เมียอันดับห้า บทที่ 38 : คดีเก่า

เมียอันดับห้า บทที่ 38 : คดีเก่า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 38 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไหมแพรกล่าวน้ำเสียงเชิงบ่นๆ กับอรฤดีว่า

“คิดว่าจะเลือกให้เสร็จๆ เลยภายในวันนี้ ยังต้องรออีกอาทิตย์ เสียเวลาคุณอรแย่”

อรฤดียิ้มกว้าง

“อรเต็มใจนะคะ ได้รับมอบหมายมาจากพี่ภีม ต้องทำเต็มที่ค่ะ”

“รับมอบหมายจากคุณภีม” ดูเหมือนไหมแพรจะไม่ค่อยเชื่อ

“เอ้อ พี่ภีมงานยุ่งมากน่ะค่ะ”

“เขาไม่อยากให้มีงานแต่งหรอกค่ะ”

“คุณแพรคงไม่น้อยใจใช่ไหมคะ ที่พี่ภีมไม่มาด้วยวันนี้”

“กลับโล่งอกมากกว่าค่ะ ถ้าเขาอยู่ตรงนี้คงน่าอึดอัดมาก”

อรฤดีจึงหัวเราะออก

“กลายเป็นพี่อรัญขอมาแทน เป็นตัวแทนพี่ภีมมาช่วยเลือกชุด” แล้วก็ต้องชะงัก แบบนี้มีตัวแทนได้ด้วยหรือ พี่ชายแต่ง น้องชายมาชวย พูดไปอาจจะไม่เหมาะจึงแก้ตัวอธิบายเพิ่มเติมว่า “พี่อรัญเป็นคนสนุกสนานและชอบดูอะไรสวยๆ งามๆ เข้ามาในร้านวิวาห์ อะไรๆ ก็ดูสดใส มีความสุขไปหมดเลยนะคะ”

สดใส…มีความสุข…

ไหมแพรกลับอยากร้องไห้ ยิ้มออกมาก็แบบหน้าชื่นอกตรม และยิ่งหน้าเหี่ยวแห้งเมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามา

จันทนี!

เมียอันดับสี่คุณภีมมาทำไม รู้ได้อย่างไรว่าหล่อนมาลองชุด

ดูเหมือนตั้งใจมาโดยเฉพาะ ไม่ได้บังเอิญ แต่หล่อนพูดเหมือนบังเอิญ

“อุ๊ยตาย มาเจอคนกันเองทั้งนั้น คุณอรัญ คุณอร กับนักข่าวเจ้าเก่า กับ…กับ…ว่าที่เมียอันดับห้าคุณภีม”

ไหมแพรเผลอถามว่า

“คุณมาทำอะไรที่นี่”

“อุ๊ย…อุ๊ย…บังเอิญจังนะ ฉันมาตัดชุดไปงานเลี้ยง ตอนแต่งก็ตัดชุดที่นี่ ชุดแต่งงานชุดที่สามน่ะ ส่วนชุดจริงสั่งตัดจากปารีสเลย ใช้แบรนด์ที่นั่นเลย วันนี้มาตัดชุดเพื่อไปงานแต่งคุณภีมน่ะ ร้านนี้ใช้ผ้านอกมันสวยมาก หาที่อื่นยาก แล้วนี่มาลองชุดแต่งงานหรือ…ไหน…ไหนคุณภีมล่ะ วันนี้คุณภีมควรมาด้วยนะ จะปล่อยให้เธอเหี่ยวแห้งอยู่ได้อย่างไร” พูดไปก็กลั้วเสียงหัวเราะไป

“พี่ภีมงานยุ่งช่วงนี้ คุณนีน่าจะรู้ดี” อรฤดีพูดแทนไหมแพรที่ยังสงบนิ่งเงียบ

“แต่นี่มันสำคัญนะคุณอร เมียคนใหม่ทั้งคนนะคะ หรือคุณภีมไม่ให้ความสำคัญเลย”

พุดถึงไม่ให้ความสำคัญ แทนที่จะจ้องมองหน้าอรฤดีที่กำลังพูดด้วย กลับปรายตาไปมองไหมแพร

