อุมาวสี บทที่ 32 : ลูกสะใภ้ชั้นต่ำออเซาะผัว

อุมาวสี บทที่ 32 : ลูกสะใภ้ชั้นต่ำออเซาะผัว

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

คุณนายนุชนารถโผล่ธรณีประตูยืนเด่น สุนัขพันธุ์ทางสีน้ำตาลเข้มยืนเคียง อุมาวสีรีบพนมมือทำความเคารพ

“ทานข้าวครับ คุณแม่”

“แม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ” มารดาฝืนยิ้มชาเย็น “ถ้าโหน่งชอบไฟแสงเทียน ทำไมไม่ซื้ออย่างหลอด จะได้ไม่เกิดควันเขม่าจับเพดาน หรือไม่ก็ยกโต๊ะออกมาตั้งที่เฉลียงนอกชายคา”

“ข้างนอกลมแรงครับ” พิชญ์อธิบายชัดเจน “ส่วนเทียนหลอดเหมาะสำหรับตั้งบูชาพระพุทธรูปบนหิ้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับโต๊ะดินเนอร์”

สุภาพสตรีอาวุโสพยักหน้าเนิบ คำชี้แจงไม่ช่วยให้สบอารมณ์เท่าใดนัก คาดว่าคงจะเกิดจากลูกสะใภ้ชั้นต่ำออเซาะผัว

“คราวหลังละก็ คืนลมสงบ โหน่งควรตั้งโต๊ะที่เฉลียงหรือสนาม จะได้ไม่สร้างมลภาวะแก่ผนังตึก”

“ครับผม”

มารดาลงจากเฉลียงหินอ่อน มุ่งสู่ตึกเล็ก ระบายความคับอกคับใจให้นางมณีวงศ์ฟัง สตรีวัยดึกไม่ยักคล้อยตาม หากความคิดสวนทาง

“น่าจะเป็นเรื่องดีนะจ๊ะ แม่สังหรณ์ใจว่าอุจะตั้งท้อง”

“ตั้งท้อง”

ลูกสาวทวนคำ สีหน้าเฉยเมยค่อนไปทางเครียด นางมณีวงศ์ขยายความ

“เหลนของแม่ หลานของนุชไงล่ะ ไม่ดีใจหรอกรึ”

“อุมาจากเมืองที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน” เลี่ยงคำว่าสกปรกโสมม “นุชเกรงว่าหล่อนจะไม่รู้จักอบรมลูก ปล่อยให้ลูกนิสัยเสีย”

“ความคิดเธอทางลบ” ท่านติเตียนทายาท “อุมากริยามารยาทงดงาม ให้ความเคารพนบนอบผู้อาวุโส ปรนนิบัติเอาใจเก่ง”

คุณนายระงับความเห็นขัดแย้ง ขืนต่อปากต่อคำ จะกลายเป็นโต้เถียงบุพการี ลูกนอกคอก

กรณีนี้เกิดจากอุมาวสีคอยเอาอกเอาใจ บีบนวด ประจบประแจงสารพัด มารดาจึงลุ่มหลงรักใคร่พีรวรรณ-พิณทิพย์เสียอีก ไม่ค่อยมีเวลาให้คุณยายมากนัก

ทุกอย่างที่มาจากอุมาวสี หล่อนเชื่อว่าเสแสร้งสร้างภาพ มารยาร้อยเล่มเกวียน ลับหลังท่านอาจจะแอบเรียกว่าอีแก่

เสร็จจากการเป็นปรับทุกข์กับนางมณีวงศ์ คุณนายนุชนารถลงจากตึกเล็ก ทอดฝีเท้าเอื่อยตาไวเหลือบพบลูกชายหิ้วถุงขยะทิ้งลงถังพลาสติกที่มีฝาครอบ

“แม้แต่งานแม่บ้าน โหน่งก็ทำเองหมด”

“ไม่ใช่ยังงั้นหรอกครับ คุณแม่” พิชญ์แย้ม “เราต่างช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ อันที่จริงน้องอุทำงานที่สวนอาหารเหน็ดเหนื่อยมากกว่าผม”

“พรุ่งนี้วันหยุด คุณพ่อปรารถนาจะให้โหน่งพาแฟนขึ้นไปสังสรรค์บนตึกประธาน อย่าลืม”

