ธำมรงค์เลือด บทที่ 12 : ใจคน

ธำมรงค์เลือด บทที่ 12 : ใจคน

โดย : พงศกร

ธำมรงค์เลือด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาและพงศกรอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์…เรื่องราวของบุรุษลึกลับที่เทียวกลับมาที่ร้านของคุณไลยหลายครั้งหลายหน เพื่อตามหาแหวนโบราณวงหนึ่ง…แหวนไพลินที่ทำขึ้นมาในสมัยอยุธยา และคือจุดเริ่มต้นของความรัก ความแค้น ความพยาบาทที่ผูกพันมาแต่อดีตและเป็นแหวนที่จะเชื่อมโยงชะตากรรมของทุกคนเข้าด้วยกัน

เป็นความฝันที่แปลกประหลาดพิสดารที่สุดในชีวิต แม้เมื่อตื่นมาแล้ว ปะวะหล่ำก็ยังจดจำแววตาของชายหนุ่มในความฝันของเธอได้แม่น

ดวงตาวาวโรจน์ของนายหาญและนายทัพมีแสงเรืองแลดูน่ากลัว มีหลายหลากอารมณ์ผสมปนเปอยู่ในนั้น ไม่น่าเชื่อว่าแค่เห็นเศษศิลาจากกรุใต้พระปรางค์เพียงชิ้นเดียว จะทำให้เธอเก็บเอามาฝันเป็นเรื่องเป็นราวได้ถึงขนาดนี้

หลังจากเปิดร้านเสร็จเรียบร้อย ยังไม่มีลูกค้า ปกติแล้วลูกค้าของร้านไลยมักจะแวะมาช่วงเย็นจนถึงค่ำ ยายหลานจึงมีเวลาได้นั่งคุยกันสบายๆ ปะวะหล่ำเลยถือโอกาสบอกคุณไลยว่า เธอตัดสินใจจะไปช่วยปีธวัชทำงานบูรณะกรุพระปรางค์น้อยที่วัดราชธิดา และผู้สูงวัยก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด

“ไปเถิดแป้ม” คุณไลยอนุญาต “ไม่ต้องห่วงร้าน ไม่ต้องห่วงยาย ตอนนี้ลูกค้าน้อยลงเยอะ ยายกำลังคิดว่าตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปจะไม่เปิดร้านรอรับลูกค้าจรแล้ว รับแต่ลูกค้าประจำก็น่าจะพอ ใช้วิธีนัดหมายเข้ามาช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์น่าจะดีกว่า ส่วนวันธรรมดาแป้มก็ไปทำงานให้เต็มที่”

“หนูคิดว่าจะขับรถไปกลับ” ปะวะหล่ำนึกวางแผน “จะได้กลับมานอนเป็นเพื่อนยาย”

“ไม่ต้องหรอก ยายอยู่ได้ มีแม่มลอยู่เป็นเพื่อนแล้ว” คุณไลยหมายถึงแม่บ้านคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมานานจนกลายเป็นเหมือนกับญาติแท้ๆ “เดินทางไปกลับแป้มเหนื่อยแย่…อีกอย่าง ถ้าวันไหนเกิดเลิกงานค่ำ ขับรถกลับมาคนเดียวยายเป็นห่วง”

“แต่…” หญิงสาวลังเล

“เขามีที่พักให้ไม่ใช่หรือ” คุณไลยถาม

“ค่ะ” ปะวะหล่ำพยักหน้าตัดสินใจ “พี่ปีบอกจะจัดที่พักให้ที่รีสอร์ตใกล้ๆ ไม่ต้องไปพักรวมกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ”

“งั้นก็ไปเถอะ” คุณไลยส่งยิ้มให้หลานสาว พอจะรู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ระหว่างปะวะหล่ำกับปีธวัชอยู่บ้าง แต่เธอเชื่อมั่นในตัวหลาน ปะวะหล่ำมีวุฒิภาวะ มีความเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ เธอมั่นใจว่าปะวะหล่ำจะทำทุกอย่างด้วยความคิด ไม่ใช่อารมณ์และความรู้สึก

