หนึ่งในหล้า บทที่ 31 : ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

หนึ่งในหล้า บทที่ 31 : ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

ครั้นแล้ว หญิงสาวก็พลันคำนึงถึงคำว่า ‘กาลกิณี’ พร้อมกับอินทรีราวจับวาง เนื่องด้วยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า โหรนำคำนี้มาจากที่ใด จึงเปิดดูที่หน้าซึ่งจ่าหัวไว้ว่า ‘ทักษา’ เพราะเพิ่งพลิกผ่านไปเมื่อสักครู่

อ้อ…อยู่นี่เอง

ในหนังสือกล่าวไว้ว่า

‘ทั้ง 8 ประการนี้ เป็นสิ่งที่มีอยู่ประจำทุกตัวบุคคล ซึ่งประกอบด้วยองค์ 8 คือ

บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี

โหราจารย์แต่โบราณจึงได้จัดนำตัวเลขทั้ง 8 หรือเรียกว่า ดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวง นี้มาประกอบเป็นเครื่องชี้บอกในการตัดสินพยากรณ์

โดยกำหนดเอาวันเกิดเป็นมูลฐาน เรียงตามลำดับไป ดังเช่น คนเกิดวันอาทิตย์

1 เป็น บริวาร

2 เป็น อายุ

3 เป็น เดช

4 เป็น ศรี

7 เป็น มูละ

5 เป็น อุตสาหะ

8 เป็น มนตรี

6 เป็น กาลกิณี

ที่ดูว่าไม่ตามวันในการนับทั่วไปคือนับจากอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ ก็เนื่องด้วยต้องรับรู้ว่า 2 อย่างนี้ แยกกัน ไม่นับเหมือนกัน

นั่นก็คือ ถ้าอยากรู้ว่าปีนี้ชีวิตโดยรวมจะเป็นอย่างไร ก็ต้องทำตารางขึ้นมา แล้วบรรจุตัวเลขลงไป โดยทำตามกฎเกณฑ์ดั้งเดิมของเขา ดังนี้

แล้วนับไปตามลูกศร จึงเป็นอันว่าคนเกิดวันอาทิตย์…อาทิตย์ 1 เป็นบริวาร จันทร์ 2 เป็นอายุ อังคาร 3 เป็นเด­ช พุธ 4 เป็นศรี เสาร์ 7 เป็น มูละ

ถ้าถามว่า เหตุใดจึงไม่ต่อด้วยพฤหัส 5 ก็ยังแลไม่เห็นในหน้านี้

ดังนั้นปรางสีผู้มักสงสัยแล้วต้องไขความไม่รู้ให้ได้รู้ในทันที จึงทำท่าจะกดมือถือไปถาม

หากเมื่อนึกขึ้นได้ว่า อินทรีเองก็ต้องเขียนงานเช่นกัน จึงยั้งไว้

ดังนั้น จึงจำต้องพลิกเลยไปยังหน้าอื่น

‘อนึ่ง พระเคราะห์ที่จะให้คุณหรือให้โทษแก่เจ้าชะตานั้นจะต้อง

  1. กุมลัคนา ให้คุณหรือให้โทษแรงอันดับ 1
  2. เล็งลัคนา ให้คุณหรือให้โทษแรงอันดับ 2
  3. โยคหน้า…หมายถึง นับจากลัคนาไปข้างหน้า 3 ราศี เรียกว่า โยคหน้า แล้วนับจากลัคนาไปข้างหลัง 3 ราศีเรียกว่า โยคหลัง ให้คุณหรือให้โทษอันดับ 3
  4. ร่วมลัคนา หรือ เรียกว่าตรีโกณ คือ เป็น 5 เป็น 9 แก่ลัคนา ให้คุณหรือให้โทษอันดับ 4

ที่ว่าให้คุณหมายถึงพระเคราะห์นั้นๆ ต้องเป็นเกษตร มหาอุจ ราชาโชค อุจจาวิลาส มหาจักร หรือเดช ศรี มนตรี

