จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 16 : เวลา

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 16 : เวลา

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

เหมือนความทรงจำที่ขาดหายจะถูกกระชากกลับ ฉันจำวัดนี้ได้

เมื่อครั้งยังเป็นเด็กประถมต้น ฉันเคยมาวัดทุ่งกับย่าหลายครั้งเพราะถือเป็นวัดใกล้บ้าน ทางเข้าวัดเป็นซอยแคบแยกออกมาจากถนนจรดวิถีถ่อง ก่อนเข้าเขตวัดต้องข้ามสะพานซึ่งผาดผ่านคลองแคบๆ ที่เต็มไปด้วยพงหญ้า ซึ่งหญ้านั้นไม่ได้ขึ้นแค่ริมตลิ่งแต่ลามเลยไปจนถึงท้องน้ำ

ย่าบอกว่าคลองตรงนี้คือแม่น้ำยมสายเก่า ฉันอัศจรรย์ใจมาก ไม่รู้มาก่อนเลยว่าสายน้ำจะเปลี่ยนทางไปได้ขนาดนี้

ฉันบอกย่าไปว่ามันดูไม่เหมือนแม่น้ำสักนิด ย่าอธิบายว่าเป็นเพราะฉันมาหน้าแล้ง คลองตรงนี้จึงแห้งแบบนี้

“คราวหน้าเจ๋งมาหาย่าหน้าฝนสิ ย่าจะพามาดู น้ำตอนนั้นจะเอ่อเต็มตลิ่งเลยละ” ย่าชวน ฉันตั้งความหวัง อยากจะเห็นน้ำเนิงนองในแม่น้ำยมสายเก่าสักครั้ง แต่ฉันก็ไม่เคยได้มาหาย่าหน้าฝน จนกระทั่งย่าจากไปและฉันได้ย้ายมาอยู่ ความทรงจำเรื่องนี้ก็เลือนจนไม่ได้อยู่ในความสนใจของฉันไปเสียแล้ว

วัดทุ่งนั้นเป็นวัดเล็กๆ มีต้นยางนาสูงใหญ่ขึ้นอยู่เป็นหมู่ บางต้นใหญ่ขนาดเด็กสามคนโอบไม่มิด

พวกมันยืนต้นเป็นกลุ่มอยู่ริมคลองที่ย่าอ้างว่าเป็นแม่น้ำยมสายเก่า บริเวณเดียวกันนั้นมีศาลาไม้ใหญ่ยักษ์ และเมรุเผาศพยืนเคียงกันอยู่

บัดนี้ยางนาและเมรุยังอยู่ที่เดิม เว้นแต่ศาลาไม้ที่หายไปแล้ว

ที่ถูกมันไม่ได้หายไป แต่มันถูกสร้างทับและกำลังจะกลายเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นขนาดใหญ่เท่าๆ เดิม

กบพาฉันเดินไปชี้จุดที่เคยเป็นวิหารหลวงพ่อพวงมาลัย มันเหลือเพียงลานดินโล่งๆ ใต้ต้นไม้ที่กบบอกว่าคือต้นอโศก  ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการที่กบมีเกล็ดความรู้เรื่องต้นสาระไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาใส่ใจเรื่องต้นไม้และรู้จักพวกมันเหมือนที่พ่อของฉันรู้

“น่าจะย้ายท่านเข้าไปในนั้น ฉันก็ไม่เคยมาซะที” เขาพยักเพยิดไปที่วิหารไม้ใหม่เอี่ยม แล้วเดินนำไปข้างหน้า พอพ้นเงาไม้ ไอความร้อนที่สะท้อนผิวปูนหน้าวิหารก็พุ่งปะทะทันที กบสาวเท้าเร็วๆ เมื่อถึงประตูวิหารเขาถอดรองเท้ากระโดดพล็อยเข้าไปด้านใน ส่วนฉันใช้เวลาตะลึงมองวิหารไม้อยู่กลางแดด ๑๐ วินาที แล้วตามกบเข้าไปด้านในบ้าง

อุณหภูมิในวิหารต่างกับด้านนอกราวฟ้ากับเหว ฉันเป่าปาก ปาดเหงื่อข้างขมับ นิ้วที่สัมผัสนั้นรู้ทันทีว่าต่อมไขมันบนหน้าทำงานอย่างขมีขมัน เหลียวไปมองกบ หน้าเขายังคงใสไม่มันเหมือกอย่างหน้าของฉัน

