ยาใจด้วยรัก บทที่ 16 : เป็นตัวของตัวเอง

ยาใจด้วยรัก บทที่ 16 : เป็นตัวของตัวเอง

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

เวลาผ่านไปราวชั่วโมงเศษแต่ในความรู้สึกของหญิงสาวกลับเหมือนผ่านไปแค่นาที แสงไฟสีส้มภายในร้านสว่างขึ้นอีกครั้งปลุกเบสต์ให้ตื่นจากภวัง…การแสดงบนเวทีได้จบลงแล้ว

“เพราะใช่ไหมล่ะ” อลิซเอ่ยด้วยน้ำเสียงภูมิใจ เบสต์ทำได้เพียงพยักหน้ารับเงียบๆ ด้วยนี่เป็นมุมที่เธอไม่เคยรู้จักเด็กหนุ่มมาก่อนเลย มันช่างดูเจิดจ้า ห่างไกลกับคนมืดมนอย่างเธอเสียเหลือเกิน

“น่าเสียดายที่ไม่มีแมวมองคนไหนมาสนใจเลย” เด็กสาวว่าต่อ เธอเริ่มพูดมากด้วยความว่าดื่มไปแล้วหลายแก้ว คำพูดนั้นทำให้เบสต์รู้สึกไม่อยากเชื่อว่าคนที่มีความสามารถขนาดนี้จะถูกมองข้าม…

หรือมันเป็นสิ่งที่โลกใบนี้เป็นมาตลอดอยู่แล้วกันนะ

ในขณะที่เบสต์กำลังตกอยู่ในห้วงของความคิด อลิซยิงคำถามที่คาใจมาตั้งแต่แรก

“ว่าแต่พี่น่ะ เป็นอะไรกับภพเหรอ”

เมื่อถูกถามดังนั้นเบสต์เงียบไป เธอใช้ความคิดในหัวอยู่ครู่ใหญ่

“…คนรู้จัก” เบสต์เอ่ยตอบไปแบบนั้นทั้งที่ในใจยังคงครุ่นคิดว่าแท้จริงแล้วเขากับเธอมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ คำตอบที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงลังเลใจนั้นทำให้ผู้ถามยังไม่ปักใจเชื่อ

“ถ้าแค่นั้นแล้วทำไมพี่ถึงต้องตามมานี่ด้วยอะ”

เมื่อได้ยินอลิซว่า เบสต์พยายามหาเหตุผลอธิบาย ทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็ยังเข้าใจได้ไม่แจ่มชัดนัก “พอดีพี่มีปัญหานิดหน่อย ภพเค้าก็เลยช่วยพามาเปลี่ยนบรรยากาศน่ะ”

“นั่น ว่าแล้ว หมอนั่นมันพวกใจอ่อน สงสารคนอื่นเค้าไปทั่ว เจอหมาแมวที่ไหนก็ช่วยหมด”

คำพูดของอลิซทำให้หญิงสาวที่กำลังประสบปัญหาชีวิตรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย เธอก้มหน้าและเงียบลงไปถนัดตาโดยที่คู่สนทนาไม่ทันจะสังเกต หรืออันที่จริงเธอไม่อยากจะใส่ใจเท่าไรนัก อลิซหยิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่มเพิ่มอย่างอารมณ์ดี

“คนรู้จัก แค่คนรู้จักสินะ!” อลิซพูดย้ำๆ ด้วยใจที่ลิงโลดโดยไม่รู้ว่าถูกสายตาไร้อารมณ์จับจ้อง

“อืม…ก็แค่บังเอิญอยู่ห้องข้างกัน แค่นั้นแหละ” เบสต์ย้ำคำ เพื่อเป็นการย้ำเตือนสถานะของตัวเองด้วย โดยไม่ทันรู้ตัวว่าประโยคนั้นทำให้เด็กหนุ่มนักดนตรีที่กำลังเดินกลับมาร่วมโต๊ะกับเพื่อนๆ เสียใจอยู่ไม่น้อย

“แอบนินทาว่าอะไรมิทราบ” เจ้าของผมสีน้ำตาลเทาหม่นโพล่งขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เบสต์สะดุ้งโหยง หญิงสาวหวังว่าเขาจะไม่ได้ยินที่เธอพูด แต่เอ๊ะ…เธอจะรู้สึกผิดทำไมกันนะ

คิณณ์ยื่นแก้วเครื่องดื่มเย็นๆ ให้เพื่อนเพื่อแก้กระหาย เห็นดังนั้นภพรับมาดื่มอึกใหญ่และต่อเนื่องแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แล้วจะกลับกันกี่โมง” ภพถามเพื่อนๆ ที่ดูสติสัมปชัญญะครบถ้วน…ละมั้ง

