เมฆพรางจันทร์ บทที่ 11 : ภารกิจที่หนึ่ง

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 11 : ภารกิจที่หนึ่ง

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

“วิน…หายไปไหนแล้วนะ เดินไวจริง”

มาสอาภาพยายามมองหาคนเป็นเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง พอหลังจากพ้นโซนห้องพักผู้ป่วยในแบบดับเบิลวีไอพีมาแล้ว ผู้คนในโรงพยาบาลใหญ่ค่อนข้างขวักไขว่ การจะหาใครสักคนเจอ จึงเป็นไปอย่างลำบาก นึกถึงยมทูตหน้าใส จู่ๆ ก็หายตัวไป แทนที่จะมาช่วยกัน อย่างน้อยอิทธิฤทธิ์ของเจ้าเด็กนั่น น่าจะทำให้ตามหาชีวินได้ง่ายขึ้น

โชคดีเป็นของเธออีกครั้ง อาจจะเพราะชีวินเป็นผู้ชายตัวสูง เธอจึงเห็นเขากำลังเดินอย่างเร็วออกไปทางลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ข้างโรงพยาบาล…เพื่อนคนนี้ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สไตล์วินเทจมากกว่ารถยนต์ มาสอาภาเองก็เคยท้วงติงเขาหลายครั้งแล้วถึงความปลอดภัยและอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้จากระบบความปลอดภัยแบบเนื้อหุ้มเหล็ก แต่ชีวินทำแค่ยิ้มบางๆ ไม่ตอบรับ หรือ ปฏิเสธ ทว่ายังไม่เลิกขับ

“วิน รอก่อน ช่วยฟังกันก่อนได้ไหม”

มาสอาภากระหืดกระหอบตามออกมา ยืนโน้มตัวจับเข่าตัวเอง หายใจหอบตัวโยน

“นับถือในความพยายามนะ” ชีวินชม ระหว่างคว้าหมวกกันน็อกมาสวมหัว เสียบกุญแจลง พร้อมกับบิดสตาร์ตเครื่อง “แต่ก็ขอโทษด้วย จะมามุกคนรู้จักหรือมุกอะไร ยังไงก็ไม่คุยอยู่ดี”

หญิงสาวเดินฉับๆ ไปบิดกุญแจดับเครื่องยนต์รถเขา พร้อมกับกำกุญแจไว้ในมือแน่น เจ้าของรถเปิดหน้าหมวกขึ้น พร้อมกับคำรามเสียงดัง

“เอากุญแจรถผมมา ผมไม่มีเวลามาเล่นกับคุณ”

“เราไม่ได้เล่น แค่อยากให้วินฟังเรา”

“ถ้าคุณบ้า เสียสติ หรือมีปัญหาทางสมอง…ผมได้ยินว่าที่โรงพยาบาลนี้ มีแพทย์ พร้อมกับจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้หลายคนเลย”

“เราไม่ได้บ้า หรือเสียสตินะ จะพูดยังไงให้วินเชื่อดี… ” หญิงสาวค้อนใส่คนเป็นเพื่อนอย่างหงุดหงิด ไม่ได้ถือสาที่เขาดึงดันไม่เชื่อง่ายๆ กลับครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาเชื่อให้ได้มากกว่า เธอเผลอยกนิ้วขึ้นมากัดขณะใช้ความคิด “เราแค่รู้สึกว่าวินกำลังจะมีเคราะห์”

ผู้ชายตัวสูงเหลือบตามองท่าทางคุ้นเคยแล้วอึ้งไปนิดหน่อย รู้สึกเหมือนเสียสติเองที่เห็นภาพของมาสอาภาซ้อนทับบนร่างผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ เขากะพริบตาแล้วมองคนเซ้าซี้อีกครั้ง ด้วยสายตาที่ไม่อาจสะกดเก็บความโกรธไว้ได้อีกต่อไป

“ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ แต่ขอโทษจริงๆ นะ ตอนนี้ยังไม่มีแพลนจะสนใจใครจริงๆ”

มาสอาภาเลือกไม่ถูกว่าระหว่างยีผมตัวเอง กับจิกผมของชีวิน อันไหนจะทำให้เธอหายคลั่งได้มากกว่ากัน

“เราก็ไม่ได้มาจีบวินนะ เรามาเตือน”

ชีวินเลิกคิ้ว ถอนหายใจ แบมือขอกุญแจรถ

มาสอาภาหรี่ตามอง เบะปากใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะขว้างมันไปอีกทางทันที

“คุณ!”

