จาก ๘ ปีที่ยืนหยัด สู่ปีที่ ๙ ของ ‘อ่านเอา’ ในโลกที่หมุนเร็ว

จาก ๘ ปีที่ยืนหยัด สู่ปีที่ ๙ ของ ‘อ่านเอา’ ในโลกที่หมุนเร็ว

โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

Loading

ในโลกที่คอนเทนต์เกิดขึ้นและหายไปแทบทุกวินาที การมีอยู่ของเว็บไซต์หนึ่งที่ยาวนานถึง ๘ ปี อาจไม่ใช่แค่เรื่องของเวลา แต่คือหลักฐานของการยืนหยัด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และ ‘เว็บไซต์อ่านเอา’ คือหนึ่งในพื้นที่เล็กๆ นั้น พื้นที่ที่เริ่มต้นจากความฝันของนักเขียน และค่อยๆ เติบโต กลายเป็นบ้านของทั้งคนอ่านและคนเขียนจำนวนไม่น้อย

หลังจากก้าวผ่านปีที่ ๘ เว็บไซต์อ่านเอาก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ ๙ อย่างเต็มตัว ช่วงเวลาที่ไม่ใช่เพียงการนับต่อของตัวเลข แต่คือการทบทวนว่า อะไรควรเปลี่ยน และอะไรควรยึดไว้

ในจังหวะเวลานี้เอง เราได้นั่งลงพูดคุยกันแบบใกล้ชิดกับ พี่เอียด-นันทพร ศานติเกษม เจ้าของนามปากกา ปิยะพร ศักดิ์เกษม, พี่ปุ้ย-ปาริฉัตร ศาลิคุปต เจ้าของนามปากกา กิ่งฉัตร และ พี่หมอโอ๊ต-นายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ เจ้าของนามปากกา พงศกร ซึ่งแฟนๆ อ่านเอาต่างรู้ดีว่าพี่ๆ ทั้งสามคนไม่เพียงเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอ่านเอาตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะวิทยากร และกรรมการตัดสินในโครงการ อ่านเอาก้าวแรก รวมถึงร่วมเป็นคณะกรรมการในโครงการ ช่องวันอ่านเอา ฯลฯ

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์อ่านเอาก็ยังมีผู้ก่อตั้งอีก ๔ ท่านที่ทำหน้าที่หลังบ้านอย่างเขแข็ง คอยดูแลระบบ ประสานงาน และประคับประคองแพลตฟอร์มนี้ให้เดินต่อมาได้อย่างมั่นคง แม้จะไม่ได้อยู่ในการพูดคุยครั้งนี้ แต่บทบาทของพวกเขาก็เป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้อ่านเอายังคงยืนอยู่ได้จนถึงวันนี้

บทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้อนเล่าอดีต แต่เป็นการเปิดมุมมองของคนทำงานที่อยู่กับพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่วันที่เต็มไปด้วยความฝัน วันที่ต้องเรียนรู้โลกความจริง ไปจนถึงวันที่ต้องเลือก ‘ปรับตัว’ เพื่อจะเดินต่อ “๒ เมษายนที่ผ่านมา อ่านเอาครบ ๘ ปีค่ะ” พี่เอียดเอ่ยขึ้น และบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้น

จากวันแรกที่เต็มไปด้วยความฝัน…สู่ปรากฏการณ์ ‘เว็บล่ม!’

