‘บุญฐิสา’ เมื่ออาชีพนักเขียนไม่ใช่เรื่องฝันเฟื่องอีกต่อไป

‘บุญฐิสา’ เมื่ออาชีพนักเขียนไม่ใช่เรื่องฝันเฟื่องอีกต่อไป

ใครที่ชอบนวนิยายแนวลี้ลับแต่อิงข้อมูลจริงได้ไม่ควรพลาด ‘พันธรตี’ โดยเด็ดขาด เพราะไม่เพียงเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม แต่สถานที่ บรรยากาศโดยรวมในรายละเอียดของเรื่องราวล้วนอ้างอิงมีที่มาทั้งนั้น ยิ่งเมื่อผสานจินตนาการของ ‘บุญฐิสา’ เข้าไปแล้ว นวนิยายเรื่องนี้จะทำให้คุณอยากที่จะอ่านตอนต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

‘บุญฐิสา’ คือนามปากกาของ คุณแพรว-สุภาภรณ์ สามาทาน สาวเชียงใหม่ อำเภอไชยปราการ ที่หนังสือ การอ่าน และห้องสมุดคือสิ่งที่เธอผูกพันมากที่สุด

“แพรวเป็นคนขี้โรคมาตั้งแต่เด็กค่ะ และมีโรคประจำตัวคือโรคธาลัสซีเมีย ทำให้ตั้งแต่จำความได้ชีวิตก็วนเวียนอยู่กับโรงพยาบาลตลอด ดังนั้น ระหว่างที่เพื่อนๆ ออกไปเล่นตอนพักเที่ยงหรือทำกิจกรรมต่างๆ แพรวก็จะสิงอยู่ในห้องสมุดเป็นหลัก จนทำให้เกิดการหลงใหลในการอ่านและมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักเขียน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักเขียนจริงๆ หรอกนะคะ เราได้แค่ฝันจริงๆ เพราะนอกจากบันทึกไดอารีก็ไม่เคยจับปากกาเขียนอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันเลย

“แต่พอเรียนสาขารัฐประศาสนศาสตร์ไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงปีท้ายๆ ของการเรียนก็เริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ตัวเราสักเท่าไร จึงย้อนคิดถึงความฝันวันวานที่ได้อยู่กับการอ่าน หนังสือ และห้องสมุด ก็เลยลองเขียนนิยายเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยนิยายรักโรแมนติกที่มีฉากหลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่  ถึงตอนนี้จะเก็บเข้ากรุไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียเปล่านะคะ เพราะถือว่าได้ฝึกปรือสำนวนการเขียน จนกระทั่งมีผลงานตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แจ่มใส คือเรื่อง ‘ปางบุญ’ กับ ‘อมฤตรส’”

 

นิยายที่ใช้ นักเขียนที่ชอบ

“ด้วยความที่โตมากับการอ่านงานสายวรรณกรรมเยาวชน นักเขียนคนแรกๆ ที่ประทับใจและยกไว้ขึ้นหิ้งต้อง พ่อครูมาลา คำจันทร์ เลยค่ะ เวลาอ่านจะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงดูดเข้าไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันลึกล้ำและหลากสีสันของพ่อครู ต่อมาพอเริ่มอ่านนวนิยายจริงจังนักเขียนที่ชื่นชมก็จะมีทมยันตี, แก้วเก้า, พงศกร, กิ่งฉัตร/อลินา, ปิยะพร ศักดิ์เกษม, รอมแพง และอีกหลายๆ ท่าน ส่วนใหญ่แพรวจะชอบอ่านแนวเหนือจริง แต่ถ้าเป็นแนวอื่นๆ นักเขียนก็ต้องสามารถเอาเราอยู่ ซึ่งแต่ละท่านที่กล่าวมานี้ไม่ต้องสงสัยในฝีมือเลยค่ะ

“ส่วนนิยายของแพรวเองจะเป็นแนวลี้ลับ เหนือจริง แฝงข้อคิดธรรมะ แต่ยังก็มีอีกหลายแนวที่อยากทดลองเขียนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวนหรืออาชญนิยาย ซึ่งเรามีพล็อตในหัวเยอะมากประหนึ่งสุสานพล็อต แต่สปีดปั่นงานนั้นอืดเอื่อยเหมือนหอยทาก”

 

‘พันธรตี’ ผลผลิตคุณภาพจากโครงการอ่านเอาก้าวแรก #1

“แพรวคือหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการอ่านเอาก้าวแรก #1 ค่ะ ซึ่งตอนที่ทราบว่ามีโครงการนี้ขึ้นมา รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เพราะแค่เห็นลิสต์รายชื่อวิทยากรนี่ก็ขนลุกแล้ว จัดเต็มกันมากจริงๆ แต่แอบมีลังเลนิดหนึ่งเพราะบ้านเราก็อยู่ไกลเหลือเกิน จนสุดท้ายตัดสินใจสมัครซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วค่ะ