“ไม่ยอมคุยกันดีๆ ก็ไม่ต้องเอาคืนดีๆ” เธอยักคิ้วท้าทาย สะใจที่ได้ยั่วโมโหเพื่อน

คนถูกยั่วโมโหถอนหายใจทิ้งอย่างพยายามระงับอารมณ์ ก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปเก็บกุญแจบนถนนที่โดนหญิงสาวแปลกหน้าขว้างทิ้ง และกำลังจะหมุนตัวกลับมาเอาเรื่องคนขว้างนั้น เขาก้มมองปลายเท้า เพราะลูกบอลสีฟ้าลูกหนึ่ง กลิ้งหลุนๆ หนีเด็กหญิงตัวน้อยในอีกฝั่งถนนมา

มารดาของเด็กหญิงกำลังคุยออกรสกับคนข้างๆ จึงไม่เห็นว่าลูกสาววิ่งตื๋อตามลูกบอลลงมาบนถนนแล้ว

มาสอาภากำลังกอดอก เบ้ปากหมั่นไส้ใส่เพื่อนจอมหยิ่ง พลันก็ต้องเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระทึก รู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกจนขนลุก สัญชาตญาณกระตุ้นเตือนให้ตะโกนร้องบอกคนกำลังก้มเก็บลูกบอลดังลั่น

“วิน… ระวัง!”

รถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาในบริเวณลานจอดรถโรงพยาบาลด้วยความเร็วพอสมควร คนขับรถตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนยืนอยู่บนถนน แต่เพราะเรื่องเร่งด่วนในรถ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

มาสอาภาลืมตัว กระโดดตัวลอยไปจนถึงตัวเด็กหญิง ไม่คิดอะไรแล้วทั้งนั้นในชั่วเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย รวบร่างเด็กน้อยไว้ในอก แล้วโผพุ่งเข้าสู่หน้าอกกว้างของเพื่อนรัก ถึงจะตกใจมาก แต่ชีวินก็อ้าแขนรับร่างผู้หญิงหนึ่ง เด็กหนึ่งไว้ ก่อนจะพากันล้มกลิ้งไปอีกทางทั้งสามคน

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก…

หัวใจหญิงสาวเต้นรัว เพราะความตกใจ ใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบกับคนที่เพิ่งช่วยชีวิตไว้อย่างเฉียดฉิว

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” มาสอาภาเอ่ยถามออกไปเสียงแผ่ว คนถูกนอนทับอึ้งไป มองใบหน้าเอาจริงเอาจังของคนถาม แล้วขมวดคิ้ว เขาสั่นศีรษะ

“ไม่เป็นไร แต่จุก…”

“ยูกปลาก็จุดค่ะ” เสียงใสแจ๋วของหนูน้อยตากลมที่กอดไว้ในอก ทำเอามาสอาภาอมยิ้ม จึงรีบขยับตัว พาเด็กหญิงลุกขึ้นจากพื้น

“ลูกปลา ลูกปลาลูกแม่ โอ๊ย! แม่ใจหายหมดเลยลูก มาหาแม่มาลูกมา ขวัญเอ๊ยขวัญมานะคะ” มารดาของเด็กหญิงลูกปลารีบถลาเข้ามารับร่างลูกสาวไปปลอบโยนต่อ หลังจากหายตกตะลึงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว “เป็นอะไรไหมคะลูกปลา แม่ขอโทษนะคะ”

