แผนร้ายเกี่ยวรัก บทที่ 2 : แพ้พนันจึงต้องลงเรือ

แผนร้ายเกี่ยวรัก บทที่ 2 : แพ้พนันจึงต้องลงเรือ

โดย : กิ่งฉัตร

แผนร้ายเกี่ยวรัก เรื่องราวของพริมา..หญิงสาวที่รักการทำอาหารและรักงานเชฟในเรือยอร์ชขนาดเล็กที่รับรองแต่แขกวีไอพี แต่การลงเรือคราวนี้กลับป่วนหนัก แถมยังมีการตายของแขกคนสำคัญในเรือ งานนี้อย่าว่าแต่เชฟเลย  แมวยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้เหมือนกัน!  “แผนร้ายเกี่ยวรัก” โดย กิ่งฉัตร  นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-2-

 

นวัตพยายามไม่นิ่วหน้าให้มากนักยามมองเชฟสาวที่คงสูงแค่ประมาณคางของเขา หล่อนไม่อ้วน  แค่อวบอิ่มและมีเนื้อมีหนังตรงที่ควรมีเท่านั้น สาวเพียวรายนี้ไม่ได้จัดเข้าข่ายสาวงาม ซึ่งนั่น…จะไปโทษอะไรแม่สาวตรงหน้าคงไม่ได้เพราะมาตรฐานความงามสำหรับเขาแล้วค่อนข้างสูง บ้านเขาทั้งพ่อแม่และน้องๆ หน้าตาดีทุกคน

อืม…แน่นอนว่ารวมถึงเขาด้วย…

ในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ถึงแม้นิสัยหรือความสามารถจะหลุดโลกไปบ้างแต่ทุกคนรวมถึงว่าที่เขยสะใภ้ก็หน้าตาสูงเกินกว่ามาตรฐานคนทั่วไปหลายเท่า เพื่อนสาวอย่างอมลรุจีนั้นสวยสะดุดตาชนิดเดินไปไหนมีแต่คนเหลียวหลังมอง อธินาถกับคนอื่นก็หน้าตาดีชนิดที่ว่าถ้าจับแต่งหน้าแต่งตัวส่งประกวดนางสาวไทยตอนยังเรียนไม่จบอาจจะเข้ารอบสุดท้ายกันแทบทุกคน

บรรดาสาวๆ เหล่านี้ เพื่อนๆ ในกลุ่ม ‘โรนินสยาม’ เห็นจนชินตาตั้งแต่เรียนหนังสือจนอายุใกล้จะนำหน้าด้วยเลขสามยกก๊วน ดังนั้นต่อให้เจอสาวหน้าตาดีที่ไหนก็ไม่สะดุ้งสะเทือน

อีกอย่าง…อย่างที่เอ่ยไปแล้ว เชฟสาวรายนี้ไม่ติดอันดับสาวงามแม้แต่น้อย หล่อนแค่ดูน่ารักชนิดพอไปวัดไปวาตอนสายๆ ได้เท่านั้น ในตัวที่มีดีเห็นจะมีอยู่สองอย่างเท่านั้นคือดวงตาดำกลมใหญ่เหมือนนิล สีดำสนิทแถมเป็นประกายสดใสเอาเรื่องเอาราวไม่น้อย กับอีกอย่างคงเป็นผิวที่ขาว ขาวอย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนทำงานในเรือกลางทะเล โดยเฉพาะกลางทะเลประเทศไทย และนอกจากขาวแล้วยังแลตึงแน่นเหมือนเทียนขาวถูกขัดถูจนมันลื่น

อืม…ผิวก็ตึงใสดี ไม่มีฝ้าหรือกระเหมือนกับคนที่ทำงานกลางแดดจ้า ขนาดมือแขนผิวยังเนียนละเอียด เนียนและขาวใสเหมือนกลีบดอกไม้ขาวที่แลเปล่งปลั่ง

