เมื่อลองเปิดใจและให้โอกาส : กิยู

เมื่อลองเปิดใจและให้โอกาส : กิยู

โดย : นกอัญชันหางดำ

Loading

กลั่นเกลาเล่าเพลิน โดย นกอัญชันหางดำ คอลัมน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกวรรณกรรมที่มีตัวละครมากมายโลดแล่นอยู่ในใจนักอ่าน และมีเรื่องราวให้กล่าวถึงได้เสมอ คอลัมน์นี้จึงขอชวนทุกท่านมาเพลิดเพลินกับการรีวิวตัวละคร ทั้งตัวเอก ตัวร้าย และตัวประกอบ ในมุมมองเชิงเปรียบเทียบกับโลกปัจจุบัน พร้อมสอดแทรกข้อชวนคิดไว้เบาๆ

ดาวบนฟ้าที่คนมองเห็นได้นั้น บางดวงไม่ได้มีพลังงานและแสงสว่างในตัวเอง แต่ก็ยังสุกใสส่องแสง เป็นแผนที่ช่วยนักเดินทางในยามค่ำคืนได้ บางครั้งคนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจหรือมีอะไรเหนือใคร หากยังมีแก่ใจช่วยผู้เดือดร้อนตามกำลังของตน แม้เพียงเล็กน้อยก็บรรเทาทุกข์และช่วยให้ความหวังแก่ผู้นั้นได้ ดังเช่น โทมิโอกะ กิยู ในเรื่องดาบพิฆาตอสูร ที่ได้ช่วยทันจิโร่กับเนซึโกะในยามที่ชีวิตของทั้งสองกำลังมืดมน ด้วยการให้โอกาสเนซึโกะได้มีชีวิตรอด พร้อมทั้งชี้แนะหนทางสู่การเข้ากลุ่มพิฆาตอสูรให้กับทันจิโร่เพื่อหาวิธีรักษาน้อง

กิยูมีตำแหน่งเป็นเสาหลักวารี ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้านักดาบระดับสูงของกลุ่มพิฆาตอสูร นับว่าเป็นโชคดีของสองพี่น้องที่ได้เจอกับกิยูก่อนคนอื่น มิฉะนั้นเนซึโกะคงถูกฟันคอขาดตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว เพราะโดยทั่วไปคนที่กลายเป็นอสูรจะสูญเสียสามัญสำนึก จำใครไม่ได้แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังจับกินด้วยความหิวโหย (คงคล้ายคนเสพยาที่ขาดสติจนทำร้ายพ่อแม่หรือลูกของตัวเอง) และยังไม่มียารักษาจึงไม่มีทางกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเดิม ดังนั้นการที่ใครสักคนจะบอกว่าอสูรนี้ที่ไม่กินคน และกำลังหาทางช่วยให้อสูรกลับมาเป็นมนุษย์ จึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่กิยูกลับยอมตัดสินใจช่วย เขาเลือกที่จะเชื่อในตัวทันจิโร่และเนซึโกะ ด้วยความที่เขาไม่ด่วนตัดสินใครแบบเหมารวม แต่พิจารณาจากเหตุการณ์จริงที่ได้เห็นได้เผชิญหน้าเอง

กิยูเป็นคนแนะนำให้ทันจิโร่ไปหาซากอนจิ อาจารย์ของเขา ซึ่งเป็นอดีตเสาหลักวารีที่เกษียณแล้ว เพื่อไปฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกวิชาดาบ โดยเขาส่งข่าวถึงซากอนจิล่วงหน้าเพื่อฝากฝัง แถมยังบอกด้วยว่าทันจิโร่อาจจะเก่งพอที่จะเป็นผู้สืบทอดของซากอนจิได้ ไม่มีการอิจฉาริษยาหรือกลัวว่าคนที่มาทีหลังจะเก่งแซงหน้า มีแต่ช่วยส่งเสริมด้วยความปรารถนาดี ช่วยปกป้องและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ให้โอกาสคนได้เรียนรู้และฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเองเพื่อช่วยให้เติบโต อีกทั้งยังมักจะคิดเผื่อผู้อื่น ไม่ทำอะไรทับซ้อนกัน เวลาที่ต้องต่อสู้ร่วมกับคนที่ใช้ปราณเดียวกัน กิยูก็ดูว่าอีกคนใช้กระบวนท่าอะไร เพื่อที่ตัวเองจะได้เคลื่อนไหวโดยไม่ขัดกัน