“จะไปไหนกันหรือคะ” เสียงใสๆ ของใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหน้าร้าน

เพลงภัทรนั่นเอง เธอผลักประตูเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เพื่อนของปะวะหล่ำเดินเข้ามาร่วมวงคุยด้วยอย่างสนิทสนม

“แป้มจะไปไหนหรือ”

“ฉันจะไปช่วยงานรุ่นพี่ที่อยุธยาน่ะ” ปะวะหล่ำตอบสั้นๆ พยายามจะไม่เหลือบตามองธามนิธิ หล่อนรู้สึกได้ถึงสายตาแรงกล้าที่มองตรงมาอย่างเปิดเผย

“งานอะไร แล้วร้านล่ะ แป้มไม่อยู่ใครจะช่วยคุณยาย แล้วนี่จะไปเมื่อไหร่ ไปนานไหม” เพลงภัทรยิงคำถามเป็นชุด

“เดี๋ยว ใจเย็น” ปะวะหล่ำยกมือห้าม “ค่อยๆ ถาม ฉันตอบไม่ทัน”

“เอาคำถามแรกก่อน เธอไปช่วยงานอะไร” เพลงภัทรนั่งลงข้างๆ ปะวะหล่ำ เธอกวักมือให้ธามนิธิเดินมานั่งด้วยกัน

“งานขุดกรุน่ะ” ปะวะหล่ำพึมพำ

“ขุดกรุ” เพลงภัทรอุทานเสียงตื่นเต้น “กรุสมบัติโบราณเหรอ”

“เป็นกรุที่อยู่ในพระปรางค์” ปะวะหล่ำอธิบาย “คนสมัยก่อนสร้างขึ้นเพื่อบรรจุสมบัติ ถวายเป็นพุทธบูชา”

“พระปรางค์วัดอะไรอะ” เพลงภัทรถามไปอย่างนั้น น้ำเสียงเหมือนไม่ได้อยากรู้จริงๆ

“วัดราชธิดา” ปะวะหล่ำพึมพำเสียงแผ่ว ว่าจะไม่บอก แต่รู้นิสัยของเพลงภัทรดีว่าถ้าไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เธอคงไม่ยอมจบง่ายๆ

“อุ๊ยเริ่ด สังวาลที่เพลงขายไปก็มาจากกรุวัดนี้” เพลงภัทรอุทานกรี๊ดกร๊าด

“ใช่จ้ะ” คุณไลยพยักหน้า “มาจากที่นั่นละ สังวาลของหนูได้มาจากพระปรางค์ประธาน หลายวันก่อนมีขโมยไปขุดซ้ำอีก เลยสันนิษฐานว่าน่าจะมีกรุซ่อนอยู่ข้างใต้อีกชั้น…ทางการเลยส่งทีมไปสำรวจ ยัยแป้มก็เลยจะไปช่วยเขา”

“เพลงอยากไปด้วยจังเลย อยากไปเห็นสมบัติในกรุกับตาตัวเอง น่าสนุก…” เพลงภัทรทำตาเคลิ้มฝัน “ทั้งเงิน ทั้งทอง เพชรพลอย คงจะวาววับ สว่างไสวไปจนทั่วทั้งกรุเลยเชียวละ”

“นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปคิด แต่ของจริงไม่สวยงามเหมือนในหนังในละครหรอกนะ” ปะวะหล่ำดับฝันเพื่อน “พระปรางค์ที่เราไปช่วยเขาขุดองค์นี้ สร้างเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของพระราชธิดา…แถมยังเคยโดนขโมยขุดสมบัติไปแล้วด้วย”

