับทางถูก “ฉันก็ว่าอย่างหมอไม่น่าเลี้ยงเด็กแบบนี้ เห็นมันทำเหนียมๆ เจียมตัว แต่ตามันล่อกแล่ก ฉันว่าไอ้เด็กนี่มันไม่ย่อยนักหรอก แรดพอตัวทีเดียว”

ป้อเลื่อนดูรูปหนุ่มๆ หลายคนจากฝีมือการถ่ายภาพของเขาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็ส่ายหน้า

“แกจะปั้นเด็กนี่จริงๆ เหรอ บอกตรงๆ มันไม่มีออร่าว่ะ”

“เออ…ฉันก็รู้น่า อยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว ทำไมจะดูไม่ออกว่าแบบไหนขายได้ แบบไหนขายไม่ออก มันใช่แต่ว่าดูสวยหล่ออย่างเดียวแล้วก็เป็นดารากันได้เสียเมื่อไหร่ ฉันรู้หรอกว่าอันไหนเพชร อันไหนกรวด” ถอนใจอย่างเซ็งในอารมณ์ “เบื่อจริง ไอ้เพชรที่เราอยากจะเจียระไนก็ไม่ยอมส่องแสง แต่ไอ้ก้อนกรวดที่ทรงดีหน่อยดันอยากให้เอาไปชุบไปย้อม แกก็ถ่ายๆ ไปละกัน คิดว่าถ่ายหมูถ่ายหมาอะไรสักตัวให้มันจบๆ ไป หรือจะเอาไปขายแมกกาซีนก็ลองดู เลือกหัวดีๆ หน่อย เผื่อจะพอรุ่งมั่ง ไอ้เด็กนี่…ถึงไม่ค่อยมีออร่า แต่ก็มีเซ็กส์แอปพีลละ”

คุณบี๋สรุปตอนท้าย เซ็กส์แอปพีลที่ว่า แผลงมาจาก sex appeal ที่แปลว่ามีความดึงดูดทางเพศ

“ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ อย่างไอ้เด็กนี่…ถ้าจะเอาดีทางนี้ไปไกลก็แค่ถ่ายหนังสือโป๊เกรดดีหน่อย อย่าลงไปต่ำกว่านั้น ฉันรับไม่ได้ บางหัวนะ ไม่รู้ไปขุดนายแบบมาจากรูไหน แต่ละคนผอมแห้งเหมือนแย้ติดยา ไม่พิถีพิถันสรรหา เหมือนเผาป่าแล้วอีพวกนี้วิ่งหนีตายออกมา ก็คว้ามาแก้ผ้าถ่ายรูป แปะโฆษณาว่าเป็น ‘ชายแท้’ หลอกขายเกย์แก่กะเทยโง่ให้จ่ายเงินดูอะไรที่ไม่เจริญสายตา หนังสือโป๊น่ะ มันก็ต้องมีศิลปะ จัดแสงเงา เหมือนถ่ายแฟชั่นนั่นแหละ เปิดนิดแย้มหน่อยให้กระตุ้นจินตนาการ บริหารต่อมมโนมั่ง ไม่ใช่เห็นหมดอล่างฉ่าง ดุ้นเล็ก ดุ้นใหญ่ ไม่มีช่องว่างให้คิดฝันว่ามันจะเป็นอย่างไร แบบนั้นดูได้ครั้งเดียวก็เลิก”

อาร์มออกมาในเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีขึ้น ป้อและคุณบี๋จึงยุติการวิพากษ์วิจารณ์ บอกเด็กหนุ่มให้ไปยืนที่หน้าฉาก กำกับท่าทางที่ดูดีเมื่อมองผ่านเลนส์กล้อง เสียงลั่นชัตเตอร์ดังสลับกับไฟแฟลชวาบ อาร์มนึกฝันถึงอนาคตข้างหน้า ว่าเขามีแฟนคลับรายล้อมขอถ่ายรูปด้วยเมื่อเขาก้าวลงจากรถเพื่อเดินเข้างานประกาศรางวัลทางโทรทัศน์รายการหนึ่ง

ป้อให้ทุกคนดูภาพบนจอคอมพิวเตอร์ก็ไม่มีใครคัดค้านแต่อย่างใด อาร์มพอใจทีเดียวกับรูปของเขา อย่างน้อยก็เป็นฝีมือพี่ป้อ ช่างภาพชื่อดัง เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อกับคุณบี๋ก็ส่ายหน้าแก่กัน