นอกจากนี้กิยูยังเป็นคนใจกว้าง และไม่ถือสากับเรื่องหยุมหยิม จากเหตุการณ์ตอนไปปราบอสูรเด็กที่เป็นหนึ่งใน 12 จันทราอสูร บนภูเขา ทันจิโร่กำลังพลาดท่าเกือบตายจากการที่อสูรนั้นใช้มนต์กรงด้ายมรณะ แต่กิยูมาช่วยไว้ทัน เขายังให้กำลังใจด้วยว่าเก่งแล้วที่อุตส่าห์ยืนหยัดอยู่ได้นานขนาดนี้ ส่วนที่เหลือเขาจัดการต่อให้เอง ซึ่งสำหรับคนที่สู้มาจนหมดแรงและกำลังบาดเจ็บ ฟังแล้วคงรู้สึกภูมิใจและโล่งใจในคราวเดียวกัน … ในเวลาที่คนเราเหนื่อยกายเหนื่อยใจจากการทำงานที่ยากลำบากแล้วยังไม่เสร็จลุล่วง ถ้ามีคนที่เก่งกว่าหรือตำแหน่งสูงกว่ามาคอยดูถูกหรือตำหนิด้วยอารมณ์ คงเป็นการบั่นทอนกำลังใจมากกว่าจะช่วยทำให้งานนั้นสำเร็จได้

เมื่อกิยูสังหารอสูรได้และร่างอสูรสลายแล้ว เขาเดินเข้าไปดูอาการทันจิโร่จึงก้าวเหยียบบนเสื้อผ้าอสูรที่เหลือกองอยู่ใกล้ ๆ เขาเตือนในฐานะที่มีประสบการณ์มาก่อนให้ระวังตัวอย่าเผลอ แม้เป็นเด็กก็ร้ายกาจได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่ แต่ทันจิโร่ผู้ซึ่งมีจมูกที่พิเศษกว่าคนอื่นเกิดได้กลิ่นอสูรสำนึกผิดก่อนตาย ก็แสดงความเป็นคนดี๊ดีมีหลักการโดยพูดกับคนที่ช่วยชีวิตว่า อย่ามาเหยียบย่ำอสูรที่เศร้าเสียใจสำนึกแล้ว ที่จริงกิยูคงมีเจตนาแค่จะเข้าไปตักเตือน ถึงไม่ได้จมูกดีจนรับรู้กลิ่นของความรู้สึกได้อย่างทันจิโร่ เขาก็คงไม่คิดไปเหยียบย่ำซ้ำเติมใครให้เสียเวลา (ตามประสาอินโทรเวิร์ตที่ไม่ชอบยุ่งกับใครมาก) แต่กระนั้นกิยูก็ไม่ได้ถือสารุ่นน้องฝีปากกล้า พอเสาหลักอีกคนตามมาถึงและตั้งท่าจะสังหารเนซึโกะ กิยูก็ยังช่วยขัดขวางไว้ให้ ก่อนบอกให้ทันจิโร่รีบพาน้องหนีไป ทั้งที่เป็นการฝ่าฝืนกฎขององค์กร