“ถามยัยนี่” คิณณ์ว่าพลางชี้ไปทางอลิซที่ดื่มไม่หยุด หญิงสาววางแก้วที่เพิ่งยกขึ้นมาดื่มจนหมดกระแทกลงบนโต๊ะ

“เดี๋ยวดิ ดีเจกำลังมา…” อลิซกล่าวกำหนดการต่อไปของทางร้านแต่หญิงสาวอายุมากที่สุดในโต๊ะกลับอยากออกจากที่นี่แล้ว

“พี่ว่า พี่กลับก่อนดีกว่า” เบสต์กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน

“ไม่เอาน่าพี่เบสต์ พี่บอกไม่เคยเที่ยวไม่ใช่อ่อ โอกาสนี้แหละ ต้องปลดปล่อยให้สุดเหวี่ยง” หญิงสาวที่เริ่มกรึ่มๆ ตื๊อ

“ถ้าพี่อยากกลับผมจะไปส่ง” ภพว่าพลางทำท่าเก็บสัมภาระ

“โห่ภพ ไม่เอาน่า ทำงานมาเหนื่อยๆ ไม่สนุกต่อได้ไง”

ยังพูดไม่ทันขาดคำ แสงไฟที่เคยส่องสว่างกลับดับลงอีกครั้ง เสียงดนตรีสังเคราะห์แบบ EDM ดังขึ้นปลุกอารมณ์สนุกสนานขจัดความเงียบสงบสอดรับกับจังหวะของแสงสีเลเซอร์

“กรี๊ด มาแล้ว อย่าเพิ่งกลับเลย อยู่เต้นด้วยกันก่อน น้าๆ” อลิซอ้อนเพื่อนๆ พร้อมกับขยับร่างกายไปตามจังหวะ เบสต์รู้สึกเกรงใจเพราะเธอกำลังจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนหมดสนุก

“งั้น…ลองอยู่ต่อก็ได้” หญิงสาวตัดใจอยู่

“ถ้าไม่ไหวกลับก็ได้นะ” ภพกล่าวด้วยท่าทีเป็นห่วง

“ไหวๆ” หญิงสาวกล่าวสั้นๆ พร้อมกับหยิบอาหารทานเล่นบนโต๊ะเข้าปาก

“พี่จะนั่งกินในเวลานี้ไม่ได้ ลุกค่ะ ลุกขึ้นมา” อลิซเดินมาดึงแขนของพี่สาวให้ลุกขึ้นยืน

“พี่เต้นไม่เป็น!” หญิงสาวลุกขึ้นตามแรงฉุดด้วยท่าทีเกร็งเคอะเขิน

“โห่พี่ มันไม่มีไรเลย แค่ขยับๆ แบบนี้”

อลิซเต้นตามเสียงบีตหนักที่สะท้อนผ่านผนังจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ท่วงท่าแข็งแรงและเร่าร้อนรับกับหุ่นสมส่วน ด้วยเสื้อครอปและกางเกงยีนส์ตัวหลวมเอวสูงที่สวมใส่ทำให้เธอดูยั่วยวนจนผู้ชายโต๊ะข้างๆ หันมามองกันเป็นตาเดียว เด็กสาวพยายามสอนให้เบสต์เต้นตามเธอ

เบสต์พยายามขยับร่างกายอันแข็งทื่อด้วยความเก้ๆ กังๆ ถึงแม้เสื้อผ้าและรองเท้าที่สวมใส่จะไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไรนัก แต่พอจับจังหวะได้ เธอก็สนุกสนานไปกับเสียงเพลง

ภพเห็นดังนั้นเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วหัวเราะในความเงอะงะของเบสต์ เป็นจังหวะเดียวกับที่อลิซเหลือบมองเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หัวใจของสาวเจ้ารู้สึกอิจฉา

ทั้งที่เธอสวยกว่า เด็กกว่า และเต้นรำได้ดีกว่า แต่ทำไมเขาถึงเอาแต่จับจ้องพี่สาวคนนั้นไม่วางตา

แสงไฟเลเซอร์สีสันแสบตาพุ่งสาดส่องไปทั่วห้อง เสียงเบสหนักดังตึ้บๆ ผู้คนมากมายเบียดเสียดกัน บางคนหลับตาปล่อยให้เสียงดนตรีพาไหลไป บางคนหัวเราะเสียงดังขณะที่กระโดดไปมาตามจังหวะเพลง ขณะดนตรีเร่งเร้า เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังขึ้น เหล่าผู้เก็บกดได้ปลดปล่อยจนแทบจะทำให้ทุกคนหลงลืมโลกภายนอกไปชั่วขณะ