“งานแต่งงานอย่างไรก็สำคัญค่ะ”

“ไม่ต้องแก้ตัวแทนคุณภีมหรอกค่ะ นีรู้จักคุณภีมดีกว่าใครเพื่อน”

“อรเป็นน้องก็รู้ใจพี่ภีมค่ะ”

“น้องหรือจะสู้เมีย”

ไหมแพรแทรกทันทีเมื่อมีจังหวะ และเน้นคำว่า ‘อดีต’ เป็นพิเศษ

“อดีตเมีย”

จันทนีรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย อดีต…อดีต และอดีต ซึ่งเป็นความจริงที่เจ็บปวด ถ้าไม่ใช้เงินเก่ง ไม่เล่นพนัน ป่านนี้ยังกอดขาคุณภีมแน่นอยู่

หล่อนพลาดไปเอง ประมาทไปเอง คิดว่าอย่างไรก็เป็นเมียคนสุดท้ายแน่

“ก็เคยนอนเตียงเดียวกับคุณภีมปีกว่า”

ไหมแพรเบรกอีกครั้งว่า

“ตั้งปีกว่า” มีคำว่า ‘ตั้ง’ เน้นเสียงดัง

จันทนีหน้าแดงก่ำ

ต่อหน้าต่อตาอรัญ อรฤดีและสินี

หลายคนที่ได้ยินแอบอมยิ้ม โดยเฉพาะอรัญที่คิดในใจว่าเห็นไหมแพรดูเรียบๆ หวานขนาดนั้น บทจะพูดก็รอจังหวะอย่างเหมาะสม

แล้วไหมแพรก็บอกว่า

“ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”

หล่อนผละไป…เปลี่ยนจากชุดวิวาห์เป็นชุดเดิมตัวเก่งของตัวเอง เสื้อยืดขาวหลวมๆ กับกางเกงยีนส์เก๋ๆ ตัวหนึ่ง

ออกจากห้องแต่งตัวก็เผชิญหน้ากับจันทนี…คราวนี้สองต่อสอง ดูเหมือนจันทนีจะตั้งใจรออยู่

ไหมแพรถอนใจยาว

คดีเก่าในอดีตยังติดอยู่ในสมองของไหมแพรเสมอมา ในวันที่หลอนไปขอสัมภาษณ์คุณภีมและถูกจันทนีกล่าวหาว่าแหวนหาย จนการสัมภาษณ์วันนั้นชะงักและล้มเหลว ถูกภีมไล่ออกจากบริษัท

เสียหาย เสียหน้าและเสียใจ

สินีไปด้วยวันนั้น และกลับไปก่อนเพราะท้องเสียไม่สบาย วันนั้นเหลือไหมแพรที่ตกเป็นจำเลยสังคม ภาพเสียหายวันนั้นยังล้างไม่ออก

ไหมแพรมองว่าจันทนีจงใจใส่ร้าย

แต่แรกจันทนีไม่เต็มใจให้หล่อนสัมภาษณ์จึงหาเรื่อง

“อวดเก่งจริงนะ” จันทนีพูดกับไหมแพร “ตั้งใจหักหน้าฉันหรือ ที่ว่าฉันเป็นอดีตเมียและอยู่กับคุณภีมตั้งปีกว่า เธอจงใจใช่ไหม พูดต่อหน้าคุณอรัญกับคุณอร”

ไหมแพรไม่พอใจอีกฝ่ายเป็นทุนเดิม ฝ่ายนั้นแรงมาก็แรงไป

“ฉันก็แค่เสริมให้สมบูรณ์ในประโยคมากขึ้นแค่นั้นเอง หรือว่าฉันพูดผิด”

“อ๋อ…ถือดีจะเป็นเมียใหม่คุณภีม”

“ไม่ถือดีเพราะไม่คิดว่าดีเลย แต่จำเป็นต้องแต่งกับคุณภีม ฉันไม่เคยพอใจกับตำแหน่งเมียอันดับห้า”

“ไม่จริง…ไม่เชื่อ ใครๆ ก็อยากเป็นเมียคุณภีม”