ยิ่งไปกว่านั้นทั้งซากอนจิและกิยูยังยอมเป็นผู้รับประกันให้เนซึโกะร่วมกับทันจิโร่ด้วย โดยซากอนจิส่งจดหมายถึงนายท่านผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มพิฆาตอสูร เล่าเรื่องราวและขอโอกาสให้พี่ชายนักดาบได้อยู่ร่วมกับน้องสาวที่เป็นอสูร หากเนซึโกะเกิดทำร้ายหรือกินคน ซากอนจิ กิยู และทันจิโร่จะคว้านท้องตัวเองเพื่อเป็นการไถ่โทษ ซึ่งเรื่องนี้ทันจิโร่ได้มารู้ทีหลัง และรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่อาจารย์กับรุ่นพี่ยอมเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพันด้วยโดยที่เขาไม่ได้ขอร้องด้วยซ้ำ โชคดีที่นายท่านก็เป็นคนมีเมตตาและมีเหตุผล รู้จักแยกแยะคนดีคนเลวโดยไม่มีอคติ จึงยินยอมและเป็นคนเอ่ยปากเองเพื่อขอให้เสาหลักคนอื่น ๆ ยอมให้สองพี่น้องได้พิสูจน์ตัวเอง

โดยบุคลิกกิยูดูเป็นคนเงียบขรึมเย็นชา ไม่ค่อยคุยหรือยิ้มแย้ม ทำตัวห่างเหินไม่สุงสิงกับใคร เวลาพูดออกมาทีก็ดูเหมือนจะใช้คำพูดได้ไม่ค่อยเข้าหูคนฟังสักเท่าไร ซึ่งไม่ใช่เพราะหยิ่ง แต่เพราะประสบการณ์ในอดีตทำให้เขาคิดว่าตนเองนั้นแตกต่าง ไม่ได้มีความสามารถเทียบเท่าเสาหลักคนอื่น จึงเลือกที่จะหันหลังให้ทุกคน ไม่ยอมทำตัวสนิทสนมเปิดใจกับใคร ความรู้สึกแปลกแยกที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งกับพวกพ้อง และต้องอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเรา จึงเป็นกำแพงกั้นให้เขาไม่รู้สึกกลมกลืนกับคนอื่น (ส่วนมากก็ไม่ได้ช่างตื๊อแบบทันจิโร่เสียด้วย เลยไม่มีใครเริ่มเข้าหาผูกมิตรกับอีกฝ่ายก่อน)

กิยูเสียครอบครัวเพราะอสูร โดยพี่สาวสละชีวิตช่วยเขาไว้ และตอนที่ซากอนจิส่งไปเข้าร่วมการคัดเลือกรอบสุดท้าย เขาก็ถูกอสูรโจมตีจนบาดเจ็บไม่ได้สติ แต่ซาบิโตะ เพื่อนสนิทมาช่วยไว้ และฝากเขาไว้กับอีกคนเพราะต้องไปช่วยคนอื่นต่อ แต่แล้วซาบิโตะกลับเป็นคนเดียวที่เสียชีวิตในปีนั้น เมื่อกิยูฟื้นขึ้นมาการคัดเลือกก็จบลงแล้ว ทุกคนรวมถึงกิยูที่มีชีวิตรอดได้ตลอดเจ็ดวันบนภูเขาจึงถือว่าผ่านเกณฑ์และได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มพิฆาตอสูร ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดตั้งมาหลายร้อยปีแล้วเพื่อปกป้องผู้คนและกำจัดอสูร กิยูจึงคิดว่าเขาไม่คู่ควร เพราะเขาไม่ได้สังหารอสูรเลยและยังต้องให้คนอื่นมาช่วยเหลือ ความเสียใจที่สูญเสียคนสำคัญ กับความรู้สึกว่าตัวเองอ่อนด้อยไร้ประโยชน์ คงเป็นความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิตนั่นเอง