ผละจากใบหน้ากบ ฉันกวาดตามองด้านใน ทุกส่วนยังเต็มไปด้วยงานไม้อันละเอียดละออ เว้นก็แต่พื้น ที่เป็นกระเบื้องแต่ก็ยังคงสีและลวดลายไม้ให้กลมกลืนไปกับผนังและฝ้าเพดาน

หลวงพ่อพวงมาลัยวางเด่นเป็นสง่า มีรัศมีเป็นแฉกอยู่หลังพระเศียร ผนังด้านหลังและด้านข้างสลักเป็นทุ่งดอกบัว ราวกับท่านล่องลอยอยู่กลางสระ

เนื้อสำริดสีดำมีร่องรอยปิดทอง ดูเก่าคร่ำ ขับเน้นความศักดิ์สิทธิ์ให้สมกับเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา

ตอนนี้ฉันจำได้ถึงเรื่องที่ย่าเคยเล่าให้ฟัง และคิดว่าคืนนี้หลังจากจัดการเรื่องของอังศุมาลิน ฉันน่าจะมีเวลาเรียบเรียงข้อมูลที่หามาได้ใหม่ เพื่อให้พี่ภพและกบใช้ในรายการอาถรรพ์ตำนานพื้นถิ่นได้จนเสร็จสมบูรณ์

เราใช้เวลาในวิหารไม้ครู่ใหญ่ ทั้งเพื่อชมความงามและหลบร้อน เมื่อออกจากวิหารไม้เราพบพระลูกวัดรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระหนุ่มอายุราวสามสิบ ร่างสันทัด ท่าทางสงบ ฉันยอมบาปถ้าจะบอกว่าท่านทำให้ฉันนึกถึงโจอี้ บอย ตอนที่เขาแสดงหนังเป็นพระเรื่องหลวงพี่เท่ง

ฉันบอกท่านว่าอยากติดต่อเรื่องขอเข้ามาถ่ายทำรายการ ท่านว่าพระลูกวัดไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องรอพบเจ้าอาวาส แต่วันนี้เจ้าอาวาสไม่อยู่ ฉันเลยถือโอกาสสอบถามเรื่องประวัติหลวงพ่อพวงมาลัย และขอเบอร์โทรศัพท์วัดเอาไว้

“ไปกดติดตามในเพจวัดก็ได้นะครับ” หลวงพี่โจอี้ว่า

“มีเพจวัดด้วยหรือครับ” กบพนมมือถาม พระหนุ่มพยักหน้าพูดอย่าสุขุมว่า

“ผมเป็นแอดมินเอง ถ้าท่านเจ้าอาวาสกลับมาแล้วจะแจ้งข่าวให้ พวกคุณโยมทักมาก็แล้วกัน”

“ครับ” กบรับคำ ฉันว่าเขาพยายามจะไม่ทำตาค้าง พระหนุ่มพยักหน้า แล้วเดินสงบเสงี่ยมจากไปทางศาลาที่กำลังสร้างใหม่

ระหว่างที่มองตามท่านฉันก็สงสัยว่า ท่านอาจจะบวชได้ไม่นานเพราะยังกระดากปากที่จะเรียกตัวเองว่าอาตมาอย่างที่พระควรจะใช้

“เป็นแอดมินเพจซะด้วย” ฉันพูดอย่างรู้สึกทึ่งหลังจากที่เราเข้ามานั่งในรถแล้ว ตาก็มองพระหนุ่มรูปนั่นยืนคุยกับคนงานใกล้บันไดศาลาที่กำลังก่อสร้าง

“วัดไหนเขาก็มีเพจวัดกันทั้งนั้นแหละ” กบว่า

“รู้แล้ว… ก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกัน” เขาตอบกลับกวนๆ ฉันรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะเลยไม่ได้พูดอะไรอีก

กบสตาร์ทรถ ต้นยางนาทำให้รถของเราไม่กลายเป็นเตาอบ และเย็นฉ่ำทันทีที่เครื่องปรับอากาศทำงาน ฉันมองอย่างทราบซึ้งใจ และยินดีที่พวกมันยังยืนต้นหนาแน่นอยู่ที่เดิม

“จำศาลาเก่าได้ไหม” กบถาม

“จำได้สิ เสาแต่ละต้นสองคนโอบ กระดานแค่สองแผ่นก็ทำเตียงนอนได้ จะไปหาที่ไหนได้อีก เสียดายก็เสียดาย แต่มันเก่ามากจนเสาโย้แล้ว ก็คงจะต้องเป็นแบบนี้แหละเนาะ” ฉันสรุปอย่างเข้าใจโลก กบยิ้มมุมปาก