ให้ตายยังไง เด็กคนนี้ก็ไม่มีเสน่ห์สำหรับเป็นดารา

คุณบี๋หางานให้อาร์มไม่นานจากนั้น เป็นรายการเกมโชว์ประเภทเลือกคู่ ถ้าถึงรอบสุดท้ายก็ไปเดตกับผู้คัดเลือก รวมไปถึงรายการที่ให้เดาว่าหนุ่มคนนี้โสดหรือมีแฟนแล้ว เป็นชายแท้หรือเกย์ แต่รายการที่เกี่ยวกับการร้องเพลงไม่เคยได้กล้ำกราย เพราะเสียงร้องของอาร์มไม่น่าฟัง ทว่าเพียงเท่านี้ อาร์มก็ปลื้มว่ายืนอยู่ในแสงไฟของวงการบันเทิงไทย นิตยสารปลุกใจออนไลน์หัวหนึ่งซึ่งจัดไว้ในระดับค่อนข้างดีติดต่อมา อาร์มก็รีบฟิตหุ่นก่อนวันถ่าย…มิได้เปิดหมดทั้งร่าง หากการจัดแสงและมุมกล้องก็ทำให้คอลเล็กชันนั้นฮือฮาในกลุ่มเก้งกวางพอสมควร เรียกร้องให้ถ่ายอีก แต่ขอ ‘แรง’ กว่าเดิม

อาร์มเป็นที่รู้จักขึ้นมาในฐานะนายแบบเซ็กซี่ สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อมีคนเริ่มรู้จักคือ ลบรูปและคลิปที่เคยโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดียให้หมดสิ้น กันผู้ไม่หวังดีจะ ‘ขุด’ อดีตของตนขึ้นมาแฉ

เจ้ากรรมนายเวรของอาร์มน้อยเสียเมื่อไหร่ โดยเฉพาะอีจุ๊บแจงนั่นละ ตัวดี

 

บุศรินยืนนิ่ง คอยสาธิตอ่านแฟ้มสรุปรายได้ คิ้วของพี่หมอย่นแล้วคลายหลายหน จนถอนใจยาวออกมาบอกความหนักใจ อันเขาจะแสดงให้เห็นเมื่ออยู่กับหล่อนเท่านั้น แทบไม่ต้องรอให้ถามออกมา บุศรินก็แจ้งสาเหตุที่รายได้ลดลงว่า

“สามเดือนมานี้ลูกค้าหายไปเยอะค่ะ บุศไล่เรียงดูแล้ว เกือบทั้งหมดเป็นเด็กของคุณบี๋”

สาธิตทำหน้าซึ่งตีความหมายได้ว่าไม่ผิดคาดมากนัก ห้าปีมานี้ คุณบี๋กลายเป็นนักปั้นมือทองที่เด็กในสังกัดกระจายตัวอยู่ในสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง โฆษณาหลายชิ้น และแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่อง ซึ่งเด็กในสังกัดเหล่านั้น คุณบี๋ส่งมาเจียระไนที่คลินิกของเขาให้ผุดผ่องมีออร่า มันก็เป็นการโฆษณาคลินิกอีกช่องทางหนึ่งที่คุณบี๋ใจนักเลงพอที่จะไม่คิดค่าพรีเซนเตอร์ หากเด็กเหล่านั้นไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้คลินิกใด

คุณบี๋อยากได้บัลรามไป ‘ปั้น’ เป็นเด็กในสังกัด

สาธิตรู้ว่าเด็กหนุ่มไม่สนใจเรื่องนี้ พยายามบอกปัดแทนเจ้าตัวทีเล่นทีจริงไปหลายหน คุณบี๋เองก็ทำหยอกโต้กลับมาดังว่าไม่เป็นไร แต่แล้วคุณบี๋ก็เอาจริงด้วยการหอบเด็กในสังกัดไปใช้บริการคลินิกอื่น อันเป็นสาเหตุที่ทำให้รายได้หดหาย

“บุศคุยกับรามแล้วนะคะพี่หมอ”

สาธิตเงยหน้าขึ้นมอง ไม่คิดว่าบุศรินจะคุยกับน้องชายของหล่อนก่อนที่เขาจะหาทางออกว่าควรทำอย่างไร

