หนึ่งในหล้า บทที่ 29 : ดวง ‘คนพิเศษ’

หนึ่งในหล้า บทที่ 29 : ดวง ‘คนพิเศษ’

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

ที่จริง ดวง ‘คนพิเศษ’ ที่เขาต้องการหาได้พบยากจากสมุดจดดวงที่รวมดวงชะตาบุคคลไว้ทุกฐานะทุกเพศทุกวัยทุกเล่มเหล่านี้ไม่…เพียงแต่นึกยังไม่ออกเท่านั้นว่าใครมีดาวพฤหัสสถิตอยู่ ณ ราศีใดบ้าง หากนึกได้แล้วเพราะมักจะจำดวงชะตาผู้มีความสำคัญได้แม่นกว่าคนสามัญ ก็มักจะนึกได้ว่าจะต้องค้นหาจากสมุดเล่มใด

ดังนั้น เมื่อเขานึกขึ้นได้ถึงนักร้องหญิงลูกกรุงดีเด่น เป็นถึงศิลปินแห่งชาติและปูชนียบุคคลของนักร้องลูกกรุงทั้งหลาย เขาก็เปิดสมุดเล่มที่มีนามของสตรีลือนามได้ทันทีทันใด

พร้อมทั้งดีใจและเสียดายล้นพ้น

ดีใจที่หาพบในพริบตา เสียดายที่ต้องสูญเสียเธอไปเมื่อพฤษภาคมของปีที่ผ่านมานี้เอง

ดังนั้น อินทรีจึงเริ่มเพ่งพิศดวงชะตานี้

ที่มี ‘พฤหัสมหาอุจ’ สถิต ณ ราศีกรกฎ ร่วมกับอาทิตย์มหาจักรคู่มิตรและศุกร์ราชาโชคที่เป็นเดชตามทักษา

จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ชีวิตอันห้อมล้อมด้วยเพลงสองพันกว่าเพลงของชาวไทย จะไม่กล่อมหทัยแม้ในยามเศร้าเคล้าน้ำตาหรือยามหรรษากลางอุทยาน ให้แลเห็นแต่ความตระการของพื้นพิภพจากแก้วเสียงของเธอก้องมาตามลมหวาน

เขาเอง…แม้เป็นชายก็ยังชื่นชมนิยมยิ่งขณะพิงพนักอยู่ในโรงละคร ฟังเสียงไพเราะเสนาะสำเนียงของเธอผู้เยื้องย่างออกมาหน้าฉาก พรรณนาถึงความรักความหลัง บางครั้งหลั่งน้ำตาราวถอดวิญญาณ

ดังนั้น มิว่ายามใด แม้ในวัยแปดสิบกว่า ผู้นิยมเสียงเพลงถ้วนหน้าก็ยังได้พบเธอบนเวที…จนใกล้วาระสุดท้าย

เมื่อมองดูตัวเลขที่เรียงกันไปตั้งแต่ลัคนาอันเป็นตนุ ก็ล้วนแล้วเป็นตัวเลข ‘มีตำแหน่ง’ ทั้งสิ้น

คู่ควรแก่ความยินดีต้อนรับจากมหาชนจนแทบหมดคำสรรเสริญ

ขณะที่อินทรีกำลังเพลินกับความคิดที่ว่า จะขึ้นต้น ‘พฤหัสมหาอุจ’ ของดวงนี้ว่าอย่างไร

ก็พอดีโทรศัพท์ดัง

เพียงแต่เขารับสาย ก็มีเสียงชายจากกระบี่ดังขึ้น

“ผม…ชัยเดชนะฮะ คุณอินทรี นี่ผมโทร.จากบ้าน…คืออยากทราบดวงเต็นลูกชายผมน่ะครับว่าปีใหม่นี้ควรมาเรียนกรุงเทพฯไหม…” น้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูสงบระงับเป็นอย่างดี ไม่มีเค้าของคนไล่ตามจี้ติดเพื่อพิชิตใจใครคนหนึ่งเหมือนวันวาน “ ถ้ามาเรียน ควรจะเรียนต่อสาขาไหนดี นอกจากบริหารธุรกิจ สาขาการตลาดที่เพิ่งสำเร็จมาน่ะครับ”

