2 เรื่อง 2 รส จาก 2 นักเขียนป้ายแดง “อ่านเอาก้าวแรก#2” สู่ช่อง one31

2 เรื่อง 2 รส จาก 2 นักเขียนป้ายแดง “อ่านเอาก้าวแรก#2” สู่ช่อง one31

นอกจากแวดวงวรรณกรรมจะได้นักเขียนมืออาชีพไปประดับวงการเพิ่มขึ้น แวดวงทีวีก็ไม่น้อยหน้าเพราะนิยาย 2 เรื่อง ซึ่งเป็นผลผลิตจากโครงการ “อ่านเอาก้าวแรก#2” กำลังจะได้ไปโลดแล่นแปลงร่างเป็นตัวละครให้คุณผู้ชมได้สนุกกันอีกช่องทาง

และแน่นอนว่า เมื่อผลผลิตคุณภาพเยี่ยมมาจากโครงการของเรา มีหรือที่อ่านเอาจะไม่ชวนนักเขียนคนเก่งเจ้าของผลงานทั้งสองเรื่องมาพูดคุยกัน โดยคนเก่งคนแรก “อัจฉราพร ฦาชา”  หรือ นามปากกา ‘ตฤณภัทร’ พ่วงตำแหน่งรองชนะเลิศจากโครงการ “อ่านเอาก้าวแรก#2” จากผลงานเรื่อง “พระนคร ๒๔๑๐ แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิศ”

“ถึงนาทีนี้ยังตื่นเต้นอยู่เลยค่ะ เกินคาดฝันมากๆ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบในแบบที่คิดว่าสมบูรณ์จริงๆ ตอนที่รู้ว่าได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการส่งเข้าประกวดในโครงการอ่านเอาก้าวแรก รุ่นที่ 2 ก็ดีใจมากแล้ว พอมารู้ว่าช่อง one ให้ความสนใจและซื้อลิขสิทธิ์ไปเพื่อทำเป็นละคร ความดีใจเพิม่ขึ้นอีกขั้น รู้สึกเหมือนได้โชคสองชั้นเลยค่ะ”

 

เรียกน้ำย่อยนิดๆ กับ “พระนคร ๒๔๑๐ แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิศ”

“ที่มาที่ไปของนิยายเรื่องนี้ ต้องย้อนไปว่าเริ่มต้นจากที่เข้าไปหาข้อมูลอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม แล้วได้ไปเจอกับบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ของปี พ.ศ. ๒๔๑๐ เป็นเรื่องราวที่บันทึกงานเขียนของหมอบรัดเลย์เกี่ยวกับอาชีพแม่สื่อ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดในตอนนั้น พอได้อ่านก็รู้สึกว่า โอ้โห…ข้อมูลนี้มันว้าวมากๆ ลองคิดดูนะผู้หญิงในยุคนั้นเป็นช้างเท้าหลังเต็มรูปแบบ ไม่ค่อยมีบทบาทอะไรมากนัก แต่สำหรับคุณยายคนนี้ที่เราดึงคาแรกเตอร์ของเธอมาเป็นตัวละครหลักในนิยายของเรา เธอมีความแตกต่างออกไป เพราะ เธอมีความเป็นคนหัวสมัยใหม่ มีความรู้ กล้าคิด กล้าพูด จอมวางแผน คอนเน็คชั่นเยอะ ที่สำคัญเธอมีหลานสาวคนสวย คอยช่วยเป็นทีมงานสนับสนุนให้กับเธอ ซึ่งหลานสาวคนเก่งของเธอก็คือนางเอกนั่นเอง”

อัจฉราพร ฦาชา

แต่ด้วยนิยายเรื่องนี้เป็นแนวพีเรียดย้อนยุคจึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการจะสังเคราะห์ข้อมูล เกี่ยวกับเวลา สถานที่ และสถานการณ์ ทำให้เธอต้องทำการเตรียมข้อมูลอย่างหนัก “ตัวละครหลายๆ ตัวมีตัวตนอยู่จริงตามหน้าประวัติศาสตร์  เหตุการณ์หลายๆ อย่างจึงต้องอ้างอิงและเลือกใช้ให้ถูกต้อง เราใช้เวลามากในการค้นหาและเรียบเรียงข้อมูล ที่สำคัญการวางเส้นเรื่อง ธีมเรื่อง ลำดับเรื่องก่อนหลัง การวางคาแรกเตอร์ของตัวละคร รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขของสถานการณ์ต่างๆ ต้องใช้ความปราณีตเป็นอย่างมากค่ะ

“ในส่วนของความสนุกสนานในเนื้อเรื่อง ความมีเสน่ห์ในแต่ละตัวละครที่สร้างสรรค์ไว้ อยากฝากให้ไปติดตามกันตอนที่เป็นละครดีกว่า เชื่อว่าด้วยความเป็นมืออาชีพของช่อง one ไม่เพียงเราเองที่เป็นเจ้าของผลงานที่จะไม่ผิดหวัง แต่เชื่อว่าผู้ชมละครก็จะไม่ผิดหวังเช่นกันค่ะ ยังไงก็ขอฝาก “พระนคร ๒๔๑๐ แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิศ” ทั้ง 2 เวอร์ชั่นด้วยนะคะ”