ภาพของวันเปิดตัวยังคงถูกเล่าขานด้วยรอยยิ้ม ในวันนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเว็บไซต์เล็กๆ ที่เพิ่งเปิดตัว จะได้รับความสนใจมากจนระบบไม่สามารถรองรับได้ “เปิดตัววันแรก…เว็บล่มเลยค่ะ!” พี่ปุ้ยเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ เบื้องหลังประโยคสั้นๆ นั้น คือความตื่นเต้น ความตกใจ และความรู้สึกเกินคาดของทีมงานทุกคน “เราตื่นเต้นมากค่ะ เพราะมันเป็นก้าวใหม่ของเรา” พี่เอียดเสริม ขณะที่พี่หมอโอ๊ตอธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “มันฮือฮา เพราะคนรุ่นเราไม่ค่อยทำออนไลน์กัน แต่พอมีนักเขียนอย่างคุณกฤษณา อโศกสินและท่านอื่นๆ มารวมกัน คนก็เลยสนใจ” ช่วงเวลานั้น อ่านเอาไม่ใช่แค่เว็บไซต์แต่กลายเป็น ‘พื้นที่ใหม่’ ที่คนทั้งวงการจับตามอง และทำให้พวกเขาเดินสายให้สัมภาษณ์จนแทบกลายเป็น ‘ดารา’ อย่างที่พี่ปุ้ยเล่าแบบขำๆ

เมื่อโลกเปลี่ยน…การปรับตัวจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ “๘ ปีนี่ โลกเปลี่ยนเร็วมาก” พี่หมอโอ๊ตกล่าว “อะไรที่เคยใช้ได้ วันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์แล้ว” ทั้งรูปแบบการอ่าน พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงความคาดหวังของคนอ่าน ล้วนเปลี่ยนไปแทบทั้งหมด พี่ปุ้ยเล่าต่ออย่างตรงไปตรงมา “เราพยายามปรับตัวนะคะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องวัย สุขภาพ แล้วก็จังหวะของชีวิต” แม้จะมีข้อจำกัด แต่สิ่งที่พี่ๆ ทั้งสามคนเห็นตรงกันคือการปรับตัวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ต้องปรับ ‘โดยไม่หลุดจากตัวเอง’ “เราจะไม่เสียความเป็นอ่านเอา” พี่หมอโอ๊ตย้ำ “โดยเฉพาะการเป็นพื้นที่อ่านฟรี และเปิดกว้างสำหรับทุกคนครับ”

อิสระที่ต้องแลกด้วยการยืนด้วยตัวเอง

ในช่วงเริ่มต้น อ่านเอาเคยวาดภาพถึงการเติบโตที่มีแรงสนับสนุนจากโฆษณาและรายได้ที่มั่นคง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความจริงก็เข้ามาแทนที่ “สุดท้ายเราต้องพึ่งตัวเอง” พี่เอียดกล่าวอย่างเรียบง่าย อย่างไรก็ตาม การยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง กลับทำให้อ่านเอามีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนั่นคืออิสระในการกำหนดทิศทาง อิสระในการเลือกเนื้อหา และอิสระในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องสูญเสียตัวตน ขณะเดียวกัน การเดินทางนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง เพราะตลอดระยะเวลา ๘ ปีที่ผ่านมา อ่านเอาได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ช่องวัน 31, ข้าวพนมรุ้ง, สสส. รวมถึงผู้สนับสนุนอีกจำนวนมาก “ทุกท่านเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พื้นที่เล็กๆ นี้ยังอยู่ได้ครับ” พี่หมอโอ๊ตกล่าว แม้สิ่งที่ได้รับอาจไม่ได้วัดเป็นตัวเลขชัดเจน แต่คุณค่าที่เกิดขึ้นนั้นสะท้อนอยู่ในสังคมการอ่านที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

พื้นที่เล็กๆ ที่สร้างนักเขียนให้เติบโตจริง

หนึ่งในสิ่งที่อ่านเอาภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นนักเขียนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นจากพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งตลอด ๘ ปีที่ผ่านมา มีผลงานจำนวนไม่น้อยที่ก้าวออกจากหน้าเว็บไซต์ ไปสู่หน้าจอ และกลายเป็นผลงานในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น

