เมียอันดับห้า บทที่ 39 : ลองชุดอีกครั้ง

เมียอันดับห้า บทที่ 39 : ลองชุดอีกครั้ง

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 39 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ลางานเป็นเดือน เพื่อดูยายและเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว คิดว่าจะมีเวลามาก แต่ไหมแพรก็รู้สึกว่าแทบไม่มีเวลาเลย

เวลาส่วนใหญ่จะให้กับยายที่โรงพยาบาล แต่วันๆ มีคิวแทรกเข้ามาเสมอ แวบๆ ไปช่วยสินีบ้าง ในยามสินีทำงานไม่ทัน ช่วยเขียนรายงานข่าวเพราะมีแค่คอมพิวเตอร์ตัวเดียว ไหมแพรก็ทำงานในโรงพยาบาลได้

งานแต่งงาน หล่อนไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากลองชุด วันก่อนยังเลือกไม่ลงตัว ร้านจัดชุดพิเศษ บอกว่าเป็นชุดเพิ่งตัด แต่ยังไม่เสร็จ นัดว่าอาทิตย์หน้าต้องไปลอง แต่ชุดเสร็จก่อนกำหนด จึงนัดหมายบ่ายวันนี้

อรฤดีนัดไหมแพรเจอที่ร้านบ่ายโมงครึ่ง

ไหมแพรมองนาฬิกา ยังเหลือเวลาว่างเป็นชั่วโมงจึงแวะไปดูตึกแถวที่พี่ชายพูดวันก่อน เจ้าของตึกอยู่ไม่ไกลจึงเปิดบ้านให้หล่อนสำรวจ

ตึกแถวสามชั้นมีชั้นลอย แม้ดูคับแคบและเก่า แต่พอจะปรับปรุงให้พี่ชายเปิดร้านซ่อมไฟและน้ำประปาได้ และค้าขายอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ

เจ้าของเป็นชายอายุเกือบห้าสิบ แต่ยังดูหนุ่มมากและมีเชื้อสายจีน ไหมแพรจึงเรียกเฮียเพื่อความสนิทสนมและจะต่อรองราคา

“เฮีย ลดราคาให้หน่อยสิ เพราะต้องซ่อมตึกทาสีอีกเป็นแสน”

“แค่หกล้าน ไม่แพงแล้ว”

“ถ้าเช่าล่ะ”

“อย่าเช่าเลย ซื้อๆ ไปเถอะ คุ้มจะตาย มีคนมาถามหลายคนแล้ว ซื้อก่อนได้ก่อนนะ อั๊วอยากขายมากๆ”

“อย่างไรก็ต้องลดราคา ตึกแถวอายุเกินยี่สิบปีแบบนี้”

“อั๊วไม่ปล่อยให้เสียหาย โทรม แค่ทาสีก็ดูดีแล้ว”

“รอยร้าวตั้งหลายจุด”

“มันต้องมีบ้างละ เอาปูนโปะ ทาสีหน่อยก็ไม่เห็น”

“ห้าล้านก็พอ”

“โอ้โห ลดทีตั้งล้าน”

“ฉันรู้ว่าอาเฮียก็ตั้งราคาเผื่อต่อไว้ ฉันไปถามดูวันก่อน แถวนี้ขายกันสี่ห้าล้าน โน่นหลังในสุดขายแค่สี่ล้านแปดแสน”

“ไม่ได้ ไม่ได้ งั้นห้าล้านแปดแสน”

“ไม่เอาหรอกเฮีย ห้าล้านถ้วนๆ ไม่งั้นต้องรอก่อน ไม่ซื้อ”

“ลื้อต่อเก่งจริงๆ ห้าล้านห้าแสนก็สุดๆ แล้ว”

ไหมแพรได้ชื่อว่าประหยัด ของซื้อของขายหล่อนก็อยากได้ราคาที่ดีที่สุด

“ห้าล้านถ้วน ว่าไงอาเฮีย ฉันอยู่หมู่บ้านข้างใน คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน พอพี่ชายฉันเปิดร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าประปา ก็มาใช้บริการกันได้ด้วยนะ ฉันจะให้ราคาพิเศษเลย”

“แหม ลื้อต่อเก่งจริงๆ ก็ได้…ก็ได้ แต่ต้องรีบทำสัญญาทันที”

“วันนี้พรุ่งนี้ไม่ว่าง ต้องทำธุระและเตรียมเงิน เป็นมะรืนก็แล้วกัน นัดเจอกันทำสัญญา”

“ซื้อสดนะ ไม่ต้องรอธนาคารใช่ไหม”

“สดเลย มะรืนตกลงกัน แล้วค่อยไปโอนที่กรมที่ดิน”