ชายหนุ่มรับปาก

O         O         O         O

ค่อนข้างจะปลอดโปร่งโล่งอก อุมาวสีทำงานกระจุกกระจิกส่วนตัว เช่น ปัดฝุ่นตามโต๊ะตู้ที่สาวใช้ทำไว้ไม่เรียบร้อย ฯลฯ ส่วนพิชญ์พิมพ์คอมพิวเตอร์เรื่องหิมพาลัย ประวัติของเขาตอนพลัดเข้าไปอยู่ในดินแดนลึกลับต่อจากวันก่อน

รอจนกระทั่งเย็นแดดร่มลมตก พีรวรรณ พิณทิพย์ และนายพิพัฒน์ทยอยกันกลับ พิชญ์จึงชวนอุมาวสีไปที่ตึกใหญ่

มันมิใช่กลมเกลียวสมานฉันท์ หากซ่อนความแตกร้าวลึก เด็กสาวเตรียมพร้อมจะเผชิญการเหน็บแรงเสียดสีภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“นั่งสิจ๊ะ” คุณนายนุชนารถทักทายประเดิม “อยู่ในขอบรั้วเดียวกันแท้ๆ ทำตัวห่างเหิน”

“เราสองคนต่างทำงานเหน็ดเหนื่อย เมื่อกลับถึงบ้านก็อยากจะพักผ่อนครับ” ลูกชายกล่าว “คุณแม่น่าจะทดลองให้น้องอุบีบนวดสักครั้ง ฝีมือเยี่ยม”

มารดาขนลุกเกรียวถึงขั้นขยะแขยง รังเกียจมือสกปรกถูกเนื้อต้องตัวหล่อน

“แม่ยังไม่แก่เฒ่า แถมยังจั๊กจี้เก่ง เดี๋ยว…” ยั้งคำพูดไว้ในลำคอ เผลอยันผางนังอุล้มหงายผึ่ง “เผลอหัวเราะดัง”

ชายหนุ่มเลี่ยงไปนั่งข้างรัฐมนตรีพิพัฒน์ที่ชมรายการโทรทัศน์

พีรวรรณ-พิณทิพย์ ขนาบข้างน้องสะใภ้คนสวย รุมซักถามเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะพิณทิพย์คอยจะแนะกะแหน ตอดนิดตอดหน่อยหยิกแกมหยอก อุมาวสีแจ่มใสร่าเริงเหมือนงี่เง่ารู้ไม่เท่าทันการกระทบกระเทียบ

เมื่อสาวใช้ตั้งโต๊ะอาหาร คุณนายเจรจาความกับพิชญ์

“แม่จะพาอุไปเดินห้าง ซื้อของ เราจะได้สนิทสนมกันยิ่งขึ้น”

ชายหนุ่มหวั่นระแวงลึกๆ มารดาจงเกลียดจงชังลูกสะใภ้ต่ำต้อย สร้างความสามัคคีปรองดองจะเป็นไปได้เชียวหรือ

“คุณแม่จะไปสองคนหรือครับ”

“ว่าจะชวนแนน-แนทไปด้วยจ้ะ”

ลูกชายพยายามคิดทางบวก สมมุติว่าผู้บังเกิดเกล้ากระทำตามที่พูด ความกินแหนงแคลงใจจะได้สลายสิ้น สันติสุขภายในครอบครัวใหญ่เกิดขึ้น

“ผมจะบอกน้องอุ”

“งั้นโหน่งพาแฟนกลับไปกินข้าว แล้วให้แต่งตัวมารอแม่ที่นี่จ้ะ”

เขาชวนอุมาวสีกลับที่พัก พิณทิพย์แซวน้องชายแฝงประชด

“อย่าลืมจุดเทียนหอมนะจ๊ะ บรรยากาศจะได้โรแมนติก”

“เรื่องส่วนตัวของผม พี่แนท”

ทั้งสองพ้นจากคฤหาสน์ ไม่สนใจพิณทิพย์ที่มองค้อนไล่หลัง พิชญ์เล่าความพร้อมทั้งแสดงความเห็นประกอบ

“คุณแม่ท่านหยิบยื่นไมตรีให้น้องอุ เราปฏิเสธก็น่าเกลียด”

“อุก็ว่ายังงั้นค่ะ”

เด็กสาวรู้ว่ามันเป็นคลื่นลมอีกระลอกหนึ่ง ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะต่อสู้ผ่านตลอดปลอดภัย

เวลาผ่านไปจนกระทั่งพลบค่ำ

บัดนี้ อุมาวสีแต่งกายเรียบร้อย นั่งรอที่ขอบเฉลียงหินอ่อน พิณทิพย์ชะโงกมองดวงตาคมกริบ คล้ายจะแผ่รังสีอำมหิต

