ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 4 : บ้านชมดาว

ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ บทที่ 4 : บ้านชมดาว

โดย : วิตต ตุลยธัญ

Loading

เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแชร์ร่าง! ‘ณดา’ ต้องรับภารกิจเป็นร่างทรงไทม์แชร์ให้สองวิญญาณข้ามฤดูหนาวและฤดูร้อน ในนวนิยายแฟนตาซี-ฟีลกู๊ด ‘ฤดูร้อนเป็นของเขา ฤดูหนาวเป็นของเธอ’ โดย วิตต ตุลยธัญ อ่านเลย

ณดาจำได้ว่าตอนเด็กๆ เธอมักจะรู้สึกตื่นเต้นกับฤดูหนาวอยู่เสมอ

ฤดูหนาวในความทรงจำของณดานั้นสวยงามราวกับช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ ในยามที่ลมหนาวพัดผ่านมา บรรยากาศรอบตัวเด็กหญิงก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากที่เคยเห็นแต่เสื้อนักเรียนสีขาวจนชินตา มองไปรอบตัวก็เห็นเพื่อนๆ ใส่เสื้อหนาวหลากสีสันมาอวดกัน จะไปที่ไหนก็เห็นแต่แสงไฟระยิบระยับอยู่เต็มไปหมด และทุกปีพ่อแม่ก็ยังพาณดาไปเที่ยวภาคเหนือเพื่อสัมผัสลมหนาวจนจุใจ

แต่หลังจากที่พ่อเสียไป เธอกับแม่ก็ไม่เคยเดินทางไปไหนในช่วงฤดูหนาวอีกเลย อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้แม่ระแวงไปกับทุกอย่างจนไม่กล้าทำอะไร แถมภาวะโลกร้อนก็ยังทำให้ฤดูหนาวในกรุงเทพฯ หดสั้นลงทุกทีจนเด็กหญิงแทบไม่เคยรู้สึกถึงบรรยากาศของฤดูหนาวอีกต่อไป

แล้วเวทมนตร์แห่งฤดูหนาวก็ค่อยๆ สูญสลายไปพร้อมๆ กับการเติบโตของณดา

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ณดาได้สัมผัสกับฤดูหนาวจริงๆ อีกครั้ง ณดาคุยกับแม่อยู่นานกว่าจะเกลี้ยกล่อมแม่จนยอมให้เธอมาทำงานที่เชียงดาวได้ ณดาไม่ได้บอกเรื่องที่เธอ ‘ถูกเชิญให้ออก’ จากบริษัทแต่อ้างว่าบริษัทส่งเธอไปฝึกงานที่โรงแรมในเชียงดาวเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัยการเดินทาง

ตอนนี้หนึ่งมนุษย์กับอีกสามดวงวิญญาณกำลังอัดแน่นกันอยู่ในรถญี่ปุ่นคันจิ๋วของณดา ข้อดีของการเดินทางกับดวงวิญญาณคือพวกเขาไม่มีสัมภาระอะไร ที่จริงพวกเขาไม่มีแม้แต่ร่างกายเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้ณดาไม่ค่อยสบายใจนักก็คือยมทูตที่กำลังนอนกรนอยู่ข้างๆ เธอในตอนนี้

“นี่เขานอนมาหลายชั่วโมงแล้วนะ ยมทูตอะไรขี้เซาชะมัด” อวัศยาเริ่มบ่นกับรวีที่เบาะหลัง ดูเหมือนว่าเสียงบ่นจะลอยไปถึงหูคนถูกนินทาเข้าพอดี

“ผมแค่พักสายตาเฉยๆ งานยมทูตมันเหนื่อยนะคุณ” ยมทูตพูดทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับเบาะที่เอนอยู่ให้ตั้งตรงพลางหาวหวอดออกมาดังๆ

“นี่คุณ…จำเป็นต้องมาด้วยจริงๆ เหรอ มียมทูตนั่งข้างๆ เวลาขับรถมันแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้” ณดาถาม

ยมทูตหันไปมองหน้าปัดนาฬิกาด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ “ผมก็แค่มาส่งพวกคุณเฉยๆ คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ ดวงคุณยังไม่ถึงฆาตวันนี้หรอก ผมรับประกันได้ แล้วนี่เราถึงไหนกันแล้วเนี่ย”

“อยู่สิงห์บุรีแล้วละ” ณดาหันมาบอกยมทูตด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

“หา! นี่สิบโมงแล้วเพิ่งถึงสิงห์บุรีเองเหรอ!”