“ใครๆ ก็อยาก รวมทั้งคุณด้วย”

“ทำเป็นปากแข็ง ตั้งแต่ปีที่แล้วไหม ที่ไปสัมภาษณ์คุณภีมและขโมยแหวนฉันไปน่ะ วันนั้นเธอก็ผูกใจเจ็บ ตั้งใจอยากเอาคืน อยากอยู่ในตำแหน่งฉัน บุญพาวาสนาส่งจนได้แต่งงาน คนเราก็แปลก ไม่อยากจะเชื่อเลย นักข่าวตัวเล็กๆ โนเนมกลับจะได้แต่งงาน โอ๊ย…อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ”

“ดีที่คุณรื้อฟื้นมาพูด ขโมยแหวน…ฉันยังยืนยันว่าไม่ได้แตะต้องแหวนของคุณ ฉันบริสุทธิ์ใจ”

“ปากแข็ง”

“คนไม่ได้ขโมย อย่างไรก็ไม่ขโมย”

“เรื่องแหวนสำหรับฉันเรื่องเล็กแล้วละ เพราะได้จากคุณภีมมาตั้งเยอะแยะ แต่ขอพูดเรื่องแต่งงานของเธอ เพราะฉันรับไม่ได้ ฉันอยากรู้จัง เธอกับคุณภีมจะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหน กี่วัน”

มาอีกคนแล้ว…หลังจากเคยถูกพรวิไลดูถูกกี่วันมาก่อน

หล่อนกับภีม…มันเรื่องอนาคต

รู้อยู่ว่าไม่นานหรอก เพราะไม่เต็มใจแต่งทั้งคู่ แต่เขากับหล่อนก็ทำเพื่อญาติผู้ใหญ่ ถึงอยากเลิกเร็วก็ไม่ได้ ต้องเห็นแก่หน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

รู้ว่าไม่นานแต่ไหมแพรก็ยังปากแข็งว่า

“เพราะความแตกต่างอาจอยู่กันนาน เพราะฉันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คุณอุตส่าห์ตามมาเพื่อถามระยะเวลาหรือ”

จันทนีแค่นหัวเราะแสยะปาก

“เชื่อเลย ไม่เกินสามเดือนละมัง”

มาอีกคนแล้ว…สามเดือน

วันก่อนพรวิไลท้า ถ้าเกินสามดือนจะยอมยกมือไหว้เลย

วันนี้…ไหมแพรต้องการอะไรตอบแทน รู้อยู่แก่ใจ

“ได้สามเดือน มากเกินไปหรือเปล่านะ” ถามตัวเองแล้วหัวเราะเยาะ “คุณภีมไม่ชอบเธอหรอก ตอนมาสัมภาษณ์ก็ถูกคุณภีมไล่ตะเพิด หนีไปแทบไม่ทัน โอ๊ย…ขำจัง นี่พอแต่งแล้วกี่วันหนอจะถูกไล่ตะเพิดอีกครั้ง”

ไหมแพรรู้สึกนะ…เป็นคนนี่…ไม่ใช่หุ่นยนต์ รู้สึกและรู้ว่าเจ็บปวด

หล่อนต่ำต้อยมากหรือไง ถูกไล่ตะเพิด

“เพราะคุณภีมเข้าใจผิด” ไหมแพรพยายามจะระงับอารมณ์ การข่มอารมณ์หล่อนทำได้เสมอ

จันทนีหัวเราะ…แต่คนหัวเราะทีหลังจะดังกว่าแน่นอน

“ขี้ขโมย”

“คุณโกหก”

“แหวนฉันหายนี่ ก็ต้องมีขโมย”

“อย่างไรฉันก็ไม่ได้ขโมย ไม่เห็น ไม่หยิบไป”

“พูดเรื่องแต่งงาน ฉันกำลังดูถูกเธอ เธอจะเปลี่ยนเรื่องทำไม ใช่ ดูถูกน้ำหน้าอย่างเธอ อยู่กับคุณภีมได้นานแค่ไหน วันที่เธอถูกตะเพิด ฉันจะไปหัวเราะที่หน้าบ้านเลย”

