
Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 7 : เราไม่ได้แก้ปัญหา แต่เราเติบโตเกินกว่าปัญหา
โดย : ภีมรดา
![]()
เมื่อโลกหมุนไวเกินกว่าใจจะวิ่งตาม… ‘เชิงชาญ’ อดีตตัวพ่อวงการโฆษณาเจน X ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากการถูกกลืนกินในยุค Digital Disruption ท่ามกลางวิกฤตวัยใกล้เกษียณที่ถาโถม เขายังจะเหลือ ‘เซฟโซน’ ให้เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งหรือไม่? ร่วมหาคำตอบใน LOVE DISRUPTION คลื่นฝัน ใกล้ฝั่ง โดย ภีมรดา

กลางวัน / ภายนอก / ถนนสายเปลี่ยวเขียวชุ่มชื่นนอกเมือง
เปิดภาพมุมสูง รถขับเคลื่อน 4 ล้อ สัญชาติยุโรป คล้ายรถจี๊ปที่เคยเท่มาก่อน กำลังแล่นไปด้วยความเร็วปานกลาง ถนนเป็นแบบเลนเดียวสวนกัน นานๆ จึงมีรถสวนมาสักคัน
เพลงบีจีดังแว่วๆ ลอยจากรถคันนั้น ฟังชัดๆ มันคือเพลง ฮาวดีฟอิสยัวร์เลิฟ
…ภาพตัด
กลางวัน /ภายในรถคันนั้น / ถนนเส้นเดิมต่อเนื่อง
ชายหนุ่ม (เมืองสมุทร) เป็นคนขับ เขาไม่พอใจที่เชิงชาญเปลี่ยนกดช่องเปลี่ยนเพลง จากเครื่องเล่น cd มาเป็นวิทยุท้องถิ่น
เมืองสมุทร
อย่าเปลี่ยนสิครับ ผมฟังอยู่…
เชิงชาญ
ก็ฟังมาตั้งกี่รอบแล้ว ทั้งรถมี BG อยู่แผ่นเดียวนี่หรือไง อย่างแก่
เมืองสมุทร
มีอีกหลายแผ่น แต่ BG ล้วนๆ อาโทษผมไม่ได้นะ นี่มันรถพ่อ แผ่นก็ของพ่อ
เชิงชาญ
เออจริง…ไอ้ภพมันเป็นสาวกตัวจริง งั้นเตือนอานะ
คราวหน้าเจอกัน อาจะเอากล่องซีดีเพลงมาให้เลือก
เมืองสมุทรยิ้มเมื่อนึกถึงส้มหล่น
เชิงชาญหันไปเห็นเมืองสมุทรยิ้มกริ่ม เขาเฮอะ ขึ้นมาเบาๆ กับตัวเอง
เชิงชาญ
เชอะ…ไอ้ตูดเอ๊ย…
เอนตัวไปปรับปุ่มวิทยุ
งั้นขอพักหูแป๊บ ฟังวิทยุดีกว่า
เมืองสมุทร
มันมีสัญญาณเหรอครับ ผมเห็นมันไม่มีคลื่นเลย
ตั้งแต่ขับออกจากกรุงเทพ เลยต้องเปิดซีดีนี่แหละครับ
เชิงชาญดื้อดึงไม่ฟังเมืองสมุทรคราวนี้จ่อหัวเข้าใกล้ปุ่ม เล็งตัวเลขหน้าปัด เสิร์ชหาคลื่นวิทยุไปเรื่อยๆ
SFX เสียงซ่าๆ มีบ้างที่จูนเจอเสียงมนุษย์แต่ฟังไม่ได้ศัพท์
เชิงชาญ
เอ้ยได้อยู่ๆ นี่ไง…มีรายการท้องถิ่นออกอากาศ
ไอ้คันนี้มันมีเสาอากาศนี่หว่า ยังใช้ได้มั้ย
เมืองสมุทร
เสาอากาศมีอยู่ปกติ ใช้ได้อยู่ครับ
อาเจอรายการอะไร ฟังไม่ออก ได้ยินแต่โฆษณา
เชิงชาญ
สปอตวิทยุ ไม่ได้ยินอะไรแบบนี้นานมาก ขอฟังชัดๆ หน่อยนะ
Off scene จากวิทยุ เสียงโฆษกชายสำเนียงท้องถิ่น
ดินดีเพราะปุ๋ยดี ปุ๋ยดีเพราะมีโต นึกถึงต้นข้าวโต ต้องปุ๋ยมีโต
เมืองสมุทร
(หัวเราะ) ฮ่าๆ อย่างเก๋า เมื่อก่อนอาก็ทำอะไรแบบนี้ใช่มั้ย
เชิงชาญยังไม่ตอบ เขานิ่ง ใช้ความคิด แต่ที่จริงกำลังตั้งใจฟังเสียงวิทยุ เขาขยับปุ่มไปซ้ายขวาอีกหน่อย เล็งให้สัญญานตรงคลื่น ลักษณะเสียงเป็นสัญญาณวิทยุเอเอ็ม
เชิงชาญ
เรียกว่าสปอตวิทยุ เคยเขียนอยู่บ้าง แต่อาไม่ค่อยถนัด
ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรุ่นพี่ ก๊อบปี้ไรต์เตอร์ ของแบบนี้อย่าดูถูกนะ
ไม่ใช่ว่าใครจะเขียนขึ้นมาง่ายๆ มันเป็นเรื่องของวรรณศิลป์
ต้องพูดยังไงให้ขายของได้ แบบเนียนๆ
เมืองสมุทร