“สิ่งที่ได้รับจากการเข้าอบรมคือความรู้มากมายที่สามารถนำมาปรับใช้กับการเขียนนิยาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันคือการเติมไฟให้กับตัวเอง ต้องบอกก่อนว่าแพรวเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกท้อถอย ถึงขั้นคิดว่าบางทีเราอาจไม่เหมาะกับสิ่งนี้ก็ได้ เกือบถอดใจจะไปทำอะไรอย่างอื่นแล้ว แต่พอเข้าร่วมอบรมกับอ่านเอา ทั้งได้เจอวิทยากรที่น่ารัก รายล้อมด้วยเพื่อนๆ ที่ต่างมีความฝันเหมือนกัน มันก็จุดไฟในการทำงานเขียนขึ้นมาอีกครั้ง ถึงได้มีพันธรตีแบบนี้ไงคะ”

 

เรื่องราวของ พันธรตี’

“จุดเริ่มต้นของ ‘พันธรตี’ มาจากความจริงอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งตำนานของโป่งอาถรรพ์ หรือวิญญาณสาวที่ยังคงเฝ้ารอคนรักของเธอกลับคืนมาหา จากจุดเล็กๆ สู่แรงบันดาลใจจนกลายเป็นพันธรตี แต่คงต้องสารภาพว่าตอนแรกก็มีแอบๆ กลัวเหมือนกันนะคะ แถมระหว่างที่เขียนยังต้องเจอกับเรื่องลี้ลับอีกมากมาย น่าแปลกที่ไม่ได้มาขัดขวางหากแต่มาคอยช่วยเหลือ ทั้งผลักทั้งดัน อู้งานแทบไม่ได้เลยค่ะ เรียกว่าช่วงนั้นมีเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งไร้กายหยาบกันเลยทีเดียว

“จะว่าไปแล้วโทนเรื่องนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับ ‘ปางบุญ’ อยู่บ้าง สิ่งที่แตกต่างคงจะเป็นเรื่องราวความรักของคู่พระนางที่ลึกลงไปอีกขั้น ‘ความรักลึกซึ้งจนถึงขั้นมอบให้แก่กันได้ด้วยชีวิต’ มันจะเป็นอย่างไรเราก็ไม่เคยสัมผัสถึง ยากที่จะจินตนาการ กว่าจะตีโจทย์ให้แตกแล้วเขียนออกมาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน”

 

‘พันธรตี’ ทุกสิ่งล้วนมีที่มาที่ไป

“‘พันธรตี’ เล่าย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนค่ะ ซึ่งต้นแบบหมู่บ้านดอยไม้แดงก็มาจากหมู่บ้านของแพรวเอง สมัยนั้นผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย มีน้ำใจต่อกัน เราไม่จำเป็นต้องมีรั้วบ้านเพราะไม่เคยมีปัญหาเรื่องขโมย ผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไปยังคงนิยมสวมผ้าถุง ไว้ผมยาว แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมานุ่งกางเกงและตัดผมสั้นกันหมดแล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้คนบางส่วนออกมารณรงค์ให้แต่งกายพื้นเมืองกันในวันสำคัญๆ แต่ก็มีคนให้ความสนใจเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น… เขียนๆ ไปเหมือนได้รำลึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็ก เริ่มเข้าใจเลยว่าทำไมผู้ใหญ่บางคนถึงโหยหาเงาของอดีตกันนัก

“สิ่งที่อยากจะสื่อออกมาผ่านตัวละครในพันธรตีคงเป็นเรื่องของ ‘ความรัก’ ความรักที่ทั้งสวยงามและน่ากลัว ความรักทำให้เราอดทน เข้มแข็ง ทำเรื่องดีๆ เพื่อคนที่เรารักได้ตั้งมากมาย แต่อีกด้านก็อาจทำเรื่องเลวร้ายแก่กันอย่างคาดไม่ถึง ความรักทำให้เรามีความสุข แต่ก็อาจนำพามาซึ่งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จะเห็นได้ว่าความรักพัดพาตัวละครในเรื่อง ‘พันธรตี’ ไปในทิศทางต่างๆ กัน ความรักที่ดีจึงต้องควบคู่กับการใช้สติด้วยค่ะ”

แม้ว่า ‘บุญฐิสา’ จะเป็นนักเขียนที่เรียกว่าชั่วโมงบินยังน้อยอยู่ แต่อ่านเอาเชื่อว่า ‘พันธรตี’ จะสามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับคุณผู้อ่านไม่แพ้เรื่องไหนๆ และนอกจากความสนุกแล้วคุณยังจะได้รับแง่คิดบางอย่างไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของคุณอีกด้วย

‘บุญฐิสา’ กำลังเขียนนิยายเรื่องต่อไปอยู่ ซึ่งให้ชื่อว่า ‘กรงโลกันตร์’ ที่จัดอยู่ในชุดเดียวกับอีกสามเรื่องที่ผ่านมา และแน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงความเป็นแนวลี้ลับ แต่ไม่ได้มาแค่ผีๆ สางๆ เพราะพระเอกของเรามีหน้าที่ตามไล่จับผีเลยทีเดียว!

อย่าลืมติดตามผลงานของเธอนะคะ

Don`t copy text!