“คุณเต็นอยากเรียนสาขาไหนก็สาขานั้นดีกว่าฮะ…เพราะในดวงก็ไม่บอกว่าเรียนไม่ได้” เมื่อมาถึงตรงนี้ เขาเองก็ต้องระมัดระวังไว้ทีเดียว…พร้อมกันนั้นก็อดจะเอือมสองพ่อลูกเสียมิได้ ที่เขาทั้งคู่เอาแต่หว่านล้อมหมอดูเพื่อไปสู่ความต้องการเร้นลับ หากบัดนี้ไม่ลับไม่เร้นแต่อย่างใด “ผมว่า สามารถเลือกทำโทได้ทุกสาขาเลยนะครับ”

“คือยังงี้ด้วยนะฮะ คุณอินทรี” ชัยเดชพิรี้พิไรไม่วางสาย “คือผมกลับมาบ้านแล้ว ก็เลยมาเลือกของโบราณหายากไว้ให้คุณอินกับคุณอัจคนละชิ้น เลือกได้แล้วละครับ แต่จะนำมามอบให้ตอนผมลงมากรุงเทพฯอาทิตย์หน้า”

ในที่สุดอีกฝ่ายก็ไม่วายวกเข้าหานิสัยชอบ ‘ติดสินบน’

อินทรีก็เลยตอบว่า

“อย่าดีกว่าคุณตือ…ไม่ต้องเอาอะไรมาให้ผมหรอกฮะ…เอางี้…เวลานี้ผมมีงานต้องทำน่ะฮะ…เป็นงานเขียนหนังสือซึ่งคุณก็คงทราบดีอยู่แล้ว เพราะงั้นผมก็ต้องขอความกรุณากันไว้เลยละครับว่า…ไงๆขอให้ผมได้มีสมาธิทำงานที่อยากทำให้เสร็จไปได้โดยไม่มีอะไรมาคอยขัดจังหวะจะได้ไหม”

“แหม…นี่ผมก็เลยต้องขอโทษอย่างมากเลยนะคุณอิน…ก็เอาละฮะ…ในเมื่อผมตั้งใจจะให้แล้วก็ต้องให้ ไว้ผมถึงกรุงเทพฯแล้วจะโทร.มาใหม่ ขอบพระคุณมากนะครับ”

อินทรีกดปิดมือถือแล้ว อดถอนใจดังเฮือกมิได้ เพราะนึกเสียวไส้อยู่ตลอดเวลาว่าคนที่มากวนอารมณ์ยามนี้คงเป็นมนตรีมากกว่า

แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นพ่อของหนุ่มผู้กำลังมากรุ้มกริ่มอยู่กับปรางสีไปเสียนี่

ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากอยากให้ลูกตัวดองกับหลานเศรษฐี

เฮ้อ…คนหนอคน

อ้าว…ถึงไหนแล้วล่ะเนี่ย…

อ้อ…ถึงดวงของนักร้องลูกกรุงหญิงผู้เป็นตำนาน…ดังตั้งแต่เขาเองยังเยาว์วัย

มีบันทึกไว้ข้างดวงชะตาเธอตามเคย ความว่า

‘ไม่เป็นครูก็เหมือนเป็นครู ไม่เป็นหมอก็เหมือนเป็นหมอ

รู้เองเป็นเอง

มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ไม่มีใครทำอะไรได้ วางตัวสมถะ เรียบร้อย จันทร์ 2 มหาจักร มีชื่อเสียงโด่งดังใจร้อนเหมือนกัน แต่เบรกได้

อยากทำอะไรทำเลย ไม่เชื่อใคร เชื่อตัวเอง

เป็นคนยุติธรรม’

เธอเกิดวันพฤหัสด้วย พฤหัส 5 มหาอุจ ร่วมกับอาทิตย์ 1 ศุกร์ 6 ราชาโชคอีกด้วย

ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดพลุ ก็ไม่รู้จะเปรียบกับสิ่งใด

ความดังนั้นหรือก็หาได้ดังๆดับๆ หรือดังประเดี๋ยวหนึ่งก็หายไปไม่

แต่ต้องดังยาว ดังนาน ดังตลอดชีวิตของเธอนั้นทีเดียว

วันสิ้นอายุขัยของเธอจึงร้อนถึงดาวอาทิตย์ 1 มหาอุจ กาลกิณีจร คล้องแขนกับดาวมฤตยู 0 ยาตราเข้ามาทับดาวจันทร์ 2 ในดวงเดิมอย่างงามสง่า สมศักดิ์ศรีศิลปินแห่งชาติ