“รามมันไม่ชอบก็จริง แต่ถ้าทำเพื่อพี่หมอ รามมันโอเคนะคะ” บุศรินบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ขอบใจนะบุศ ฝากขอบใจรามด้วย แต่พี่ขอคุยกับคุณบี๋อีกสักครั้งหนึ่งก่อน”

“พี่หมอต้องคุยเองนะคะ หลังๆ นี้บุศโทรไป แกรับสายแล้วรีบตัดบทวางทุกทีเลย ก็คงรู้แหละว่าบุศโทรไปทำไม”

เสียงข้อความเข้าดัง…เป็นคลิปส่งมาจากคุณบี๋…เขาจึงเปิดดูทันทีแม้ว่าบุศรินจะอยู่ตรงนั้นด้วย เพราะถือว่ากับหญิงสาวไม่มีความลับต่อกัน

คลิปนั้นเป็นคุณบี๋เอง

“สวัสดีค่ะ ถ้าคุณเห็นคลิปนี้ แสดงว่าคุณเป็นผู้โชคดี ได้รับเชิญมางานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟฉลองวันเกิดปีที่…ว้าย! ไม่บอกนะคะว่ากี่ขวบแล้ว ดูหน้าบี๋แล้วเดาว่าเท่าไหร่ก็เท่านั้นแล้วกันค่ะ อย่าส่งต่อคลิปนี้นะคะ เพราะบี๋เลือกเชิญเฉพาะแขกคนพิเศษเท่านั้น มาเจอกันให้ได้นะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ” ข้อความที่ตามมาคือวัน เวลา และสถานที่จัดงานคือที่บ้านคุณบี๋เอง

ส่งให้บุศรินดูแล้วหล่อนก็ตอบทันที

“พี่หมอว่างค่ะ ไม่มีคิวนัด”

“โอเค” สาธิตมาดหมาย “หวังว่าการเจรจาทางการทูตจะสำเร็จนะ”

เขาพยายามพูดติดตลกหากบุศรินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

 

สระว่ายน้ำบ้านคุณบี๋เป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดแบบ ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’ เพราะมีแต่แขกที่ได้รับเชิญ ซึ่งคุณบี๋คัดกรองเองกับมือ ตัดรายชื่อคนที่ไม่สนิทหรือไม่อยากคบค้าด้วยออกไปอย่างไม่ไยดี

‘อีนี่ไปงานไหนคลิปหลุดงานนั้น’

‘อีนี่สนิทกับฉันที่ไหน ตัดชื่อมันออกไป๊’

และอีกสารพัด ‘อีนี่’ ที่คุณบี๋มีเหตุผลในการคัดออก ทั้งฟังขึ้นและฟังไม่ขึ้น เหลือแขกผู้ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายราวยี่สิบคน ล้วนแต่เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านเพชร เจ้าของห้องเสื้อ ช่างตัดผมและดีไซเนอร์ชื่อดัง ช่างภาพ ผู้ประกาศข่าว รวมถึงนายแพทย์สาธิต เจ้าของคลินิกเสริมความงามด้วย

กำหนดงานปาร์ตี้เริ่มในตอนเย็น แต่แขกที่มาก่อนแล้วอยาก ‘แต่งหญิง’ เพราะในชีวิตจริงทำไม่ได้ คุณบี๋ก็จัดเตรียมห้องและอุปกรณ์ไว้พรักพร้อม ไม่ว่าจะเป็นชุดหลากหลายแบบ เครื่องสำอาง ช่างแต่งหน้า และช่างผม ที่พร้อมสำหรับการแปลงโฉมแขกผู้มีเกียรติให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

พอฟ้าเริ่มมืดปาร์ตี้ก็เริ่ม ประเดิมด้วยอาหารกินเล่นเบาๆ ที่เด็กเสิร์ฟล้วนเป็นชายคัดมาอย่างดีทั้งหน้าตาและหุ่นร่างในชุดเสื้อกางเกงมิดชิดหากผ้าแนบเนื้ออวดส่วนสัดชัดเจนว่าเป็นอย่างไรถือถาดเงินบรรจุอาหารและเครื่องดื่มเดินเสนอให้แขกในงาน