นี่เพราะกรรมพันธุ์ดีหรือว่าครีมกันแดดดี

นวัตนิ่วหน้าอย่างสงสัย ตามปกติเขาเป็นคนหน้านิ่งเหมือนคนบอกบุญไม่รับอยู่แล้ว เวลาที่เกิดอะไรสงสัยหรืออยากรู้อะไรก็มักทำหน้านิ่วคิ้วขมวดโดยอัตโนมัติ ทำให้ใบหน้าที่ได้รูปจนอาจจะเรียกได้ว่าหล่อเหลานั้นคลับคล้ายนิ่วหน้าคิ้วขมวดจนถึงขนาดบึ้งตึงไป และโชคร้ายที่เขาเป็นคนขี้สงสัย หน้าตาเลยบึ้งตึงอยู่เกือบตลอดเวลา เพื่อนในกลุ่มเลยเรียกเขาว่าไอ้บึ้ง แทบทุกคนเกือบลืมไปหมดแล้วกระมังว่าเขาชื่อจริงหรือมีชื่อเล่นที่พ่อแม่เรียกว่าอะไร

“ผมชื่อนวัต เรียกเอก็ได้ ผมเป็นเอ็นจิเนียร์”

“ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันค่ะ” หล่อนบอกตามมารยาท ก่อนแนะนำ “ตรงหน้าคุณคือแบลงเก็ต กัปตันโจเตือนคุณแล้วใช่ไหม”

“เตือนเรื่องอะไร” ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างสงสัย

พริมาหัวเราะพร้อมตอบ

“มันคือปีศาจผ้าห่มตัวจริง อย่าตามใจมันมากและอย่าหาเรื่องกับมัน ไม่งั้นแบลงเก็ตจะทำให้ทริปนี้ของคุณคือฝันร้าย”

แบลงเก็ตหยุดการทำความสะอาดมือขาวๆ ของมันเพื่อเงยหน้าขึ้นมองเชฟสาว ตามันหรี่ลงเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ

“มันก็แค่แมว จะทำอะไรได้” นวัตบอกตามใจคิด

คราวนี้ดวงตาหรี่ๆ เบือนไปยังเอ็นจิเนียร์คนใหม่อย่างมาดร้าย

ดูถูกแมวเรอะ!

พริมาเองก็หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์นิดหน่อย บอกเพียงว่า

“ฉันเตือนคุณแล้วนะ” จากนั้นก็เข้าเรื่องถามว่า “คุณว่างใช่ไหมคะ รบกวนช่วยไปซื้อของสดกับฉันหน่อยได้ไหมคะ วันนี้คนอื่นไม่มีใครว่างเลย”

เอ็นจิเนียร์คนใหม่นิ่วหน้าอีกแล้ว เขาพูดเหมือนบอกให้รู้ไม่ได้ถือตัวเย่อหยิ่งอะไรเลยว่า

“ผมเป็นเอ็นจิเนียร์ ในสัญญาไม่ได้บอกว่าต้องช่วยหิ้วของขึ้นเรือ”

“ฉันเป็นเชฟ ในสัญญาก็ไม่ได้บอกเหมือนกันว่าต้องทำอาหารให้อร่อยสำหรับลูกเรือทุกคน” พริมาสาบาน หล่อนไม่ได้เอาตำแหน่งหน้าที่มาข่มขู่ผู้อื่นเลย…จริงๆ นะ

นวัตคำนวณในใจ เจ็ดวันอาหารยี่สิบเอ็ดมื้อ

คนอื่นอาจจะคิดว่าผู้ชายที่เอาแต่เรียน ถ้าไม่ก้มหน้าอยู่กับหนังสือหรือคอมพิวเตอร์ก็อยู่หน้าชั้นเรียนสอนนิสิตนักศึกษาไปตามเรื่องตามราว คงไม่ใช่คนจู้จี้เรื่องกินมากนัก ความปราดเปรื่องคงขึ้นไปอยู่ที่สมองไม่ใช่อยู่ที่ปลายลิ้น แต่จริงๆ แล้วนวัตเติบโตมากับธุรกิจครอบครัวที่เน้นเรื่องอาหารเป็นหลัก ครอบครัวทางพ่อมีธุรกิจร้านอาหารที่มีแฟรนไชส์เป็นร้อยร้านทั่วเมืองไทยและอีกสองสามสาขาในต่างประเทศ น้องชายคนเล็กของเขาดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็งของครอบครัวอยู่ ส่วนน้องสาวก็ดูแลกิจการร้านอาหารของที่บ้านรวมถึงร้านอาหารเล็กๆ แถวคลองบางกอกน้อยของตัวเอง