“เข้ามาข้างในสิจ๊ะอุ รับรองว่าที่นี่ไม่มีเสือ ไม่มีช้าง”

ผู้ฟังปฏิบัติตาม นึกโต้แย้ง เคยอยู่กับเสือช้างมาแล้วปลอดภัยเสมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สัตว์มนุษย์ ชวนให้สงสัยว่า แสงสีแห่งอารยธรรมมาพร้อมกับความเสื่อมคุณธรรมเช่นนั้นหรือ

คุณนายนุชนารถเคลื่อนร่างลงมาจากชั้นบน แต่งกายสวยเหมาะสมกับวัยทอง

“เราไปกันเถอะจ้ะ”

อุมาวสีตามหลังสามแม่ลูก นึกปลงอนิจจัง คืนนี้คงจะถูกพิณทิพย์เชือดเฉือนด้วยคารมคมกริบ มารดาย่อมรู้เห็นเป็นใจกับบุตรสาว

ที่ยานพาหนะคันหรู สุภาพสตรีอาวุโสประจำที่เบาะหลัง โดยพีรวรรณเคียงข้าง พร้อมทั้งสั่งการ

“เธอนั่งคู่กับคุณแนท”

สาวสวยชายหางตาเชิงจับผิด

“เอ๊ะ! อุไม่ยักสวมสร้อยทับทิม”

“รอไว้วาระสำคัญค่ะ”

พิณทิพย์สร้างจินตนาการเตลิดเพริด ยิ้มเยาะ

“อ้อ ฉันรู้แล้ว เธอหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้รับเทียบเชิญจากงานสังคมไฮโซ”

น้องสะใภ้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ยิ้มหวานละมุนแทน พี่สาวพิชญ์เข้าใจเอาเองว่าตอบรับ ประชดประชันเพลิน

“ได้รับเทียบเชิญเมื่อไหร่ละก็ อย่าลืมมาคุยอวดฉันนะจ๊ะ จะได้พลอยปลาบปลื้ม”

“ไม่ต้องทำอกตั้งอกเชิดจ้ะ ถึงอย่างไรของเธอก็ไม่รู้ว่าบึบบับขนาดสามสิบหกนิ้ว”

“เปล่าค่ะ พี่แนท สายเข็มขัดรัดอุตึง”

ตระหนักว่าลูกสาวจะจงใจทิ่มแทงสนุกจนน่าเกลียด คุณนายนุชนารถท้วงติง

“คุยกันเสียสมาธิในการขับรถจ้ะ พอๆกับพูดโทรศัพท์มือถือน่ะแหละ”

พิณทิพย์หุบปากเงียบ แต่มิได้หมายความว่าหมดมุกเชือด เตรียมไปต่อที่ห้างต้องการทำทุกอย่างให้น้องสะใภ้แตกแยกกับพิชญ์ คำว่าศีลธรรมสะกดไม่ถูก

เวลาผ่านไปไม่นานนัก

สตรีทั้งสี่เดินเอื่อยๆ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ปะปนกับผู้คนที่สัญจรเยอะมาก

อุมาวสีรู้สึกเฉยๆ ยิ่งกว่านั้นจิตใจอันทรงพลังสัมผัสกระแสกิเลสของมนุษย์ ส่วนใหญ่ความโลภเป็นพื้น โลภะต่อโลภะเพิ่มขึ้นทับทวี ไม่มีคำว่าสิ้นสุด จนถึงขั้นพร้อมจะประกอบการทุจริต หากว่าโอกาสเปิด

ระหว่างเลือกชมสินค้า พีรวรรณขอตัวไปสถานสุขา ปล่อยให้คนอื่นๆเดินนำไปก่อน

คุณนายนุชนารถเจอเพื่อนไฮโซระดับคุณหญิงที่มากับลูกสาว ต่างฝ่ายต่างทำความเคารพ ทักทายโดยมารยาทสังคม อุมาวสีพลอยยกมือไหว้ด้วย ทั้งที่ตนเป็นเพียงส่วนเกิน

“ใครคะ คุณนุช?”