คุณบี๋รับของขวัญและคำอวยพรจากเพื่อนฝูงที่เชิญมา พลางโฆษณาว่า ‘ไฮไลต์’ ของคืนนี้ต้องห้ามพลาด ใครกลับก่อนอดเห็นของดี ปาร์ตี้จึงดำเนินไปโดยไม่มีใครขอตัวกลับก่อนเพราะกลัวพลาดทีเด็ด

สาธิตส่งของขวัญให้เจ้าของวันเกิด อวยพรแล้วสัพยอกว่า

“เดี๋ยวนี้ไม่ไปเยี่ยมหาที่คลินิกบ้างเลย น้ำส้มเป็นหมันไปหลายแก้ว ถ้าไม่ได้รับเชิญมางานนี้ก็ไม่รู้จะได้เจอกันเมื่อไหร่”

“ก็อยากไปอยู่แหละ หมอบาสกับบี๋รู้มือรู้ใจกันดี กี่คนๆ ก็เด้ง ก็ปัง ออร่าไม่ไหว” หล่อนหมายถึงออร่าเปล่งประกายเฉิดฉายจนคนเหลียวมอง “ยิ่งจมูกนี่ ที่ไหนก็ไม่สวยเท่าหมอบาสทำ ไม่เป็นแท่งก้านคะน้าหรือสันเขื่อน”

สาธิตหัวเราะตาม

“ก็จะไปทำที่อื่นทำไมล่ะ น้องๆ คุณบี๋ ผมมีคิวให้ตลอด จะเพิ่มโปรโมชันให้ไปอบตัวเล่นยิมที่สปาผมก็ได้”

คุณบี๋ตีแขนเผียะ แอบกระซิบว่า

“สปาหมอบาสน่ะ รับแต่ลูกค้าตัวผู้ไม่ใช่เหรอ”

สาธิตไม่ตอบ แต่วกกลับมาเรื่องคลินิก

“ยังไงก็อย่าหายหน้าไปนานๆ แบบนี้นะครับ ผมเหงา ยายบุศก็บ่นคิดถึงคุณบี๋”

“หมอบาส บี๋บอกตรงๆ นะ” น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ถ้าหมอบาสให้น้องรามมาเซ็นสัญญาเป็นเด็กบี๋ได้ บี๋ก็จะพาน้องๆ ไปที่คลินิกหมอบาสเหมือนเดิม”

“คราวนี้คุณบี๋เล่นผมแรงจัง”

“ก็หมอบาสจะได้รู้มั่ง ว่าบี๋ทำจริง”

สาธิตรู้ว่าถ้าเขาเอ่ยเรื่องนี้กับบัลราม เด็กหนุ่มไม่มีทางปฏิเสธ เขาจึงต้องการคำรับรองจากนักปั้นมือทองผู้นี้

“ผมขอได้ไหมครับ คุณบี๋ ถ้าบัลรามเป็นเด็กในสังกัดแล้ว คุณบี๋จะไม่…” สาธิตลำบากใจที่จะเอ่ยออกมาตรงๆ แต่ฝ่ายนั้นก็รู้ว่าเขาจะพูดอะไร

“หมอบาสสบายใจได้เรื่องนั้น บี๋ไม่เคยมีอะไรกับเด็ก หรือเอาเด็กไปเสนอใคร ถ้าใครจะมีอะไรกับใครนั่นเป็นเรื่องของเขาเอง ยังไงบี๋ก็เป็นคนมีคุณธรรม แม้จะน้อยสักหน่อยก็เหอะ”

“สัปดาห์หน้า แวะไปดื่มน้ำส้มที่คลินิกนะครับ” สาธิตเชิญ

“ถ้าบัลรามยกมาเสิร์ฟก็โอเคจ้ะ” คุณบี๋ตอบอย่างเบิกบาน

 

งานเลี้ยงดำเนินไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและกรีดร้องดังขึ้นเป็นพักๆ เมื่อบทสนทนาบางเรื่อง หรือการนินทากะเทยบางคนเป็นที่ถูกใจ สามทุ่ม แฟชั่นโชว์ก็เริ่ม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไฮไลต์ที่เจ้าของงานโฆษณา ด้วยความภูมิใจว่า

