สีตลา สัตตสุวรรณ กับ ‘มหกรรมมนุษย์’ บาดแผลที่หล่อหลอมตัวตน

สีตลา สัตตสุวรรณ กับ ‘มหกรรมมนุษย์’ บาดแผลที่หล่อหลอมตัวตน

โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

Loading

My Favorite Book “อ่านเอาเราชอบ” คอลัมน์ที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผลงานนิยายเรื่องเยี่ยม ผ่านมุมมองตรงจากเหล่านักเขียน ผู้เป็นเจ้าของผลงานตัวจริง ว่าทำไมผลงานเล่มนี้ถึงกลายเป็นนิยายเล่มโปรดที่พวกเขาอยากชวนทุกคนมาอ่านไปด้วยกัน

ถ้าถามผมว่าในผลงานของผม มีเรื่องไหนที่อยากชวนให้นักอ่านลองหยิบขึ้นมาอ่านสักครั้ง คำตอบของผมคงเป็น มหกรรมมนุษย์ ครับ

เพราะนี่ไม่ใช่เพียงหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมเขียนขึ้น แต่เป็นผลงานเล่มแรกที่พาผมก้าวเข้ามาในโลกของการเป็นนักเขียนอย่างจริงจังและทำให้ผมมีจุดยืนของตัวเองในวงการนี้

เรื่องนี้เกิดจากมุมมองของผมที่ว่า เราไม่ได้เติบโตขึ้นมาจากความสมบูรณ์แบบ แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความสูญเสีย รอยแผล ความผิดพลาด และการตัดสินใจในวันที่ชีวิตอาจไม่ได้มีทางเลือกมากนัก และบางครั้ง สิ่งเหล่านั้นเองที่ค่อยๆ เคี่ยวกรำให้เราเป็นคนที่เราเป็นอยู่ในวันนี้

ในเรื่องนี้ผมเล่าถึง ‘ชมนาด’ หญิงสาวที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งการสูญเสียมารดาและน้องชายต่างแม่ จนต้องระเห็จเข้าพระนคร เธอผ่านความรักครั้งแรกที่คลาดแคล้ว การแต่งงานตามความต้องการของบิดาที่ลงเอยด้วยความล้มเหลว ก่อนจะพยายามสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่

แต่บทเรียนที่สำคัญและอาจเป็นบทเรียนที่ราคาแพงที่สุดในชีวิตของชมนาด กลับเกิดขึ้นจากการเป็นแม่ครับ

ลูกทั้งห้าคนของเธอเปรียบเสมือนกระจกคนละบาน ที่สะท้อนชีวิตของชมนาดออกมาในมุมที่แตกต่างกัน

ทองกร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ผู้เติบโตขึ้นมาอย่างไร้ภูมิคุ้มกัน

ถมทอง ลูกชายผู้ทะเยอทะยาน จนบางครั้งหลงลืมเส้นแบ่งระหว่างเรื่องการเมืองกับคนในครอบครัว

รสสุคนธ์ ลูกสาวคนโตที่ถอดแบบตัวตนของแม่มา จนเกือบทำให้ชีวิตของตัวเองพังพินาศ

กรรณิการ์ ลูกสาวผู้เติบโตขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ ในวันที่ชีวิตของแม่กำลังประสบปัญหา

และ เนื้อทอง ลูกชายผู้มีอุดมการณ์ มองเห็นความเป็นไปต่างๆ ในบ้าน จนตัดสินใจหันหลังให้กับครอบครัว

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้คุณลองสังเกตเมื่ออ่านเรื่องนี้ คือ ตัวละครใน มหกรรมมนุษย์ ไม่ได้ถูกแบ่งออกเป็นสีขาวหรือสีดำอย่างชัดเจน ไม่มีใครเป็นคนดีหรือคนเลวโดยสมบูรณ์ ทุกคนต่างมีอดีต มีบาดแผล และมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้กลายเป็นคนแบบที่เราเห็นในวันนี้

คนที่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้อื่น อาจเป็นคนที่เคยผ่านการสูญเสียมาอย่างหนักหน่วง

ส่วนคนที่ดูเข้มแข็ง อาจกำลังซ่อนความเปราะบางบางอย่างเอาไว้

ผมจึงไม่ได้ตั้งใจให้ มหกรรมมนุษย์ เป็นหนังสือที่บอกนักอ่านว่า เราควรใช้ชีวิตอย่างไร หรือใครควรเป็นคนถูกและใครควรเป็นคนผิด

แต่อยากชวนให้ลองมองกลับมาที่ตัวเองมากกว่าว่าในชีวิตที่ผ่านมา เราเคยผ่านอะไรมาบ้าง ความสูญเสียหรือเหตุการณ์อะไรที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้

มีประโยคหนึ่งจากซีรีส์ มหกรรมมนุษย์ ที่ทองทศพูดว่า

“ถ้าเรารู้จักความเป็นมนุษย์ เราจะเข้าใจมนุษย์”

ผมชอบประโยคนี้ครับ เพราะมันเป็นเหมือนหัวใจของเรื่อง

ความเป็นมนุษย์ไม่มีบทสรุปที่ตายตัว คาดเดาไม่ได้ และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลเพียงด้านเดียว

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราทำได้อาจไม่ใช่การพยายามหาคำตอบให้กับทุกเรื่อง แต่คือการเรียนรู้ที่จะเข้าใจ ยอมรับ และโอบกอดความเป็นมนุษย์ของตัวเราเอง รวมถึงของคนที่อยู่รอบตัวเรา

ถ้าคุณมีโอกาส ลองเปิด มหกรรมมนุษย์ แล้วเดินเข้าไปทำความรู้จักกับชมนาด ลูกๆ ทั้งห้าคน และคนรอบตัวของเธอกันดูนะครับ

บางที เมื่ออ่านไปจนถึงหน้าสุดท้าย คุณอาจพบว่า ท่ามกลางเรื่องราวของพวกเขา มีเรื่องราวบางส่วนของ มนุษย์คนหนึ่งที่คุณคุ้นเคยซ่อนอยู่

สีตลา สัตตสุวรรณ

 

Don`t copy text!