ผมว่ามันเหมือนเขียนกลอน ดูคล้องจองกันไปหมด
เชิงชาญครุ่นคิด ทบทวนประโยคพยักหน้า เห็นด้วย
เชิงชาญ
เออจริง ช่างสังเกตเหมือนกันนะเรา อันที่จริง แม่เราน่ะ
มีความเป็นก๊อบปี้ไรต์เตอร์อยู่นะ แต่นางสายติสต์ ไม่ชอบทำงานประจำ
แต่เวลามีอะไรเกี่ยวกับแต่งเพลง นางชอบเสนอตัวทำให้อาฟรีๆ
เชิงชาญนึกถึงเพลงประกอบโฆษณาลูกอมยี่ห้อหนึ่ง กัลยาช่วยแต่งเนื้อตอนจบให้ เขาขำออกมา
…ภาพตัด
กลางวัน / ภายนอก / ถนนเข้าตัวเมืองเริ่มเห็นตึกรามบ้านช่อง
ภาพจากมุมสูงรถคันเดิมเข้าตัวเมืองแล้ว ถนนขวักไขว่ไปด้วยรถ
ป้ายต้อนรับ อำเภอเมืองอุทัยธานี
…ภาพตัด
กลางวัน /ภายในรถคันเดิม/ ต่อเนื่อง
เมืองสมุทร
เข้าเขตอำเภอแล้ว อาคอยดูซอยให้ผมหน่อยนะครับ
เชิงชาญ
เออๆ อาดูอยู่ เริ่มคุ้นๆ บ้านไอ้แท่นแล้ว สมองจำทางของอา
กูเกิลมันต้องมาผ่าไปทดลองบ้างแล้วละ แม่นไม่มีใครเกิน
…ภาพตัด
รถเลี้ยวผ่านตรอกซอกซอยไปบนถนนในเมือง ชายหนุ่มมองเพื่อนซี้ของบิดาอย่างชื่นชม รู้สึกดีที่เชิงชาญชวนให้มาเป็นเพื่อนขับรถทางไกลให้ ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ เขาชวนเปิดคำถามการทำงานสมัยก่อนๆ เท่านั้นเอง เชิงชาญก็คุยฟุ้งไม่ยอมงีบทั้งที่บ่นว่าง่วงๆ ก่อนขึ้นรถ
“เรื่องเขียนบทหนังโฆษณา อาน่ะไม่ใช่คนเก่งที่สุดหรอก มีพวกเซียนหัวแถวอีกเยอะ ส่วนใหญ่งานอาจะออกมาแนวลูกทุ่งๆ สินค้าบ้านๆ ของใช้ในครัวเรือน ภาพฉากมันก็เดิมๆ แต่มันก็มีงานนึงที่สร้างชื่อเสียงให้มากมาย จนกระทั่งเขาห้ามโฆษณาเหล้าทางทีวีนั่นแหละ…จบเห่”
เชิงชาญคุยปร๋อ แถมยังแอบสอนวิธีเขียนบทให้รุ่นหลานฟัง ซึ่งเขาเองพอจะเห็นได้บ้าง ครั้งที่ไปถ่ายโฆษณาให้ครั้งสองครั้ง
“สูงสุดของงานที่ทำๆ มา จริงๆ แล้วอาอยากทำหนังสักเรื่องนะ”
“จริงเหรอครับ น่าสนใจมาก แล้วทำไม…”
“ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ น้า มันต้องมีนายทุนก่อน อันที่จริงก็เกือบๆ จะได้ทำอยู่แล้ว ถ้าไม่เจอต้มยำกุ้งเสียก่อน”
“งั้นอาเอาเรื่องผมไปเขียนสิ เรื่องวันนี้ก็ได้ ตั้งแต่เราออกจากกรุงเทพ ผมอยากอยู่ในบทของอา”
“ไอ้ตูดนี่ ทำไมช่วงนี้ถึงอ้อนจังเลยวะ เออเอาๆ ว่างๆ จะลองเขี่ยๆ ไว้ให้ดูเป็นที่ระทึกก็แล้วกัน”
“จริงนะครับอา…”
“เออ จะเขียนแบบหักมุมให้ดูเลย…”
“ฮ่าๆ งั้นไม่เอานะ ผมอยากอ่านเรื่องจริงๆ ที่มันเกิดขึ้นเรียลๆ ไม่เอาเฟก ผมอยากบันทึกการเดินทางนี้ของเราไว้อ่าน…”
เชิงชาญตาลุก
“เฮ้ย…ไอ้ตูดคิดอะไรบ้าๆ อยู่หรือเปล่าวะ”
“ก็ไม่แน่นะอา ฮ่าๆ”
หลังจากผ่านเข้าเมืองไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เชิงชาญก็รีบสารภาพว่า จำซอยผิดเพราะตึกรามบ้านช่องมันเปลี่ยนไปมาก สมัยนั้นมีแค่บ้านไม้ไม่กี่หลังกับตลาดสดแค่แห่งเดียว เดี๋ยวนี้มีตลาดโน่นตลาดนี่ผุดขึ้นจนจำหน้าตาเมืองเดิมไม่ได้
ทั้งสองหนุ่มสองวัย ต้องใช้วิธีโบราณในการตามหาบ้านของแมนจิต นั่นก็เพราะการเดินทางครั้งนี้ คือการจู่โจมโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้ตัวมาก่อน เริ่มจากเชิงชาญรับปากพี่สุวัฒน์ไว้ว่าจะรีบให้คำตอบเรื่องรับงานวาดภาพ จึงพยายามติดต่อนายแมนจิต ครั้นโทร.ติดต่อทั่วไปไม่ติด แถมยังไร้ความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย เขาเกิดเป็นกังวลอาจเกิดอะไรไม่ดีขึ้น ในที่สุดจึงตัดสินใจบุกไปถึงบ้าน