เด็กหญิงลูกปลาส่ายหน้า “ยูกปลาไม่เป็นไยค่า แค่ยู้ฉึกเหมือน…เหมือนเป็นไช่กอดในหนมปัมเมื่อเช้าเบยค่าคูมแม่”

มารดามองคนที่เปรียบตัวเองเป็นไส้กรอกในขนมปังเมื่อเช้าแล้วน้ำตาไหลพราก ถ้าเมื่อสักครู่ผู้หญิงกับผู้ชายคนนี้ไม่ช่วยเอาไว้ ลูกปลาก็คง…

“ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ ลูกปลาขอบคุณพี่สาวเร็วค่ะ”

“ยูกปลาขอบคูมค่า” เด็กหญิงกระพุ่มมือไหว้ย่อน่ารัก น่าเอ็นดู และมารดาของเด็กหญิงยังขอบคุณเธออีกหลายครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ

มาสอาภาฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดี มองผู้ชายผมยาวที่ยอมจับมือเธอ เพื่อหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยสายตาแสดงชัดถึงความดีใจ

“มีแผลตรงไหนไหม เข้าไปตรวจก่อนดีกว่านะวิน โอ๊ะ! ที่แขนวินมีเลือดออก ไปให้พยาบาลข้างในทำแผลกัน”

“เอ่อ…” ชีวินไม่ได้สนใจเลือดที่แขน เขามองหน้าคนที่กำลังสำรวจตรวจตราตัวเขาตรงหน้ามากกว่า… ความคุ้นเคยประหลาด ก่อกวนใจของชายหนุ่ม “คุณบอกว่า คุณชื่ออะไรนะ”

หญิงสาวเงยหน้ามองคนถามชื่อเธออย่างอึ้งๆ “เราชื่อ…มะ…เอ่อ ม่านเมฆ”

ชีวินพยักหน้ารับรู้ อยากจะคุยกับเธออีกสักนิด จึงบอกเสียงแผ่ว “ช่วยพาผมเข้าไปทำแผลหน่อยครับคุณม่านเมฆ”

มาสอาภาอึ้งที่เขายินยอมพูดด้วยดีๆ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง แล้วประคองร่างเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตเข้าไปทำแผลด้านในโรงพยาบาล

เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของยมทูตหนุ่ม ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบลง…อย่างดี

อืม…ดีแล้ว

“หึงเหรอลุง” เสียงหวานใสที่ชอบเอ่ยวาจารบกวนจิตใจดังขึ้น พร้อมกับร่างของผู้พูดปรากฏข้างๆ “หึงอะดิ…แหม ฉากช่วยชีวิตสุดโรแมนติกเมื่อกี้ ถ่ายคลิปเก็บไว้ไม่ทัน เสียดาย”

ดับปราณทำตาดุใส่ยมทูตสาวปากดี “งานของตัวเองเสร็จแล้วเหรอ ถึงมายุ่ง”

“เสร็จแล้วสิค้า แถมดูซีรีส์ใหม่กริบจบแล้วหนึ่งตอนกรุบๆ” วายชีวาหัวเราะคิกคัก “แต่ซีรีส์สนุกสู้ชีวิตจริงไม่ได้”

“พูดมากจริง” ดับปราณบ่นงึมงำ ดวงตาคมสีดำสนิทยังคงจับจ้องไปที่มาสอาภาซึ่งกำลังประคองชีวินเข้าไปทำแผลในโรงพยาบาล

ยมทูตฝึกหัดมองตามสายตาของเขาแล้วพยักหน้า “อยู่ๆ ฉันก็อยากรู้ขึ้นมานะคะ” ไม่รอให้เขาถาม วายชีวาพูดต่อทันที “ถ้ายัยนั่นรู้ว่าลุง…”