“ขอขอบคุณทุกท่านที่มาวันนี้ บี๋ขอบคุณค่ะ ทุกคนเป็นคนสำคัญของบี๋มาก มีของขวัญมาฝากที่แม้ยังไม่เปิดดูก็รู้ว่าถูกใจ บี๋ก็เลยเตรียมเซอร์ไพรส์ ชุดใหญ่ไฟกะพริบ เป็นการขอบคุณทุกท่าน ขอเชิญชมแฟชั่นโชว์สุดพิเศษในคืนนี้ค่ะ”

ไฟรอบบริเวณหรี่ลงจนมืด เหลือเพียงดวงเดียวส่องเป็นวงไปที่สุดปลายด้านหนึ่งของสระว่ายน้ำ ชายหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สามเหลี่ยมเล็กสีขาวชิ้นเดียวปิดไว้ก็ก้าวออกมา เดินโชว์ตัวรอบสระให้แขกได้ยลโฉม ที่ข้อมือและขอบกางเกงมีหมายเลขกำกับไว้

แค่คนแรกเสียงปรบมือก็เกรียวกราวไปทั้งงาน ตามมาด้วยคนที่สอง ที่สาม จนถึงคนที่ยี่สิบ

สาธิตได้ยินแขกที่นั่งข้างๆ กระซิบคุยกับเพื่อน

“นังบี๋นี่มันแน่จริงๆ ไม่เสียทีเป็นโมเดลลิง แต่ละคนที่คัดมานี่นะ…อูย…” หล่อนทำเสียงซี้ดปากที่เดาได้ว่าน้ำลายไหล “เห็นแล้วน้ำเดิน อยากย่อเข่าลงไปถวายบัวจริงๆ”

“ทำแท้งเตรียมไว้เลย ฉันรู้ว่านังบี๋มันเตรียมช็อตเด็ดอะไรไว้” คนที่สนทนาด้วยแกล้งอมพะนำ เพื่อนรบเร้าอย่างไรก็ไม่ยอมเฉลย บอกแต่ “รอดูไปจนจบเถอะ เล็งคนไหนไว้ จำเบอร์ให้แม่นละกัน”

“ว้าย! นังบี๋จะเล่มเกมมัจฉากาชาดเหรอ” ยังไม่ทันที่เพื่อนจะตอบก็พูดถึงคนที่ผ่านมาล่าสุดว่า “เอ๊ะ! คนนี้คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในโฆษณาอะไรสักอย่าง นึกไม่ออก”

“จำคนได้แต่จำสินค้าไม่ได้ละสิ” คนเป็นเพื่อนกระแซะแล้วชี้ให้ดูคนที่ตามมา “คนนั้นน่ะ จำได้ไหม พระเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ตอนเช้า เล่นเรื่องเดียวเลิก เพราะดันเปิดสวนกล้วยถ่ายอัลบั้มลับซะก่อน”

“จำได้สิ คืนนี้แม่จะถวายตัวเป็นมเหสีให้เสด็จพี่…ทั้งคืนเลย” หล่อนพูดคำหนึ่งออกมาโดยไม่เปล่งเสียง “ถ้านังบี๋จะให้ประมูลนะ เท่าไหร่เท่ากัน แม่ทุ่มสุดตัว”

นายแบบคนสุดท้ายพิเศษกว่าใคร เพราะไม่มีหมายเลข และชั้นในที่สวมเป็นสีแดง

อาร์มทั้งยิ้มและหลิ่วตาให้แขกทุกคนที่เดินผ่านจนมาสะดุดที่สาธิต ต่างฝ่ายต่างไม่คิดว่าจะมาพบกันที่นี่ อาร์มอยากบอกอะไรสักอย่างแก่สาธิต แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่ส่งสายตาให้ ผิดหวังนิดหนึ่งที่เขามิได้แสดงท่าทีพิเศษ ต่างจากคนอื่นที่สนใจออกนอกหน้า

“นาทีสำคัญมาถึงแล้ว” คุณบี๋ยกไมโครโฟนขึ้นพูด “เล็งน้องคนไหนไว้ จำเบอร์ได้ไหมคะ”

‘น้อง’ ทั้งหลายเดินไปเข้าแถวเรียงหน้ากระดาน สีแดงหนึ่งเดียวสะดุดตากว่าใครเพื่อน

“และนี่ คือการขอบคุณ คือการคืนกำไร ให้กับทุกท่านที่อยู่เคียงข้างบี๋ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา”

