อุมาวสี บทที่ 29 : จูบที่สาม

อุมาวสี บทที่ 29 : จูบที่สาม

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

บนรถประจำทางยูโรปรับอากาศที่กำลังวิ่ง อุมาวสีแว่วสัญญาณริงโทน จอโทรศัพท์เคลื่อนที่โชว์เบอร์และชื่อนวมินทร์

รายนี้ชักจะกังวล อิทธิพลของเขาเริ่มแทรกซึม ทั้งที่หัวใจหล่อนป้องกันแน่นหนา

“ผมเสียใจครับ ไม่ได้ไปส่งคุณอุ”

“อุเข้าใจสถานการณ์ค่ะ อีกประมาณครึ่งชั่วโมงรถเมล์ก็จะถึงปากซอย”

“มิน่า ผมได้ยินเสียงแทรกรบกวน ถามจริงๆ เถอะ คุณอุรู้สึกยังไงต่อผม”

ดรุณีเฉิดโฉมสูดลมหายใจลึก กล่าวเสียงหนักแน่น

“เพื่อนต่างเพศอัธยาศัยใจคอน่าคบ ลูกค้าสวนอาหารรายเดียวที่อุสนิทที่สุดค่ะ”

นวมินทร์ไม่ประหลาดใจจนนิดเดียว นึกล่วงหน้าว่าจะได้รับคำตอบทำนองนี้ ฝากรักหรือ เขารู้อะไรควรไม่ควร ถึงอย่างไรหัวใจก็ยังมีศีลธรรม ไม่ปล่อยให้อำนาจฝ่ายต่ำยึดครองมากนัก

“อยากจะให้คุณอุเดา เสียงเรียกเข้ามือถือของผม เพลงอะไรครับ”

“สากลกระมังคะ”

“เพลงไทยอมตะเพลงหนึ่ง รักคนมีเจ้าของ”

เด็กสาวเผลอยิ้มจืดชืด ทำไมจะไม่รู้ว่าเขาจีบอย่างสุภาพ ชั้นเชิงสูง ไม่ถึงกับหวั่นไหวแต่ไม่ชอบฟัง

“น่าจะเปลี่ยนใหม่เป็นเพลงรักข้ามรุ่น พี่โฉมเธอจะได้ปลื้ม”

“ไม่เปลี่ยนเด็ดขาดครับ เคยย้ำหลายครั้งแล้ว พี่โฉมเป็นสิ่งเกะกะกีดขวาง และส่วนเกิน”

“เธอจะเสียใจมาก ถ้าได้ยินคำนี้จากปากคุณมินทร์”

“ช่วยไม่ได้ ความจริงก็คือความจริง” ชายหนุ่มเว้นระยะหน่อย “ทราบจากปากพี่กุล คุณอุตกอยู่ในสถานะที่น่าเป็นห่วงครับ ผมอยากจะช่วยกอบกู้”

กอบกู้ได้อย่างไรเล่า มันเป็นสถานการณ์ทางครอบครัวพิชญ์ หลายคนตั้งหน้าตั้งตาเป็นศัตรูหล่อน ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดการแตกแยก

สมมุติการแก้ไขหมายถึงหอบผ้าหนีไปอยู่กับนวมินทร์ อย่างนี้จะเข้าทางของศัตรู ทำไม่ได้เด็ดขาด

“ขอบคุณในความหวังดี ปัญหาของอุ อุต้องแก้ไขเองค่ะ”

การสนทนาสิ้นสุด ต่างฝ่ายต่างวางสาย

นวมินทร์หยิบเศษกระดาษข้อความขึ้นมาอ่านอีกครั้ง สมองใคร่ครวญสุขุม สองจิตสองใจลังเล ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่โทร.ไป

เจ้าของนามแฝง “ผู้หวังดี” เป็นใครไม่รู้ ไม่เชื่อว่าหวังดีบริสุทธิ์ แต่มีวาระซ่อนเร้น

เขาจะต้องตั้งระบบไม่โชว์เบอร์สำหรับหมายเลขไม่พึงประสงค์เสียก่อน จึงจะติดต่อกับเจ้าของข้อความลึกลับ

ใช่…อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์ของอุมาวสี

O         O         O         O

เมื่อผ่านเข้าประตูรั้ว อุมาวสีก็พบพิณทิพย์เดินเร็วออกกำลังกายที่สนาม พี่สาวพิชญ์ชะลอฝีเท้าลง พักอิริยาบถ