นวัตเลือกเรียนด้านเครื่องกล เน้นเรื่องพวกเครื่องจักรทำความเย็นสายอุตสาหกรรมการผลิตมาตลอดก็เพื่อรับช่วงกิจการที่บ้าน แต่พอจบออกมาก็เอาความรู้มาใช้แค่คุมงาน ชายหนุ่มรู้สึกว่าอยู่ว่างเปล่าๆ เลยไปสอนหนังสือบวกกับเรียนต่อไปเรื่อยๆ จบด้านหนึ่งก็เรียนต่อไปอีกด้าน

แม้จะเป็นอาจารย์ที่มีชื่อในสาขาที่สอนพอสมควร มีปริญญาด้านวิทยาศาสตร์พ่วงท้ายเพิ่มขึ้นสองสามใบแต่พื้นฐานของเขาก็ยังเป็นธุรกิจอาหาร และชายหนุ่มเรียนรู้มาตั้งแต่เล็กแล้วว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหา อย่าหาเรื่องกับคนที่มีตะหลิวอยู่ในมือ ยิ่งคนที่ปากค่อนข้างสูงอย่างเขายิ่งไม่ควรหืออือใดๆ

ดังนั้นนวัตจึงยอมถอยให้เชฟสาวตรงหน้าก้าวหนึ่งด้วยการถามเพียงว่า

“ฝีมือทำอาหารคุณดีแค่ไหน”

“ดีไม่ดีไม่รู้ แค่งานประจำฉันอยู่กรุงเทพฯ และทางแพนโดร่าออกตั๋วให้ฉันบินมาภูเก็ตเพื่อทำอาหารให้ลูกค้าทริปยาวทุกครั้ง”

ชายหนุ่มไม่เสียเวลาคิดนานนัก กัปตันโจดูท่าทางเป็นคนเลือกกินไม่น้อย ถ้าเขาตัดสินใจทำงานร่วมกับเชฟเพียวทุกครั้งที่มีทริปห้าถึงเจ็ดวัน ฝีมือเชฟคนนี้ก็ต้องจัดว่าดี

“คุณจะขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ก็เรียกแล้วกัน ผมนั่งรออยู่ตรงนี้”

“ขอเวลาล้างหน้าห้านาที” พริมาบอกง่ายๆ ก่อนเดินผ่านเขาไปยังห้องพักที่อยู่ด้านในสุด

ห้องพักของเชฟและแม่บ้านเป็นห้องพักเล็กๆ กลางเรือ ห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบๆ นอกจากตู้เสื้อผ้าเล็กๆ แล้วในห้องมีเพียงเตียงสองชั้นเล็กๆ ที่ยึดแน่นกับพื้น โต๊ะตัวหนึ่งเก้าอี้สอง หญิงสาวเพิ่งเปิดกระเป๋าเอา ‘ชุดเครื่องแบบ’ ออกมาสะบัดแขวนไว้ในตู้ส่วนของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงร้อง ‘เฮ้ย’ ลั่นจากทางเดินด้านนอก