“ก็ดูสปีดขับรถของนางก่อนสิ” อวัศยาที่นั่งอยู่เบาะหลังเริ่มบ่น “ขับแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบนี้ ไม่รู้จะถึงเชียงดาวกี่โมง ถ้าเป็นฉันนะ ป่านนี้ใกล้ถึงตากแล้ว บอกแล้วว่าให้ฉันเข้าร่างเธอตอนขับรถก็ไม่เชื่อ”

“ขับรถเร็วๆ น่ะมันอันตรายนะคุณ คุณไม่ได้ติดตามข่าวอุบัติเหตุทุกวันอย่างฉัน คุณไม่รู้หรอก อุบัติเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดจากการขับรถเร็วเกินไปกันทั้งนั้นแหละ”

ยมทูตทำหน้ายู่แล้วตั้งท่าจะหลับต่อ

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งหลับสิ ฉันว่าจะถามคุณอยู่พอดี ฉันอยากรู้ว่าเวลาที่วิญญาณเข้าร่าง แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนเหรอ ฉันต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่เข้าร่างตัวเองไม่ได้ อะไรอย่างนั้นหรือเปล่า”

ยมทูตส่ายหัวแล้วยิ้ม “พวกมนุษย์น่ะดูละครมากไปเลยเข้าใจว่าเวลาโดนสิง วิญญาณเจ้าของร่างต้องออกจากร่างไปบ้าง เข้าใจว่าเจ้าของร่างจะหลับอยู่ในร่างตัวเองบ้าง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย”

ยมทูตเว้นจังหวะหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ที่จริงมันก็คล้ายๆ เวลาที่คุณขับรถนี่แหละ ตอนนี้คุณขับรถอยู่ใช่มั้ย เวลามีคนเข้ามาสิงร่าง เขาก็เปลี่ยนมาเป็นคนขับแทน ส่วนคุณก็แค่ย้ายไปนั่งเบาะข้างๆ จะดูวิวหรือจะหลับก็ได้ แล้วแต่คุณเลย”

ณดาพยักหน้าแม้จะยังไม่เข้าใจนักก็ตาม

“แล้วนอกจากพวกเขา” ณดาเอนหัวไปทางเบาะหลังที่อวัศยากับรวีนั่งอยู่ “ฉันจะเห็นผี…เอ้ย ดวงวิญญาณอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า”

“ไม่หรอก” ยมทูตหัวเราะ “คุณรู้มั้ยว่าที่จริงแล้วโลกนี้น่ะมีวิญญาณอยู่เต็มไปหมดเลยนะ แต่มนุษย์มองไม่เห็นเพราะอยู่กันคนละมิติ ยกเว้นคนที่ผ่านความตายมาและได้รับญาณวิเศษอย่างคุณถึงจะมองเห็นได้ แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็มองเห็นได้แต่ดวงวิญญาณที่มีเวรกรรมเชื่อมโยงกับคุณเท่านั้นแหละ คุณไม่ได้มองเห็นดวงวิญญาณทุกดวงหรอก”

ณดาถอนหายใจอย่างโล่งอก ในขณะที่ยมทูตตั้งท่าจะหลับต่อ

“เออ แล้วทำไมคุณถึงมาทำโรงแรมที่เชียงดาวล่ะ” ณดาชวนอวัศยาคุยบ้าง

“มันเป็นที่ดินมรดกที่ฉันกับน้องชายได้จากพ่อแม่ที่เสียไปน่ะ พ่อแม่ฉันรักเชียงดาวมากเลยซื้อที่ผืนนี้เอาไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังเด็ก มันเป็นที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับพวกเรามาก พอโตขึ้นฉันก็เกิดไอเดียว่าอยากจะใช้ที่ดินผืนนี้ทำโรงแรมน่ะ แล้วน้องชายฉันเขาก็เป็นสถาปนิกพอดี”