“นั่นละ เพลงขอไปดูหน่อยนะแป้ม” เพลงภัทรยังไม่ยอมแพ้

“ไม่ได้” ปะวะหล่ำเสียงเข้ม

“ทำไมจะไม่ได้” เพลงภัทรเสียงเข้มเช่นกัน

“งานขุดค้นแบบนี้ เขาไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปยุ่ง” ปะวะหล่ำบอก “อีกอย่าง ที่ไซต์งานอากาศก็ร้อน ฝุ่นก็เยอะ ไม่เหมาะกับเธอหรอก”

“ฟังแบบนี้แล้ว…เธอยิ่งต้องให้ฉันไปด้วย” เพลงภัทรมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ทำไม” ปะวะหล่ำนิ่วหน้า

“เพราะฉันกำลังจะสมัครเรียนโบราณคดีเหมือนเธอยังไงล่ะ จำไม่ได้แล้วหรือ”

ปะวะหล่ำอ้าปากค้าง…จริงด้วย เพลงภัทรเคยบอกเธอไว้เช่นนั้น

หญิงสาวหันไปหัวร่อต่อกระซิกกับเพื่อนชาย ร้องถามเขาว่า

“ใช่ไหมธาม”

“ผมว่าถ้าให้เพลงลองไปสังเกตการณ์ดูสักหน่อย ก็คงจะดีนะคุณแป้ม” เขาเห็นด้วยกับเพลงภัทร “ไปดูให้เห็นของจริงว่านักโบราณคดีเขาทำงานกันอย่างไร จะได้ประกอบการตัดสินใจว่าควรจะเรียนดีไหม ให้รู้กันไปเลย ถ้าไม่ชอบจะได้ไม่เสียเวลาอีก”

“ไม่ได้” ปะวะหล่ำยังยืนกราน “ฉันไม่ใช่เจ้าของโปรเจกต์ อนุญาตแทนพี่เขาไม่ได้หรอก”

“ถ้างั้นแป้มก็ลองขออนุญาตพี่เขาให้เพลงสิจ๊ะ…แค่นี้ทำให้เพื่อนไม่ได้เหรอ” เพลงภัทรทำเสียงออดอ้อน “เพลงแค่ขอไปดูพอให้เห็นภาพเท่านั้นเอง สัญญาว่าจะไม่รบกวนอะไรเลย…นะแป้มนะ”

“ไม่” ปะวะหล่ำรู้จักเพลงภัทรดี หากไปขอปีธวัชให้เพื่อนไปร่วมสังเกตการณ์การทำงาน เธอมองเห็นปัญหารออยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด “ถ้าเพลงอยากเรียนโบราณคดี อยากรู้ว่าจบไปแล้วจะต้องทำงานอะไรอย่างไรละก็…เพลงลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของคณะก็ได้ เขามีคลิปให้ดู มีคำแนะนำให้อ่านออกจะเยอะแยะ”

“แป้มใจร้าย” เพลงภัทรเริ่มไม่พอใจ เธอไม่ชอบถูกใครขัดใจ

“นี่แน่ะเด็กๆ…ยายว่าอย่ามัวแต่เถียงกันเลย…ตกลงที่หนูเพลงแวะมาที่ร้านวันนี้มีอะไรหรือเปล่า” คุณไลยเห็นท่าไม่ค่อยดี จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“มีสิคะคุณยาย…ธุระสำคัญเลยเชียวละ” เพลงภัทรทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “เพลงอยากขายเครื่องประดับอีกสักชิ้นน่ะค่ะ”

“ขายเครื่องประดับ” คุณไลยอุทาน ก่อนจะหันไปสบตากับปะวะหล่ำ “แต่หนูเพิ่งได้เงินไปสิบล้านเองนะคะ”

“เพลงใช้หมดแล้วค่ะ” เพลงภัทรตอบง่ายๆ สบายๆ น้ำเสียงเหมือนพูดถึงเงินหลักร้อยหลักพัน

“หา” คราวนี้คนที่ร้องอุทานก็คือปะวะหล่ำ “หมดแล้ว…เงินตั้งสิบล้าน เธอใช้หมดแล้วหรือเพลง”

