ยาใจด้วยรัก บทที่ 27 : รู้สึกผิด

ยาใจด้วยรัก บทที่ 27 : รู้สึกผิด

โดย : ลิลนิล

Loading

ยาใจด้วยรัก โดย ลิลนิล เรื่องราวฟีลกู้ดของสาวไทป์แมวดำและเด็กหนุ่มไทป์หมาโกลเด้นที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น นวนิยายโรแมนติก คอมเมดี้ อบอุ่นหัวใจ ดราม่า ที่อ่านเอาเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน

ณ ห้องในคอนโดมิเนียมชั้น 8 ที่บรรยากาศไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เบสต์เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองของตัวเองแล้วนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยใจที่ว่างเปล่า ถึงกระนั้น ที่พักแห่งนี้กลับไม่ใช่สถานที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยเหมือนแต่ก่อน ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ร่องรอยของเด็กหนุ่ม น้ำเสียงและรอยยิ้มของเขา ยังคงแจ่มชัดอยู่ทุกหนแห่ง หญิงสาวอยากจะหนีไปให้ไกล แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปหลบซ่อนที่ไหนได้อีก ในเมื่อที่อยู่สุดท้ายของเธอได้หายไปแล้ว ไม่มีที่อยู่ของเธอบนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว

อาการเดิมกำลังจะกลับมา หญิงสาวรู้สึกถึงหลุมดำในใจที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้น อยากจะเจอหมอเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่ถึงเวลานัดที่กำหนด ถึงแม้จิตแพทย์ประจำตัวจะบอกให้เธอโทร.หาได้ตลอดในยามฉุกเฉิน แต่หญิงสาวก็กลัวเกินกว่าจะกดเบอร์โทรศัพท์นั้น เธอจึงเลือกที่จะอดทน

ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นฉุดหญิงสาวออกจากห้วงความคิด เธอไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรด้วยคาดเดาได้ว่าคนที่มาหาคงเป็นเขาคนนั้น ใจหนึ่งแอบลิงโลด ถึงกระนั้นอีกใจหนึ่งเธอก็หวาดกลัวการพบเจอกันเกินกว่าจะเปิดประตู

“เบสต์ เปิดประตูหน่อย”

เสียงจากฝั่งตรงข้ามทำลายความสุขในใจของหญิงสาวจนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อคู่สนทนาคือพี่ชายที่กลับมาตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นระยะ เบสต์เปิดประตูให้กับบอสอย่างสิ้นหวัง

“ไปเก็บของ กลับบ้านเรากัน”

สิ้นคำสั่ง เบสต์ค่อยๆ หยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เก็บซ่อนเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าออกมา เธอบรรจงกวาดข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าที่จำเป็นลงกระเป๋าอย่างลวกๆ ทุกอย่างถูกกองรวมกันอย่างระเกะระกะ ก่อนหญิงสาวจะรูดซิปปิดกระเป๋าเป็นสัญญาณเสร็จสิ้น ดวงตาของเธอเหม่อลอยไร้แวว ถึงกระนั้นบอสก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนัก ทั้งสองก้าวออกจากห้องและจะไม่หันหลังกลับมาอีก

 

นับจากวันนั้นเวลาก็ผ่านไป 1 สัปดาห์ ในช่วงเวลาหัวค่ำที่ท้องฟ้ามืดสนิท เสียงร้องเพลงนุ่มละมุนและเสียงกีตาร์เคล้าคลอไปกับบรรยากาศของร้านนั่งชิว ช่วยเสริมรสชาติของอาหารให้กลมกล่อม ขณะที่ผู้ฟังกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้นคีย์ดนตรีก็ดันเล่นผิดจังหวะ พร้อมกับเนื้อร้องที่ขาดตอนขัดอารมณ์ที่กำลังสุนทรีย์ของเหล่าลูกค้าให้รู้สึกหงุดหงิด

“ขอโทษครับ” นักร้องหนุ่มขอโทษและเริ่มเล่นท่อนที่แล้วใหม่ มันเป็นครั้งที่ 3 ของวันที่เขาลืมเนื้อและคอร์ดของเพลง

