สี่กลุ่มเท่ากับหนึ่งจักรวาล

สี่กลุ่มเท่ากับหนึ่งจักรวาล

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

สอนเขียนนิยายสไตล์ “ปิยะพร ศักดิ์เกษม” ครั้งนี้ ขออนุญาตนำเสนอในเรื่องที่เฉพาะตัวนะคะ

สืบเนื่องจากการเขียน บทความแนะนำการเขียนนิยาย “เมื่อคิดสร้างโยงใย ๑-๓” ที่ได้เผยแพร่ให้อ่านไปแล้ว ทำให้เกิดมีคำถามมาถามต่อมากมายและนักอ่านก็อยากให้เล่าให้ฟังโดยละเอียดว่า เมื่อสร้างเครือข่าย“จักรวาล”ชนิดที่ทุกเรื่องที่เขียนมีความเกี่ยวเนื่องกันหมดขึ้นมาแล้ว นิยายทุกเรื่องของ “ปิยะพร  ศักดิ์เกษม”มีจุดใดที่ต่อเนื่องกันอย่างไรบ้าง

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

คำตอบก็คือ ความเกี่ยวข้องของเรื่องทั้งหมดก็สามารถแยกออกมาได้เป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้ค่ะ

กลุ่มที่ ๑ กลุ่มสายตระกูล “ศุษิระ” กลุ่มนี้เริ่มด้วยเรื่อง “รากนครา” เป็นเรื่องแรก พ่อของเจ้าน้อยศุขวงศ์ พระเอกในเรื่องนี้ ชื่อ ศุษิระ ดังนั้นเมื่อต่อมามีการใช้นามสกุล เจ้าน้อยซึ่งบาดหมางกับพี่น้องในสายตระกูลอดีตเจ้าเมืองเชียงพระคำ จึงแยกมาใช้นามเจ้าพ่อตั้งนามสกุลของตัวเอง เรื่องที่ ๒ ในสายตระกูลนี้คือ เรื่อง สะพานแสงคำ ซึ่งในภาคอดีตเป็นเรื่องของ เจ้าภูแก้วและเจ้าเอื้อย รุ่นลูกของเจ้าน้อยศุขวงศ์แห่งเชียงพระคำ ต่อด้วยเรื่อง “ใต้ร่มไม้เลื้อย” ที่มี ศิขริน เป็นทายาท สายตรงของสายตระกูลนี้ ต่อด้วย “เรือนศิรา” และ “ในบ่วงมนตรา” ที่นางเอกของเรื่องเป็นลูกสาวของ ศิขริน ทั้งสองเรื่อง

กลุ่มที่ ๒ กลุ่มสายตระกูล “แม่วัน” กลุ่มนี้เริ่มด้วยเรื่อง “ในวารวัน” ที่มีพ่อเทิดกับแม่วันเป็นพระ-นาง ต่อด้วย “ตะวันเบิกฟ้า” ที่มี แม่วันอยู่ในฐานะคุณย่าวัน ตามด้วย “ขอบฟ้าราตรี” ที่แม่วัน อยู่ในฐานะ คุณยายวัน

ในกลุ่มนี้จะมีแถมอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่อง “ดั่งลมหวน” ที่เป็นเรื่องของพ่อทูน หรือ คุณพระทูนคดียุติธรรม น้องชายคนเดียวของพ่อเทิดแห่งเรื่อง ในวารวัน และเรื่อง ดั่งลมหวน นี้เองที่เป็นตัวเชื่อมไปยังกลุ่มที่ ๑ กลุ่มสายตระกูล ศุษิระ เพราะแม่หอมนวลภรรยาผู้อาภัพ ของพ่อทูน สืบเชื้อสายมาจาก เจ้าหน่อเมืองแห่ง “รากนครา”

กลุ่มที่ ๓ กลุ่มสายตระกูล “เชิญอิสราชัย” กลุ่มนี้เริ่มต้นด้วยเรื่อง “เพลงพระพรหม” เป็นเรื่องของคุณกมลาสน์ หรือ คุณป้าใหญ่ ของหลาน ๆ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อธิบายว่า เพราะเหตุใด เธอจึงกลายเป็นผู้กุมอำนาจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงานหรือครอบครัว และอะไรที่ทำให้เธอยิ่งใหญ่ เด็ดขาด เป็นเสาหลักของตระกูลมายาวนาน

เรื่องที่สองของกลุ่มนี้คือ เรื่อง “ทางสายธาร” ซึ่งเล่าถึงน้องสาวต่างมารดาสองคนของคุณกมลาสน์ ชื่อ ลออองค์ กับ วิรงรอง

คุณกมลาสน์มีน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันอีกสี่คนคือ เกริก เกียรติ เกรียง และไกร

เรื่อง “แด่ดวงดาวในดวงใจ” คือเรื่องของลูกสาวและหลานสาวของเกริก ที่เกิดกับศรีนวลเด็กในบ้าน ต่อมาเกริกแต่งงานกับนวลพรรณหญิงสาวผู้แสนดี มีลูกชายหญิงอีกหกคนคือ กอบบุญ ผู้ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำของตระกูล เรื่องของเขาคือเรื่อง “บ้านร้อยดอกไม้” ตามด้วย เกื้อคุณ ลูกชายคนที่สอง ผู้รับผิดชอบเรื่องท่าเรือน้ำลึกและเรือเดินสมุทร ในเรื่อง “น้ำเพชร” ส่วน กงทองลูกชายคนถัดมา ดูแลไซโลและธุรกิจทางภาคตะวันออก ในเรื่อง “ปลิวลมลวง” ลูกชายคนเล็กคือ เกาฑัณฑ์ อยู่ในเรื่อง “คือดาวคืนแรม” ส่วนลูกสาวสองคนของเกริก คือ ก่องเพชร กับ เก็จไพลินนั้น อยู่ในเรื่อง “วาวพลอย”