เมื่อเริ่มได้เหงื่อ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในจิตใจของเบสต์ อาจจะเป็นเพราะความมืดได้มอบความกล้าหาญให้เธอ ร่างกายของหญิงสาวเริ่มขยับไปตามเสียงเพลงอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ความรู้สึกล่องลอยและสนุกสนานแบบเกินพอดีปะทุขึ้นภายในร่างกายอันร้อนรุ่ม

ในบรรยากาศเมามาย อลิซเขยิบร่างกายเข้าใกล้กับหญิงสาวที่เป็นคู่แข่ง มือหนึ่งเอื้อมสัมผัสร่างกายของเธอเชื้อเชิญให้เต้นรำคู่กัน และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายตอบรับแต่โดยดี เบสต์เต้นรำกับอลิซอย่างสนุกสนาน เมื่อจังหวะเพลงถูกเร่งเร้ามากยิ่งขึ้น อลิซเอ่ยเสียงดังที่ข้างหูของเบสต์สั่งให้เธอทำอะไรบางอย่าง

หญิงสาวผู้เคยมาผับเป็นครั้งแรกไม่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่ เธอเชื่อสิ่งที่คนอื่นพูดโดยไม่มีข้อกังขา ด้วยลูกฮึดอะไรบางอย่างใครบอกให้ทำอะไรตอนนี้เหมือนหญิงสาวจะตอบรับไปเสียหมดเหมือนกับคนเมาที่ขาดสติ เพียงแต่ลิ้นของเธอยังไม่เคยสัมผัสแอลกอฮอล์เลยสักหยด

หญิงสาวถอดรองเท้าส้นสูงอย่างลวกๆ และก้าวเท้าขึ้นไปบนเก้าอี้ทำเอาเด็กหนุ่ม 2 คนด้านล่างถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นพฤติกรรมดังกล่าว

“เห้ย พี่เค้ากินไปกี่แก้ววะ” ภพร้องพร้อมพยายามประคองหญิงสาวให้ลงมา

“ไม่ได้แตะเลยสักแก้วเถอะ” คิณณ์ตอบเพื่อนด้วยความรู้สึกประหลาดใจพลางส่งสายตาค้อนไปยังเพื่อนสาวที่น่าจะเป็นตัวการ

“อะไร!” อลิซทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ในเวลานี้เบสต์รู้สึกว่าไม่มีใครสามารถห้ามเธอได้…หญิงสาวส่งตัวเองขึ้นไปยืนบนโต๊ะพร้อมกับทำแก้วแตกไป 2-3 ใบ จนกระทั่งขาทั้งสองข้างของเธอยืนหยัดตั้งมั่นอยู่บนที่สูง สิ่งนั้นทำให้หญิงสาวได้เห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป เธอรู้สึกโล่งเมื่อได้หลีกหนีจากความอึดอัดด้านล่าง

เบสต์หลับตาลง ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสมผสานกันชวนให้เธอเคลื่อนไหวอย่างไร้ขีดจำกัด ในโลกที่มีเพียงเสียงดนตรีและแสงไฟ เวลาและความเป็นจริงดูเหมือนจะเลือนหาย เธอขยับร่างกายไปตามจังหวะดนตรีด้วยท่าเต้นประหลาดเฉพาะตัวโดยไม่สนสายตาของใคร

แม้ว่าเธอจะเต้นผิดจังหวะ ไม่สวยงามและไม่สมบูรณ์แบบ ก็ไม่มีใครต่อว่า เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวรู้สึกว่าร่างกายของเธอได้เป็นอิสระเหมือนนกที่โบยบินบนท้องฟ้า รอยยิ้มกว้างที่ออกมาจากหัวใจปรากฏขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ หญิงสาวเริ่มตะโกนร้องเพลงเสียงดังไปตามดนตรี…และเฉกเช่นเดียวกับการเต้น แม้เธอจะตะโกนเสียงดังสักเท่าไร จะร้องเพลงเพี้ยนสักแค่ไหน ก็ไม่มีใครรำคาญ

เบสต์รู้ว่าช่วงเวลาขณะนี้ เธอมีพลัง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองอย่างสุดซึ้ง

ขอแค่เธอได้สนุกกับตัวเองก็พอแล้ว

อลิซที่ตั้งใจจะทำให้หญิงสาวอายุมากกว่าเป็นตัวตลกแต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เบสต์ได้รับเสียงเชียร์มากมายจากโต๊ะรอบๆ มันตลกก็จริงแต่ไม่ได้มีความหมายในเชิงลบเลย

เบสต์หัวเราะฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาทั้งสองข้างปิดเข้าหากัน

และนี่คงเป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มของเธอทำให้หัวใจของภพว้าวุ่น

 



Don`t copy text!