 

ไม่สวยไม่เก่งแต่อยากให้มงลง “ร่างสลับอัปสรา” จึงเกิดขึ้น

อีกหนึ่งเรื่องที่แม้จะไม่ได้พิชิตรางวัลจากโครงการ “อ่านเอาก้าวแรก#2” แต่ด้วยประสบการณ์และฝีมือที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ เพราะเข้าร่วมอบรมในโครงการทั้งสองปี  “ร่างสลับอัปสรา” โดย วีรกุล กล้าหาญ  หรือ นามปากกา ‘กุลวีร์’  จึงเข้าตาช่อง one ไม่แพ้เรื่องแรก

“ตอนเข้ามาอบรมอ่านเอาก้าวแรกรุ่นที่ 1 ก็เคยลองเขียนแนวดราม่าหนักๆ แต่ผลงานก็ยังไม่เข้าตากรรมการ  พอมาเข้าร่วมในรุ่นที่ 2 อีกครั้ง จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวดูบ้าง ครั้งนี้เป็นเรื่องเบาๆ ไม่เครียดมาก บวกกับได้คำแนะนำจากวิทยากรมากมาย ทำให้เราได้มองเห็นจุดบกพร่องของตัวเองมากขึ้น ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนว่า คราวที่แล้วเราสร้างเรือไว้บนรางรถไฟ สุดท้ายเรือก็แล่นไม่ได้ แต่พอเริ่มจับจุดที่ถูกต้องเจอ ครั้งนี้ก็เลยลงตัว เปลี่ยนจากสร้างเรือมาสร้างรถไฟเพื่อแล่นบนรางแทน คราวนี้ไปได้ดี รถไฟของเราแล่นได้เร็วในรางเดิม” 

วีรกุล กล้าหาญ

รูปแบบของนิยายที่เปลี่ยนไป ไม่ได้เกิดขึ้นแค่นั่งคิดแล้วไอเดียมา แต่เพราะงานประกวดมิสยูนิเวิร์สมาสะกิดใจทำให้ไอเดียพุ่งจนกลายมาเป็นที่มาของนิยายเรื่องนี้

“ตอนนั้นนั่งชมการประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ประเทศไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน ดูๆ ไปก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า คนที่จะได้สวมมงกุฎต้องสวย ต้องเก่ง แล้วถ้าคนไม่สวย ไม่เก่ง แต่อยากได้มงกุฎนางงาม อยากเป็นนางงามขึ้นมาจะทำยังไงดี ด้วยไอเดียเริ่มแรกนี้ จึงวางพล็อตให้เกิดการสลับร่างขึ้น ระหว่างคนสองคน ที่อีกคนหนึ่งสวยมากเป็นสาวกรุงฯ ส่วนอีกคนหนึ่งเชยๆ เป็นสาวบ้านนอก”

เมื่อเริ่มลงมือร้อยเรียงเรื่องราว นิยายสไตล์เหนือจริงก็พาให้ตัวผู้เขียนเองสนุกและลุ้นไปกับตัวละครหลักในเรื่อง ประกอบกับธีมของเรื่องเป็นอะไรที่คลายเครียด ซึ่งเป็นจุดแข็งเด่นชัดของนิยายเรื่องนี้

“เมื่อคนสวยเก่งต้องไปใช้ชีวิตในซีนบ้านนาบ้านทุ่ง จะมีเรื่องสนุก เรื่องตลกเกิดขึ้นตลอด ส่วนสาวบ้านนอกเมื่อต้องไปอยู่เมืองกรุง และยังต้องไปประกวดนางงามก็จะมีวีรกรรมโก๊ะๆ ให้ต้องคอยเอาใจช่วยอยู่ตลอด สองเรื่องราวของสองสาว ในเส้นเรื่องที่วางไว้กับปมของแต่ละคน ปมของแต่ละคู่ ซึ่งเรื่องนี้มีด้วยกันถึง 3 คู่ กว่าที่แต่ละคู่จะลงตัว มันมีอะไรที่ซับซ้อนมาก และเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตอนสุดท้าย เป็นอะไรที่ต้องว้าวมากๆ แน่นอนสำหรับผู้อ่านและผู้ชมละคร

“พอรู้ว่าช่อง one ชื่นชอบและซื้อลิขสิทธิ์ผลงานเรื่องนี้ไปทำเป็นละคร มันยิ่งทำให้รู้สึกมีไฟในการทำงานเพิ่มขึ้นอีกมาก และปลื้มใจที่มีคนชอบในงานของเรา ซึ่งถ้าเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้ยังอยากเขียนในสไตล์อื่นๆ ดูบ้าง ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ”

 

สุดท้ายนี้เราขอฝากแฟนๆ นักอ่านและแฟนละครทางช่อง one อดใจรอกันสักนิด เหมือนอย่างที่ 2 เจ้าของบทประพันธ์กล่าวฝากไว้ และเชื่อเหลือเกินว่าละครทั้งสองเรื่องนี้ เมื่อถึงคราวเปิดม่านออกฉายจริง  คงไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังเป็นอย่างแน่นอน  

 

Don`t copy text!