ที่ว่าให้โทษก็คือ พระเคราะห์นั้นๆ เป็นประเป็นนิจ เป็นกาลกิณี’

เฮ้อ…ปรางสีระบายลมหายใจยาวพอประมาณ…ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

คงจะต้องค่อยๆทำความเข้าใจอีกนานเมื่อลองพลิกดูทั้งเล่มก็ยิ่งแลเห็นว่า ผู้เรียนจะต้องมีความจำดี มีคำถามที่สามารถช่วยให้ต่อยอดความเข้าใจออกไปได้ชัดเจน

แต่ยังไม่ทันจะจดข้อความที่ใคร่ถามลงกระดาษ ประทินก็พาคุณเปล่งกลับมานั่งถัดไป

“หนูเรียนโหรด้วยตัวเองไปถึงไหนแล้ว” คุณตาสัพยอกพร้อมกับรับกระดาษเย็นจากลูกสาวคนเดียวมาเช็ดมือ “ได้เรื่องมากแค่ไหนหรือว่าเริ่มท้อซะแล้ว”

“ไม่ท้อหรอกค่ะ คุณตา” อีกฝ่ายปิดสมุดและหนังสือ

แม้กระนั้น สีหน้าก็จืดลงไป

“คือ มีหัวข้อที่เราไม่คุ้นรออยู่อีกมากเลยค่ะ…ไม่ใช่จะเรียนกันได้แค่อาทิตย์หรือเดือน หนูว่าเรียนเป็นเดือนๆก็อาจจะยังทายไม่ได้”

“แต่หนูอยากเรียนใช่ไหมล่ะ…ก็เรียนไปเลยลูก…ไม่ต้องมัวคิดว่าเมื่อไหร่จะจบ” ผู้เป็นตาปลอบใจ เนื่องด้วยใคร่หาทางติดต่อเกี่ยวดองกับชายสองคน…ลุงกับหลานคู่นี้ไว้เป็นสหายหน้าใหม่ที่แม้เพิ่งคบหากันไม่นานก็รู้สึกสำราญทั้งกายใจ

“คุณตาไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ไงๆหนูก็อยากเรียนจนรู้แจ้งเห็นจริงอยู่แล้ว”

“ดีมาก ตาจะได้สบายใจ”

ยังไม่ทันไร อินทรีก็ส่งเสียงมาตามสาย ถามว่า

“คุณปรางมีอะไรไม่เข้าใจเยอะไหมฮะ”

 

“โอย…ดีใจจังค่ะคุณน้า กำลังสงสัยอยู่เชียวค่ะ เรื่องทักษา…” หญิงสาวออกอุทานอย่างนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะห่วงไย “แล้วนี่คุณน้าไม่ได้ทำงานหรอกหรือคะ”

“พักก่อนนิดหน่อยน่ะฮะ…ก่อนทานกลางวัน…ว่าแต่ว่าอยู่ตรงไหนกันครับตอนนี้ ออกไปซื้อของแถวนั้นกันหรือเปล่าล่ะครับ”

“คุณตากับแม่ออกไป เพิ่งกลับมาค่ะ…หนูก็เลยพักไว้ก่อน แต่มีคำถามค่อนข้างสำคัญอยากเรียนถามคุณน้าน่ะค่ะ”

“ถามมาเลยครับ ผมว่าง ยังไม่ได้ลงมือทานอะไร เด็กกำลังจัดอยู่ครับ”

“คือหนูสงสัยว่า ตารางทักษาที่เริ่มด้วย 1 2 3 4 แล้วทำไมกลายเป็น 7 5 8 6 ล่ะคะ ทำไมไม่ 1 2 3 4 5 6 7 8 คะ”

เสียงหัวเราะหึหึของอินทรีผ่านสายมาพร้อมชมเชย

“คุณปรางนี่ก็สุดยอดคนชอบเรียนเลยนะครับ…ถามแบบนี้ตรงใจผมที่สุดละฮะ” นักพยากรณ์แกมนักค้นคว้าตอบคำ “ตั้งแต่พบมา ยังไม่มีใครเคยตั้งคำถามแบบนี้เลย”