“ไม่ต้องอยากรู้หรอก… ” ดับปราณตัดบท

“แหวะ…พระเอก หมั่นไส้” วายชีวาอดค่อนแคะเขาไม่ได้ “ฉันนึกว่ากำลังดูซีรีส์เรื่อง รักวุ่นวายของคุณชายยมทูต เสียอีก”

“ฉันบอกให้หุบปากไง” ดับปราณสูดลมหายใจ มือเริ่มกำเข้าหากัน

“จ้า…หุบแล้วจ้า ไม่ชอบชื่อเรื่องก็บอกดีๆ ก็ได้จ้า เดี๋ยวหนูตั้งให้ใหม่โนะ” ยมทูตสาวพูดเก่งทำหูทวนลม ตั้งหน้าตั้งตายั่วประสาทเขาต่อไป

“วายชีวา อยากไปทำงานที่ ‘สวนฤทัยสวรรค์’ ใช่ไหม” คำขู่เรียบๆ ฟังดูไม่น่ากลัวสักนิด แต่กลับทำให้ตัวจ้อเม้มปากแน่นได้

“ไม่เอาค่ะ ไม่ไปค่ะ อย่าขู่หนูแบบนี้สิค้าลุง”

คำว่า ‘ทำงานที่สวนฤทัยสวรรค์’ พูดเบาๆ ก็สยองพองขน สวนสวรรค์กะผีน่ะสิ สวนนรกชัดๆ…

วายชีวานึกถึงสภาพตัวเองต้องคอยพรวนดิน หยิบปุ๋ยเหม็นๆ ใส่ เฝ้าฟูมฟักดูแล ประคบประหงม

ดอกไม้สีม่วงแสนสวย ทั้งวัน ทั้งคืน เพื่อให้ใช้ได้แล้ว…ยอมหุบปากลงนิดหน่อยจะดีกว่า

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้ขู่ ขืนยังพูดไม่หยุดแบบนี้ โดนส่งกลับไปเฝ้าสวนแน่!” ดับปราณทำหน้าโหดข่มขู่ยมทูตในความดูแล จนอีกฝ่ายรีบยกมือปิดปากทันที

“ไม่แซวแล้วค่า กลัวแน้วค่า” แม้จะหวั่นกับคำขู่ของเขา แต่ก็ไม่วายล้อเลียนอีกนิดหน่อย และเมื่อเห็นเขาหน้าบูดหนักขึ้น วายชีวาจึงปรับท่าทางใหม่ ถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะลุงว่า ยัยมาสอาภาทำภารกิจสำเร็จหรือปะ… ”

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงเรียกจากวายชนม์ก็ดังขึ้น “เฮีย! มาหาผมหน่อยครับ”

ดับปราณและวายชีวามองหน้ากัน ก่อนจะหายตัวหาผู้เรียกทันที

“มีอะไรอะหนูน้อยชนลี่” ยมทูตสาวร้องถามทันทีที่เห็นวายชนม์ยืนขมวดคิ้วมุ่นอยู่ เบื้องหน้าของเจ้าหนู คือกระเช้าดอกไม้สีสวยข้างเตียงพักผู้ป่วยแบบดับเบิลวีไอพีของโรงพยาบาล…ห้องที่ร่างของมาสอาภานอนรักษาตัวอยู่

วายชนม์ชี้ให้ยมทูตรุ่นพี่ทั้งสองดูสิ่งที่กำลังปรากฏ

“ฤทัยธุวานี่… ” ยมทูตสาวร้องออกมา เมื่อเห็นดอกไม้สีม่วงอ่อนที่ชีวินเก็บไปเมื่อวานกำลังค่อยๆ สลาย “ลุง…ทำไมมันจะสลายล่ะ มันตูม แล้วต้องบานไม่ใช่เหรอ”

“ก็คนรับมายังไม่ถึงฆาตไง” ยมทูตที่อยู่มานานตอบเสียงเรียบ “ไม่มีอะไรต้องตกใจ นี่ไงคำตอบที่เธอถามไว้ก่อนเราจะมาที่นี่”



Don`t copy text!