นายแบบหนุ่มทั้งหมดกระโจนลงไปในสระน้ำ คุณบี๋รอจังหวะเวลาแล้วบอกว่า

“ถ้าน้องๆ พร้อมแล้ว ชูขึ้นมาเลยค่ะ”

ในมือของชายหนุ่มทุกคนที่ร่างกายแช่อยู่ในน้ำ คือชั้นในตัวเดียวที่สวมอยู่ เท่ากับว่าขณะนี้ทุกคนเปลือยเปล่า

“พี่ๆ เล็งน้องคนไหน จำเบอร์ได้ไหมคะ ใครคว้าเบอร์ไหนได้ก็ควงกันไปได้เลยค่ะ”

“ถ้าอยากได้มากกว่าหนึ่งคนล่ะคะ” เสียงหนึ่งตะโกนร้องแซว

“ก็แย่งมาให้ได้หลายๆ ตัวสิคะ พร้อมหรือยัง” คุณบี๋ให้สัญญาณแล้วนับ “หนึ่ง สอง ส้าม”

สิ้นนับสาม กางเกงในก็หลุดจากมือเจ้าของปลิวมาลอยอยู่บนผิวน้ำ ผู้ที่เล็งไว้ก็แย่งกันคว้าอย่างสนุกสนาน บางคนกระโจนลงไปอย่างไม่ยอมแพ้ ส่วนกลุ่ม ‘น้องๆ’ ก็ลุ้นว่าจะต้องควงคู่ไปกับแขกคนใด

เจ้าของกางเกงสีแดงมองด้วยใจระทึก แล้วก็ผิดหวังที่ผู้คว้าไปมิใช่หมอสาธิต

รอจนความชุลมุนที่สระน้ำสงบลง หลายคนรีบควงไปปฏิบัติภารกิจลับ แต่อาร์มยังหาจังหวะจะพูดกับสาธิต สบโอกาสเมื่อเห็นเขาไปที่ห้องน้ำ

“ทำไมพี่ไม่แย่งกางเกงของผม”

ภาพนั้นยังติดตา สาธิตอยู่ใกล้ที่สุด…เพียงแค่เขาจะหยิบ แต่เขาปล่อยให้อีกคนคว้าไป แทบไม่ต้องแย่งเลย

“พี่ไม่แย่งตัวไหนทั้งนั้น ไปมุงดูให้สนุกเท่านั้นเอง”

“แต่พี่ก็น่าจะคว้าของผมไว้” อาร์มทำหน้าเศร้า “มันทำให้ผมรู้สึกว่า พี่ไม่อยากคุยกับผม”

“คนที่ได้ไปก็ไม่เลวหรอก เจ้าของร้านเพชรนะนั่น”

“ผมไม่สนใจเพชรนี่ ผมสนพี่ ผมอยากได้พี่”

อาร์มปรี่เข้าหาสาธิต กอดรัดแน่นราวงูเหลือมรัดเหยื่อไม่ปล่อย พยายามประกบปากอีกฝ่ายแล้วบดไปมาหวังจะทำให้อารมณ์อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาได้ ทว่าสาธิตกลับบิดหน้าหนี พยายามดันตัวเองออก

“อย่าทำแบบนี้ อาร์ม พี่มีแฟนแล้ว”

“มีแฟนแล้วยังไง ไอ้ที่อยู่ข้างนอกนั่นก็มีลูกมีเมียกันแล้วทั้งนั้น ไม่เห็นจะแคร์”

“แต่พี่ไม่อยากทำแบบนี้”

“ฮึ” อาร์มทำเสียงไม่พอใจ “ไม่อยากทำแบบนี้ หรือไม่อยากทำกับอาร์ม พี่จะอยู่ในโอวาทลุงเฉิ่มนั่นได้สักแค่ไหนกัน” เขาหมายถึงเมฆฉาย “อดอยากเมื่อไหร่ อย่าดิ้นมาหาอาร์มก็แล้วกัน”

“ไปทำงานเถอะ พี่จะไปลาคุณบี๋ก่อน แล้วก็จะกลับละ”

สาธิตตบบ่าชายหนุ่มน้อยๆ ก่อนรีบผละไป…ก่อนจะห้ามใจไม่ไหว อีกครั้ง 

 



Don`t copy text!