
ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ ตอนที่ 4 : เมื่อถึงเวลาลาจากขอบน้ำจรดขอบฟ้า
โดย : กฤษณา อโศกสิน
![]()
ขอบน้ำจรดขอบฟ้าที่ฟุกุโอกะ นิยายอบอุ่นในรูปแบบบทความพิเศษ จาก กฤษณา อโศกสิน ที่จะพาผู้อ่านร่วมเดินทางสู่ฟุกุโอกะ ท่ามกลางความรัก ความผูกพัน และเรื่องราวของครอบครัว อ่านได้ที่ อ่านเอา

พอดีได้เวลาแสงสีโดยรอบเข้าสู่พลบค่ำ ปรายจึงถาม
“ปู่ ย่าเมื่อยละยัง ถ้าเมื่อยจะกลับห้องก่อนก็ได้นะฮะ ปรายไปส่ง จะอาบน้ำหรือหลับไปก่อนก็ไม่เป็นไร มาคราวนี้ตามสบายอยู่แล้วไง พรุ่งนี้เราก็ไปเดินซื้อของกันดีไหมย่า จะได้เอาไปฝากพวกที่ออฟฟิศมั่งคนละอย่างเล็กๆ ที่ไม่หนักกระเป๋า”
“ใช่ ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลยตั้งแต่มา” ย่านึกขึ้นได้ “ปรายจะซื้ออะไรมั่งล่ะลูก เอาอะไรไปฝากปุญมั่งนะ เพราะขานั้นเขาอยู่กับที่ทั้งปีทั้งชาติ”
“ฝากซีย่า พี่ปันเขาก็ฝากซื้อแก้วยี่ห้อ Kinto มีหู แต่เท่าที่เดินๆ ดูมาหลายวันก็ยังไม่เห็น มีแต่ไม่มีหู เลยยังไม่ได้ซื้อ”
“คงหมดรุ่นไปแล้วมั้ง” สมุทรไทคาดคะเน
“ถ้าหมดรุ่น” บนฟ้าเสริม “ก็ซื้อไปเถอะ ไม่มีหูก็ดีไปอีกแบบ”
“แล้วค่อยตัดสินใจ” ปรายพูดอย่างคนรอบคอบ หากก็ลังเลนิดๆ
ครั้นแล้ว ในที่สุดก็เลยตัดสินใจซื้อแก้ว Kinto ไม่มีหูให้พี่ชาย 2 ใบ
ฝ่ายบนฟ้าซื้อกระเป๋าถือฝากน้าสุนทรี กระเป๋าสตางค์เล็กๆ สีเขียวแบรนด์เนมฝากนทีบิดาสมุทรไท ส่วนตุ๊กตาทำด้วยขนแกะฟูหน้าตาน่ารักที่ซื้อจากหมู่บ้านยุฟุอิน เป็นของฝากลูกชายสุดที่รักวัยสองขวบ
ได้ของฝากครบแล้วจึงชวนกันกลับโรงแรม
ปรากฏว่าเท้าย่าค่อนข้างบวมเพราะเดินมาก บนฟ้าก็เลยบอกให้ย่านั่งที่เก้าอี้ติดกับระเบียง แปะแผ่นยาที่ซื้อจากร้านขายยาบนหลังเท้าย่า แต่สมุทรไทบอกว่าแช่น้ำอุ่นผสมเกลือดีกว่า หญิงสาวก็เลยหยิบถุงเกลือแช่เท้าจากกระเป๋าเล็กที่บรรจุยาและของใช้จิปาถะ ซึ่งต้องติดมาทุกครั้งยามเดินทางไกลออกมาแช่ แล้วปู่ก็แช่ต่อจากย่าเพียงแต่เปลี่ยนน้ำแค่นั้น
รุ่งขึ้น ทั้งปู่และย่าต่างก็กระปรี้กระเปร่าสดชื่นไปด้วยกัน
เนื่องจากวันนี้ปรายมีรายการขึ้นแท็กซี่ไปยังศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์นามว่า คูชิดะ (Kushida Shrine) อันนับได้ว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นให้ความเคารพบูชาอย่างยิ่ง นับเป็นศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของความโบราณ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่ของศาสนาชินโตแห่งจังหวัดฟุกุโอกะ

นัยว่าเสี่ยงเซียมซีถามเรื่องใดจะตอบได้แม่นยำมาก
สมุทรไทและบนฟ้าจูงย่า ปรายจูงปู่ ก้าวเข้าไปถึงหน้าศาล ยืนพนมมือขอพร
ใบเซียมซีของหญิงสาวคือใบที่ 10
มีใจความว่า
Like flowers blooming in unison
“ดีมากเลยน้องบน” สมุทรไทอ่านพลางพยักหน้า
“ก็ของพี่ล่ะคะ” น้องบนอยากรู้
หากพี่ชายผู้ไม่ร่วมอุทรแต่ร่วมที่นอนเดียวกันส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรนอกจากสุขเสมอ ก้าวหน้าเสมอแค่นั้น”
“ดีแล้ว”
แต่ปู่ ย่า กับปรายไม่เสี่ยงเซียมซี
ปรายเพียงแต่อยากให้ย่าได้กินข้าวหน้าปลาไหลถูกปาก
จึงพาไปยังตึกใหญ่แห่งหนึ่งที่ต้องเดินข้ามคลองไปไกลพอดู
แต่ผู้อาวุโสทั้งคู่ก็เดินไหวโดยเกาะแขนหลานทั้งสาม
จนกระทั่งถึงร้านใหญ่ที่มีคนต่อคิวยาวจนแทบไม่มีที่ยืน