  • กลิ่นมาลี ผลงานของ SUDA ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • พระนคร ๒๔๑๐ แม่สื่อตัวร้ายกับนายโปลิส ผลงานของ ตฤณภัทร ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • ดวงใจจอมกระบี่ ผลงานของ แสนแก้ว ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • คดีรักร้าง หรือ สงครามสมรส ผลงานของ เวฬุวลี ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • มายากาเหว่า หรือ แม่เลี้ยง ผลงานของ ณรัญชน์ ถูกสร้างเป็นละครและออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3

  • เหมันต์ตะวันรอน ผลงานของ นวาภัส ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • ม่อนเมิงมาง ผลงานของ กันต์พิชญ์ ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • กระบือสื่อรัก หรือ หอมรักบ้านทุ่ง ผลงานของ พรรณสิริ กำลังจะสร้างเป็นละครทางช่องวัน 31

  • มหกรรมมนุษย์ ผลงานของ สีตลา สัตตสุวรรณ ที่ถูกสร้างเป็นละครทางช่อง MONO29 เตรียมออกอากาศวันที่ ๗ สิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ผลงานเรื่อง ชายได้โชคอย่างลึกลับเพราะเป็นแฟนคลับนิยายผี ของ วันชนะ ก็เพิ่งคว้ารางวัลชมเชย ในการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ กลุ่มหนังสือนวนิยาย จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มาเมื่อไม่นานนี้อีกด้วย ฯลฯ

“เวลาน้องเขาได้เห็นงานตัวเองเป็นละคร มันคือความฝันเลยนะ” พี่หมอโอ๊ตเล่า “แล้วเราก็เคยผ่านจุดนั้นมา เราเลยเข้าใจความรู้สึกนั้นดี” พี่ปุ้ยเสริมด้วยรอยยิ้ม “เวลาที่น้องๆ ได้รางวัล หรือประสบความสำเร็จ เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราทำมันไม่สูญเปล่า” นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่พี่ๆ ทั้งสามท่านอยากเห็นจากนักเขียนของอ่านเอานั่นคือ “เราอยากเห็นนักเขียนที่ยืนระยะได้” พี่เอียดกล่าว “ไม่ใช่แค่ดังเร็ว แต่เขียนต่อได้ในระยะยาวค่ะ”

เมื่อนักเขียนเติบโต…‘ลายเซ็น’ ก็เริ่มปรากฏ

ท่ามกลางบทสนทนาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม และการสร้างนักเขียนเลือดใหม่ อีกหนึ่งประเด็นที่พี่ๆ ทั้งสามต่างพูดถึงด้วยน้ำเสียงชัดเจนไม่แพ้กัน คือ ‘การเติบโตของนักเขียน’ นั่นเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเห็นนักเขียนหน้าใหม่จำนวนมากเดินเข้ามา โดยเริ่มต้นจากความชอบการอ่าน และความอยากลองเขียน ซึ่งในช่วงแรก งานเขียนจำนวนไม่น้อยก็มักมี ‘กลิ่น’ ที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นพล็อตเรื่อง แนวทาง หรือโครงสร้างการเล่า

“มันเป็นเรื่องปกติ” พี่หมอโอ๊ตอธิบาย “เพราะนักเขียนทุกคนเริ่มจากการเป็นนักอ่าน สิ่งที่ชอบมันจะติดมาด้วย” แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น ไม่ใช่ช่วงเริ่มต้นแต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเขียนต่อไปเรื่อยๆ “พอเขาเขียนอย่างต่อเนื่อง เราจะเริ่มเห็น ‘ตัวตน’ ของเขาชัดขึ้นครับ” จากงานที่เคยคล้ายกัน จะค่อยๆ แตกแขนง กลายเป็นเสียงเฉพาะตัว เป็นวิธีเล่าที่ไม่เหมือนใคร และในที่สุด…กลายเป็น ‘ลายเซ็น’ ของนักเขียนคนนั้น ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ภีมรดา เจ้าของผลงาน Love Disruption คลื่นฝัน ใกล้ฝั่ง จากโครงการอ่านเอาก้าวแรก รุ่น ๖ ที่แม้จะปิดชื่อผู้เขียนไว้ในขั้นตอนการประกวด แต่กรรมการกลับจำได้จากน้ำเสียงของงานเขียนชิ้นนั้น นั่นเพราะเธอเคยเข้าร่วมโครงการอ่านเอาก้าวแรกมาก่อนหน้าแล้ว “งานเขียนจะสอนคนเขียนเองค่ะ” พี่เอียดกล่าว “ยิ่งเขียน ยิ่งเห็นตัวเองชัดค่ะ”