“วันนี้เธอกลับมาช้ากว่าปกติตั้งชั่วโมง”

“พี่แนทก็ทราบข่าวจากพี่โฉมแล้ว ไม่ใช่หรือคะ”

จี้ใจดำชะงัด เฉิดโฉมโทร.ฟ้องหล่อนข้อมูลเท็จ ตั้งข้อหาว่าอุมาวสีแง่งอนกระฟัดกระเฟียด นวมินทร์ไม่ยอมขับรถไปส่ง เพราะมัวแต่คุยติดพันอยู่กับตน

“เอ๊ะ! ฉันทักทายอุบ้างไม่ได้เรอะ เราอยู่บ้านเดียวกัน”

“อุกลับรถเมล์ค่ะ”

“แค่นั้นเอง ยังกะดอกพิกุลจะร่วงแน่ะ” พิณทิพย์ขอดค่อนภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ได้เงินค่าแท็กซี่ปลอบใจคงจะไม่เครียดแล้วสินะ”

เสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง เฉิดโฉมชอบแทงคนข้างหลัง หากมีการจัดอันดับนายจ้าง หล่อนคงจะได้คะแนนต่ำสุดถึงขั้นเลวทราม น้องสะใภ้ตอบราบเรียบ

“ความเครียดไม่เคยแผ้วพานอุ นอกจากบางครั้งกังวลเพียงเล็กน้อย”

“กังวลเรื่องอะไรจ๊ะ”

“บางคนชอบนินทาว่าร้าย พูดให้คนอื่นเสื่อมเสีย ไร้สัจ อุปลงตกอะไรจะเกิดก็ย่อมเกิด”

ฉุนกึก สาวสวยเบิกตาโตเกือบจะเข้าขั้นถมึงทึง

“เธอว่ากระทบฉันเรอะ”

“เปล่าค่ะ อุพูดความหมายกว้างๆ ไม่เจาะจง”

“สำนวนของเธอเหลือเกิน เดี๋ยวนี้ไหวพลิ้วจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แตกต่างกับเมื่อก่อนตอนมาอยู่ใหม่ๆ ลิบลับ” พิณทิพย์เหยียดยิ้ม แววตาระยับด้วยความเกลียดชัง “เอาล่ะจ้ะ ฉันไม่รบกวนเวลาของอุ หัดปลงเสียบ้างก็ดี ปลงว่าพื้นฐานของเธอมาจากเมืองที่ใช้เกวียนเป็นพาหนะ”

อุมาวสีนึกหัวเราะ นี่ขนาดทักทายธรรมดา ศัตรูลับยังจิกแกมหยอกเสียเนื้อเขียว

สังหรณ์ใจว่า ชาตินี้ทั้งชาติคงจะไม่สามารถ สมานฉันท์กับกลุ่มคุณนายนุชนารถ

พิณทิพย์วิ่งเหยาะๆ ออกกำลังกายต่อท่ามกลางการจับสายตาของพี่สาว ครู่ใหญ่จึงกลับขึ้นคฤหาสน์

“พี่รู้สึกว่าแนทจะจวกลอเย”

“ไม่ถึงกับจวกค่ะ พี่แนน” น้องสาวสารภาพ “มันอดไม่ได้จริงๆ ลอเยรอบจัดขึ้น ยอกย้อนเก่ง สำบัดสำนวนหรูหราพลิกพลิ้ว แนทแค่กระทบกระเทียบนิดหน่อย”

พีรวรรณรู้นิสัยพิณทิพย์ อารมณ์ร้อน ชอบใช้วาจาเสียดสีเผ็ดร้อน ไม่ค่อยบันยะบันยังสักเท่าใด การควบคุมอารมณ์ต่ำ

“แหลมคมมากนัก ระวังไก่ตื่นเสียก่อน เดี๋ยวหล่อนชวนโหน่งไปอยู่ที่อื่น เราจะตามรังควานยาก ยิ้มเชือดสิจ๊ะ”

“แนทไม่ใจเย็นเท่าพี่แนน หล่อนชอบยั่วโมโห” พิณทิพย์วิพากษ์ “เท่าที่จับสังเกต รู้สึกว่าลอเยจะปีนเกลียวลึกๆ กับพี่โฉม กรณีช่วงชิงนวมินทร์”

“รอบจัดด้วยกันทั้งคู่ พี่เฉิดโฉมเองก็ไม่เบา เจ้าชู้ชอบทำตัวเซ็กซี่ยั่วผู้ชายเสมอ ควงคู่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่เคยจริงจังกับใครถึงขั้นแต่งงาน”