ปรายเดินไปรับบัตรคิว รอประมาณ 15 นาที ก็ได้เข้าไปในร้านเล็กๆ ที่มีคนนั่งเต็มทุกโต๊ะ
“อือ” ย่าพึมพำทันทีที่ส่งข้าวหน้าปลาไหลใส่ปาก “ร้านนี้อร่อยดีจัง รสจัด น้ำราดหน้าฉ่ำ”
ปรายได้แต่หัวเราะขำย่า
“ของโปรดของย่า ไม่มีวันเบื่อ ถ้างั้นก็ต้องจำไว้” หลานชายสัพยอก
“จะมาฟุกุโอกะอีกเหรอพี่ปราย” น้องนางหนึ่งเดียวแย้มยิ้มอย่างเป็นสุข
“ปู่ ย่าอยากมาอีกไหมฮะ ถ้าอยากมากันอีกยังได้นะย่า”
ออกจากร้านนี้แล้ว ปรายจึงพาไปนั่งร้านกาแฟ แต่เป็นร้านที่ขายดี คนจึงแน่น เลยต้องออกไปนั่งนอกห้องที่อากาศอุ่นจัดเพราะแดดบ่ายส่องถึง ก็เลยชวนกันกลับโรงแรม
นั่งนอนผ่อนพักครู่ใหญ่ จึงชวนกันไปดูไฟคริสต์มาสที่หน้าห้างสรรพสินค้า ซึ่งวันก่อนเคยเดินไปชมมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่างก็นั่งลงบนม้านั่งยาวที่ยังว่างอยู่สองสามแถว นอกนั้นเต็มไปด้วยผู้คน
ปู่ ย่านั่งลงแล้ว หลานหนุ่มสาวจึงเดินไปซื้ออาหารว่างและไวน์แดง ถือกลับมาคนละแก้วพร้อมไส้กรอก มันทอดชิ้นเล็กยาว รสชาติดี
นั่งดูแสงไฟได้สักพัก คนก็เริ่มทยอยกันมานั่งจนแน่นทุกโต๊ะ
ปรายเลยพาปู่ ย่ากลับห้อง มาจัดของลงกระเป๋า เตรียมเดินทางกลับพรุ่งนี้
จบการเดินทางไกลที่ทั้งสนุก ตื่นตาตื่นใจ แม้จะลำบากมากกว่าทุกคราวที่เคยไป เนื่องจากต้องขึ้นภูเขายาวไกล
แต่การที่ได้ไปชมสวนดอกไม้ใหญ่ของโลก ก็คุ้มค่ามากที่สุด
หากก็ยังมีอีกหลายจังหวัดของคิวชูที่ยังเหลือให้ชม นั่นก็คือจังหวัดซะกะ (Saga) นางาซากิ (Nagasaki) คุมะโมโตะ (Kumamoto) โออิตะ (Oita) มิยะซะกิ (Miyazaki) และคะโงะชิมะ (Kagoshima) อันเป็นภูมิภาคที่มีอากาศอบอุ่น มีภูมิประเทศสูงต่ำสลับกัน มีทะเลภูเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นคือแหล่งประวัติศาสตร์เมืองโบราณทางตอนใต้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สามารถสัมผัสกับเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่มีหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองอีกหลายชนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุกุโอกะ เมืองหลวงของคิวชูนี้ เป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยความลงตัวระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิม บรรยากาศผ่อนคลายจากความวุ่นวายที่มักจะมีในเมืองใหญ่
จัดของเสร็จ หนุ่มสาวต่างก็ลงมาเช็กเอาต์ที่เคาน์เตอร์ข้างล่างล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา
พรุ่งนี้เช้าจะได้ลงมาแล้วขึ้นแท็กซี่ตรงดิ่งไปยังสนามบิน
มีรถเข็นที่ปรายจองไว้มารับปู่ ย่า ส่วนหนุ่มสาวเดินไปตามทางสู่เลานจ์ที่อยู่ชั้นบน กินอาหารเช้าที่นั่น
ครั้นแล้วค่ำคืนถึงรุ่งเช้าก็ผ่านไป
คณะผู้สูงวัยและหนุ่มสาวไปถึงสนามบินกินอาหารเช้าเสร็จสรรพแล้ว
รถเข็นสองคันจึงพาปู่ ย่า มีหลานสามคนเดินตามไปสู่ประตูทางออกเพื่อขึ้นเครื่อง
ลาจากฟุกุโอกะที่มีขอบน้ำจรดขอบฟ้าสู่สุวรรณภูมิของไทยในเวลา 11.40 น.
ถึงที่หมายคือกรุงเทพมหานครเวลา 15.14 น.
ทั้งสมุทรไทและบนฟ้าผู้มีรถตู้มารับ แวะส่งปรายกับปู่ ย่าที่บ้าน พลางผู้อาวุโสทั้งคู่ก็กอดจูบหลานรักอย่างสุดสวาท
“ว่างๆ ก็พาน้องน้ำมาหาย่ามั่งนะน้องบน”
พ่อแม่หนุ่มสาวทั้งคู่ต่างก็รับปาก ขณะที่ใจนั้นบินไปสู่เด็กชายวัยสองขวบที่จากกันแปดวันด้วยความคิดถึงจนใจสั่นรอนขณะนี้






