พนมนาคา บทที่ 36 : เนสซีแห่งพนมนาคา

พนมนาคา บทที่ 36 : เนสซีแห่งพนมนาคา

โดย : พงศกร

พนมนาคา นวนิยายลึกลับเรื่องล่าสุดของ พงศกร เมื่อ ‘เอเชีย’ Medical illustrator รับงานวาดภาพประกอบตำราทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคผิวหนังประหลาดที่มองคล้ายเกล็ดงู ทำให้เธอต้องไปพัวพันกับตำนานอันลึกลับของหมู่บ้านที่ผู้คนยังบูชาพญานาค เธอจะได้กลับออกมาไหม ตามไปลุ้นกันที่ anowl.co เว็บไซต์ที่มีนิยายสนุกๆ ให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– 36 – 

 

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“พญานาค…” เอเชียครางเสียงแผ่ว มือไม้เยียบเย็นด้วยความตื่นเต้น เธอหันไปหาพุ่มข้าวบิณฑ์ และพบว่าเขาเองก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึงคล้ายกับหล่อน

“ใช่ไหมคุณ” พึมพำออกมาได้ในที่สุด

“ชะ…ใช่ละมัง” เสียงของพุ่มข้าวบิณฑ์สั่นด้วยความตื่นเต้นมากกว่าจะหวาดกลัว

ส่วนหัวของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่ในทะเลสาบ มีลักษณะคล้ายกับพญานาคที่เคยเห็นอยู่ตามวัดไม่มีผิด

นาคในวัดเป็นปูนปั้นปราศจากชีวิต แต่ ‘อะไร’ ที่อยู่ตรงหน้าหญิงสาวนั้นกำลังขยับไหวอย่างมีชีวิตชีวา…

แม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นรวดเร็วแค่ชั่ววินาที หากเพียงพอที่เอเชียจะเห็นลำตัวสีเขียวเข้ม มีหงอนสีแดงสด แม้จะเห็นเพียงแวบเดียว หากเอเชียรู้สึกได้ว่าดวงตาสีแดงก่ำนั้นกำลังจ้องมาทางเธอ…

เอเชียกำลังจะยกมือถือของเธอขึ้นมาถ่ายบ้าง ก็ปรากฏว่าสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวกลับหยุดนิ่งลง และผิวทะเลสาบก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม

“อ้าว” เอเชียอุทานด้วยความเสียดาย “หายไปไหนแล้ว”

“นั่นสิ” พุ่มข้าวบิณฑ์นิ่วหน้า

“ไหน ขอฉันดูหน่อย” เอเชียชะโงกหน้ามาดูโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย “คุณถ่ายคลิปไว้ใช่ไหม”

“ได้” พุ่มข้าวบิณฑ์ยื่นคลิปที่เขาถ่ายให้เอเชียดู พร้อมกับส่ายหน้า “แต่ภาพไม่ชัด…สั่นไปหมดเลย”

“ทำไมไม่ถ่ายดีๆ ล่ะ” เอเชียบ่น

“จะถ่ายดีๆ ได้ยังไง” เขาถอนใจ “คุณเล่นเขย่าแขนผมเสียขนาดนั้น มือถือไม่ตกน้ำก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“ก็ฉันตื่นเต้นนี่คะ” เอเชียทำเสียงอุบอิบ “ตกใจด้วย”

“แต่ก็พอดูได้อยู่นะ” พุ่มข้าวบิณฑ์มองภาพในโทรศัพท์

คลื่นน้ำที่เขาบันทึกเอาไว้ได้ เคลื่อนที่สวนทางกับคลื่นปกติ ระลอกขนาดใหญ่กระเพื่อมแรง น่าเสียดายที่จังหวะซึ่ง ‘อะไร’ บางอย่างข้างใต้ผิวน้ำชูส่วนศีรษะขึ้นมานั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เอเชียเขย่าแขนของเขาพอดี ภาพที่บันทึกได้เลยเบลอ จนไม่สามารถเห็นรายละเอียดได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“ดูไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เอเชียถอนใจ