ภรรยารัฐมนตรีพิพัฒน์เขยิบห่างออกมาหน่อย คู่สนทนาเขยิบตาม ไม่ใช่หลบทางสัญจร หากเพื่อนินทาถนัด

“แฟนของพ่อโหน่งเขา อันที่จริงนุชไม่อยากเรียกแฟนด้วยซ้ำค่ะ”

“ทำไมคะ”

“หนีตามกันมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่รู้จักแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เฮ้อ…เวรกรรมของโหน่ง นุชตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

“หน้าตาสะสวยใช้ได้”

“ค่ะ สวยแต่รูป อื่นๆเราได้แต่ปลง”

พิณทิพย์ก็ไม่เบา แสร้งคุยกับเพื่อนสาวให้อุมาวสีได้ยินหางเสียง

“เธอมาจากเมืองภูเขาด้อยพัฒนาสุดๆ ใช้ล่อกับเกวียนเป็นพาหนะ ถ้าไม่อยากเดินเป็นกิโล โหน่งหลงทางพลัดถิ่น เธอตะครุบหมับไม่ปล่อย ยังกะตุ๊กแกแน่ะ”

“จัดว่าเป็นบุพเพสันนิวาส”

“แนทว่าบุพเพอาละวาดเสียมากกว่าค่ะ” หล่อนหัวเราะในลำคอลึกๆ “นามสกุลของเธอลอเย บางทีเราเรียกกันเองสนุกๆ กับพี่แนน”

โสตประสาทของอุมาวสีทรงประสิทธิภาพพิเศษ สามารถได้ยินไกลกว่าปกติ หล่อนพยายามทำใจสงบ

ปลงอนิจจัง นี่คือ สังคมไฮโซบางจำพวก ชอบบิดเบือนความจริงนินทาว่าร้ายคนอื่น ความผิดของตัวเองอเนกประการมองข้าม

O         O         O         O

ที่โต๊ะอาหารตอนเช้า พิชญ์เปรยขึ้นว่า

“เมื่อคืนเที่ยวห้างสนุกมั้ย น้องอุ”

“สนุกค่ะ”

อุมาวสียิ้มระรื่น ขยายความต่อในใจว่า สนุกกับการศึกษากิเลสมนุษย์ คุณนายลูกสาวพาไปเสียดสีทิ่มแทงด้วยกลยุทธ์เหนือเมฆ หล่อนทนแรงต้านทานไม่ไหว จะได้หลุดออกไปจากวงโคจร

สังหรณ์ใจว่า ไมตรีจิตจากกลุ่มคุณนายนุชนารถ ต่อให้รอไปชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าหล่อนจะทำดีสักแค่ไหนก็ตาม

“คุณแม่ท่านปรารถนาดี พาน้องอุไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ต่อไปนี้ท่านคงจะชวนไปบ่อยๆ”

เด็กสาวสยองถึงกระดูก ไม่อยากใช้อิทธิฤทธิ์ต่อสู้ เกรงว่าจะย่อยยับอับปางกันไปหมด

“พี่โหน่งควรไปกับอุค่ะ”

“ตกลง”

ชั่วครู่ ทั้งสองก็ลุกจากโต๊ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสาวใช้เก็บจานทำความสะอาด

พิชญ์ไปส่งอุมาวสีเช่นเคย ตลอดเส้นทางที่รถเก๋งวิ่ง ดรุณีสะคราญโฉมสงบเสงี่ยมจนดูเงียบขรึม

“น้องอุคิดอะไร บอกพี่โหน่งบ้างสิครับ”

“ความคิดในหัวอุเยอะมาก ถ้าหากตอบไม่หมดเปลือกจะกลายเป็นกล่าวเท็จ”

“อย่าลืม พี่โหน่งเป็นฝ่ายน้องอุเสมอ ปรึกษาได้ทุกเรื่อง”

ซึ้งใจเหลือเกิน หากไม่ได้พิชญ์เป็นหลัก อุมาวสีคงจะสิ้นความอดทนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เมืองแห่งแสงสีเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ

เด็กสาวลงรถเก๋งที่ปากทาง สาวเท้าเลียบบาทวิถี หวนระลึกถึงหิมพาลัยนคร ชาวเมืองรักษาธรรมระดับคฤหัสถ์ ความโลภ โกรธและหลงบางเบา ทุกคนมีความสุขตามอัตภาพ

ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ชาตินี้จะได้กลับไปหรือไม่หนอ

ด้านหน้าสวนอาหารอิ่มเอมติดบอร์ดข้อความว่า ปิดครึ่งวันเพื่อถวายภัตตาหารพระภิกษุ เปิดให้บริการบ่ายโมงเป็นต้นไป

ภายในอาคารโล่ง จัดทำอาสนะสงฆ์ เฉิดโฉมอธิบายแก่เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง

“พี่โฉมแขวนป้ายไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้จ้ะ วันหยุดของน้องอุ อยากจะให้เธอชวนคุณมินทร์”

“เฉพาะคุณมินทร์คนเดียวหรือคะ”

“น้องแนน น้องแนทเชิญแล้ว ช่วงเวลาทำงานเธอไม่ว่างจ้ะ”

“งั้นคุณมินทร์ก็คงไม่ว่างเช่นกัน”

สาวใหญ่ซ่อนความฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ไว้ในทรวง รู้มานานแล้ว อุมาวสีเป็นบุคคลอ่อนนอกแข็งใน เกลียดการข่มขู่บังคับ พร้อมที่จะลาออกทันที

“เขาเกรงใจเธอ นี่เป็นงานบุญงานกุศล เขาอาจจะช่วยยกอาหารถวายพระภิกษุ ขับรถไปส่งท่านที่วัด ล้วนแล้วแต่ได้บุญ”

จากประสบการณ์ทำให้รู้ว่าเป็นหมากเกมของเฉิดโฉม คนปากอย่างใจอย่าง ชอบใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เด็กสาวสบตาฝ่ายตรงข้าม

“เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด อุจะโทร.ไปขออนุญาตพี่โหน่งก่อนนะคะ”

หล่อนทำท่าคล้ายจะมองค้อน ตามความรู้สึก กาลเวลาทำให้อุมาวสีมากเรื่อง ไม่อยู่ในกรอบที่กำหนด

“ทำไมเมื่อก่อนโน้นไม่เคยต้องขออนุญาต”

“สถานการณ์เปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว อุไม่ได้บอกพี่โฉมทุกขั้นตอน ทันทีที่เรากลับถึงบ้าน เจอพี่แนทเธอจะซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับคุณมินทร์หรือไม่ก็คุณธวัช ไม่ทราบว่ารู้เบาะแสได้ยังไง ทั้งที่บ้านกับสวนอาหารห่างกันคนละโยชน์”

เล่นเอาเฉิดโฉมนิ่งอึ้งชั่วขณะ นิสัยหล่อนเก็บความลับไม่อยู่ ชอบคุยชอบฝอยค่อนแคะนินทาว่าร้ายคนอื่น บางครั้งถึงขั้นบดขยี้แทบจะให้บี้แบนติดอุ้งเท้า โดยยกตัวเองเลอเลิศเหนือกว่าความผิดพลาดทั้งปวง

เป็นนิสัยเสียที่คงจะติดตัวตราบชีวิตสิ้น จริงตามสำนวน สันดานขุดยากกว่าสันดอน

“เอ้า ตามใจน้องอุ”

อุมาวสีหยิบโทรศัพท์ที่ตั้งบนเคาน์เตอร์ กดปุ่มหมายเลขโทร.ออก แว่วสัญญาณสายติด

“พี่โหน่งคะ วันนี้ที่สวนอาหารทำบุญเลี้ยงพระเพล พี่โฉมขอให้อุโทร.ชวนคุณมินทร์น้องชายพี่กุลณัฐ มาร่วมกันทำบุญ อุจะโทร.ไปชวนได้ไหมคะ”

“ตามสบายเถอะ”

ภรรยาสาวบรรจงวางกระบอกหูบนเครื่อง เฉิดโฉมที่จับตาเขม็งทักท้วง

“แหม แค่นี้ก็ต้องอ้างชื่อพี่”

“ความจริงนี่คะ อุไม่โกหก”

“เอาล่ะ รีบติดต่อคุณมินทร์ได้แล้ว”

เด็กสาวหยิบกระบอกหูโทรศัพท์ โทร.ออกรอบสองถึงชายหนุ่ม เสียงเพลงรอสาย รักคนมีเจ้าของ

เมื่อปลายสายรับ ชายหนุ่มกล่าวทักทาย

“สวัสดีครับ ผมนวมินทร์”

“คุณมินทร์คะ นี่อุเอง ที่สวนอาหารวันนี้เราทำบุญเลี้ยงพระเพล พี่โฉมเชิญคุณมินทร์มาร่วมทำบุญสร้างกุศล ขัดข้องหรือเปล่า”

“คุณอุอยากให้ผมไปหรือเปล่าครับ”

“สุดแล้วแต่คุณมินทร์ค่ะ”