จาก อ่านเอาก้าวแรก ช่องวันอ่านเอา สู่การต่อยอดใน อ่านเอา อะคาเดมี

เมื่อเส้นทางของนักเขียนมีความหลากหลายมากขึ้น อ่านเอาก็เริ่มขยับพื้นที่ให้นักเขียนได้เลือกเส้นทางของตัวเองให้ชัดขึ้น และนั่นคือที่มาของ อ่านเอา อะคาเดมี (Anowl Academy) ที่มีขึ้นในปีนี้ “อ่านเอาก้าวแรกเหมาะกับคนเริ่มต้นครับ” พี่หมอโอ๊ตอธิบาย “แต่อ่านเอา อะคาเดมีเหมาะกับคนที่อยากไปให้ลึกขึ้น คอร์สถูกออกแบบให้เจาะตามประเภทของนิยาย เริ่มจาก นิยายผี ซึ่งมีวิธีเล่าเฉพาะตัว” โดยพี่ปุ้ยได้อธิบายเพิ่มเติมอย่างเห็นภาพ “ถ้าจะเขียนผี ผีต้องเด่นที่สุดนะคะ ส่วนองค์ประกอบอื่นเป็นตัวช่วย ไม่งั้นเรื่องจะไม่ชัด” ขณะเดียวกัน สิ่งที่อะคาเดมีมอบให้ ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือประสบการณ์ของพี่ๆ และวิทยากรร่วมที่ย่นระยะเวลา “เรานำสิ่งที่เคยลองผิดลองถูก มาสรุปให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ได้เร็วขึ้น” พี่หมอโอ๊ตกล่าว พร้อมกับบอกว่ายังจะมีคลาสแบบเฉพาะเจาะลึกแบบนี้ออกมาให้เรียนอีกเรื่อยๆ ซึ่งพี่เอียดได้สรุปสั้นๆ อีกครั้งว่า “ถ้าคุณอยากเริ่มต้น หรือหมดไฟให้เรียน ‘อ่านเอาก้าวแรก’ แต่ถ้าคุณอยากเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ มากขึ้นแนะนำให้ลงเรียน อ่านเอา อะคาเดมีค่ะ”

เมื่อการเดินทางยังคงดำเนินต่อ

บทสนทนาค่อยๆ จบลงโดยไม่มีประโยคสรุปที่ยิ่งใหญ่ มีเพียงความเข้าใจร่วมกันว่า โลกจะยังคงเปลี่ยนไป รูปแบบการอ่านจะยังคงเปลี่ยนไป และตัวผู้สร้างเองก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ คือ พื้นที่เล็กๆ ที่เปิดให้คนอ่าน พื้นที่เล็กๆ ที่เปิดให้คนเขียน และพื้นที่เล็กๆ ที่ช่วยให้ใครบางคนค้นพบเสียงของตัวเอง

๘ ปีที่ผ่านมา อาจเป็นเพียงช่วงหนึ่งของการเดินทาง แต่สำหรับ ‘เว็บไซต์อ่านเอา’ มันคือหลักฐานว่า ความฝันที่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงจะสามารถก้าวผ่านความยากที่ยากจะคาดเดา และพาผู้อื่นเติบโตไปด้วยได้จริงๆ

Don`t copy text!