“นั่นสิ” พุ่มข้าวบิณฑ์พลอยถอนใจไปด้วยอีกคน

“ทำอะไรกันอยู่หรือครับ”

เสียงทุ้มๆ ที่ดังทักทายขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้เอเชียและพุ่มข้าวบิณฑ์ถึงกับสะดุ้ง ด้วยร่างสูงสง่านั้นเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทันได้สังเกต

“เจ้าชาย…”

เอเชียอ้าปากค้าง เธอใช้เวลารวดเร็วสังเกตสีตาของผู้ชายตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยทักออกมาอย่างมั่นใจว่า

“เจ้าชายอเนกชาติ…”

“ผมเองครับ”

เจ้าชายยิ้มกว้างจนแลเห็นฟันที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบและเขี้ยวเล็กๆ ตรงมุมปาก รอยไหม้เกรียมรอบลำคอจางลงไปจนเกือบจะมองไม่เห็นแล้ว

“มาทำอะไรที่ทะเลสาบกันครับ” เจ้าชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ “มาดูเนสซีแห่งพนมนาคาหรือ”

“เนสซี…”

เอเชียเอ่ยพึมพำ และกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว

เนสซีเป็นเรื่องลึกลับซึ่งเกิดขึ้นที่สกอตแลนด์ เป็นชื่อของสัตว์ประหลาดปริศนาที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครไขคำตอบได้

มีสิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็นในล็อกเนสส์ (Loch – Ness) หรือทะเลสาบเนสส์อยู่เสมอ ผู้คนที่นั่นขนานนามมันว่าเนสซี ตามชื่อของล็อกเนสส์ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ในตอนเหนือของสกอตแลนด์

มีหลักฐานว่าเนสซีมีการปรากฏตัวมาตั้งแต่ พ.ศ.1108 แล้ว

บันทึกของอดัมแนนซึ่งเป็นบาทหลวงชื่อดัง เล่าถึงนักบุญโคลัมบาว่า ในการเดินทางมาเผยแพร่ศาสนาที่สกอตแลนด์ ท่านมาถึงล็อกเนสส์และเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ในทะเลสาบที่ทำให้ ‘ผิวน้ำปั่นป่วนรุนแรง’

นั่นเป็นหลักฐานที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงเนสซีเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็มีผู้คนได้พบกับเนสซีเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2475 เป็นต้นมา เนสซีมีการปรากฏตัวถี่ขึ้น

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเนสซีคือตัวอะไรกันแน่ บางคนบอกว่ามีลักษณะคล้ายกับไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ บางคนบอกว่าดูเหมือนกับงูยักษ์

ในปี พ.ศ.2477 ศัลยแพทย์คนหนึ่งถ่ายภาพ ‘สิ่งประหลาด’ ในทะเลสาบได้โดยบังเอิญ ลักษณะของมันคล้ายกับงวงช้างชูขึ้นมาจากใต้น้ำ ภาพนั้นยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

ตำนานเนสซีได้รับการกล่าวขานสืบต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล สามารถถ่ายภาพจากดาวเทียม มีกล้องอินฟราเรด มีโดรนใต้น้ำ หากก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าที่ใต้ล็อกเนสส์มีเนสซีอยู่หรือไม่ และถ้ามี…สิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นคือตัวอะไร…

“เหมือนเนสซีจริงๆ ด้วย” พุ่มข้าวบิณฑ์จ้องมองภาพในโทรศัพท์ของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ฉันว่าเป็นพญานาคมากกว่า” เอเชียคิดว่าตัวเองตาไม่ฝาดแน่ๆ

“ผมเรียกว่าเนสซีแห่งพนมนาคา” เจ้าชายคนน้องเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ “ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้นี่ครับว่าแท้จริงแล้ว…ในทะเลสาบคือตัวอะไรกันแน่”