นวมินทร์นิ่งใคร่ครวญ นัยน์ตาสวยจุดประกายยิ้ม

“ผมค่อนข้างจะยุ่ง แขกเช็คอินเช็คเอาท์เยอะมาก ถ้าผมเคลียร์งานได้ก็จะไปครับ”

อุมาวสีวางสาย ถ่ายทอดเรื่องราวสู่สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ ผู้ฟังหน้าตูมอวดเนื้อหนังใต้คางอวบปริ่ม

“นี่ถ้าอุอ้างชื่อเธอโดดๆ คุณมินทร์ก็โอเคแล้ว”

“อุให้เกียรติพี่โฉมค่ะ เขาตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แสดงว่าพี่โฉมยังมีความหวัง”

“เธอตะหากหวัง ไม่ใช่พี่”

แน้…ชอบกล พาลรีพาลขวางซัดโทษดื้อๆ ทั้งที่ตนเองเป็นผู้เริ่ม อุมาวสีนึกขบขันแทนโมโห

เวลาผ่านไปนานโข พนักงานทุกคนต่างปฏิบัติภารกิจวาระพิเศษ เฉิดโฉมละจากเคาน์เตอร์แคชเชียร์ชั่วคราว อำนวยการดูแลความเรียบร้อย

สิบโมงครึ่ง บุรุษพนักงานขับรถเก๋งนำหน้าแท็กซี่เข้ามาจอดในคาร์พาร์ค ลงมาเปิดประตูบริการพระคุณเจ้า รถเก๋งพระภิกษุสามรูป แท็กซี่สองรูป รวมทั้งสิ้นห้ารูป

เฉิดโฉมพนมมือไหว้คณะสงฆ์เข้าด้านใน จ่ายเงินค่าโดยสารแก่โชเฟอร์ อุมาวสีรวมทั้งบรรดาเด็กเสิร์ฟต่างไหว้ตามสลอน

นิมนต์ท่านนั่งบนอาสนะสูงกว่าระดับพื้นที่ปูเสื่อ หลวงพ่อเจ้าอาวาสทักทายไต่ถามสารทุกข์สุกดิบเจ้าของกิจการสาวใหญ่ เฉิดโฉมตอบนอบน้อม เป็นที่น่าสังเกตว่าหล่อนสวมเสื้อคอปิดไม่อวดร่องทรวงอกอวบเต่ง

พิธีการเริ่มตามขั้นตอน จนกระทั่งฟังพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์เสร็จ

ได้เวลาประเคนภัตตาหารพระคุณเจ้า เฉิดโฉมนำกลุ่ม ทุกคนช่วยกันขมันขมี

พระภิกษุห้ารูปลงมือฉันอาหารเลิศรส ทุกรูปฉันเชื่องช้าสำรวม ไม่มีอาการเอมโอชซี้ดซ้าดในรสชาติ

สาวใหญ่กระซิบใกล้เด็กเสิร์ฟคู่หู

“สุดหล่อท่าจะชวด”

แม้จะไม่ระบุนาม อุมาวสีก็รู้ว่าหมายถึงนวมินทร์

ศิษย์พระตถาคตฉันอิ่มตบท้ายน้ำดื่ม

ยานพาหนะคันหรูแล่นเข้ามาจอดในคาร์พาร์ค นวมินทร์ดับเครื่อง ก้าวลงมาเหยียบพื้นคอนกรีต

เปรียบเสมือนดอกไม้เฉาแดดได้รับหยาดน้ำค้าง เฉิดโฉมถลาออกไปต้อนรับหนุ่มหล่อ ด้วยอาการร่าเริงกระติ๊กริก

“เชิญค่ะ เชิญ”

เขายิ้มแย้มแจ่มใสโดยมารยาท ซ่อนความกินแหนงแคลงใจไว้ในส่วนลึก

ถอดรองเท้าไว้ภายนอก ก้าวตามสาวใหญ่เข้าไปนั่งเสื่อ ยิ้มกับอุมาวสีที่นั่งอยู่ในกลุ่มเด็กเสิร์ฟ

เจ้าภาพเตรียมถวายชุดสังฆทานกับซองปัจจัย หล่อนชวนหนุ่มหล่อ เสียงหวานเจื้อยแจ้วแฝงดัดจริต

“คุณมินทร์จะร่วมใส่ปัจจัยเพิ่มในซองก็ได้ค่ะ เราจะได้พบเจอกันทุกชาติทุกภพ เพิ่มความสัมพันธ์ต่อกันลึกซึ้ง

 



Don`t copy text!