สาปไอยรา บทที่ 31 : ความมหัศจรรย์ของไอยรา

สาปไอยรา บทที่ 31 : ความมหัศจรรย์ของไอยรา

โดย : ต้นไผ่กวนอิมสีทอง

Loading

สาปไอยรา เรื่องราวของ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ต้องคำสาปได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือรักษาสัตว์ โดยหวังว่าผลบุญจะลบล้างคำสาปไปได้บ้าง แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ได้ใจดี เพราะต้องมีความรักที่จริงใจเท่านั้นถึงจะช่วยได้! นวนิยายน่าอ่านโดย ต้นไผ่กวนอิมสีทอง ที่อ่านเอานำมาให้ทุกท่านได้อ่านใน anowl.co และเพจอ่านเอา

 

พอเห็นว่ายายอาการดีขึ้นไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว จารุมาสจึงบอกกับน้องสาวว่าจะกลับบ้านไปเอาของใช้นิดหน่อย และถือโอกาสกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ด้วยเลย แล้วจะรีบกลับมาเฝ้ายายต่อ ซึ่งโรงพยาบาลกับบ้านที่ยายกับน้องสาวอยู่นั้น อยู่ไม่ไกลกันนัก นั่งรถไม่กี่นาทีก็ถึง ถ้ารีบไปรีบกลับก็ทันรถโดยสารเที่ยวสุดท้ายพอดี

จารุมาสขึ้นรถโดยสารซึ่งเป็นรถสองแถวที่หน้าโรงพยาบาลตอนช่วงเวลาก่อนหนึ่งทุ่ม แต่นั่งอยู่บนรถยังไม่ทันได้ถึงบ้าน ตอนผ่านเขตป่าที่ถนนตัดผ่านไม่ยาวมากนัก ขณะที่เธอหันออกไปมองด้านนอกรถ ก็เห็นรถกระบะสี่ประตูของไอยราจอดแอบอยู่ในป่าข้างทาง เธอจำเลขทะเบียน สี และยี่ห้อรถของเขาได้แม่น จึงเกิดความเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า ถึงมาจอดรถอยู่ตรงนี้ แทนที่จะอยู่ในโรงแรมที่พักตามที่เขาโทร.มาบอก จึงตัดสินใจกดกริ่งให้รถหยุด

หญิงสาวรีบลงจากรถโดยสาร วิ่งไปจ่ายเงินค่าโดยสารให้คนขับ แล้ววิ่งกลับมาที่รถของไอยราที่จอดแอบอยู่ทันที แต่พอมาถึงกลับไม่เจอใครอยู่บนรถ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมถนนส่องสว่างพอให้เธอเห็นรอบบริเวณได้บ้าง พลางคิดว่าเขาน่าจะอยู่แถวๆ นี้แน่ เพราะดูจากการจอดรถแอบไว้ รถจอดนิ่งสนิทและล็อกรถไว้อย่างดี ล้อรถตรงเป๊ะ ถ้าเกิดเหตุร้ายกับเขาอย่างเช่น อุบัติเหตุ หรือโดนทำร้าย การจอดรถคงไม่เป็นแบบนี้ สภาพรถก็ยังคงอยู่สภาพเดิม แล้วตัวของไอยราหายไปไหนกัน

เมื่อสำรวจดูรอบบริเวณรถ จารุมาสเห็นร่องรอยที่พื้นหญ้ามีรอยเหยียบย่ำเข้าไปในป่า เธอจึงลองเดินตามรอยนั้นไป โดยใช้ไฟจากไฟฉายในโทรศัพท์มือถือเป็นแสงนำทาง เธอเดินเป็นเส้นตรงเข้าไป ไม่เดินสะเปะสะปะ เพราะกลัวหลง เดี๋ยวจะเดินกลับออกไปไม่ถูก แต่พอเดินเข้าไปในป่าลึกได้ประมาณร้อยเมตร เท้าของเธอก็พลันต้องหยุดชะงัก เมื่อส่องไฟไปแล้วเห็นช้างตัวใหญ่ยืนหันหลังให้เธออยู่

หญิงสาวละล้าละลังเพราะกลัวมันเหมือนกัน จนทำอะไรไม่ถูก จะก้าวขาเดินต่อหรือก้าวขาถอยหลังก็ทำไม่ได้ เหมือนโดนสะกดให้อยู่กับที่

แต่พอช้างตัวนั้นขยับตัวหันมาหาแล้วจารุมาสสังเกตเห็นเชือกที่ทำเป็นสร้อยคอ

“พี่ช้างใหญ่!”

หญิงสาวร้องเรียกอย่างตกใจผสมความดีใจ อีกทั้งยังแปลกใจด้วยว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน ก่อนจะวิ่งเข้าไปหามันแล้วกอดงวงของมันไว้อย่างแสนคิดถึง สงสัยจะเดินเที่ยวเล่นจากเชียงคานมาถึงวังน้ำเขียวเป็นแน่ มาไกลเหลือเกินนะพี่ช้างใหญ่

แต่พอเหลือบไปเห็นกองเสื้อผ้าที่วางทิ้งไว้ไม่ห่างกันนัก เธอก็ผละตัวออกจากงวงของพี่ช้างใหญ่ แล้วจะเดินเข้าไปหยิบดู

“แปร๋น”

พี่ช้างใหญ่ร้องห้ามเสียงหลง จนจารุมาสตกใจและชะงักไป

“ทำไมล่ะ มาสไปดูไม่ได้เหรอ”