“คนที่นี่เห็นกันบ่อยหรือครับ” พุ่มข้าวบิณฑ์อดอยากรู้ไม่ได้ เขารู้สึกว่าท่าทางของเจ้าชายอเนกชาติดูจะเป็นมิตรมากกว่าเจ้าชายอนันตชัย

“ไม่บ่อยนักหรอกครับ” เจ้าชายตอบเสียงดังฟังชัด “ส่วนมากจะปรากฏให้เห็นกันในช่วงใกล้กับพิธีนาคพลี…ยิ่งใกล้วันทำพิธีมากเพียงไร ยิ่งจะมาให้เห็นบ่อยขึ้น”

เจ้าชายพูดเหมือนเคยคุ้นกับ ‘เนสซีแห่งพนมนาคา’

“ช่วงนี้ใกล้วันทำพิธีมากแล้ว ถ้าคุณอยากเห็นอะไรแบบนี้อีก ก็มาที่ทะเลสาบบ่อยๆ รับรองได้เห็นจนเบื่อแน่”

“น่ากลัวนะคะ” เอเชียกอดอก รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

“ไม่ต้องกลัวหรอกคุณ” เจ้าชายแค่นเสียง “สัตว์พวกนี้ไม่มีอันตรายกับคนหรอก…มันจะไม่ทำร้ายใคร ถ้าใครไม่ทำมันก่อน”

“วันนี้…เอ้อ…เจ้าชายมาธุระหรือคะ” เอเชียรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะเห็นว่าน้ำเสียงของเจ้าชายเริ่มจะเคร่งเครียด ดวงตาสีดำอมส้มคู่นั้นแลดูเข้มข้น…ร้อนแรงจนน่าเกรงขาม

“เอ้อ…” เจ้าชายรู้สึกตัว เลยปรับเสียงให้อ่อนโยนขึ้น “ครับ…ผมแวะมาทำธุระนิดหน่อย บังเอิญผ่านมาเห็นพวกคุณอยู่ริมทะเลสาบพอดี เลยแวะมาทักทาย…วันนี้ไม่ได้ทำงานหรือครับ”

“ค่ะ” เอเชียพยักหน้ารับ “วันนี้พวกเราได้หยุดค่ะ…เพราะพาน โสภณไม่ได้นัดหมายเด็กป่วยให้”

“อยากไปปราสาทประธานไหมครับ” เจ้าชายอเนกชาติถาม

“อะไรนะครับ” พุ่มข้าวบิณฑ์แทบไม่เชื่อหูของตัวเอง

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก…ผมถามว่าอยากไปปราสาทประธานไหม” เจ้าชายหัวเราะเสียงแผ่วต่ำ “คราวที่แล้ว…ตาแก่อัคคิห้ามพวกคุณไว้ ไม่ยอมให้ขึ้นไปไม่ใช่หรือ ถ้ายังสนใจอยู่ละก็ วันนี้ละ…ผมจะพาพวกคุณขึ้นไปเอง”

“ไปได้หรือครับ” พุ่มข้าวบิณฑ์เสียงตื่นเต้น “ไหนเจ้าชายอนันตชัยว่า จะอนุญาตให้ขึ้นไปได้…หลังจากพิธีนาคพลีผ่านพ้นไปแล้ว”

“เป็นแค่เหตุผลที่พี่ชายของผมอ้างขึ้นเท่านั้นละ เขาไม่อยากให้พวกคุณ…” ดวงตาคู่ร้อนแรงหันมาจ้องมองเอเชียแน่วนิ่ง “ขึ้นไปเห็นอะไรบนนั้นก่อนถึงวันทำพิธี”

“พวกฉัน…” เอเชียนิ่วหน้า “เกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือคะ”

“เกี่ยวสิ” อเนกชาติถอนใจ “เกี่ยวมากเสียด้วย”

“เจ้าชายเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ” เอเชียนิ่วหน้า “ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับฉันละก็…ขอให้ฉันได้รู้บ้างจะได้ไหม”