เชฟสาวยิ้มกว้าง หล่อนเตือนเขาแล้วนะ เขาไม่เชื่อเอง…ช่วยไม่ได้

จัดเสื้อผ้าเข้าตู้เสร็จหญิงสาวเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ตัวห้องน้ำนั้นถ้าเทียบกับขนาดห้องพักแล้วถือว่าค่อนข้างใหญ่ เพราะในห้องจะมีประตูลับที่เปิดจากห้องของแม่บ้านไปยังมาสเตอร์เบดรูมหรือห้องนอนใหญ่ของแขก เรื่องประตูลับนี้ไม่ใช่ความลับสำหรับลูกเรือ เพราะแพนโดร่าหรือเรือยอช์ตหรูลำอื่นๆ ก็ถูกสร้างมาให้มีทางเดินลับๆ ระหว่างห้องพักลูกเรือกับห้องนอนหลักของแขกเกือบทั้งนั้น ประตูหรือทางเดินเหล่านี้มีไว้สำหรับให้ลูกเรือเข้าไปดูแลทำความสะอาดห้องพักแขกได้โดยไม่ต้องเดินผ่านซาลูนรบกวนการพักผ่อนของแขก

ไม่ถึงห้านาทีดีเชฟสาวก็ออกจากห้องพักกลับไปยังส่วนที่พักลูกเรือ เอ็นจิเนียร์คนใหม่หน้าตาบูดบึ้งกำลังลูบสมุดบันทึกที่ยับเยินและฉีกขาดอย่างถนอมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด

ส่วนตัวการที่ฝากฝีเท้าและฝีเล็บไว้น่ะหรือ…โน่น…นอนอยู่ที่เคาน์เตอร์สูงมองตรงมาด้วยสายตาสบายอกสบายใจเป็นที่สุด

พริมาเองก็เป็นคนดีพอที่จะไม่เอ่ยว่า…ฉันเตือนคุณแล้ว…

นวัตเงยหน้าจากสมุดแสนหวงของเขา แม้หน้าตาจะไม่รับแขกเท่าไรนักแต่ท่าทางเขาเหมือนไม่ได้โกรธเคืองแบลงเก็ตเท่าไรนัก

“พร้อมแล้วหรือ” น้ำเสียงนั้นเหมือนแปลกใจเล็กน้อย

“ฉันขอเวลาคุณห้านาที นี่ห้านาทีแล้ว”

“เวลาผู้หญิงบอกว่าห้านาที แปลว่าต้องเอาห้าคูณ อย่างต่ำก็ต้องครึ่งชั่วโมง” ชายหนุ่มบอกทื่อๆ

เชฟสาวหัวเราะ ยอมรับว่า

“มันก็จริง แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่เป็นแบบนั้น และฉันคือข้อยกเว้น แล้วคุณล่ะพร้อมหรือยังหรือว่ามัวแต่ตบตีกับแบลงเก็ตอยู่”

“ไม่ได้ตี จู่ๆ มันก็ตรงเข้ามาตบ ตบ ตบสมุดผมเสียกระจุยเลย” เขาบ่น มองไปที่แมวสามสีตัวใหญ่ มันมองกลับอย่างท้าทาย “สมุดผมไม่ใช่หนูเสียหน่อย”

แบลงเก็ตทำหน้าดูถูก

“มันไม่จับหนู”

“ไม่จับหนูแล้วมีแมวไว้บนเรือทำไม”

“ไว้เพื่อเป็นเจ้านายคนที่เก้าสำหรับเหล่าทาสทั้งหลายไง” พริมาตอบ บนเรือมีห้องพักแขกสี่ห้อง แต่ละทริปจึงสามารถรับแขกวีไอพีได้แปดคน แบลงเก็ตเป็นวีไอพีรายที่เก้า แถมยังเป็นแขกสำคัญรายเดียวที่ไม่ยอมลงจากเรือไปไหน “ไปเถอะค่ะ เรายังมีรายการต้องทำอีกเยอะ อีกอย่างปิดประตูห้องพักคุณให้สนิทนะคะถ้าไม่อยากเจอเซอร์ไพรส์”

นวัตเหลียวมองแบลงเก็ต สาวเจ้ายกปากขึ้นน้อยๆ เหมือนยิ้มหวาน ชายหนุ่มขนลุกอย่างไม่รู้สาเหตุ รีบลุกไปตรวจสอบห้องพักเล็กๆ ที่เขาต้องอยู่ร่วมกับกะลาสีเรือว่าปิดสนิทดีแล้วจึงวางใจขึ้นฝั่งไปกับเชฟสาว