“เดี๋ยวๆ ลองเลี้ยวเข้าหลังเว่นนี้หน่อยสิ ตึกอย่างนี้มันคุ้นๆ ตาอยู่นะ”
จริงดังที่เชิงชาญตั้งข้อสังเกต ร้านสะดวกซื้อแห่งนั้นดัดแปลงมาจากร้านชำเก่าแก่ มีการตกแต่งตามมาตรฐานร้านแค่ชั้นล่าง ส่วนชั้นสองนั้นยังคงเป็นอาคารไม้ดังเดิมทุกอย่าง
“ซอยนี้ยังเป็นบ้านเก่าๆ เดิมๆ อยู่เลยครับอา สงสัยจะมาถูกทางแล้ว”
“ใช่ๆ เข้าไปเลย บ้านไอ้แมนอยู่ซอยนี้แน่ๆ เดี๋ยวจะมีสะพานข้ามคู แล้วก็เลี้ยวอีกโค้งนึง รับรองถึง บ้านมันอยู่เกือบสุดซอย สมัยนั้นต้องพากันเดินเข้าซอย ไล่จับหิ่งห้อยในคู เมาเนื้อด้วย ดีที่หัวไม่ทิ่มตกคูตาย”
เชิงชาญกับแมนจิตเป็นเพื่อนสมัยเรียนสายช่างมาด้วยกัน แต่เป็นช่างสายอาชีพเทียบเท่าระดับอนุปริญญา เขาจบถ่ายภาพ ส่วนแมนจิตจบวิจิตรศิลป์ อันเป็นที่มาของชื่อพยางค์ที่สอง คือแมน จิตรกรรม ช่วงปิดเทอมส่งงานอาจารย์แล้ว พรรคพวกชอบมารวมตัวกันอยู่บ้านนี้ เพราะพี่ชายของแมนจิตมีกัญชาให้พี้ฟรีๆ พอเรียนจบก็ทางใครทางมัน จนกระทั่งไปเจอกันโดยบังเอิญในบริษัทโฆษณา แมนจิตเป็นมือวาดรูปรับจ้างเขียนสตอรี่บอร์ด เป็นยุครุ่งเรืองของเขาเชียวละ เพราะลายเส้นและมุมมองมีคนบอกว่าเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญ กดคำสั่งได้ภาพทุกแนวอารมณ์ แมนจิตเป็นสายติสต์ที่หลากหลายแต่ฝีมือดีมาก ลักษณะแบบนี้ บรรดาผู้ผลิตหนังใหญ่ และนักโฆษณามักโปรดปรานเสนองานให้เขาวาดให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของประเทศ
แต่ก็นั่นแหละ สรรพสิ่งเปลี่ยนแปรไม่แน่นอน ยุคสมัยขับไล่แท่นตกขอบวงการ แต่โชคดีของแมนจิตที่ได้เมียดี ขยันขันแข็ง ทั้งสองพากันไปเปิดร้านขายของในตลาดนัดจตุจักร แต่เพราะไม่ใช่ที่ของตัวเอง เจ้าของจริงอยากได้พื้นที่ ก็เลยเชิญเขาออก
แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่เชิงชาญได้กลับมาเยือนถึงเรือนเพื่อนเก่า
“ไอ้ชาลล์…ไอ้เหี้ยชาญ มาได้ไงวะมึง ห่า กูโคตรเซอร์ไพรส์เลยมึง”
“มึงยังไม่ตายนี่หว่า นี่กูตั้งใจมากินข้าวต้มงานศพมึง ว้าอดเลยกู”
เชิงชาญทักเพื่อนอย่างเป็นมงคลชีวิต
“ไอ้เลว แช่งกูอีก…แต่ไม่เป็นไรกูไม่ถือ เพื่อนแช่งถือว่าเพื่อนให้พร มาเว้ยมาๆ เข้าบ้านก่อน เก่งว่ะ มาถูกซะด้วย”
เพื่อนเก่าระดับตำนานพาแขกไม่ได้รับเชิญเข้าไปในบ้าน แต่ออกตัวให้นั่งรอกันอยู่ข้างนอกก่อน โดยชี้ไปที่โต๊ะไม้เก่าๆ ให้เลือกนั่งตามอัธยาศัย เนื่องจากข้างในตัวบ้านค่อนข้างรกเกรงแขกจะเห็นของที่ไม่พึงเห็น
“อายอะไรวะ กูเคยแก้ผ้าอาบน้ำกับมึงมาแล้ว เห็นอะไรรกๆ ของมึงมาก็แล้ว ประสาอะไรกับบ้านรก”
เชิงชาญออกตัวแรง ใจนึงก็รู้สึกผิดมารยาทที่มาหาโดยไม่บอกกล่าว แต่จะให้ทำยังไงได้ นี่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยเรื่องปากเรื่องท้อง พ่วงด้วยความเป็นห่วง เขารู้สถานการณ์ดีว่า ลักษณะงานอย่างแมนจิต คือผู้ประสบภัยเบอร์หนึ่ง ก็ในเมื่อกดพรอมต์สั่งภาพจากเอไอได้ฟรีๆ ใครจะอยากจ้างแมน จิตรกรรม