“คุณจะได้รู้…เมื่อขึ้นไปถึงที่นั่น” เจ้าชายยังยืนยันเช่นเดิม “ว่าอย่างไร…จะไปกับผมไหม”

“ไปค่ะ”

“ไปครับ”

เอเชียและพุ่มข้าวบิณฑ์ตอบรับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สีหน้าของเจ้าชายคนน้องแลดูพอใจ…

“รถของผมอยู่ทางด้านโน้น” เขาผายมือไปทางรถเดมเลอร์สีดำสนิท ที่จอดรออยู่ใต้ต้นหางนกยูงใหญ่ เอเชียนึกสงสัยว่ารถคันใหญ่ขนาดนั้นจะวิ่งขึ้นไปยังวิลลาได้อย่างไร ในเมื่อวันที่พวกเธอปั่นจักรยานไป ไม่เห็นจะมีถนนสายไหนที่ทอดไปสู่ Villa de entrée เลย นอกจากทางเดินเท้าสายเล็กๆ

“ไม่ต้องสงสัยหรอกว่ารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้อย่างไร มีถนนอีกสายหนึ่งซึ่งตัดตรงสู่ด้านหลังของวิลลา” เจ้าชายอเนกชาติเอ่ยขึ้น เขาบอกให้เอเชียและพุ่มข้าวบิณฑ์จอดจักรยานทิ้งเอาไว้ที่ริมทะเลสาบ “ไม่หายหรอกครับ…ไม่ต้องห่วง…จักรยานคันนี้เป็นของโสมรัศมี มีตราโรงแรมอยู่ ใครเห็นก็รู้ ฉะนั้น ไม่มีใครกล้าขโมยหรอกคุณ”

เมื่อเดินไปถึงรถที่จอดรอ เอเชียก็ต้องประหลาดใจเป็นครั้งที่สอง เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มคนขับรถของเจ้าชายอเนกชาติได้ถนัด

“เชิญครับมิส” ร่างสูงล่ำสันเปิดประตูให้เอเชียขึ้นนั่งด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย

“สุกรี” ดวงตาของเอเชียเบิกกว้าง พลทหารสุก สุกรี พลขับลึกลับที่หายตัวไปนั่นเอง เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“หลังจากสุกรีขับรถมาส่งคุณถึงที่นี่แล้ว…เขาก็ตัดสินใจลาออกจากงาน” เจ้าชายอเนกชาติก้าวขึ้นนั่งคู่กับเอเชียที่ตอนหลัง พุ่มข้าวบิณฑ์ไม่มีทางเลือก จึงต้องเปิดประตูขึ้นนั่งคู่กับคนขับ

“ผมเห็นว่าเขาทำงานดี…เลยรับเอาไว้เป็นคนขับรถประจำตัวของผม”

“อ้อ…” เอเชียพยักหน้า หากในใจยังรู้สึกว่าแปลกอยู่ดี แต่เพราะใจกำลังจดจ่ออยู่กับโอกาสที่ได้รับโดยไม่ได้คาดหมาย จึงไม่สนใจจะถามซักไซ้ให้เจ้าชายรู้สึกรำคาญ

“เราขึ้นไปกันแบบนี้ ถ้าเจ้าชายอนันตชัยรู้เข้า จะไม่โกรธหรือครับ” พุ่มข้าวบิณฑ์หันมาถาม เขาสัมผัสได้ถึงความขัดแย้งบางอย่างระหว่างเจ้าชายฝาแฝด

“ก็คงจะโกรธ” เจ้าชายอเนกชาติยักไหล่ “แต่ผมไม่สน”

“คุณตาที่เฝ้าปราสาทจะเดือดร้อนไหมคะ” เอเชียยังมีแก่ใจเป็นห่วงชายสูงวัยผู้มีหน้าที่เฝ้าเทวาลัย

“ตาแก่อัคคิไม่เป็นไรหรอก” เจ้าชายอเนกชาติหัวเราะเบาๆ “อีกอย่าง…ขึ้นไปตอนนี้ละ เป็นโอกาสดีที่สุด เพราะพี่ของผมกำลังจำศีล…”