“น้องชายคุณก็ฟังดูเป็นคนเก่งนะ ทำไมคุณถึงห่วงว่าเขาจะดูแลโรงแรมต่อไปไม่ได้ล่ะ” รวีถามขึ้น

“เก่งน่ะใช่ แต่คิรินเป็นคนใจดีเกินไป เขาไม่ได้มีเขี้ยวเล็บแบบฉัน ฉันกลัวว่าคิรินจะสู้รบปรบมือกับพวกคนเลวๆ ไม่ได้น่ะสิ โดยเฉพาะไอ้โรงแรมคู่แข่งที่มันคอยมากลั่นแกล้งพวกเราอยู่ตลอดเวลา”

“เออ แล้วน้องชายคุณเขาจะโอเคเหรอที่ฉันมาขอทำงานพาร์ตไทม์แค่สี่เดือนแบบนี้ แล้วฉันก็ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานโรงแรมมาก่อนเลยด้วย”

“โอเคสิ คิรินน่ะเขาเป็นพวกเปิดกว้างอยู่แล้ว เขาชอบนะเวลาที่มีคนที่มีประสบการณ์ด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานโรงแรมมาทำงานแบบนี้ เขาเคยบอกฉันว่ามันทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ ดี”

ตกเย็นรถสปีดหอยทากของณดาก็มาได้แค่ครึ่งทาง พวกเขาจึงตัดสินใจพักค้างคืนกันที่กำแพงเพชร เมื่อเห็นว่าการเดินทางยาวนานกว่าที่คิด ยมทูตจึงขอแยกตัวไปทำภารกิจและฝากดวงวิญญาณทั้งสองให้ณดาเป็นผู้ดูแลอย่างเป็นทางการ

 

รถของณดามาถึง “บ้านชมดาว” โรงแรมของอวัศยาในช่วงบ่ายของวันต่อมา

เมื่อเปิดประตูรถ กลิ่นอายของลมหนาวก็ลอยเข้ามาแตะจมูกของณดา หญิงสาวสูดกลิ่นลมหนาวจนฉ่ำใจก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมา ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ณดาก็รู้สึกสงบอย่างแปลกประหลาด

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหญิงสาวในตอนนี้คืออาคารหลังคามุงจากทรงกลมที่มีโครงสร้างเป็นไม้ไผ่ เป็นอาคารที่ดูแปลกตาแต่กลับกลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบอย่างลงตัว อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของล็อบบี พื้นที่ภายในดูโอ่โถงแต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน โครงสร้างไม้ไผ่ดัดโค้งพุ่งจากพื้นขึ้นไปรับโครงเพดานด้านบนที่ประดับด้วยหวายสาน โคมไฟทรงกลมรูปร่างคล้ายตะกร้าโรยตัวลงมาจากฝ้าเพดานที่ลดหลั่นเป็นระดับอย่างสวยงาม แสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องสะท้อนแสงเงาลงบนพื้นหินขัดมันสีน้ำตาลอ่อน

ทันทีที่ณดาเดินเข้าไปในล็อบบี พนักงานหญิงในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำตาลก็เดินเข้ามาทักทาย “คุณณดาหรือเปล่าคะ หนูฝ้ายนะคะ พอดีตอนนี้คุณคิรินติดประชุมอยู่ เลยให้หนูมาช่วยพาคุณณดาไปที่ห้องพักก่อนค่ะ”

ฝ้ายพาณดาเดินออกจากล็อบบีแล้วลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ไผ่ด้านหลัง สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกเวอร์บีนาสีม่วงอ่อนที่บานสะพรั่งราวกับผืนพรมจากธรรมชาติ กลีบดอกไม้บางเบาลู่ไหวไปตามสายลมพร้อมกับส่งกลิ่นหอมเบาๆ ลอยมาในอากาศ

โรงแรมแห่งนี้ไม่ใช่ตึกสูงโอ่อ่า แต่เป็นกลุ่มอาคารไม้สองชั้นที่โอบรอบบึงน้ำตรงกลาง อาคารแต่ละหลังตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวสด แสงแดดรำไรส่องผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้เกิดเป็นเงาวูบไหวบนผืนดิน เบื้องหลังอาคารทั้งหมดคือทิวเขาสีน้ำเงินอมม่วงที่ลดหลั่นสลับชั้นราวกับภาพวาด