“เหรอ มึงไม่ถือแต่เมียกูเค้าถือ เห็นบ้านโทรมอย่างนี้ จริงๆ สะอาดเอี่ยมนะโว้ย แต่ช่วงนี้เมียกูยุ่ง แตะงานจนไม่มีเวลาดูแลบ้านช่อง ไม่แค่เมียหรอก กูเนี่ย ก็พลอยยุ่งไปด้วย”
แขกไม่ได้รับเชิญต่างหันหน้าสบตากันด้วยความงุนงง ผิดคาดเกินไปมากจากที่เป็นห่วง โดยวิสัยแล้วหากติดต่อใครไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ความรู้สึกแรกมักจะเป็นเพราะเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย แต่นี่กลับกลายเป็นยุ่งงาน ซึ่งจะว่าไปก็ถือเป็นเรื่องดี ผิดคาด! แต่เป็นไปในทางที่ดี
“เออ…ยุ่งงานเบอร์ไหน มันถึงยุ่งขนาดตัดขาดโลกภายนอกขนาดนี้วะ”
ใจเชิงชาญนั้นคิดว่า เพื่อสายอาร์ตคงส้มหล่นได้งานฝาผนังโรงแรม รีสอร์ต หรือวัด เหมือนอย่างที่เคยรับอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไม่สุมหัวอยู่บ้าน ต้องออกไปหน้าไซต์งานโน่นแล้ว
“กูบอกมึง แล้วมึงอย่าไปบอกใครนะ…” เพื่อนกระซิบกระซาบ
“มึงจะอายใครวะ แก่ป่านนี้”
“ไม่ใช่ กูไม่ได้อาย มึงฟังกูพูดให้จบก่อน ไอ้นี่ ปากไวไม่เปลี่ยน”
มีเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากเมืองสมุทร ในฐานะผู้น้อย เขาฟังการสนทนาของคนรุ่นลุงรุ่นอาหยาบโลนกันเช่นนี้จนชิน ถือว่านี่เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่พูดจาภาษาดอกไม้ใส่กันขึ้นมานี่สิ น่าห่วง ไม่ผีสิงผีอำ ก็ต้องไปล้มหัวฟาดพื้นกันมา หนักที่สุดก็คงเป็นอัลไซเมอร์ ลืมสิ้นว่าตัวเองเป็นใคร
“งั้นมึงรีบเล่า เดี๋ยวกูจะได้รีบกลับ ดูทรงมึงคงไม่น่าจะอยากรับแขก แล้วกูสองคนก็เห็นกะตาแล้วว่า มึงสบายดี ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไร กูว่าธุระเสร็จก็จะไป”
“เรื่องนั้นกูก็ขอบใจว่ะที่แคร์กูขนาดนี้ ถ่อมาดูใจกูถึงนี่ อันนั้นกูซึ้งนะ บอกไว้ก่อน มึงอย่ามาน้อยใจสำออยใส่กูนะ มึงอยู่ที่นี่ได้เท่าที่อยากอยู่ ต่อให้งานยุ่ง กูก็ต้องได้ก๊งกะมึงสักมื้อแหละ”
เป็นอันว่าแขกไม่รับเชิญนั่งรออยู่เพียงไม่นาน ทั้งพี่แมนจิตและสาววัยสี่สิบต้นๆ หน้าตาเรียบร้อยนางหนึ่งก็เดินออกจากบ้านด้วย เชิงชาญนั้นแปลกใจเป็นอันมาก เพราะผู้หญิงนางนี้ไม่ใช่น้องกระต่ายเมียหลักของแมนจิต เอาละสิ ไอ้หมอนี่ไปคว้าใครมาทำเมียจนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เป็นแน่ มิน่าละมันถึงยอมทิ้งโลกมาขลุกอยู่ที่บ้านเกิด แล้วไอ้ที่ว่างานยุ่งมันหมายถึงอะไรกันแน่
“ไอ้ชาญ นี่เมียใหม่กู น้องมิน มึงเคยเจอกันแล้ว อะ ไหว้เมียกูซะ”
หญิงสาวชื่อมินถึงกับตบไหล่สามีดังพลั่ก ที่แนะนำผิดด้าน
“หนูต้องไว้พี่ชาญสิ ไม่ใช่ให้พี่เขามาไหว้หนู”
เชิงชาญหัวเราะร่วน เมืองสมุทรลุกขึ้นยืน ยกมือไหว้ผู้อาวุโสก่อน แล้วแนะนำตัวเอง
“สวัสดีครับ ผมชื่อเมือง เป็นหลานอาชาญ”
“หลานที่ไหน มันเลี้ยงดูยังกะลูก ยิ่งกว่าลูกอีกมั้ง ไอ้นี่น่ะ ลูกมันยังทิ้งเลย มันบ้างาน”