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเสื้อผ้ากองนั้นมันดูคุ้นๆ

“…”

มันส่ายหัวให้เธอ ส่วนสายตานั้นก็อ้อนวอนเหลือเกินให้เธออยู่กับที่ แต่ความสงสัยที่เธอมีนั้นจึงไม่ยอมทำตามที่มันสื่อสาร จารุมาสเลยฉวยโอกาสตอนที่จ้องหน้ากับพี่ช้างใหญ่อยู่นั้น วิ่งไปที่กองเสื้อผ้าทันที

หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูทุกชิ้น และเธอจำได้ทันทีว่าเป็นชุดของไอยรา แม้แต่กางเกงในก็ถอดทิ้งไว้ แถมในกระเป๋ากางเกงยีนส์ยังมีกุญแจรถ เสื้อผ้าของเขาอยู่นี่แล้วตัวไอยราไปอยู่ที่ไหนกัน และแถวนี้ก็ไม่ได้มีลำธาร บ่อ หรือแม่น้ำให้ใครได้ลงไปว่ายเล่น เธอคิดอย่างเป็นห่วงชายหนุ่มจับใจ

พอหันกลับมามองพี่ช้างใหญ่ จารุมาสก็เห็นมันยืนนิ่ง หัวก้มลงและเอางวงยันพื้น หายใจฟืดฟาด เธอไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ของมันมาก่อนเลยเริ่มรู้สึกกลัว พลางคิดว่ามันโกรธเธออยู่หรือเปล่าที่ไปขัดใจมัน จึงค่อยๆ เดินถอยหลังหนี และคิดถึงไอยราอย่างที่สุด ถ้ามีชายหนุ่มอยู่ด้วยตอนนี้ เขาคงรู้สัญชาตญาณของพี่ช้างใหญ่ได้บ้างว่าตอนนี้มันเป็นอะไร

พี่ช้างใหญ่ค่อยๆ ย่างเท้าเดิมตามเธอมา พลางส่ายหัวไปด้วย หญิงสาวเห็นแล้วก็พยายามตีความว่ามันไม่ให้เธอเดินหนีหรือเปล่า พอเธอลองหยุดเดินมันก็หยุดตาม สงสัยจะใช่อย่างที่คิด ค่อยรู้สึกหายกลัวขึ้นมาหน่อย แล้วเอ่ยถามมันออกไปเพื่อความแน่ใจ

“ไม่ให้มาสเดินหนีใช่ไหมพี่ช้างใหญ่”

“…”

มันผงกหัวขึ้นลงแล้วหยุด ก่อนจะผงกหัวขึ้นลงอีกครั้งเหมือนเรียก

“ให้มาสเดินเข้าไปหาเหรอ”

“…”

มันผงกหัวอีกครั้ง เธอจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาพี่ช้างใหญ่ตามความต้องการของมัน พอเธอเดินเข้าไปใกล้จนงวงของมันเอื้อมถึง เธอเห็นว่าที่ดวงตาของมันมีน้ำตาไหล จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความตกใจ

“พี่ช้างใหญ่ร้องไห้ทำไม”

“…”

มันใช้งวงดึงตัวเธอเข้าไปกอดแทน พร้อมกับทรุดตัวลงนั่ง จนหญิงสาวต้องนั่งลงตาม เธอนั่งเงียบๆ อยู่บนขาของพี่ช้างใหญ่แบบนั้นโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ยังคงมีงวงของมันกอดอยู่ ภายในหัวของจารุมาสกลับคิดไปต่างๆ นานา เป็นห่วงไอยราก็เป็นห่วง กับพี่ช้างใหญ่เธอก็ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง จึงอดถามพี่ช้างใหญ่ออกไปไม่ได้ เผื่อว่ามันจะรู้

“พี่ช้างใหญ่เห็นเจ้าของเสื้อผ้าชุดนี้บ้างไหม”

“…”

มันนิ่ง

“ไม่ตอบ งั้นมาสคิดว่าพี่ช้างใหญ่กับเจ้าของเสื้อผ้าชุดนี้เป็นคนเดียวกันได้ไหม”

“แปร๋น!”

มันผงกหัวพร้อมกับส่งเสียงออกมาด้วยเป็นการรับสารภาพ จนเธอเองนิ่งอึ้ง

“จริงดิ?”

จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงนี่มันมหัศจรรย์ของโลกเลยนะ

“…”

พี่ช้างใหญ่ผงกหัวให้เธออีกครั้ง พร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตา จนเธอต้องกอดงวงของมันไว้อย่างปลอบโยน ปลอบตัวเธอเองด้วยนี่แหละ กำลังช็อก!

จารุมาสลองหยิกแขนตัวเองดูว่ายังเจ็บอยู่หรือเปล่า หรือว่ากำลังฝันไปกันแน่ แต่ความเจ็บจากเล็บมือของเธอเองยืนยันว่าไม่ได้ฝันไปแน่นอน ทุกอย่างที่เธอกำลังเผชิญคือเรื่องจริง!

หญิงสาวนั่งอยู่แบบนั้น ในอ้อมกอดของงวงพี่ช้างใหญ่ จนกระทั่งหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย หลับไปพร้อมกับความรู้สึกเหลือเชื่อว่า ไอยราเป็นช้าง!

โดยมีพี่ช้างใหญ่คอยเฝ้าปัดยุง ปัดแมลง ไม่ให้มารบกวน และคอยคุ้มภัยให้ตลอดทั้งคืน

 



Don`t copy text!