“โน่น ลอเยลงจากตึกไปประจบประแจงคุณยาย”

สายตาของสองพี่น้องจับที่ร่างอุมาวสีระยะร้อยเมตร พี่สาวค่อนข้างสงบ หากน้องสาววิพากษ์วิจารณ์ผสมด่าแหลก

ด้วยอานุภาพพิเศษที่ติดตัวแตกต่างกับมนุษย์โลก ดรุณีสะคราญโฉมรับรู้โดยตลอด

ปลงอนิจจัง แต่ไม่ถึงกับท้อแท้เบื่อหน่ายชีวิต เปรียบเหมือนหล่อนลุยอยู่ในดวงกิเลสแรงร้อน ปลอดภัยแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิธีควบคุมป้องกันมิให้สิ่งสกปรกติดตัว

“ยายกำลังคิดถึงอยู่ทีเดียวจ้ะ อยากให้นวด”

นางมณีวงศ์เอ่ยเสียงแหบแห้ง ใบหน้ายับย่นยิ้มแย้ม

“คุณยายนอนลงค่ะ”

สตรีวัยดึกเอนกายระนาบบนโซฟา ผมหงอกขาวโพลนตัดกับหมอนอิงหนุนหัว

“วันนี้ทั้งวัน อุไม่โทร.ถึงยายเลย อดฟังเสียงพระสวดเคาะระฆัง ค่อยยังชั่วหน่อย  หนูกุลโทร.มาคุยกับยายตอนเย็น”

หลานสะใภ้เข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุ ต้องการเอาอกเอาใจในสิ่งเล็กๆน้อยๆ หยุมหยิม ไม่ใช่เด็ก แต่ก็คล้ายเด็ก

“ลูกค้าเริ่มอุดหนุนตั้งแต่เช้า ต่อเนื่องเยอะมาก อุปิดมือถือหมดโอกาสโทร.ออก”

“อ้อ งั้นหรอกเหรอ”

หลานสะใภ้เริ่มบีบนวด ดัดแขนขา เวลาผ่านไปไม่นานนัก ท่านก็เริ่มง่วงสะลึมสะลือ

เสียงรถยนต์แล่นมาจอดในโรงรถ รู้ด้วยโดยสัญชาตญาณว่าสามีหนุ่มกลับแล้ว ครู่หนึ่งพิชญ์ก็ปรากฏตัว พูดเบามากเกือบเท่ากระซิบ

“พี่ซื้อเทียนหอมมาฝากอุชุดหนึ่ง หวังว่าคงจะชอบ”

“ชอบค่ะ”

นางมณีวงศ์บอกว่าพอแล้ว ขยับกายลุกนั่ง ชายหนุ่มทักทายบุพการีสอง-สามประโยค ต่อจากนั้นก็พาอุมาวสีลงจากตึกเล็ก

สวนกับคุณนายนุชนารถกลางทาง ลูกสะใภ้ยอบกายประณมมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม มารดาสามีพยักหน้าหงึก นัยน์ตาแผ่รังสีแห่งความเกลียดชัง

“โหน่ง คุณพ่ออยากพบตัวลูกน่ะ”

พิชญ์แยกจากแฟนสาวหน้าสถานที่พำนัก พยายามเดาวัตถุประสงค์ของบิดา แต่เดาไม่ออก

สงสัยว่าจะไม่ใช่เรื่องเป็นมงคล อาจจะเกี่ยวโยงกับอุมาวสี

ณ มุมอเนกประสงค์ของคฤหาสน์ รัฐมนตรีพิพัฒน์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนเก้าอี้นวม บุตรชายทรุดกายลงมุมตรงข้าม

บิดาวางหนังสือพิมพ์ตรงหน้าลง เอ่ยปากถาม

“อุมาวสีตั้งท้องหรือยัง?”