ประโยคล้อเล่นแต่เหมือนจริง เชิงชาญไม่มีทีท่ารู้สึกรู้สาอะไร ต่างจากอีกคน ที่จุกๆ
“พอก่อนไอ้แมน มึงอย่าลาม ทำยังกะมึงเลี้ยงลูกตัวเองอย่างนั้นแหละ”
คนรุ่นนี้ ต่างติดเชื้อชนิดหนึ่งพร้อมๆ กันไม่รู้ผ่านทางน้ำร่วมสาบานหรืออย่างไร เพราะต่างสร้างวีรกรรม มีครอบครัวเมื่อไม่พร้อม พ่อๆ มัวแต่ทำงานจนราหัว จนลืมสถานะที่ตนมีครอบครัวต้องดูแล ไปๆ มาๆ ฝ่ายเมียๆ ก็มิอาจทนต่อความว้าเหว่ที่ประดังประเดเข้ามาทุกทิศทางได้ ที่เลิกกันเงียบๆ ก็มีหลายคู่ ส่วนที่หันหลังให้กันแบกลูกเต้าไปเป็นกรรมสิทธิ์ก็มีหลายคู่ อย่างเช่นแมนจิตคนนี้ เมียและลูกกลับไปอยู่กับพ่อแม่เขา ส่วนเชิงชาญก็ไม่ต่างกัน
“เขาไปสบายกันก็ดีแล้ว จะมาอยู่กับขี้เมาอย่างมึง อย่างกูทำไม”
“มึงพูดซะจนกูดูแย่ กูไปขี้เมากับมึงเมื่อไหร่ไอ้แมน”
“ยัง ยังไม่เก็ตอีก กูไม่ได้หมายถึงเมาเหล้ายา แต่พวกเราน่ะ มันขี้เมางาน บ้างาน ลุ่มหลงทำแต่งาน เพื่ออะไรวะ อยากเป็นที่หนึ่ง อยากเจ๋ง อยากจะคูลๆ ให้คนชม อย่างนี้ไม่เรียกเมา จะเรียกอะไร”
“เมาที่มาจากมัวเมาใช่มั้ยครับอาแมน”
“ใช่เลย เมือง ขึ้นชื่อว่าเมา ไม่ว่าเมาอะไร มันก็มีแต่ผลเสียตามมาทีหลังทั้งนั้น เมาเหล้า เสียคน เมารักเสียคน เมางานเสียลูกเสียเมีย…รู้อย่างนี้แล้วอย่าริไปเมาอะไรเข้าเด็ดขาดนะหลานชาย”
หลังจากดุด่าว่าสอนกันอย่างแนบเนียน เจ้าบ้านก็สั่งอาหารรับแขกจนแน่นโต๊ะ ระหว่างรับประทานอาหาร แมนจิตก็วนกลับมาเรื่องที่ขึ้นต้นไว้ คือธุระล้นมือของเขานั้นมันคืออะไรกันแน่
“กูกับน้องมินไปจับเทรนด์ตัวนึงได้ มันไม่มีใครทำ กูเลยยึดพื้นที่ ตอนนี้แม่งดี พูดได้ว่ารุ่ง”
“เดี๋ยวก่อน…อย่าเพิ่งเล่า อย่าหาว่าเสือกเลย สองคนนี่ไปเจอกันที่ไหนอะไรยังไงก่อน มินเนี่ยพี่จำได้ หนูเป็นประสานงานของห้องอัดเสียงของพี่คอง แถวในเมืองใช่มั้ย”
เชิงชาญหมุนมือไปที่หน้าของคู่สนทนาด้วย มั่นใจมากว่าตนนั้นจำไม่ผิดแน่
“ค่ะพี่ หนูนึกว่าพี่จะจำชื่อห้องอัดไม่ได้ซะแล้ว”
“จำได้…แต่หลังๆ พี่ไม่มีงานต้องเข้าไปใช้ที่นั่น พูดตรงๆ นะ งานพี่แค่งบโลว์ๆ ทุนไปไม่ถึงห้องอัดขนาดนั้นหรอก”
“ก็ลูกค้าเอาแต่คิดกันแบบนี้แหละพี่ หนูถึงตกงานอยู่นี่ไง พี่คองก็แย่ ตอนนี้ปิดไปแล้วนะพี่”
“ใช่ พี่ก็ได้ข่าวอยู่ เสียใจด้วยนะ”
“ไม่เป็นไรพี่ สมัยนี้หนูเข้าใจได้ แต่พี่คองใจดีนะ ให้อุปกรณ์ทำกินแจกจ่ายลูกน้อง แต่หนูไม่ใช่พวกเด็กซาวนด์เลยไม่รู้จะเอาอะไรไปต่อยอด พี่คองเลยให้ไมค์มาใช้ แล้วบอกว่าหนูไปหัดพากย์เสียซะ จะได้หากินทางนี้ขายเสียง แกบอกให้หนูอัดเรื่องลงช่องยูทูบของตัวเองก็ได้”
ชักเริ่มมีเค้าลาง เชิงชาญสนใจฟังเรื่องจนออกอาการหูผึ่ง
“แล้วยังไงต่อ แล้วหนูอัดเสียงมั้ย อัดอะไรยังไง”
“ไอ้ชาญมึงอย่ารุกนัก ให้เมียกูกินข้าวด้วย มินเดี๋ยวพี่เล่าต่อเอง” แล้วแมนจิตก็เล่าต่อ
“ก็มินเนี่ย เขาก็พอมีวิชานักพากย์อยู่บ้าง เวลาลูกค้าอยากได้เสียงเล็กเสียงน้อย เสียงตัวประกอบ พี่คองก็เรียกน้องไปอัดให้บ่อยๆ เรียกว่าเป็นคนมีของอยู่แหละ ทีนี้พอเขาจุดประกายเรื่องนี้ขึ้นมา กูก็เลยออกไอเดียให้น้องพากย์ช่องผี”