“แล้วมัดจำ”

“ฉันซื้อแน่ แค่วันมะรืน ฉันมีเบอร์โทรแล้ว จะติดต่ออาเฮียอีกครั้ง ตอนนี้ฉันมีธุระต้องรีบไปแล้ว” จึงพูดคุยตกลงกันราวห้านาที

ไหมแพรถือว่าทำดีที่สุดเพื่อพี่ชาย ที่เร่งทุกวัน เมื่อรู้ว่ายายมีงบให้เขาเปิดร้าน…โอ๊ย..ปัญหาส่วนใหญ่ล้วนมาจากพี่ชายทั้งนั้น

แค่ไม่กี่วันก็หมดไปเกือบครึ่ง จากที่โอนมายี่สิบล้าน

ตึกแถวห้าล้านจะได้จบๆ เสียที ให้พี่ชายเริ่มต้นชีวิตใหม่

ไหมแพรแวะทานอาหารกลางวันอย่างรวดเร็ว เป็นข้าวราดแกงกับหมูทอดแถวๆ ตลาด ราดกับสองอย่างสี่สิบห้าบาท น้ำเปล่าอีกขวดกับน้ำแข็งสิบบาท น้ำเปล่าเทแค่นิดเดียว ยังเหลือตั้งครึ่งค่อนขวดจึงเก็บใส่กระเป๋าสะพายไว้ดื่มต่อระหว่างวัน

หล่อนขี่จักรยานยนต์มาที่ร้านชุดวิวาห์ มาถึงบ่ายโมงเศษ

อรฤดียังมาไม่ถึง

เพื่อความรวดเร็ว ไหมแพรไม่เสียเวลาจึงลองชุดที่ร้านเตรียมไว้

ชุดที่งดงามมาก ชุดที่เพิ่งตัดเสร็จหมาดๆ เป็นผ้าจากต่างประเทศแบบเรียบและหรู

ใจของไหมแพรชอบมาก ไม่กล้าถามเรื่องราคา รู้ว่าต้องแพง หล่อนสวมและเดินออกมา

คนแรกที่เห็นชุดนี้คืออรัญ

อรัญคนแรก…ทั้งที่อรัญควรมากับอรฤดี เพราะรู้ว่ามีนัดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เขายังคุยกับญาติผู้น้องว่าจะมาเป็นเพื่อน

พอวันนี้ อรฤดีเกิดไม่สบายกะทันหันไปโรงพยาบาลพบแพทย์เนื่องจากเป็นไข้หวัด อรัญจึงมาเพียงลำพัง

ว่าที่เจ้าสาวสวยเสมอ เด่นเสมอ

ผู้หญิงในชุดวิวาห์จะเด่นกว่าเพื่อน

สวยจนอรัญพูดไม่ออก ได้แต่ร้อง

“โอ้โห”

“คุณอรัญ” ไหมแพรเดินมาใกล้แล้วมองหาอรฤดี “คุณอรฤดีล่ะคะ”

“อรเป็นหวัดไปหาหมอ เธอกลัวติดคุณเลยไม่มา”

“อ้าว…หรือคะ น่าจะเลื่อนนัดก่อน”

“ไม่ได้หรอกครับ เหลือไม่กี่วัน งานนี้มีเวลาแค่เดือน ผ่านมาเกือบสิบวันแล้วก็เหลืออีกไม่นาน อะไรที่เลือกได้ก็ต้องเลือกเลย อรรับหน้าที่มาจากย่าฉวี ถ้าผิดพลาดอะไรอรจะถูกย่าดุครับ”

“ฉันไม่อยากเป็นภาระของใครนะคะ”

“คุณแพรแค่รอเป็นเจ้าสาว”

“เจ้าสาว…”

คำพูดนี้หล่อนพึมพำอย่างเศร้าๆ เซ็งๆ

“เจ้าสาวแสนสวย ผมอิจฉาพี่ภีมแล้วสิครับ” พูดกลั้วหัวเราะพลางจ้องมองฝ่ายตรงข้าม

ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีอะไรชวนมอง หล่อนไม่ใช่คนสวยจัดๆ เลยสักนิด แต่กลับมองเพลินและเย็นตาเย็นใจ

กับชุดวิวาห์…สวยเด่น เรียบหรู สวยอย่างอธิบายไม่ถูก

“ผู้หญิงในชุดเจ้าสาว โดดเด่นมากครับ”

“แต่ฉันไม่เคยอยากเป็นเจ้าสาว”

“คุณกับพี่ภีมถือเป็นเรื่องประหลาดมากครับ อยู่ๆ มาแต่งงานกันได้เพราะยายคุณรู้จักย่าผม เรื่องของคนรุ่นเก่าผูกพันมาถึงรุ่นใหม่ จะว่าตลกก็ตลกนะครับ”