ชายหนุ่มยิ้มกะเรี่ยกะราด เกาข้อมือขยุกขยิก

“ยังครับ เราปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ท้องเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

“ความหวังของพ่ออยู่ที่โหน่งคนเดียว อยากได้หลานสืบสกุลพิจิตรา”

จุดประสงค์ไม่แตกต่างกับนางมณีวงศ์ แต่ของบิดาดูจะหนักแน่นจริงจังกว่าหลายเท่า

“ถ้าพี่แนนพี่แนทแต่งงานมีลูก ลูกก็สามารถสืบสกุลแม่ได้ครับ”

“พ่ออยากได้หลานปู่”

เล่นเอาบุตรชายนิ่งอึ้ง ตาปริบๆ ประเด็นของท่านกึ่งบังคับ รัฐมนตรีพิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า

“บรรพบุรุษของเราหลายคนเป็นขุนนางบรรดาศักดิ์ ล้วนแล้วแต่มีอนุภรรยาทั้งนั้น ถ้าโหน่งจะมีเมียน้อยบ้างก็ไม่น่าจะแปลก จะได้ลูกสืบสกุลสมใจนึก”

พิชญ์เย็นวูบจากไขสันหลังแผล่ขึ้นเบื้องสูง ไม่ได้ฝันว่าวาจาเห็นแก่ตัวจะหลุดออกจากปากผู้บังเกิดเกล้า

“สมัยนี้เขาไม่นิยมกันแล้วครับ ผิดศีลธรรม น้องอุรู้เรื่องจะเสียใจสุดขีด บ้านแตกสาแหรกขาด”

“เราไม่ได้บังคับเพียง แต่เสนอแนะให้โหน่งนำไปพิจารณา” ท่านประเมินผลทางลบ “โหน่งไม่เคยคิดบ้างเลยเชียวหรือว่าอุเป็นหมัน”

“ผมยังไม่คิดครับ”

ท่านมองทายาทพินิจพิเคราะห์ พิชญ์แตกต่างกว่าเมื่อสมัยสองปีก่อนมากพอสมควร ดูเหมือนว่าเขาะขาดแคลนอารมณ์ขัน แยกตัวตามลำพัง ไม่มาสุงสิงกับครอบครัวใหญ่

อุมาวสีน่าจะเป็นต้นเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง

“โหน่งหยุดงานวันไหนเนี่ย”

“ทุกวันจันทร์ครับ หากไม่แลกเปลี่ยนเวรกับเพื่อน”

“วันหยุดแกควรพาอุขึ้นมาสังสรรค์กับพ่อแม่พี่สาว หรือแม้แต่ภาคปกติหลังจากเลิกงาน แวะเยี่ยมเยียนครอบครัวบ้าง บ้านอยู่รั้วเดียวกัน ก็ไม่ผิดกติกาจริงหรือเปล่า เอาล่ะ เท่านั้นแหละ”

พิชญ์เลี่ยงลงจากคฤหาสน์ พี่สาวสองคนมองตามตาเป๋ง

แปลก บิดาพูดทางเสนอแนะให้เขาหาเมียน้อย แก้ปัญหาเรื่องลูกสืบสกุล ช่างไม่นึกถึงศีลธรรม ความร้าวฉานแตกแยกบ้างเลยเชียวหรือ เขารักเดียวใจเดียว ถึงอย่างไรก็คงไม่ปฏิบัติตาม

หวนระลึกถึงทางกุลณัฐ แทบทุกวันแวะเยี่ยมเยียนเขาที่ห้าง รับประทานอาหารร่วมโต๊ะ คุยกะหนุงกะหนิงหวานแหวว พยายามทุกวิถีทางที่จะจุดประกายถ่านไฟเก่า ทั้งที่มันดับสนิทจุดอย่างไรก็ไม่ติด

เขาเปิดเผยหลายครั้งว่ารักเมตตาหล่อนเยี่ยงน้องสาว

จริงตามที่อุมาวสีวิเคราะห์ เมืองใดก็ตามที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ควบคุมกิเลส เพิ่มความอยากความต้องการไม่สิ้นสุด เมืองนั้นหาความสงบสุขยาก

ตามหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์เต็มไปด้วยข่าวฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์ ทุจริตเงื่อนไขซับซ้อนนานัปการ

เปิดกระโปรงท้ายรถเก๋ง หิ้วถุงพลาสติกขึ้นตึกขาว พิชญ์วางถุงลมบนโต๊ะ ยิ้มหวานกับคนที่เขารักยิ่ง

“นี่ไง ของขวัญสำหรับน้องอุ”

พลางยกกล่องกระดาษแข็งออกจากถุง เปิดฝาอวด

มันคือ เทียนหอมหลากสีครึ่งโหล วางในถ้วยเล็กเซรามิค ชายหนุ่มอธิบายประกอบ

“เวลาเราจุดทานข้าวตอนค่ำ จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ กระจายกรุ่น สร้างบรรยากาศโรแมนติก”