“เฮ้ย…”
“ไม่เฮ้ยหรอก…แต่ว่าช่องผีใครๆ ก็ทำได้ใช่มั้ย ถ้าลองถึงมือพี่แมนมันต้องไม่ดาดดื่นเหมือนช่องผีทั่วไป มึงทายมา กูทำยังไง”
“มึงเหรอ มึงก็แค่วาดรูปเก่ง จะทำอะไรในช่องผีได้วะ…ไอ้แมน หรือว่า”
แมนและมินกระหยิ่มยิ้ม ยักคิ้วให้กัน ก่อนจะงัดมือถือของตัวเองขึ้นอวด แอปพลิเคชันแนวบันเทิงระดับพรีเมียมเสียด้วย
ที่ปรากฏเบื้องหน้า แม้จะเป็นเพียงพื้นที่แคบๆ เท่าหน้าจอมือถือธรรมดาๆ ทว่าภาพวาดเหล่านั้นช่างดูสยดสยองสมจริง เป็นงานระดับศิลปินเอก แม้จะไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหวแบบแอนิเมชัน แต่ด้วยเทคนิคเปลี่ยนภาพไปมา ประกอบเสียงอ่านเรื่องราวอันเยือกเย็นบ้าง โหยหวนบ้าง นั่นยิ่งทำให้ช่องผีของแมนและมินน่ากลัวน่าติดตาม เหมาะกับจริตคนสมัยนี้เป็นยิ่งนัก
นี่หรือคือความบันเทิงในรูปแบบใหม่ ที่กลั่นกรองจากคนในรุ่นของเขา
ช่างผสมกลมกลืนกันอย่างน่าชื่นชม
“มึงเก่งว่ะ ไอ้แมน…แต่กูถามหน่อย ทำแบบนี้แล้วมึงได้อะไร”
แมนเล่าให้เพื่อนฟังเป็นวิทยาทานว่า การผลิตเนื้อหาป้อนแอปพลิเคชันแบบนี้ เขาเรียกว่าเป็นครีเอเตอร์ ส่วนจะเป็นแนวไหนก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ ส่วนรายได้ก็มาจากการที่ผู้คนเข้ามาชม ใช้เวลาอยู่กับช่องของเขา ซึ่งมันมีข้อมูลเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นทางระบบหลังบ้าน ยิ่งผู้ชมมากเท่าไร หมายถึงยอดค่าชมที่ตามมา ซึ่งจะมีหน่วยวัดการเข้าชมแล้วทอนมาเป็นมูลค่า ยิ่งชมมากส่วนแบ่งผู้ผลิตก็จะมากตามไปด้วย เรียกว่าเป็นระบบที่ยุติธรรมทั้งผู้ผลิตและเจ้าของแอปฯ
“ตอนนี้คนดูโคตรติดเสียงน้องมินเลย เขาว่ามันเยือกเย็น หลอกหลอน เดี๋ยวหวานเดี๋ยวแหวว จนคนฟังคิดว่าเราอ่านกันหลายคนเป็นทีม ป้าวววว ยัยนี่คนเดียวเลย ไม่รู้ว่ากลืนใครลงคอเข้าไปบ้าง ฮ่าๆ”
“แล้วเรื่องผี ไปเอาเรื่องมาจากไหน”
“ก็ช่วยกันนึกเอาจ้ะพี่ หนูชอบเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว เพราะหนูเป็นคนกลัวผี”
เคยได้ยินบ่อยๆ เรื่องคนกลัวผี แต่มักจะมีหัวสร้างสรรค์เชิงหลอกหลอน นี่อาจเป็นผลจากคิดไปเองกลัวไปเอง
“ส่วนกู ชอบเรื่องผีมั้ย ก็เฉยๆ นะ แต่พอขุดเรื่องในกรุสมองขึ้นมานึกดู เฮ้ย มันมีเรื่องผีอยู่ในหัวเยอะเลยนี่หว่า ก็เลยเล่าให้น้องมันฟัง แล้วจากนั้นก็ปะติดปะต่อกันขึ้นมา บางทีมันมีภาพขึ้นมาในหัว ก็เอาให้น้องมันดู”
“คู่หลอกคู่หลอน”
คนเด็กสุดในวงสนทนาให้นิยาม
“เออ ยังงั้นก็ได้เมือง คู่หลอกคู่หลอน แต่เรื่องคู่ เราเพิ่งมาได้กันหลังๆ นี่นะ หลอกกันไปกันมากูจับคลุมโปงเล่นผีผ้าห่มซะเลย”
“บ้า พี่แมนก็พูดไป มินก็อายนะพี่ น้องเมืองใช่มั้ยคะ อย่าไปเชื่อนะ จริงๆ พี่แมนตามจีบมินก่อน แล้วเอาเรื่องวาดรูปประกอบช่องมาล่อตะหาก”
หลังจากหมดมื้อนั้นเมืองสมุทรอาสาช่วยภรรยาแมนจิตเก็บกวาดล้างถ้วยชาม และยังขอชมห้องผลิตงานของเจ้าของบ้าน ซึ่งเจ้าบ้านเองก็ไม่ปิดบังอะไร ยังพากันทัวร์จนรอบ