“หรือคะ”

“ครับ…คือเขาก็คงลืมถามหรือยังไงไม่ทราบ…แต่ผมก็จะบอกไว้เดี๋ยวนี้เลยว่า ไม่ยากครับถ้าหนูอ่านไปถึงบทที่ว่าด้วย คู่ธาตุ คู่มิตร คู่ศัตรู”

“พลิกไปดูเมื่อกี้ก็นึกไม่ออกอยู่ดีค่ะ คุณน้า”

“คุณปรางฟังดีๆนะฮะ…ถ้าไม่เข้าใจถามอีกได้…คือคุณลองดูตัวเลขที่อยู่ตรงข้ามกันกับทะแยงมุมกันนะฮะว่ามีอะไรบ้าง ขอเริ่มจาก เลข 1 เลยนะครับ ทแยงมุมกับ 7 คือ 17 อาทิตย์กับเสาร์คือ คู่ธาตุไฟ ถัดมาคือจันทร์ 2 ตรงข้ามกับ 5 เป็นคู่ธาตุดิน ถัดมาอีกคืออังคารทะแยงมุมกับ 8 ราหู คือคู่ธาตุลม ถัดมาคือพุธ 4 ตรงข้ามกับศุกร์ 6 คือคู่ธาตุน้ำ…ครบ 4 คู่แล้วใช่ไหมครับ ไฟ ดิน ลม น้ำ…นี่คือสติปัญญาของคนโบราณยุคหลายพันปี”

ปรางสีถอนใจยาวดังเฮือกทันทีที่อีกฝ่ายอรรถาธิบายรายละเอียด

“โอ้โฮ…คนสมัยก่อนนี่สุดยอดเลยนะคะคุณน้า ช่างคิดได้ยังไงขนาดนี้…”

“อูย…เขาคิดได้ลึกซึ้งมากกว่านี้ร้อยเท่าพันทวีเลยละครับ เพียงแต่สมองของเราจะบรรจุไหวไหม จะเข้าใจตามได้ครบหรือไม่เท่านั้นละฮะ”

“ถ้างั้นเชิญคุณน้าทานอาหารเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะชวนคุณตากับแม่ทานที่ห้องอาหารเขานี่แหละค่ะ อร่อยดี” ปรางสีบอกกล่าว “ว่าแต่ว่า คุณน้าหาดวงคนที่มีดาวพฤหัสอยู่ตามราศีต่างๆที่คุณน้าอยากได้ครบหรือยังคะ”

“คิดว่ากำลังจะครบนะฮะ…เหลืออีกคนเดียวคือ พฤหัสราศีตุลย์”

“ใช้ดวงใครเป็นต้นแบบดีคะ”

“ก็…กำลังชั่งใจนะหนู…ว่าจะเอานักร้องนักแสดงคนนี้ดีไหม หรือจะเอาดาวเด่นคนอื่น”

“ขอให้คุณน้าเขียนจบรวมเล่มเร็วๆนะคะ…หนูจะได้ซื้อแจกใครต่อใคร”

“ขอบคุณหนู”

“คุยกับคุณน้าสนุกมากค่ะ” หล่อนทิ้งท้าย

พร้อมกันนั้นก็มีดวงหน้าใครคนหนึ่งลอยเข้ามา

กินอาหารกลางวันเสร็จสรรพแล้ว ประทินจึงพาคุณเปล่งขึ้นห้อง เพื่อให้บิดาได้นอนพักยามบ่าย ฝ่ายแม่ของหล่อนก็โทรศัพท์ไปคุยกับอรุณี

“เอาเถอะ…แล้วฉันจะพาแกมาเที่ยวที่นี่มั่ง…สบายสารพัดละแกเอ๋ย…อยากได้อะไรบอกมา จะซื้อมาฝาก…พ่อหลับแล้วว่าจะเดินไปดูของ หิ้วกลับมาฝากพวกแกไง”