“ฮื่อ” เพลงภัทรพยักหน้าง่ายๆ “เพลงเพิ่งไปซื้อคอนโดน่ะ”

“ซื้อคอนโด” คราวนี้ปะวะหล่ำกะพริบตาปริบๆ “เธอจะย้ายออกจากบ้านหรือ”

“ใช่ เพลงตัดสินใจว่าจะแยกออกมาอยู่เอง” เพลงภัทรพยักหน้า

“แล้วคุณแม่…” ปะวะหล่ำนึกไปถึงคุณเกษเกล้า

“แม่ยังไม่รู้…ให้รู้ไม่ได้หรอก ขืนรู้ก็ไม่ยอมให้เพลงซื้อน่ะสิ”

“แต่ถ้าคุณแม่รู้ทีหลังก็เป็นเรื่องอยู่ดี” ปะวะหล่ำไม่เข้าใจตรรกะของอีกฝ่าย

“ถึงตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว” เพลงภัทรว่า “แป้ม…เพลงโตแล้วนะ บรรลุนิติภาวะแล้ว เงินที่ซื้อก็เงินของเพลง ไม่ได้รบกวนคุณแม่สักบาท”

ปะวะหล่ำฟังแล้วอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ขณะที่เพื่อนของเธอยังบรรยายต่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“ที่จริงเพลงก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก เผอิญวันก่อนลองแวะไปดูคอนโดกับธาม เห็นว่าทำเลดี อยู่กลางเมือง ตกแต่งก็สวย พร้อมจะเข้าอยู่ได้แล้ว เหลือแค่ห้องนี้ห้องเดียว ถ้าไม่ตัดสินใจตอนนั้น กลับมาวันหลังอาจจะไม่อยู่แล้ว…คิดได้แบบนั้นเพลงก็ตัดสินใจซื้อเลย” เพลงภัทรพูดถึงการซื้อคอนโดมิเนียมเหมือนกับการไปจ่ายตลาด “เอาไว้เพลงย้ายเข้าไปอยู่เมื่อไรแป้มแวะไปปาร์ตีได้นะ ราคาแค่เก้าล้านนิดๆ เพลงไม่อยากผ่อนก็เลยจ่ายเงินสดไป…ตอนนี้เงินก็เลยหมด…”

ประโยคสุดท้ายเสียงของหญิงสาวอ่อนอ่อย เพลงภัทรช้อนตาขึ้นมองคุณไลยด้วยท่าทางน่าสงสาร

“เลยต้องหยิบเอาสมบัติออกมาขายอีกสักชิ้นสองชิ้นค่ะ”

ปะวะหล่ำเหลือบมองไปทางชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ เพลงภัทร ส่งสายตาเป็นทำนองถามว่า…นี่คุณไม่ห้ามยัยเพลงเลยหรือ…

ธามนิธิยักไหล่ ส่งสายตาเหมือนจะย้อนถามปะวะหล่ำว่า…คุณไม่รู้จักเพื่อนของคุณหรือไง คนอย่างเพลงภัทรอยากได้อะไรต้องได้ ไม่มีใครห้ามได้หรอก…

“นี่ค่ะ”

เพลงภัทรหยิบแหวนทองวงหนึ่งออกมาวางตรงหน้าคุณไลย และทันทีที่ได้เห็น ผู้สูงวัยก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ด้วยแหวนโบราณวงนั้นเป็นแหวนรังแตน มีไพลินเม็ดเขื่องประดับเป็นยอดแหวน รายล้อมด้วยไพลินเม็ดเล็กๆ อีกเจ็ดเม็ด

“แหวนไพลิน…” คุณไลยหันไปสบตากับปะวะหล่ำ ริมฝีปากของผู้สูงวัยสั่นระริก ประกายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และปะวะหล่ำก็รู้ดีว่าทำไม