อุปกรณ์ก็แค่คอมพิวเตอร์ ไมค์ ส่วนอีกมุมนั้นเมืองสมุทรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เขารู้สึกว่าเหมือนสองยุคอยู่ด้วยกัน เป็นมุมวาดรูปของพี่แมน ซึ่งยังใช้โต๊ะวาดเขียนแบบเก่า เขาไม่ได้วาดบนเฟรม พี่แมนติดการวาดบนอะไรก็ได้ที่เป็นแนวนอน
“กำลังบังคับให้ใช้แท็บเล็ต จะได้โยนไฟล์ตัดต่อง่ายๆ นี่พี่ต้องสแกนภาพวาดเข้าคอม ตอนนี้ชักจะไม่ทัน”
“พี่แมนเก่งนะครับ ยอมใช้ของสมัยใหม่ช่วยก็ได้ไม่เกี่ยงเลย”
“เฉพาะรูปแนวนี้มั้งถึงยอม เวลาว่างงาน เขาก็ยังวาดรูปสวยๆ ตามสไตล์อยู่นะ อยากเห็นมั้ย”
เมืองสมุทรนึกถึงภาพวาดที่แขวนในร้านกาแฟหลายๆ ร้านของโครงการและที่บ้านเขาเอง แม่บอกว่านั่นก็ฝีมือของแมนจิตวาดให้เป็นของขวัญ
“ไม่เป็นไรครับพี่ แล้วนี่ผมมารบกวนพี่ทำงานหรือเปล่าครับ”
“ไม่หรอก พี่เพิ่งตัดภาพกับเสียงเสร็จพอดีตอนที่ได้ยินเสียงรถจอด แต่ที่ไม่ออกมาต้อนรับก็เพราะมันมีเรื่อง ก็สาวๆ เมียๆ ทั้งหลายของเขานั่นแหละ พี่ขี้เกียจออกมาปะทะ”
“ครับ ผมเข้าใจเลยพี่ ก็พี่แมนเขาหล่อขนาดนั้น”
“ไม่นะ แก่จะตาย หงอกบานเลย พี่ต้องคอยย้อมกลบให้ทุกอาทิตย์ ต้องพี่ชาญสิ ดูไม่ค่อยแก่ ยังเหมือนเดิมๆ อยู่เลย”
“ปีนี้อาชาญดูโทรมลงนิดหน่อยครับ เห็นว่าเครียดเรื่องงาน”
“มีงานให้เครียดก็ดีแล้ว เครียดแบบนี้ดี เพราะได้สบายทีหลัง”
“ครับพี่”
“เออนี่…น้องเมืองอยากทำช่องผีแบบพี่ก็ทำได้เลยนะ ไม่ว่าหรอก ช่วยกันทำกับแฟนแบบพี่ก็ได้นะ ใช้เสียงชาย หญิง คนนึงก็อ่านได้ประมาณสองสามเสียง เป็นเสียงเด็ก คนสาว คนแก่ แต่ถ้าเด็กชายก็ใช้หญิงอ่านดัดเสียงหน่อยๆ”
“ไม่ไหวหรอกครับ ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องใช้เสียง แล้วอีกอย่างผมยังไม่มีครับ แฟนน่ะ”
หนุ่มน้อยก้มหน้านิดนึงพอให้ดูว่าตนเขินอายอยู่
“อ้าว…เหรอ โทษทีๆ สงสัยจำผิดคน จำได้ว่าลูกพี่ชาญแต่งงานแล้ว หรือพี่ทักผิดคนนะ”
“ผมไม่ใช่ลูกอาชาญครับ ผมลูกพ่อภิภพ กับแม่กัลยา เพื่อนสนิทกับอาชาญครับ”
“เอ๊า…จำผิดจริงๆ ด้วย โทษอีกทีละกัน”
“พี่มินรู้จักลูกอาชาญด้วยเหรอครับ”
“อ๋อ…ไม่รู้หรอก แต่เวลาเมาพี่แมนชอบพูดถึงให้ฟัง อะไรนะ แม่พาลูกหนี พ่อมันไม่ตาม จนลูกโตมีผัวมีเมียแล้ว…อะไรทำนองนี้แหละ”
“ฮ่าๆ เมาเอาเรื่องเลยนะครับ”
“นั่นสิ พี่ก็ไม่ควรจำเป็นข้อมูลเลยเนอะ ว้า”
ไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก บริเวณริมคูน้ำ ที่แห่งนั้นมีเรื่องราวในอดีตของเพื่อนรักทั้งสอง เชิงชาญจำที่นั่งประจำของตนเองได้ดี แถวๆ คอสะพาน จะมีแท่นปูน ที่ตรงนี้คือที่นั่งพี้กัญชาในช่วงวัยอลเวง เป็นที่รู้กันว่าตรงนี้หลบหูหลบตาคนอื่นได้
แต่ไม่ใช่วันนี้ที่มันกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย สองเฒ่าแห่งวงการศิลป์ฉวยโอกาสระลึกความหลัง อัดแท่งบุหรี่ที่มีแต่กัญชาเพียวๆ คนละมวนอย่างสบายใจ ทั้งคู่ต่างปล่อยควันปล่อยใจ นึกถึงความหลังด้วยกัน ทำเลบ้านเงียบเชียบ นึกถึงช่วงอัดหนังผี ถ้าใครบังเอิญผ่านเข้ามาคงต้องวิ่งหัวหูตั้งกันบ้าง
“บ้านมึงเหมาะจะผลิตเรื่องผีว่ะไอ้แมน ลึกลับ วังเวง แล้วยิ่งเสียงมิน มันคือพรสวรรค์ของน้องจริงๆ ว่ะ”