 

ครั้นแล้ว อินทรีจึงลงมือเขียนถึงดาวพฤหัส 5 มหาอุจ ณ ราศีกรกฏว่ามีอานุภาพเป็นเช่นไร

ทั้งในขณะยืนหยัดเพียงลำพัง กับในยามที่มีดาวอื่นใดเคียงข้าง

เริ่มจากดาวอาทิตย์ 1 เป็นต้นไป

ดาวพฤหัส 5 ร่วมกับดาวอาทิตย์ 1 ผู้รู้โหราศาสตร์ถ้วนหน้าต่างก็ทราบกันดีว่า คือ ‘คู่มิตร’ ใหญ่ในจักรวาล

ดวงชะตาผู้ใดก็ตามที่มี 5 กับ 1 เป็นคู่เคียงในราศีที่มิได้เป็นกาลกิณี รวมทั้งมิได้อยู่ในภพอริ มรณะ วินาสน์ จะดลบัลดาลให้เจ้าชะตาเกิดพลังมิตรานุภาพยิ่งใหญ่ คุ้มครองกายใจให้ผ่านพ้นอุปสรรคมิว่าหนักหนาหรือเบาบางไปได้โดยดุษณี

แต่ดวงชะตาของนักร้องสุภาพสตรีผู้นี้ยังมีดาวศุกร์ 6 อันได้ตำแหน่งราชาโชคเข้ามาสมทบ

กลายเป็นความโชคดีที่ยากจักหา

นี่ก็เท่ากับพฤหัส 5 ดาวบริวาร คือ มหาอุจ ดาวอาทิตย์ 1 คือดาวศรี เป็นมหาจักร ดาวศุกร์ 6 คือดาว เดช เป็นราชาโชค

ทั้งสามดวงเล็งลัคนา

ดาวพุธ 4 แม้ว่าเป็นมรณะ แต่ก็เป็นทั้งมหาจักรและราชาโชค อยู่เรือนอาทิตย์-ศรี

การเจรจาพาทีของเธอย่อมไพเราะเพราะพริ้ง ไม่มีเลยจะขวางหู

ดาวเสาร์ เจ้าเรือนลัคน์ที่เป็นกาลกิณีก็หลบไปอยู่เสียที่ภพวินาสน์ อันเป็นราศีของพฤหัส

ดังนั้น อารมณ์ใดๆที่ว่าเสีย หรือเสียหาย เธอก็เก็บมันไว้ได้ แล้วนำไปสลายในที่ลับตา ไม่เที่ยวแผลงฤทธิ์ต่อหน้าธารกำนัลให้เป็นที่บั่นทอนในทุกกาละ

อินทรีเขียนตัวอักษรด้วยดินสอไว้บนกระดาษยืดยาว เก็บไว้ก่อน

รอจนถึงตอนรวบรวมสดุดีดาว ‘หนึ่งในหล้า’ ดวงนี้ ที่โคจรเข้ามาสถิต ณ ราศีกรกฎ

เพราะจะต้องค้นหาคุณสมบัติและคุณภาพของดาวดวงนี้ที่เข้ามาสถิต ณ ภพนี้ ว่านอกจากที่รู้เพียงเผินๆจะมีถ้อยความอื่นใดให้เพิ่มคำสรรเสริญได้อีก

นับเป็นตัวอย่างดวงชะตาที่หาได้ยากยิ่งอีกดวงหนึ่งที่เขาพึงต้องมีไว้ประดับ ‘หนึ่งในหล้า’ ของตนเอง

เมื่อลองไล่เลียงดู จึงพบว่า ดาวศุภเคราะห์รวม 6 ดวง เป็นดาวมีตำแหน่งอันพรั่งพร้อมด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีทั้งสิ้น

จำเพาะอาทิตย์กับจันทร์ก็กินขาด

อาทิตย์เป็นมหาจักร จันทร์ก็เป็นมหาจักรด้วยเช่นกัน

รวมทั้งไม่อยู่ในตำแหน่งที่ลิดรอนคุณความดีใดๆ โดยอาทิตย์เล็งลัคน์ จันทร์อยู่ที่ภพ ‘พันธุ’ ของเจ้าชะตา จันทร์เป็นดาวปัตนิ…ดังนั้น คู่ครองของเธอจึงเป็นผู้มีตระกูลวงศ์ส่งสูง นั่นก็เนื่องด้วย