“ถ้าฉันอยู่ได้นานล่ะ”

จันทนียังคงหัวเราะ

“อยากได้อะไรบอกมา เพราะฉันไม่เชื่อน้ำหน้าเธอ”

“ฉันต้องอยู่กับคุณภีมได้นานแน่ นานที่สุด รับรองเกินสามเดือน หกเดือน หรือเกินปีมากกว่าคุณ”

“ฉันแค่ขอสามเดือน” จันทนีทำหน้ายียวน

“ถ้าฉันทำได้ คุณต้องบอกความจริงเรื่องแหวนกับคุณภีม”

“แหวน”

จันทนีเบ้ปาก

“ก็เธอขโมยไป จะมีความจริงอะไรล่ะ”

“สัญญาสิ…สาบานสิ คุณกล้าหรือเปล่า”

อดีตเมียอันดับสี่ชะงัก

“จะบ้าหรือ มาสาบานอะไรตอนนี้”

“ฉันแค่ให้คุณพูดความจริงกับคุณภีมว่าคุณโกหก ใส่ร้ายฉัน ความจริงที่คุณรู้ดีที่สุด”

จันทนีลังเล…ใช่…ความจริงที่ตนรู้ดีที่สุด ที่ตนใส่ร้ายแม่นักข่าวสาวคนนี้

“ถ้าเธอทำไม่ได้ล่ะ”

“ฉันจะขอโทษคุณเอง ต่อหน้าคุณภีม”

“งั้นก็ได้…ก็ได้”

“หลังสามเดือน คุณต้องพูดความจริงเรื่องแหวน เพราะฉันจะไม่ยอมแบกรับความผิดที่ฉันไม่ได้ทำ”

จันทนีหัวเราะและสะบัดหน้าหนีไป

“เชอะ ทำให้ได้ก่อนเถอะ”

ตรงนั้นอรัญยืนฟังอยู่ และรู้สึกว่าไหมแพรใจถึงเหลือเกิน ปัญหาเก่ายังเก็บมาและต้องการความจริงยู่เสมอ

ผู้หญิงคนนี้มีความมุ่งมั่นมาก น่านับถือ แปลกดีที่มุ่งมั่นกับการกู้ชื่อเสียงของตน

น่าชื่นชม

พอจันทนีผละไป ไหมแพรก็เห็นอรัญ

“คุณอรัญ”

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง

“เรื่องคุณกับคุณนีผมพอได้ยินมาบ้าง เคยได้คุยกับหลายคน”

“ฉันไม่ใช่ขโมยนะคะ ของของคนอื่น ฉันไม่อยากได้หรอก ฉันต้องทำทุกทางให้คุณจันทนีพูดความจริงออกมาให้ได้” หล่อนยืนยันเช่นเดิม

“นั่นละ ที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมครับ”

“แสดงว่าคุณเชื่อฉันสิคะ” ดวงตาหล่อนเป็นประกาย

ประกายจริงจัง…จริงใจและเป็นมิตร

อีกครั้งที่อรัญรู้สึกอิจฉาพี่ชายอย่างไม่มีเหตุผล ถามว่าถ้าให้เขาแต่งงานเพราะย่าบังคับ เขาจะทำไหม ก็ไม่ใช่เลย คงไม่อยากแต่งเพราะถูกบังคับ แต่ทำไมอิจฉาเฉยๆ เสียอย่างนั้น

“ผมยืนยันว่าเชื่อเสมอ”

“น้อยคนนักที่จะเชื่อ เพราะฉันเป็นแค่คนธรรมดา แต่คุณจันทนีเป็นอดีตภรรยาคุณภีม ตำแหน่งนั้นน่าเชื่อถือกว่าเยอะ”

“แต่คุณก็ไม่เคยยอมแพ้”

“ฉันเคารพในความจริงเสมอ ถ้าคุณจันทนีไม่พูดความจริง ฉันก็จะไม่สบายใจอีกนาน ไม่รู้จะหายคลางแคลงได้เมื่อไร โดยเฉพาะกับคุณภีม ต้องรู้ความจริงค่ะ”