พริมาใช้รถของกัปตันโจไปซื้อของ ตอนแรกจะขับเองเหมือนทุกครั้งที่ไปกับนีโร แต่พอเห็นเอ็นจิเนียร์คนใหม่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ หล่อนก็ส่งกุญแจให้เขา หน้ามุ่ยๆ ถึงได้คลายออก หญิงสาวเองก็สบายไม่ต้องขับรถเองให้เหนื่อยยาก

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ตามปกติเชฟสาวจะซื้อของจากห้างสรรพสินค้าหรือไม่ก็ซื้อจากซูเปอร์มาร์เกตที่ขายของนำเข้าหลากหลาย แต่ก่อนจะไปที่ห้างหล่อนแวะร้านขายส่งของสดเจ้าประจำก่อน ร้านนี้ขายอาหารทะเลเกือบทุกชนิด เจ้าของร้านรับของสดจากเรือประมง บางส่วนก็สั่งจากกระชังเลี้ยง มีแม้แต่ของสดที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งที่เป็นๆ และแช่แข็ง ในร้านมีทั้งตั้งแผงขายกับกระชังข้างๆ ขังปลาขังกุ้งไว้ให้คนมาเลือกซื้อ

พริมาโทร.มาสั่งของสดที่ต้องการไว้แล้ว มาถึงก็ตรวจดูของที่ร้านเตรียมรอไว้ทั้งกุ้งหางเสือตัวเขื่อง แซลมอน หอยเชลล์ขนาดใหญ่ เนื้อปูกับปลาสดจำนวนหนึ่ง จากนั้นหญิงสาวก็เปลี่ยนรายการสั่งล็อบสเตอร์จากตัวที่ตายแล้วเป็นล็อบสเตอร์เป็น โชคดีที่ภูเก็ตมีฟาร์มเลี้ยงกุ้งมังกรเจ็ดสีในกระชังค่อนข้างมาก การจะซื้อกุ้งที่หนักตัวละหกขีดให้ครบตามจำนวนแขกลงเรือจึงไม่ยาก ติดเสียแต่ว่าราคาสูงกว่างบที่หล่อนวางไว้เล็กน้อย

เมื่อได้ของทะเลสดครบอย่างที่วางแผนไว้ พริมาก็สั่งให้ร้านไปส่งให้ที่แพนโดร่า ส่วนตัวหล่อนนั้นไปซื้อของต่อที่ซูเปอร์มาร์เกต รายการอาหารบนเรือจะมีแค่อาหารทะเลไม่ได้ ยิ่งล่องทะเลหลายวันความหลากหลายของอาหารก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย เชฟสาวต้องซื้อเนื้อ หมู ไก่ ไข่ และวัตถุดิบสำหรับทำของหวานหลายอย่าง

ตามปกติเวลาคนที่ไม่เคยจ่ายตลาดมาเห็นการซื้อของลงเรือแบบนี้มักจะแปลกใจหรือไม่ก็ตกใจว่าข้าวของสดที่ซื้อนั้นมากมายราวกับจะเลี้ยงกองทัพ แต่นวัตกลับไม่เอ่ยปากอะไรสักคำ เขาช่วยขนของขึ้นรถชนิดแบกไปไม่มีบ่นแถมยังช่วยเชฟสาวเลือกของสดได้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางชำนาญของเขาทำให้พริมาอดทักไม่ได้ว่า

“คุณเลือกของเก่งแบบนี้คงชอบทำอาหารแน่”

นวัตส่ายหน้า

“ผมทำอาหารได้ แต่ไม่ชอบเข้าครัว ชอบเป็นคนกินเฉยๆ”

“อ้าว แล้วทำไมเลือกของเป็น พ่อครัวบางคนยังเลือกของได้ไม่เก่งเท่าคุณเลย”

“โดนบังคับ บ้านผมขายอาหาร”