ห้องพักของณดาตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารไม้หลังหนึ่งที่มุมด้านในสุด ผนังห้องสีเอิร์ธโทนเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้และผ้าบุสีเขียวตองอ่อน ระเบียงห้องนอนด้านหนึ่งเปิดไปสู่วิวภูเขาที่มองไปสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศในห้องชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

“คุณณดาพักผ่อนได้ตามสบายเลยนะคะ ถ้ามีอะไรให้ฝ้ายช่วยก็บอกได้เลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” ณดาทำท่าลังเลก่อนจะพูดเสียงเบา “ถ้าณดาจะขอแบบแปลนของที่นี่หน่อยได้ไหมคะ”

ฝ้ายเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำขอ “แบบแปลน…ของที่นี่เหรอคะ”

“ใช่ค่ะ เออ…แบบว่าเอาไว้เก็บเป็นที่ระลึกเฉยๆ น่ะค่ะ” ณดาหัวเราะแห้งๆ

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูเอามาให้นะคะ” ฝ้ายยิ้มกว้างให้ณดาอีกครั้ง

หลังจากฝ้ายออกจากห้องไป อวัศยาก็ถามณดา “เธอจะเอาแบบแปลนไปทำไมเหรอ”

“ฉันก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนน่ะสิ ถ้าเกิดไฟไหม้หรือแผ่นดินไหวขึ้นมาจะได้ไม่ลนลาน ฉันรู้นะว่าโอกาสที่เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นมันน้อยมาก แต่มันก็เกิดขึ้นได้ เตรียมตัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ”

อวัศยาอึ้งไปพักหนึ่งแต่แล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้ดวงวิญญาณสาวจะเริ่มคุ้นเคยกับนิสัยขี้กังวลของเพื่อนใหม่มากขึ้นแล้ว

ฝ้ายกลับมาที่ห้องอีกครั้งพร้อมแบบแปลนในมือ “ถ้าคุณณดาพร้อมแล้ว ไปพบคุณคิรินได้เลยนะคะ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวสักครู่ฉันเดินไปนะคะ”

“เธอพร้อมแล้วใช่มั้ย” อวัศยาถามย้ำอีกครั้งหลังจากที่ฝ้ายเดินออกไป

“อืม ฉันพร้อมแล้ว”

แล้วอวัศยาก็ค่อยๆ เดินผ่านเข้ามาในร่างของณดา หญิงสาวรู้สึกถึงกระแสความเย็นที่แล่นผ่านร่างไป มันเป็นความเย็นยะเยือกที่ทำให้ณดาขนลุก เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนณดาไม่ทันตั้งตัว

(เธอโอเคใช่มั้ย) เสียงของอวัศยาดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นไม่ได้มาจากภายนอก แต่ดังก้องกังวานจากภายในหัวของณดา

(ฉันโอเค นี่คุณอยู่ในร่างฉันแล้วใช่มั้ย) ณดาไม่ได้ตอบด้วยเสียงพูด แต่ตอบไปด้วยเสียงในหัวเช่นกัน

(ใช่ ฉันอยู่ในร่างเธอแล้ว) อวัศยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นต้น (เธอไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาษณ์นะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง)

การเป็นร่างทรงนั้นเหมือนกับที่ยมทูตพูดไว้จริงๆ ตัวณดาเองก็ยังอยู่ในร่างนี้อยู่ เพียงแค่ตอนนี้เธอปล่อยให้อวัศยาเป็นคนควบคุมร่างเท่านั้น

(โอเค ถ้าพร้อมแล้ว งั้นเราเริ่มกันเลยนะ)

จู่ๆ หัวใจของณดาก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมา หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเธอตื่นเต้นเพราะการสัมภาษณ์ที่กำลังจะมาถึงหรือเพราะ ‘ผู้เช่าคนใหม่’ ที่อยู่ในร่างเธอตอนนี้กันแน่

 



Don`t copy text!