“ก็ว่างั้นแหละ กูกับมึงก็มีพรสวรรค์นะ แต่มันอาจจะหมดเวลาใช้แล้ว เรามันของตกยุค ก็ต้องหาวิธีอยู่ไปกับมันแบบนี้แหละ โทษว่ะ มึงสะเทือนใจมั้ยวะ”
“หึ…สะเทือนอะไร กูรู้ตัวตั้งนานแล้ว ว่าโลกมันจะเปลี่ยนไปแบบนี้”
เชิงชาญปากไม่ตรงกับใจ ถูกต้องที่เขารู้ตัวมาก่อน แต่เขาไม่นึกว่ามันจะหน้ามือเป็นหลังมือได้เพียงนี้ ผู้คนยอมรับผลงานสร้างสรรค์ แต่ไม่เกี่ยงอีกต่อไปว่าใครเป็นผู้สร้างสรรค์ จะคนหรือไม่ใช่คน ไม่มีผลอะไรต่ออรรถรส
“เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า…ไอ้ชาญ มึงได้เจอลูกกะเมียจริงๆ มึงบ้างหรือเปล่าวะ”
“อะไรวะไอ้แมน แค่สองปื้ดมึงเมาถึงขั้นเพ้อเจ้อแล้วเหรอ”
“เออกูเมา แก่แล้วนี่หว่า ภูมิต้านทานต่ำ ถามจริงๆ มึงคิดถึงพวกเขามั้ยวะ”
“แล้วมึงล่ะ” เขาบ่ายเบี่ยง
“คิดสิ กูคิดถึงตลอดแหละ”
“คิดถึงก็ไปหาสิ ทำยังกับเขาอยู่ดูไบ ไอ้ห่า อยู่แค่เชียงใหม่แค่นี้เอง”
“กูไม่กล้าว่ะ”
“มึงไม่กล้า แล้วมึงกลัวอะไร”
“กูกลัวเขาเรียกคนอื่นว่าพ่อต่อหน้า กลัวเขาไม่เรียกกูว่าพ่อ”
แมนจิตเสียงเริ่มสั่นเครือจากลำคอ ไม่รู้สารมึนเมาออกฤทธิ์ หรือเพราะอ่อนแออยู่ในใจ
“ลูกแทบไม่เคยเจอหน้า มึงหวังจะให้เขาเรียกพ่อเลยเหรอวะ”
“ก็นี่แหละ กูกลัวกูรับไม่ได้…เอาจริงๆ ยิ่งแก่ตัวลง พอเผลอๆ ทีไร กูโคตรคิดถึงลูกกับเมียเลย มึงอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องอย่างว่านะ ทุกวันนี้กูรักน้องมินอย่างกับอะไรดี แต่กับพวกเขา กูรู้สึกอีกแบบว่ะ มันโหยหา…มึงช่วยกูนึกหน่อย มันเรียกความรู้สึกอย่างนี้ว่าอะไรวะ”
“โหยหาอาวรณ์”
“เออ…นั่นแหละ โหยหาอาวรณ์…มึงพูดถูกมันใช่เลย มันรู้สึกถึงขนาดว่าอยากย้อนเวลากลับไปวันที่กูยังยื้อพวกเขาไว้ได้ มึงคิดเหมือนกูมั้ยวะเพื่อน”
ก็ไม่แน่…
มีเหตุผลที่เราย้อนกาลเวลาไม่ได้ หรืออาจย้อนได้ไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ เพราะเรายังคงเส้นคงวากับการกระทำ จนทำให้การย้อนเวลานั้นมีค่าเท่าเดิม
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 7 : เราไม่ได้แก้ปัญหา แต่เราเติบโตเกินกว่าปัญหา
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 6 : การเป็นตัวเองได้ในโลกที่พยายามทำให้คุณเป็นอย่างอื่นตลอดเวลา นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 5 : เราทุกคนต่างก็เป็นเพียงหมากเบี้ยบนกระดาน ความเปราะบางของคุณจะนำมาซึ่งความเข้มแข็ง
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 4 : พูดความจริง แต่ทำให้ความจริงนั้นน่าหลงไหล
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 3 : ในตัวเราทุกคน ล้วนมีอีกร่างหนึ่งที่เราไม่รู้จัก
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 2 : โลกเดือดร้อนทุกข์ทรมานยิ่ง ไม่ใช่เพราะความร้ายกาจของคนเลว แต่เพราะความเงียบของคนดี
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง บทที่ 1 : ไม่เสมอไปที่การติดกระดุมเม็ดแรกผิด จะทำให้ทุกอย่างรวน
- READ Love Disruption คลื่นฝันใกล้ฝั่ง : บทนำ