 

วิทยารอน้องสาวที่บ้านอย่างกระวนกระวาย จนน้องสาวกลับมาถึงบ้าน

เขาพูดกับไหมแพรอย่างตื่นเต้น ละล่ำละลัก

“แพร ตึกแถวหน้าหมู่บ้านประกาศขายว่ะ ฉันลองโทรไปแล้ว เขาตั้งราคาขายที่หกล้าน ตึกแถวสามชั้นเลยนะโว้ย”

“หกล้าน”

“แหม ริมถนนนะโว้ย”

“อาทิตย์ที่ผ่านมา พี่วิทใช้เงินไปเท่าไร ให้คุณภีมไปจ่ายตั้งสองล้าน เอาไปเตรียมลงทุนอีกสองล้าน”

“แหม เรื่องซื้อตึกมันเป็นโครงการตั้งใจของฉันกับยายนะ ไม่ใช่เพิ่งมาคิดนี่หว่า ยายสั่งไว้ไม่ใช่หรือ ให้ฉันมีงานการทำอย่างมั่นคง เปิดร้านขายอุปกรณ์จะได้มีเงินใช้ตลอดไป”

“ใช่…แต่มันแพงไป เขาให้เช่าหรือเปล่าล่ะ”

“ให้เช่า แต่เรื่องอะไรไปเสียค่าเช่าล่ะ ซื้อเลยไม่ดีหรือ”

“ค่าเช่าเท่าไร”

“เขาจะเอาสองหมื่น แต่แกมีเงินตั้งเยอะนี่หว่า ได้มาตั้งยี่สิบล้าน ยังเหลือเยอะ ซื้อเถอะ ถ้ายายฟื้นยายต้องเห็นด้วย ให้ซื้อตึกเลย อย่าเช่า เปลืองค่าเช่านะ…นะ…ยัยแพร รีบเลยนะ เจ้าของตึกบอกว่ามีคนสนใจติดต่อตั้งหลายคน ใครวางมัดจำก่อนได้ก่อน”

“พี่วิท…เงินน่ะ แพรถือว่าไม่ใช่เงินแพร ถือเป็นเงินยาย…จะใช้ต้องคิดแล้วคิดอีก ประหยัด”

“เป็นเงินยายก็ดีสิ ป่านนี้ฉันสบายเลย” ยามนี้ต้องเกลี้ยกล่อมยายหน่อย ยายโอนไวกว่าแพรมันแน่นอน ถ้าถูกเขาอ้อน “ยายต้องบอกว่าซื้อตึกเลย ซื้อเลย”

“หกล้านน่าจะต่อได้อีก เพราะตึกเก่ามาก ต้องซ่อมแซมอีกเยอะ”

“ฉันไปดูมาแล้ว เราแค่ทาสีใหม่ ไม่ต้องซ่อมหรอก” ความอยากได้มาก ไปติดต่อขอดูตึก เก่าจริงๆ ทรุดโทม ห้องน้ำก็เก่าจนต้องรื้อทำใหม่ สายไฟอาจจะต้องเดินใหม่ ตึกเก่าสร้างมายี่สิบปี ทั้งยังทิ้งร้างหลายปี กว่าจะตัดสินใจขาย

วิทยารู้ว่าต้องซ่อมมาก แต่พูดกับไหมแพรแบบแค่ทาสีในเบื้องต้น ให้เป็นเจ้าของก่อนเถิด ค่อยพูดความจริงก็ได้

“ราคาแพงไป ต้องซ่อมอีกเป็นแสนๆ”

“หกล้านไม่แพงแล้ว”

“วันสองวันนี้ แพรจะติดต่อขอลดราคาก่อน ของพวกนี้ต่อรองได้แน่ๆ”

“โอ๊ย มีคนเข้าแถวอยากได้นะโว้ย”

“เงินไม่ใช่บาทสองบาท บ้านไม่ใช่เข้าแถวรอซื้อ มันต้องดูแล้วดูอีกนะพี่วิท”

 



Don`t copy text!