ปรางสีได้ยินเสียงแม่แล้วก็ได้แต่ยิ้มในหน้า หันไปเปิดหนังสือโหราศาสตร์แล้วเลี่ยงไปนั่งที่โต๊ะทำงาน พลิกเลยไปถึงคำว่า คู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล

‘ดาวคู่มิตร’ หมายถึง

ดาวอาทิตย์ 1 เป็นมิตรกับ ดาวพฤหัส 5

ดาวจันทร์ 2 เป็นมิตรกับดาวพุธ 4

ดาวอังคาร 3 เป็นมิตรกับดาวศุกร์ 6

ดาวเสาร์ 7 เป็นมิตรกับราหู 8

แต่ดาวมิตรคู่ดังกล่าวอาจไม่ให้คุณก็ได้ หากตัวหนึ่งตัวใดเป็นกาลกิณี ทั้งกาลกิณีเดิมและกาลกิณีจร ดังเช่น

คนเกิดวันจันทร์ ดาวอาทิตย์คือดาวกาลกิณี ถ้าดาวอาทิตย์ไปอยู่ร่วมดาวพฤหัสที่ภพเดียวกัน หรือเคลื่อนไปกระทบกับดาวพฤหัสในปีที่ดาวอาทิตย์เป็นกาลกิณีจรก็นับได้ว่า หมดความเป็นมิตรต่อกันและกันโดยสิ้นเชิงแล้ว

ส่วนจะกระเทือนถึงเรื่องใด ก็อยู่ที่ว่า ดาวกาลกิณีเคลื่อนที่ไปพบกับดาวใดในภพใด

ที่จริงก็ไม่ถึงกับจำยาก…ปรางสีนึกในใจ ขณะที่ตามไปได้อย่างคล่องขึ้น หลังจากอินทรีบอกกล่าวให้เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุ

จึงล่วงรู้ว่า ตัวเลขเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากเหตุและผล มิใช่ ‘ยกเมฆ’ ขึ้นมาลอยๆ

เนื่องด้วยจักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นมาอย่างไร้แหล่งกำเนิด

ทุกเรื่องราวคล้ายสมการที่ถอดได้ ‘ซ.ต.พ.’ คือซึ่งต้องพิสูจน์ได้

ต่อมาก็คือคู่สมพล ซึ่งเริ่มด้วย

อาทิตย์ 1 กับ ศุกร์ 6 มีกำลัง 27

นั่นก็เนื่องด้วย อาทิตย์ 1 มีกำลัง 6

จันทร์ 2 มีกำลัง 15

อังคาร 3 มีกำลัง 8

พุธ 4 มีกำลัง 17

พฤหัส 5 มีกำลัง 19

ศุกร์ 6 มีกำลัง 21

เสาร์ 7 มีกำลัง 10

ราหู 8 มีกำลัง 12

เมื่อ 1 กับ 6 / 2 กับ 8 / 3 กับ 5 / 4 กับ 7 มีโอกาสมาอยู่ร่วมภพหรือราศีเดียวกัน เล็งกันหรือตรีโกณกัน โยคหน้าโยคหลังกัน ย่อมถือว่าดวงของคนผู้นั้นได้พละกำลังจากดวงดาวอันยิ่งใหญ่ค้ำจุน

เกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนาแม้ในอุปสรรคที่ยากจะฝ่าฟัน

เกิดผลดีอเนกอนันต์แก่ดวงชะตา

ปรางสีอ่านมาถึงตรงนี้แล้วได้แต่หมดสิ้นกังขา สมองกลับบรรจุไว้ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ใหม่

ดีใจที่สุดที่ได้พบคุณน้าอินทรี

และ…ดูเหมือนคุณน้าผู้นี้เองที่พาใครซึ่งแปลกหน้าอีกผู้หนึ่งมาถึงหัวใจของหล่อน

 



Don`t copy text!