เกียรติ น้องชายคนที่สองของคุณกมลาสน์ เป็นผู้ดูแลเรื่องบัญชีและการเงินทั้งหมด มีลูกชายสองคนคือ กานต์ และ กรณ์ ทั้งสองคนอยู่ในเรื่อง “ใต้เงาตะวัน” ส่วนครอบครัวของเกียรติน้องชายคนที่สามของคุณกมลาสน์ก็มาปรากฎตัวเป็นสีสันสำคัญในเรื่อง “ใต้เงาตะวัน” และ “ปลิวลมลวง”

ไกรคือน้องชายคนเล็กสุด เขามีลูก สี่คนคือ กรกนก ตามด้วย กฤต ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง “ลับแลลายเมฆ”  ลูกชายคนถัดมา คือกีรธา ผู้เป็นตัวละครเอกในเรื่อง “ลำนำในลมหนาว”  ส่วน การะเกด น้องสาวคนเล็กสุดกับ กรกนกพี่สาวคนโตนั้น ปรากฎตัวประปรายอยู่ในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน

กลุ่มที่ ๔ คือ กลุ่มที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างตระกูล อันประกอบไปด้วย ตะวันทอแสง ระบำดาว ทรายสีเพลิง สุดสมรภูมิ ดอกไม้ในป่าหนาว กิ่งไผ่-ใบรัก บัลลังก์แสงเดือน ดวงใจระบายสี

กลุ่มนี้จะทำหน้าที่เหมือนเชือกเส้นเล็กที่ร้อยโยงเรื่องต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และมีรายละเอียดต่างกันไปในแต่ละเรื่อง ดังนี้

คีตา จากเรื่อง “ระบำดาว” เมื่อเขาเดินทางมาถึงอเมริกา เขาจะอยู่ทางฟากตะวันตกก่อน ทำให้สนิทสนมชอบพอกับพัทธ์ “ใต้ร่มไม้เลื้อย” เมื่อเขาริอ่านเดินโพยการพนันก็ได้ บุรี “ทรายสีเพลิง”ห้ามปรามไว้ไม่ให้ถลำลึก ต่อมาเขาย้ายมาอยู่นิวยอร์กก็ได้รู้จักสนิทสนมกับทราย “ทรายสีเพลิง” และคีตาผู้นี้เองที่มีน้องสาวชื่ออารตี ซึ่งเป็นนางเอกเรื่อง “กิ่งไผ่-ใบรัก” ส่วนพระเอกนั้นคือสรรค์ น้องสาวของสรรค์คือ สาลินีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับกลุ่มหนุ่มสาวในตระกูลเชิญอิสราชัย สาลินี มีบทบาทอยู่ในเรื่อง ลับแลลายเมฆ น้ำเพชร วาวพลอย และอื่น ๆ ในกลุ่มนี้อีกหลายเรื่อง

ในช่วงก่อนที่พัทธ์ “ใต้ร่มไม้เลื้อย” จะมาเรียนและทำงานที่อเมริกาเขาได้ถ่ายแบบให้หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีน้องสาวของสมภูมิ “สุดสมรภูมิ” เป็น บรรณาธิการ เมื่อเขากลับมาเมืองไทยก็ได้ช่วยเหลือและร่วมมือกับ ศิลา “ดอกไม้ในป่าหนาว” อยู่ระยะหนึ่ง ศิลาเป็นช่างภาพอิสระ เขาถ่ายภาพและช่วยอรพิม “ใต้ร่มไม้เลื้อย จัดทำหนังสือ รวมรวมงานศิลปะจากเรือนศิรา และพัทธ์นี้เองที่เป็นผู้สั่งให้ มนทกานติ์ “บัลลังก์แสงเดือน”เดินทางไปประเทศเดลีรัต

นอกจากนี้ รสา นางเอกเรื่อง“ตะวันทอแสง” ก็มาปรากฎตัวในเรื่อง “ทรายสีเพลิง”ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของชีวิน ส่วน ไทเลอร์จากเรื่อง “ดวงใจระบายสี” ก็เป็นเพื่อนเรียนหนังสือร่วมกันมากับ อริน “เรือนศิรา”

อ่านมาถึงตอนนี้ท่านที่ไม่เคยอ่านนิยายของ “ปิยะพร ศักดิ์เกษม” มาก่อน อาจสงสัยว่า ต้องอ่านเรื่องไหนก่อน จำเป็นไหมที่ต้องอ่านต่อเนื่องกัน และถ้าไม่ได้อ่านต่อเนื่องแค่หยิบเล่มใดเล่มหนึ่งมาอ่านจะอ่านรู้เรื่องไหม …คำตอบก็คือ “นิยายทุกเรื่องที่เขียน ไม่ว่าจะมีการโยงใยถึงกันอย่างไร แต่ทุกเรื่องจบสมบูรณ์ในตัวเองไม่จำเป็นต้องอ่านต่อกัน ไม่ต้องนึกถึงกันเลยก็ยังได้ค่ะ”

Don`t copy text!