2 อยู่ในเรือน 3 เรือนอุตสาหะ

3 มาอยู่เรือนมนตรีเป็นมหาจักร

แสดงถึงการสร้างสรรค์ตนเองโดยชอบ กอร์ปด้วยอุตสาหะอันดีงาม

ดาวอายุ คือ ราหู 8 อยู่กับมฤตยู 0 แต่ก็อยู่เรือนพฤหัส

เธอจึงถึงแก่มรณะอย่างสงบในเวลาค่ำคืน

สิริอายุได้ 86 ปี 8 เดือน

อินทรีเขียนมาถึงตรงนี้ก็วางดินสอ หันไปหยิบหนังสือโหรเล่มอื่นมาลองค้นดู…เพราะจะต้องบรรยายถึงดาวพฤหัส-มหาอุจ ซึ่งสถิต ณ ราศีกรกฎสืบไป เพื่อให้ได้รายละเอียดที่สมควรแก่ความยิ่งใหญ่ของตำแหน่ง

แต่เนื่องด้วยมีตำราของโหราจารย์หลายท่าน จึงจำต้องอ่านแล้วกลั่นกรองด้วยสติปัญญาของตนเองอีกหลายครั้ง นั่นก็คือ ต้องไม่มองข้ามกฎเกณฑ์ แต่ก็ต้องไม่หลงลืมความเป็นไปได้ของเหตุและผลที่ดลให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่าง

ครั้นแล้ว ก็ยังนึกขึ้นมาได้ถึง ‘ตนุเศษ’

อันคำว่า ‘ตนุเศษ’ นี้คืออะไร ก็ต้องเฉลยจนแจ้งชัดให้ได้ก่อน

‘นักพยากรณ์บางคนใช้ ‘ตนุเศษ’ มาพยากรณ์แทน ‘ลัคนา’

วิธีนี้…เขาเองก็เคยใช้…เพียงเพราะอยากให้เร็วเข้าว่า

นั่นก็เนื่องด้วย แม้แต่โหราจารย์สมัยก่อนก็ยังเคยใช้ตนุเศษตัวเดียวทำนายดวงทั้งดวง แต่หมอดูบางคนเคยบอกเขาว่า ตัวเองไม่เคยใช้เลยไม่ว่าเมื่อไร

แม้กระนั้น เจ้าตัวก็ยังตบท้ายไว้ว่า  เขาเองที่ต้องหา ‘ตนุเศษ’ เพราะต้องหา ‘ตรีวัย’

ครั้นคิดมาถึงตรงนี้ อินทรีก็เลยค้นพบว่า ถ้าริจะเขียนเรื่องอันใดเกี่ยวกับวิชานี้ ก็ต้องตั้งสติเตรียมสวมใส่สูทนามว่า ‘ปัญญา’ เข้าไว้ให้รัดกุม เพราะจะต้องพาตนเองให้ผ่านไปจนถึงการชุมนุมเทวดาให้จงได้

‘อีกประการหนึ่ง การหา ‘ปัตนิ’ หรือคู่ครองของเจ้าชะตา บางทีใช้ลัคนาพยากรณ์ไม่ถูก ก็อาจใช้ตนุเศษพยากรณ์แทน เป็นกรณีพิเศษ’

แต่ก่อนอื่นใด อินทรีพลันนึกได้ถึงพฤหัส 5 เป็นตนุเศษ ตำราว่าไว้ว่า

‘พฤหัสบดีเป็นตนุเศษ มักแสดงถึงอารมณ์แห่งความเป็นผู้มีสติ ท่าทางสงบ ไม่ไหวหวั่น มีหลักและข้อคิดเป็นผู้ใหญ่ บุคลิกลักษณะเป็นหัวหน้า ผู้นำ หรือผู้รอบรู้ เช่นครูบาอาจารย์’

แทบจะไม่ทันจบความ

เสียงสัญญาณมือถือก็ดังขึ้น เมื่ออินทรีกดรับสาย ก็ได้ยินเสียงนภากาศดังระรัวอย่างดีใจ

“คุณลุงครับ ถ้าผมได้ทั้งสองบริษัทจะให้เลือกบริษัทไหนดีครับ…ระหว่างอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์กับอุตสาหกรรมล้อรถยนต์น่ะฮะ”



Don`t copy text!