“จำศีล…” เอเชียนึกประหลาดใจกับคำพูดนั้น

“ผมหมายถึง…ถือศีลน่ะ” เจ้าชายอเนกชาติอธิบาย “พี่ชายของผมจะเป็นผู้ประกอบพิธีนาคพลี และก่อนถึงวันทำพิธี…อนันตชัยจะต้องถือศีลอยู่ในหอนาคราชเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน ระหว่างนี้เขาจะออกไปไหนไม่ได้เด็ดขาด”

“หอนาคราช…” เอเชียพึมพำ สถานที่แต่ละแห่งในพนมนาคานั้นดูจะแปลกหูแปลกตาสำหรับเธอไปเสียทั้งหมด “คืออะไร อยู่ที่ไหนคะ”

“หอนาคราชเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในวิลลาของผมนั่นละ แต่พวกคุณคงไม่มีโอกาสได้ไปชมหรอก เพราะที่นั่นเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับบุคคลภายนอกจริงๆ ขนาดผมกับพี่ชาย ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ ต้องเป็นโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น” เจ้าชายหัวเราะกับความช่างซักช่างถามของหญิงสาว “แต่เชื่อผมเถิดว่า…ลำพังแค่ปราสาทประธานของนาคเทวาลัยแห่งเดียว…ก็คุ้มสุดคุ้มแล้ว ที่คุณทั้งสองจะยอมเสียเวลาบ่ายวันนี้ไปกับผม”

สุก สุกรีสตาร์ตรถ เสียงเครื่องยนต์เบาจนแทบไม่ได้ยิน เขาเลี้ยวรถและขับอ้อมทะเลสาบไปตามถนนอีกสายหนึ่งที่ทอดออกไปนอกเมือง คนละเส้นทางกับที่เอเชียและพุ่มข้าวบิณฑ์เคยปั่นจักรยานไปด้วยกัน

สองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้เขียวขจี หางนกยูงสีส้มแดงพลิ้วไหวอยู่บนปลายกิ่ง ราวมีชีวิต รถแล่นไปรวดเร็วหากทว่าแผ่วเบาและนุ่มนวล จนเอเชียนึกว่ากำลังเหาะ

ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ รถสีดำสนิทก็ลัดเลาะมาถึงด้านหลังของวิลลา

ประตูบานหนาหนักสลักเป็นรูปพญานาคเลื้อยพันกัน…เปิดออกกว้างโดยมือที่มองไม่เห็น…อาจจะมีรีโมตซ่อนอยู่ในรถ…เอเชียได้แต่นึก

สุก สุกรีเลี้ยวรถไปจอดที่โรงจอดรถด้านข้างวิลลา วันแรกที่ขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้ เอเชียไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ ว่าที่วิลลามีโรงรถขนาดใหญ่อยู่ด้วย

หญิงสาวก้าวลงจากรถ พร้อมกับกวาดสายตามองไปโดยรอบ ไม่เห็นว่าวันนี้จะมียามหรือคนรับใช้มากมายเหมือนกับวันนั้น อาคารที่รายอยู่โดยรอบมีแต่ความเงียบสงบ…บรรยากาศรอบกายนิ่งงัน มองดูไร้ชีวิต…เอเชียรู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ภาพเขียน มากกว่าเป็นของจริงที่จับต้องได้

“เอาละ…พร้อมแล้วหรือยัง”

เสียงทุ้มต่ำของเจ้าชายอเนกชาติดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาของเขาเปล่งประกายประหลาดอย่างที่เอเชียไม่เคยเห็นมาก่อน

“ถ้าพร้อม…ผมจะพาพวกคุณไปชมปราสาทประธาน ในรูปแบบพิเศษ…อย่างที่ไม่มีมนุษย์คนไหนเคยได้สัมผัสมาก่อน…”

Don`t copy text!