“อาหารอะไรคะ” พริมาสนใจ

ชายหนุ่มหยุดคิดนิดหนึ่ง ถ้าไม่นับร้านอาหารริมคลองบางกอกน้อยของน้องสาวแล้วที่บ้านเขาขายอาหารอะไรนะ…จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ตรวจสอบตามร้านสาขามีเมนูให้ลูกค้าเลือกประมาณหกสิบหรือเจ็ดสิบรายการ ส่วนที่เป็นอาหารสำเร็จแช่แข็งนั้นมีน้อยกว่าหน่อย ฝ่ายผลิตคัดมาเฉพาะเมนูเด็ดและเป็นที่นิยม ดังนั้นอาจจะแค่ยี่สิบรายการ ทั้งหมดนี้มีตั้งแต่ข้าวผัดกะเพราง่ายๆ ไปจนถึงลาซานญ่า สปาเกตตีสารพัดรูปแบบ ขายสะเปะสะปะไปหมดแบบนี้เรียกว่าขายอะไรดี

“ขายอาหารตามสั่ง”

ตอบอย่างนี้คงจะได้มั้ง…

พริมาวาดภาพเด็กชายเอช่วยที่บ้านจ่ายตลาด หั่นผักเตรียมวัตถุดิบไว้ปรุงขายตามสั่งแล้ว…เริ่มพอจะเข้าใจว่าทำไมเอ็นจิเนียร์คนใหม่ถึงได้หน้าตาบึ้งตึงตลอดเวลา

“ฉันก็ขายอาหารตามสั่ง” เชฟสาวปลอบใจเขา โดยละไว้ว่า ตามสั่งนั้นเป็นการตามสั่งของหล่อน ทุกวันหล่อนจะคิดรายการอาหารโดยอิงจากของสดที่ซื้อมาได้แบบวันต่อวัน ลูกค้าที่เข้าร้านจะมีเมนูให้เลือกเพียงสองหรือสามเมนูเท่านั้น และเมื่อวัตถุดิบที่เตรียมไว้หมด หล่อนก็ปิดร้านกลับบ้าน กิจการถือว่าไปได้ไม่เลว ไม่ได้กำไรมากมายแต่เลี้ยงตัวได้สบาย

“ตอนนี้ผมสอนหนังสือ” นวัตบอก ช่วงนี้เขาลาหยุดสองอาทิตย์ตั้งใจจะอ่านตำรายี่สิบเจ็ดเล่มที่โหลดซื้อไว้ให้จบ แต่โชคไม่ดีเขาดันเกิดแพ้พนันในครอบครัว นิศากรน้องสาวตัวแสบจึงเตะโด่งเขามาลงเรือ ‘เพื่อหาประสบการณ์’

‘พี่เอจมอยู่กับตำรามากเกินไปแล้ว ออกไปเคาะสนิมเอาความรู้ที่เรียนมาไปใช้งานจริงบ้างเถอะค่ะ ลงเรือไปเปิดหูเปิดตาเผื่อจะได้อะไรดีๆ กลับมาบ้าง’ น้องสาวเขาว่าอย่างนั้น แต่เพื่อนในกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าโรนินสยามอย่างศิวกรหรือไอ้เม้งกลับจีบปากจีบคอว่า

‘ข้าว่า…’ ตอนอยู่กลุ่มใหญ่มันเรียกตัวเองว่าฉัน แต่พออยู่ลำพังหรือพยายามยุใครอยู่ก็จะเป็นข้าบ้าง กูบ้าง ตามแต่อารมณ์คนพูด ‘น้องสาวแกนี่ชักยังไงๆ อยู่นะ หวังสังหารพี่ชายเอามรดกหรือเปล่าถึงได้ส่งแกไปล่องทะเลเป็นอาทิตย์ ทะเลเมืองไทยนะโว้ย แถมเป็นทะเลหน้านี้ตอนกลางวันนี่น้องๆ นรกเลย แดดเปรี้ยง รังสีอัลตราไวโอเลตสะท้อนผิวทะเลอย่างหนัก มีสิทธิ์เสี่ยงทั้งตาเป็นต้อและมะเร็งผิวหนัง กลางคืนอากาศเย็น เปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้มีหวังหวัดรับประทาน ข้าว่างานนี้รับรองแกมีแต่ตายกับตายเท่านั้น’

‘ไอ้บ้าเม้ง จะบ้าไปถึงไหนวะ ถ้าเป็นอย่างแกว่าจริงพวกชาวประมงคงตายหมดอ่าวไทยไปแล้ว’เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ‘ประสาทหนักขึ้นทุกวันนะแก!’