อลิซที่แอบนั่งสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ อดเป็นห่วงไม่ได้ ในขณะที่คิณณ์ผู้ไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวแปลกใจกับพฤติกรรมของเพื่อนทั้งสอง ยิ่งอลิซยิ่งเห็นชัด เพราะโดยปกติเธอมักจะเลือกโต๊ะแถวหน้าเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ภพที่สุด แต่วันนี้กลับเลือกโต๊ะหลืบมุมหลังสุด คล้ายกับว่ากำลังหลบหน้ากันอยู่อย่างนั้น

“ทะเลาะกันเหรอ” คิณณ์ถามขึ้นเป็นการหยั่งเชิง ทำให้ผู้ถูกถามสะดุ้งเฮือก

“เปล๊า…”

“เปล่าซะเสียงสูงเลยนะ”

แม้คิณณ์จะไม่แสดงสีหน้าอะไร แต่ก็ทำให้อลิซรู้สึกหงุดหงิด เธอจึงตอบกลับแบบห้วนๆ

“เออ…มีเรื่องกันก็ได้ ยังไงนายก็รู้ทันอยู่แล้วนี่” อลิซยอมรับออกมาตรงๆ ทำให้คิณณ์แอบยิ้มขึ้นมาในใจ แม้เขาจะไม่แสดงออกทางภายนอกก็ตาม

“แล้วมีเรื่องอะไรกัน” เขาถามอย่างใจเย็น

“ก็…ฉันหึง ก็เลยเผลอด่าพี่เบสต์ให้ไปตายน่ะสิ” อลิซพูดเสียงอ่อย เมื่อได้ฟังดังนั้นคิณณ์ถึงกับต้องเอามือก่ายหน้าผากถอนหายใจ

“เห้อ…เธอนี่น้า แล้วไปพูดแบบนั้นทำไม”

“ก็มันไม่ได้ตั้งใจนี่ ฉันอิจฉาที่ภพอะไรๆ ก็พี่เบสต์ ก็เลย…หลุดปาก”

“แล้วเธอคิดอย่างงั้นจริงรึเปล่า”

“จะบ้าเหรอ บอกแล้วว่าแค่หลุดปาก ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง” อลิซกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้คิณณ์รู้ว่าหญิงสาวกำลังคิดมากจริงๆ อลิซระบายความอัดอั้นต่อ

“ตอนนี้ฉันกลัวมากเลยนะ ถ้าเกิดว่าคำพูดของฉันทำให้พี่เค้าฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆ จะทำไงดี”

พออารมณ์เย็นลงแล้วหญิงสาวก็สามารถคิดได้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น เพียงแต่คำพูดที่พูดไปแล้ว ต่อให้รู้สึกผิดแค่ไหนก็ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้

“เธอยังรู้สึกผิดก็ดีแล้ว มันเป็นสิ่งที่เธอสมควรชดใช้นะ” คิณณ์ตอกย้ำโดยไม่มีคำปลอบใดๆ จนอลิซรู้สึกใจเสีย ชายหนุ่มลอบยิ้มบางๆ ก่อนจะลูบหลังหญิงสาวเป็นการปลอบโยน

“คราวนี้ก็จำไว้เป็นบทเรียน แล้วก็อย่าทำอีก” เขาสั่งสอนพอหอมปากหอมคอ ในขณะที่อลิซก้มหน้ารับคำอย่างไม่มีเงื่อนไข คิณณ์ลูบหลังของเธอเบาๆ ช้าๆ จนจิตใจของหญิงสาวพอสงบลง พร้อมๆ กับเสียงเพลงที่จบลง

การแสดงสิ้นสุดลงอย่างทุลักทุเล เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้จัดการสาวของร้านอาหารแสดงสัญญาณให้เจ้าของโชว์หยุดพัก ก่อนเดินเข้ามาหานักร้องสมัครเล่นด้วยท่าทีเป็นห่วง

“น้องภพ ไหวไหม”

“ครับ ไหวครับ” เขาตอบรับแม้สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี

“พี่ว่าวันนี้น้องภพพักก่อนดีกว่า ค่าจ้างพี่ให้เท่าเดิม” สาวเจ้าว่าพลางโอนเงินให้นักร้องหนุ่ม ทำให้เขาต้องน้อมรับและจำใจลงจากเวทีแต่โดยดี

 



Don`t copy text!