“ก็ต้องแบบนั้นแหละ” เขาว่า มองกระจกหลัง เดาได้ว่าเขากำลังจ้องมองศาลาหลังนั้นอยู่

“เสียดายใช่ไหม” ฉันหันไปมองศาลา ขณะที่รถเรากำลังข้ามสะพาน

“ก็จะทำยังไงได้ล่ะ เสียดายไปก็เท่านั้น เราไม่ใช่คนแถวนี้ ไม่เคยได้มาใช้ศาลา จะมาตัดสินอะไรแทนคนที่เขาจะต้องอยู่ต้องใช้ทุกวัน” กบว่า ปลงในแบบฉบับของเขาคือการหยักไหล่อย่างไม่ยี่ระ เขาอาจจะดูแรงในบางครั้ง แต่ตัวตนเขาเป็นคนละเอียดอ่อน ฉันเชื่ออย่างหมดใจว่าเขาจะต้องรักลูกศิษย์ของเขาและเป็นครูที่ดีแน่ๆ

บางครั้งฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่เขาสะดีดสะดิ้งเป็นความพยายามอย่างหนึ่งหรือเปล่า เขาอาจจะรู้สึกว่ากิริยาอย่างนั้นเป็นเครื่องหมายหรือเครื่องแบบที่เขาจำเป็นจะต้องสวมก็เป็นได้

นึกถึงเรื่องที่อังศุมาลินเคยกระซิบให้ฟัง

“อังว่าถ้าพ่อกบโมโหกบบ้าง กบก็คงไม่แสดงขนาดนี้”

“อังหมายถึงว่ากบจะไม่เป็นตุ๊ดน่ะเหรอ”

“ช่าย….” อังศุมาลินลากเสียง ฉันทำหน้าปูเลี่ยน สาบานว่าเชื่อไม่ลง

“ของอย่างนี้มันเปลี่ยนกันได้เหรออัง”

อังศุมาลินกลั้นหัวเราะ มองฉันด้วยสายตาเกือบจะเอ็นดู “ก็อย่างที่เคยบอกแหละ อังว่ากบไม่ได้ยึดถือเรื่องเพศอะไรนักหรอก ไม่รู้สินะ ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้ๆ กบ มันไม่เหมือนเพื่อนสาวซะทีเดียว แต่ก็ไม่เหมือนอยู่กับผู้ชายด้วย เอาเป็นว่าอังคิดว่า ไม่ว่ากบจะเป็นอะไรนะ  ถ้าพ่อกบโมโหใส่กบบ้าง กบจะไม่ต้องแสดงขนาดนี้ อ้อ…เหมือนตอนมอหนึ่งไง เวลาอยู่เฉยๆ ก็ดูแทบไม่ออก ท่าทางเป็นปกติเหมือนเราๆ แบบนี้”

ฉันไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ รู้แต่ว่ากบเป็นลูกชายคนเล็กและคนเดียวของเฮียซ้ง ทรงยศ เจ้าของร้านเหล็กและรับเหมาทำหลังคาเหล็กเครือบกันสนิทหรือเมทัลชีส ฉันเคยเจอพ่อกบบ่อยๆ เวลาที่ไปหาเขาที่บ้านซึ่งมีร้านขายเหล็กอยู่ด้านหน้า เฮียซ้งพ่อของกบเป็นผู้ชายน่ากลัว ตัวสูงใหญ่ และยิ้มล่าตลอดเวลา

ถ้าฉันเป็นลูกน้องเขาฉันจะไม่กล้าทำงานพลาด แต่ถ้าฉันเป็นลูกและเมียของเขา ฉันรู้แน่ว่าถ้าไม่ขัดใจเขาฉันจะขออะไรก็ย่อมได้ แต่จะไม่มีใครกล้าล้อเล่นกับอารมณ์ของเขาแน่ๆ

การที่อังศุมาลินมองว่ากบพยายามยั่วโมโหพ่อของตัวเองนั้น ฉันเลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า กบสามารถแสดงออกเรื่องเพศสภาพได้อย่างเปิดเผย โดยไม่เคยมีปัญหาใดๆ กับเรื่องนี้เลย

ฉันเคยถามกบทำนองชื่นชมครอบครัวของเขาอยู่เหมือนกัน แต่แทนที่เขาจะปลื้ม กบกลับเหยียดปาก พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า

“ก็ทำไมจะเปิดเผยไม่ได้ล่ะ ทีป๊ายังมีอีหนูแบบเปิดเผยได้ น่ารังเกียจกว่าที่ฉันเป็นกะเทยซะอีก”

 



Don`t copy text!