‘ประสาทอะไร แกนั่นแหละคิดน้อย แกกับชาวประมงเอามาเทียบกันได้ที่ไหน ชาวประมงเกิดมากับสายลมแสงแดดและลมพายุ เปรียบเหมือนประภาคารที่ทนทุกสภาวะอากาศ ส่วนแกอยู่แต่ในตึก โตมาในห้างในมหา’ลัย อยู่แต่ในห้องแอร์ ผิวแกไม่มีภูมิต้านทานเหมือนพวกชาวบ้านท้องถิ่น สภาพไม่ต่างจากกองขี้หมาเละๆ บนหาด คลื่นซัดมาตูมเดียวก็จอด ข้าว่า…แกตายสถานเดียวแน่นอน’

พ่อมดการเงินและคอมพิวเตอร์มองมาด้วยท่าทางโศกเศร้าเหมือนเขากำลังจะไปตายกลางทะเลจริงๆ แถมยังกระซิบ

‘อ้อ พินัยกรรมแกอย่าลืมชื่อข้านะไอ้บึ้ง พวกหุ้นบริษัทแกข้าคงไม่กล้าแตะ แต่ไอ้พวกของที่แกสะสมทั้งหนังสือทั้งโมเดลต่างๆ ที่แกสะสมไว้ที่บ้านแกคงไม่เอา ยกให้เม้งนี่มีประโยชน์กว่า’

นวัตที่พูดไม่เก่งเท่าศิวกรเลยใส่ชื่อเพื่อนด้วยการยกตีนถีบมันไปทีหนึ่งเหมือนประทับตรารับรอง

ตอนนี้เขามาอยู่ภูเก็ตแล้ว ลองลงเรือดูแล้ว ทะเลหน้าหนาวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ศิวกรขู่ไว้แม้แต่น้อย แม้แดดจะแรงอยู่สักหน่อยแต่ลมพัดเย็นสบายดี ผู้ร่วมงานชั่วคราวเท่าที่เห็นก็ดูใช้ได้ กัปตันโจมีความเป็นมิตรและเป็นเจ้านายที่มีน้ำใจ เอาใจใส่ลูกเรือดี เชฟสาวที่ดูเหมือนเจ้าอารมณ์อยู่บ้างแต่ก็น่ารักดี หล่อนเลือกวัตถุดิบได้ดี วางตัวดี ไม่เกี่ยงเรื่องถือข้าวของหนัก แถมผิวของหล่อนยังดีจริงๆ โดยเฉพาะผิวหน้าขาวใสนั่น พอถูกแดดและออกแรงเข้าหน่อยก็แดงปลั่งเหมือนลูกพีชที่ผิวตึงสีเข้ม

ตอนนี้เชฟเพียวหน้าลูกพีชก็กำลังเงยหน้ามองเขาอย่างใคร่รู้ ก่อนถาม

“แล้วตอนนี้จะเลิกสอนเพื่อมาเป็นเอ็นจิเนียร์เรือหรือคะ”

“เปล่า แค่รับงานเอ็นจิเนียร์ชั่วคราวเพราะผมแพ้พนันเท่านั้น” เขาบอกตรงๆ

พริมาชะงัก นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นพวกเล่นพนัน

หากหล่อนยังไม่ทันได้คุยอะไรต่อก็มีเสียงใสๆ ทักขึ้นว่า

“เพียว ใช่เพียวจริงๆ นั่นแหละ ตอนเห็นที่สนามบินยังไม่แน่ใจ มาเจอจะๆ แบบนี้ถึงรู้ว่าพราวตาไม่ได้ฝาด บังเอิญจริงๆ นะเนี่ย”

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!