“ตลกจนต้องร้องไห้ใช่ไหมคะ”

“หัวเราะสิครับ”

“เป็นคุณหัวเราะออกหรือคะ”

“นั่นสิครับ”

“อย่างไรฉันก็ต้องหัวเราะนะคะ” หล่อนพยายามยิ้มกว้าง

พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือของอรัญ เขาจึงขอตัวแยกเดินไปหลายก้าว ในจังหวะนั้น คมกริชก็พรวดพราดเข้ามา

คมกริชตกตะลึง…

ไหมแพร…ชุดวิวาห์แสนสวย

ไหมแพร…สวย หวานเหลือเกิน สวยแปลกตา โดดเด่น

ว่าที่เจ้าสาวชวนตะลึง อรัญตะลึงไปคนแล้ว ต่อด้วยคมกริช เขารู้ว่าคนรักมาลองชุดแต่งงานที่นี่จึงรีบตามมาให้เห็นกับตา

จนวันนี้…ก็ยังไม่เชื่อ

แค่ลองชุด แค่ลอง…แค่…ยังไม่ใช่ของจริง วันจริง เขายังมีโอกาสจะรั้งหล่อนคืนกลับมา

แต่…แต่…พอมองหน้าไหมแพร เจ้าหล่อนมีแต่สายตาประหลาดใจมากกว่าความยินดีที่ได้เจอหน้า หรือเสียใจที่ต้องแต่งงาน

เปล่าเลย…ประหลาดใจเท่านั้น

คมกริชเจ็บแปลบ…ผิดหวัง

“แพร…”

“คมมาทำไม”

“ถามเย็นชาไปหรือเปล่า”

ถ้าถามใจหญิงสาว หล่อนก็เจ็บนะ รักที่ไม่สมหวัง แต่ด้วยหน้าที่และรักษาคำพูดกับยายสายบัว ไหมแพรยังต้องเลือกข้อหลังและต้องตัดขาดกับคนรักอย่างสิ้นเชิง เด็ดขาด ไม่ให้เจ็บมากกว่านี้ ไม่ให้ยืดเยื้อมากกว่านี้

“แพร…อย่าแต่ง”

“แพรบอกแล้วจะไม่พูดเรื่องนี้”

“ผมทนไม่ได้”

“เราต้องเดินหน้าค่ะ”

“แพร…แพร…”

“ไม่มีประโยชน์ถ้าจะต้องพูดเรื่องเก่าๆ เดิมๆ”

“งั้นจะให้ผมพูดว่า ผมมาเพื่อแสดงความยินดีกับแพรหรือ”

ยินดี…ต่างเจ็บ…ต่างรู้

แต่…แต่…

ไหมแพรต้องทำตามหน้าที่ ต้องแต่งงานแน่นอน

คมกริชมีบางอย่างในส่วนลึก ใช่สิ…นอกจากไหมแพร เขายังมีหญิงอีกคนซ่อนเร้นอยู่…อรฤดี

รักแรกก็ใช่จะยอมปล่อยไปง่ายๆ

“แค่ปรารถนาดีต่อกัน แพรก็ดีใจแล้ว”

“แพรกำลังจะแต่งงานกับคนรวยกับเจ้านายของผม ส่วนผมอกหักเพราะรวยสู้ไม่ได้”

หญิงสาวโคลงศีรษะ

“อย่าพูดเลย เราจะไม่พูดเรื่องเก่าๆ ประโยคเดิมๆ”

“ผมเป็นคนผิดหวัง เสียใจนะ”

“แพรขอโทษ” ต้องพูดขอโทษกี่ครั้ง กี่ครั้ง คมกริชถึงได้เข้าใจและยอมรับการตัดสินใจของตนเสียที

“ผมยอมไม่ทำงานกับเขาก็ได้ ออกเลยก็ได้ ไม่ทำมันแล้ว ถึงเงินเดือนสูงแค่ไหนก็ไม่ทำแล้ว เราไปอยู่ด้วยกัน แพรก็ทิ้งทุกอย่าง เราไปสร้างอนาคต ไปเริ่มต้นกันใหม่สองคน”

เงียบ…

พูดไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง

“นะ…นะ…แพรนะ”

เงียบ

อาการเช่นนี้คือปฏิเสธ ดื้อเงียบและประท้วง

คมกริชจับร่างหญิงสาวเขย่าอย่างแรงจนตัวหล่อนโยกคลอน

“ทำไมเงียบล่ะ ทำไม”

ให้เขารู้ว่า ถ้ายังพูดเรื่องเก่าๆ หล่อนก็จะไม่พูดด้วยแล้ว เหมือนกับใจร้ายนะ…ใจร้าย

ตรงนั้น อรัญก็เห็นทุกอย่าง ได้ยินทุกประโยค

และตรงนั้น มีใครอีกคนก้าวเข้ามา

ภีม!