แต่การที่กิยูได้เป็นเสาหลักวารีก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเขามีความสามารถไม่แพ้ใคร มีความเพียรเพื่อขัดเกลาตนเองและฝึกฝนโดยไม่ย่อท้อ หลายคนที่เข้ากลุ่มมาได้แล้วแต่ฝีมือไม่ก้าวหน้า ก็ต้องไปเป็นหน่วยสนับสนุนอย่างหน่วยพยาบาลหรือหน่วยเก็บกวาดหลังสู้จบ ไม่ใช่หน่วยแนวหน้าอย่างนักดาบเช่นนี้ แต่กิยูสามารถทำผลงานกำจัดอสูรได้มากพอจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาดำรงตำแหน่งระดับสูงของกลุ่มพิฆาตอสูรได้ ยิ่งกว่านั้นยังสามารถคิดค้นกระบวนท่าเพิ่มเติมจากของซากอนจิได้ด้วย เป็นปราณวารีกระบวนท่าที่ 11 ซึ่งไม่ใช่นักดาบ (หรือแม้แต่เสาหลัก) ทุกคนที่จะสร้างกระบวนท่าเฉพาะตัวของตนเองได้แบบนี้

ทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวดเศร้าโศกไม่คลายแต่กิยูก็ไม่ยอมล้มเลิกความพยายาม แสดงให้เห็นว่าเขาอดทนเข้มแข็งได้มากกว่าที่ตัวเองคิด ชีวิตของคนที่จากไปแล้วไม่ได้สูญเปล่า กิยูเองก็ช่วยชีวิตผู้คนมามากมาย ถ้าเพียงเขาหวนนึกและภูมิใจในตัวเองเสียหน่อย ก็คงจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้บ้าง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้จมอยู่กับความทุกข์ของตัวเองเสียจนเมินเฉยกับปัญหาของคนอื่น และการที่กิยูช่วยชี้ทางรอดให้ทันจิโร่กับเนซึโกะในวันนั้น ก็ส่งผลดีมากมายเกินคาดในเวลาต่อมา

เนซึโกะกลายมาเป็นอาวุธลับชั้นเยี่ยมของกลุ่มพิฆาตอสูร คอยช่วยทั้งทันจิโร่และคนอื่น ๆ เป็นตัวเสริมกำลังให้นักดาบและเสาหลักในระหว่างต่อสู้กับอสูรหลายต่อหลายครั้ง ส่วนทันจิโร่เองก็เป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการปราบจอมอสูรมุซัน ทั้งในด้านท่วงท่าวิชาต่อสู้ซึ่งทันจิโร่เป็นคนเดียวที่ใช้ปราณตะวันได้ และในด้านซัปพอร์ตจิตใจ ช่วยให้เกิดการร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันดียวกัน คำพูดและการกระทำของทันจิโร่ในหลายเหตุการณ์มีส่วนช่วยให้คนในกลุ่มเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และช่วยปลดล็อกความรู้สึกด้านลบที่ติดค้างในใจของหลายคนได้ รวมถึงกิยูเองด้วย หากเคยช่วยเหลือผู้คนด้วยน้ำใสใจจริง วันหนึ่งก็จะได้รับความช่วยเหลือกลับมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเสมอ กิยูเคยได้รับโอกาสให้เป็นผู้รอดชีวิต และเขาก็ไม่ปล่อยผ่านไปอย่างสูญเปล่า แต่ใช้มันอย่างเต็มที่เพื่อให้ตัวเองดีขึ้นเก่งขึ้น แล้วเขายังได้ส่งต่อความช่วยเหลือให้คนอื่นได้มีโอกาสใหม่เหมือนกันด้วย ถือเป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว

ความช่วยเหลือที่หยิบยื่นให้กันด้วยความเห็นอกเห็นใจ แม้แค่คำแนะนำหรือปลอบโยน ถึงจะเพียงเล็กน้อยก็อาจต่อชีวิตให้บางคนได้ในวันที่เขาสิ้นหวังหาทางออกไม่เจอ และสำหรับคนแบบกิยู เมื่อลองให้โอกาสตัวเองบ้างเหมือนที่ให้โอกาสคนอื่น ยอมออกมาจากหลังกำแพงที่อยู่ในใจ เลิกฝังตัวเองไว้กับอดีต ชีวิตก็ได้เป็นสุขอยู่กับปัจจุบันอย่างที่ควรเป็น

 

อ้างอิงจาก : ดาบพิฆาตอสูร เล่ม 1, 5, 6, 15, 16

Don`t copy text!