“ของจากกรุวัดราชธิดาเช่นกันค่ะ” เพลงภัทรยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “คุณทวดเขียนกำกับเอาไว้ชัดเจน…คุณยายคิดว่าลูกค้าคนนั้นของคุณยายเขาจะสนใจไหมคะ”

“สนสิหนูเพลง คุณสีหราชต้องสนแน่ๆ” คุณไลยรีบตอบ หัวใจของผู้สูงวัยเต้นรัวเร็ว…เร็วเท่าที่อายุและสังขารของเธอจะอำนวย “เขาตามหาแหวนลักษณะนี้มานานแล้ว”

“ดีค่ะ” เพลงภัทรยิ้ม ด้วยเห็นเงินก้อนใหญ่มารออยู่ตรงหน้า

“หนูฝากยายไว้เหมือนคราวที่แล้วก็ได้นะจ๊ะ…อยากได้ราคาเท่าไรก็แจ้งไว้ คุณสีหราชแวะมา ยายจะได้เอาแหวนให้เขาดูว่าใช่วงที่เขาตามหาอยู่หรือเปล่า”

คุณไลยเอื้อมมือไปหมายจะหยิบแหวนมาเก็บไว้ หากเพลงภัทรรีบคว้าแหวนกลับไปเสียก่อน

“ไม่ฝากดีกว่าค่ะ เพลงอยากเจอเขาด้วยตัวเอง ลูกค้ารายใหญ่แบบนี้…เพลงคิดว่าควรจะได้พบกับเขาสักครั้ง” น้ำเสียงของเพลงภัทรแฝงด้วยความระริกระรื่น “คุณสีหราชอะไรนั่น คุณยายช่วยนัดเขาได้ไหมคะ”

“เห็นจะไม่ง่ายนักหรอก ยายไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเขา” คุณไลยถอนใจเบาๆ

“อ้าว” เพลงภัทรเลิกคิ้ว “แล้วเวลามีของเข้ามา คุณยายติดต่อกันอย่างไรล่ะคะ”

“รอให้เขาแวะมาเอง” คุณไลยตอบตามตรง “คุณสีหราชแวะมาบ่อย ยิ่งมีของที่เขาต้องการเข้ามาที่ร้าน…ไม่นานเขาก็แวะเข้ามาเอง…เหมือนจะรู้”

“แปลก” เพลงภัทรพูดสั้นๆ ไม่ขยายความว่าอะไรที่แปลก

ปะวะหล่ำสังเกตเห็นร่องรอยไม่พอใจพาดผ่านดวงหน้าสวยจัดของอีกฝ่าย นึกเดาได้ว่าเพลงภัทรคงจะไม่ไว้ใจ เพื่อนของเธออาจจะคิดว่าคุณไลยกำลัง ‘สกัด’ ไม่ยอมให้หล่อนเจอลูกค้าระดับวีวีไอพีของร้าน ถึงตรงนี้ ปะวะหล่ำก็เริ่มจะไม่พอใจเพลงภัทรขึ้นมาเช่นกัน

ยายอุตส่าห์ช่วย…ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ

“เอาอย่างนี้ดีไหมคะ” เพลงภัทรไม่สนใจว่ายายหลานกำลังคิดอะไร

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพแหวนรังแตนหัวไพลินในหลายๆ มุม เมื่อถ่ายจนพอใจแล้วก็รีบเก็บแหวนใส่กระเป๋าตามเดิม

“เพลงจะส่งภาพแหวนวงนี้ให้ไว้ที่แป้ม ถ้าหากคุณสีหราชบังเอิญแวะมาที่ร้าน…” เพลงภัทรเน้นคำว่า ‘บังเอิญ’ อย่างจงใจ “คุณยายลองให้เขาดูรูปแหวน ถ้าหากคุณสีหราชสนใจ อยากซื้อ…รบกวนคุณยายช่วยนัดเวลาให้เพลงหน่อยได้ไหมคะ…สำหรับแหวนวงนี้ เพลงอยากเป็นคนคุยเรื่องราคากับเขาด้วยตัวเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางเหมือนอย่างครั้งที่แล้ว…คุณยายคงไม่ว่าอะไรนะคะ…”