อุมาวสีลูบๆคลำๆ แววตาชื่นชม

“สวยมากค่ะ เราจะหาโอกาสทานข้าวตอนค่ำพร้อมกันสองคน”

พิชญ์ปลีกตัว ผลัดชุด อาบน้ำ ชั่วครู่ก็อยู่ในชุดกางเกงนอนเสื้อยืด

ภรรยาสาวรุ่นไม่ยักซักถามสักคำกรณีบิดาเรียกตัวไปพบ มิฉะนั้น เขาจะต้องกล่าวเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอันจะก่อมรสุมชีวิตคู่

นับว่าหล่อนมีมารยาท ให้เกียรติ ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

ชายหนุ่มเปิดตลับพลาสติกที่เก็บไว้ตรงหัวนอน ภายในบรรจุสายสิญจน์สองเส้น ยิ้มร่าเริง

“น้องอุจำนี่ได้ไหมครับ”

“ทำไมจะจำไม่ได้คะ พ่อแม่อุผูกข้อมือรับขวัญพี่โหน่งเป็นลูกเขย สายสิญจน์นี้สามารถทำให้พี่โหน่งเดินทางลัดไปสู่หิมพาลัยเทียบเท่าอุ

ใช่…ความหลังหวานแหววเสมอ นึกถึงเมื่อใดก็สดชื่น

“วันนี้งานรับผิดชอบเยอะ เหนื่อย” พิชญ์ปรารภ “ไม่พิมพ์คอมเรื่องหิมพาลัยต่อ”

O         O         O         O

ตอนบ่าย ไอศูรย์พาเพื่อนชายสามคนพันธมิตรทางธุรกิจมาอุดหนุน อุมาวสีให้การต้อนรับนอบน้อม ยิ้มหวานละมุน จดรายการอาหารตามสั่งพร้อมเบียร์เย็นเฉียบ

เฉิดโฉมจับสายตาอยู่ในคอกเคาน์เตอร์แคชเชียร์ รู้ว่าไอศูรย์เป็นแฟนพีรวรรณ จับคู่แต่งงานกันในอนาคต หากสถานภาพไม่เปลี่ยน

เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งว่องไวปราดเปรียว รื่นเริงแจ่มใสตลอด ไม่โกรธบึ้งตึง แม้ว่าจะถูกเพื่อนไอศูรย์คอยจีบแทะเล็ม ครู่หนึ่งก็นำกระดาษที่จดรายการมามอบให้หล่อน

“รายนี้อุดหนุนเยอะ พี่จะมอบของชำร่วยให้เขาสักหน่อย”

“ดีค่ะ เอาใจลูกค้า”

อุมาวสีสนับสนุน กำหนดแผนตอบโต้ ไม่ทราบว่าโอกาสจะอำนวยหรือเปล่า

เจ้าของสวนอาหารเล่ห์เหลี่ยมพราวตัว ชอบละโมบกอบโกยไม่รู้จักพอเพียง ปากโทรโข่ง ใส่ร้ายป้ายสีแทงข้างหลัง ยิ่งคบกับหล่อนนานวันยิ่งเห็นความกลับกลอก สมควรอย่างยิ่งจะได้รับบทเรียน

เวลาผ่านไป จนกระทั่งไอศูรย์เช็คบิลเรียบร้อย

“น้องอุถือถุงของชำร่วยตามหลังพี่โฉม”

ดรุณีสะคราญโฉมหัวใจเต้นระทึก เวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว เฉิดโฉมก้าวฉับๆ ย้ายสะโพก ลีลาเจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว

“คุณเอคะ”

ที่ลานจอดรถ ไอศูรย์ชะงักข้างยานพาหนะคู่ชีพ สามเพื่อนชายพลอยเหลียวมองคนเรียก สาวใหญ่พนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อย

“ขอบคุณที่มาอุดหนุน นี่ค่ะ สิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆ ขนมกรอบเค็มพวกเราทำกันเอง”

ชายหนุ่มรับไหว้ งงงัน เข้าใจว่าเป็นการประชาสัมพันธ์สวนอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง

หล่อนรับถุงหิ้วจากมืออุมาวสีมอบส่ง เขาทำท่าชื่นชมโดยมารยาท ก่อนจะส่งต่อให้เพื่อน

เวลาสำคัญมาถึงแล้ว อุมาวสีหมุนแหวนเงินในนิ้ว กลั้นลมหายใจ เพ่งสายตาสะกดจิต

ไอศูรย์เย็นวูบ ขนลุกกรูเกรียว ตะลึงจังงัง สติสัมปชัญญะร่อยหรอ กอดกระหวัดรัดร่างที่ค่อนข้างท้วม ประทับจูบดูดดื่ม งึมงำฟังไม่ได้ศัพท์

เฉิดโฉมดิ้นอึกอักกระปลกกระเปลี้ย ไม่นึกไม่ฝันว่าจะถูกจู่โจม ขณะที่เด็กสาวกลั้นยิ้ม รีบหลบเข้าตัวอาคาร

สติสัมปชัญญะกลับคืน ชายหนุ่มคลายอ้อมกอด

“ขอโทษครับ ผมลืมตัว”

พลางหลบเข้าไปนั่งในรถเก๋ง แต่ไม่วายได้ยินเสียงตัดพ้อกึ่งกระฟัดกระเฟียด

“ทำไมทำยังงี้กับโฉม เผื่อน้องแนนรู้จะว่ายังไงคะ”

ปราศจากคำตอบ ทุกคนประจำที่ คนขับสตาร์ทเครื่อง เข้าเกียร์ เลี้ยวยานพาหนะออกจากลานพาร์คกิ้ง

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ ยกหลังมือเช็ดริมฝีปาก งุนงงสับสน จูบของไอศูรย์แบบเดียวกับธวัช แค่ซู่ซ่าหวั่นไหวบ้างโดยสัญชาตญาณ

ทั้งสองรายไม่อาจเทียบเคียงนวมินทร์ หนุ่มสุดหล่อทำให้หล่อนสะท้านหวั่นไหวรุนแรง เคลิ้มหลงใหล รู้สึกประหนึ่งล่องลอยบนปุยเมฆของวิมานฉิมพลี อยากรู้สึกเช่นนั้นอีกซ้ำซาก

กลับเข้าคอกเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ก่อนอื่นเฉิดโฉมส่องกระจกเล็ก ค่อยยังชั่วริมฝีปากไม่เปื้อน ต่อว่าเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง

“น้องอุน่าจะร้องเอะอะขึ้น”

“เรื่องส่วนตัว อุไม่กล้าก้าวก่ายค่ะ”

“มีใครเห็นบ้างจ๊ะ”

หล่อนเก้อเขินผสมกับภาคภูมิที่ตนเองเหนือกว่าคนอื่น อุมาวสีเบนสายตาไปทางโต๊ะลูกค้าชายหญิง บางรายเอียงหน้าซุบซิบ

“สายตาไม่น้อยกว่าแปดคู่ค่ะ พวกเขาคงคิดว่าพี่โฉมเสน่ห์แรง เป็นประเพณีของสวนอาหารอิ่มเอม”

“จะรู้ถึงหูน้องแนน-น้องแนทไหมเนี่ย”

“อุไม่ทราบค่ะ”

“สมมุติว่าทั้งสองรู้ข่าว” เฉิดโฉมดักคอฉลาดลึก “เธอนี่แหละปากโป้ง”

“ตามปกติพี่ทั้งสองไม่ค่อยจะมาสุงสิง และอุก็ไม่ใช่คนช่างฟ้อง ชอบยุให้รำตำให้รั่ว เสียงซุบซิบจากปากต่อปาก บางทีจะดังกว่าเสียงตะโกน”

ลูกค้าโต๊ะสองกระดิกนิ้วเรียกคิดเงิน อุมาวสีแยกไปปฏิบัติภารกิจ

เวลาผ่านไปนานโข ธวัชเข้ามาในสวนอาหารตามลำพัง สั่งอาหารตามเมนูพร้อมทั้งตบท้าย

“น้องอุเชิญคุณโฉมมาพบหน่อยครับ”

เมื่อได้รับแจ้งจากอุมาวสี เฉิดโฉมออกจากเคาน์เตอร์แคชเชียร์ เดินกรีดกรายปานนางพญาผู้เลอโฉม หย่อนกายลงบนเก้าอี้ตรงข้าม ไขว้ขาหนีบเยี่ยงนางแบบ

“คืนนี้อยากจะรับคุณโฉมไปดูหนังรอบทุ่ม ว่างไหมครับ”

“คนเดียวหรือคะ”

“ครับ คนเดียว”

กำลังสับสนกรณีไอศูรย์ขโมยจูบ หล่อนตอบตกลงทันที

 



Don`t copy text!