ภีมมาอย่างไม่ตั้งใจ รู้ทุกอย่างจากกำหนดการที่อรฤดีช่วยจัดการทุกอย่างให้

รู้…แต่ไม่สนใจ จนวันนี้เขาไปธุระและคนขับรถ นายปันขับผ่านมาพอดี อะไรบางอย่างทำให้เขาบอกปันหยุดรถและก้าวเข้ามา

มาอย่างไม่ตั้งใจ…และเห็น…

อรัญอยู่…คมกริชก็อยู่ที่นี่ รวมกับเขา…

สามคน..กับหนึ่งหญิง สามหนุ่ม…กับหญิงสาวในชุดวิวาห์

มันอะไรกัน

ภีมเห็นคนสวยมามากแล้ว ถึงหล่อนจะสวย…แต่เขาต้องการผู้หญิงที่เข้าใจเขามากกว่า ต้องการผู้หญิงที่มีความคิดมากกว่า ต้องการผู้หญิงที่มีจิตใจดีมากกว่า

ไม่ใช่คนที่ถูกบังคับให้แต่งงาน และเป็นผู้หญิงคนนี้

“คุณภีม”

ไหมแพรประหลาดใจ คมกริชหันขวับ

“คุณภีม”

และอรัญก็เห็น “พี่ภีม”

ภีมโคลงศีรษะ

“ผู้หญิงคนเดียว ต้องมีผู้ชายดูแลจัดการชุดแต่งงานแค่นี้ตั้งสองคน จะเป็นเจ้าหญิงไปถึงไหน รู้สึกดูดีใช่ไหมกับการควงสอง”

ไหมแพรตาโต

อ้าว ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้

หล่อนกลายเป็นอะไรไป อรัญมาเพราะเคยมาแล้ว ส่วนคมกริชมาเพราะเหตุใด มาต่อว่าหล่อนแท้ๆ

ผู้ชายทั้งสอง หล่อนไม่ได้เชิญเลยนะ

วันนี้ควรมีแต่อรฤดี แต่อรฤดีก็ไม่สบาย ไหมแพรคิดว่ามาคนเดียวได้ ปกติหล่อนก็ทำอะไรด้วยตัวคนเดียวเสมอ เพราะสะดวกและคล่องตัวกว่า

แล้วเขาล่ะ…ภีม…เขามาทำไม มาเพื่อหาเรื่องหล่อนแท้ๆ

ไหมแพรยังไม่ทันตอบโต้กับภีมเพราะมัวแต่ตะลึง แปลกใจและเสียใจกับคำพูด อรัญก็แก้สถานการณ์อึดอัดด้วยการพูดขึ้นก่อนว่า

“พี่ภีมมาก็ดีแล้วครับ มาดูชุดคุณแพรสิครับ เธอสวยมากเลย พี่ภีมชอบไหมครับ ชุดนี้เป็นชุดใหม่เหมือนตัดมาเพื่อคุณแพรโดยเฉพาะ พี่ภีมว่าอย่างไรครับ ออกความเห็นได้เลยครับ”

คำพูดของน้องชายทำให้เขาต้องมองหล่อนอีกครั้ง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

สำหรับหญิงสาวกลับร้องในใจ อย่ามองเลย ไม่ต้องมองเลย สายตาแบบนั้นจะฆ่ากันชัดๆ มิได้ชื่นชมยินดีอะไรสักนิด

“สวยหรือ ใครเห็นสวยก็สวยนะ”

“พี่ภีมเห็นว่าอย่างไร”

“ไม่อยากออกความเห็น”

“อ้าว พี่ภีมมีสิทธิ์นะครับ”

พี่ชายโบกมือ

“ไม่อยากพูดมาก”

“พี่ภีม” อรัญรู้สึกอึดอัดแทนหญิงสาว อยากให้พี่ชายพูดดีๆ บ้างต่อหน้าไหมแพร ตอนนี้เคืองพี่ชายและสงสารไหมแพรเหลือเกิน

ภีมยังมีท่าทางที่เย็นชา

“ว่าไง”

“พี่ภีม เธอต้องการกำลังใจครับ” เขาพูดเบาแสนเบากับพี่ชาย

ภีมกลับไม่สนใจน้องชาย เดินมาใกล้คมกริชและถามตรงๆ ว่า

“มาเหมือนกันหรือ มาในฐานะอะไรล่ะ”



Don`t copy text!