 

“เพลงไม่น่าพูดกับคุณยายแบบนั้น ไม่น่ารักเลยนะครับ”

ทันทีที่ขึ้นนั่งรถ ธามนิธิก็หันไปตำหนิเพื่อนสาว ขนาดเขาเป็นคนไม่ค่อยสนใจอะไร ยังรู้สึกว่าเพลงภัทรเสียมารยาท

“เพลงพูดเบาที่สุดแล้วนะธาม นี่ถ้าไม่ใช่คุณยายของแป้ม เพลงอาจจะพูดแรงกว่านี้ก็ได้ คุณไม่เห็นสายตาของคุณยายเหรอ…เห็นแหวนเหมือนเห็นขุมสมบัติ ในหัวคงจะคำนวณอยู่ละสิ…ว่าจะบวกกำไรเท่าไหร่ดี”

“ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น” ธามนิธิส่ายหน้า เขาไม่คิดว่าคุณไลยจะทำอย่างที่เพลงภัทรระแวง แม้จะเคยพบหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง หากท่าทางของหญิงสูงวัยคนนั้นดูจริงใจ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนอย่างร้านเครื่องประดับโบราณอื่นๆ ที่เขาเคยเห็น “คุณยายจะทำแบบนั้นไปทำไม”

“แม่ค้านะคะ ต่อให้ร้านดูไฮโซยังไง แต่เจ้าของก็คือคนค้าคนขาย” เพลงภัทรแค่นเสียง “ยังไงก็ต้องหวังกำไรบ้างละ…ไม่ได้เปิดร้านเพื่อทำการกุศลนะธาม”

“เขาอาจจะคิดเปอร์เซ็นต์กับคนอื่น แต่กับเพลง…คุณยายก็บอกนี่ว่าไม่เอาส่วนแบ่งอะไรเลย” เขาจำได้ว่าเพลงภัทรเล่าให้ฟังเช่นนั้น

“แกก็พูดไปอย่างนั้นละ” เพลงภัทรยังเชื่อมั่นในความคิดของตน “ของจริงจะบวกไปอีกเท่าไร เราก็ไม่รู้ ไม่อย่างนั้นจะกันท่า ไม่ยอมให้เพลงได้เจอกับคุณสีหราชโดยตรงเหรอ”

“แต่คุณยายก็รับปากแล้วนี่ว่าจะนัดให้” ธามนิธิว่า

“เพราะเพลงไม่ยอมทิ้งแหวนไว้ให้เหมือนคราวก่อนยังไงล่ะ” เพลงภัทรเม้มริมฝีปาก

“ถ้าจะคิดแบบนี้ ผมคงไม่มีอะไรจะพูดแล้วละ…เอาไว้ถ้าเจอคุณสีหราช เพลงก็ลองถามเขาดูก็แล้วกัน” ธามนิธิไม่อยากเถียงด้วย

เขารู้จักเธอมานาน…รู้จักดีจนไม่อาจจะทำใจคบหากับอีกฝ่ายแบบคนรักได้ ธามนิธิคิดว่าหากจะเลือกผู้หญิงสักคนมาเป็นแม่ของลูกแล้วละก็ คนนั้นต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาคนนี้แน่

เพลงภัทรเหมาะกับการคบเล่นๆ เป็นเพื่อนพูดคุยสนุกสนาน แต่ไม่เหมาะจะร่วมชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข

“ไม่ต้องกลัว…เพลงถามแน่” เพลงภัทรว่า “และจะไม่ประหลาดใจเลย ถ้าคุณสีหราชจะตอบว่าเขาจ่ายเงินค่าสังวาลไปสิบสองล้าน แต่คุณยายตัวแสบให้เพลงมาแค่สิบล้าน แล้วเก็บเอาไว้เองอีกสองล้าน…”

 



Don`t copy text!