เมียอันดับห้า บทที่ 57 : ชักจะยังไงๆ อยู่นะ

เมียอันดับห้า บทที่ 57 : ชักจะยังไงๆ อยู่นะ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 57 –

อีกคืนแล้ว…ต้องอยู่ตามลำพังกับภีม

ความจริงผ่านมาหลายคืนน่าจะชิน แต่พอเขาขยับตัวในห้องหน่อยหรือเดินไปเดินมา ไหมแพรจะตัวแข็งและแทบทำอะไรไม่ถูก ภาพภายนอกยังแกล้งเข้มแข็ง และแกล้งทำเหมือนไม่เกรงกลัวเขา

ห้องกว้างขวางขนาดนี้ แทบจะแยกคนละมุมก็ได้

เขาอยู่ด้านหนึ่งและหล่อนอยู่อีกด้านหนึ่ง

เขาขยับมาในเขตหล่อน ทำเอาไหมแพรเบิกตากว้าง

“แค่นี้กลัวแล้วหรือ”

“เปล่า ไม่เห็นต้องกลัว เพราะฉันมั่นใจว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษพอ”

“อ๋อ แน่นอน”

“แล้วคุณมาเขตฉัน เพราะ…”

“อยากได้รุ่นไหน เลือกเลย” เขาส่งแคตตาล็อกรถรุ่นต่างๆ ยี่ห้อชั้นนำ ราคาแพง ไหมแพรรับมาอย่างงงๆ

“รถ”

“ใช่ เห็นเธอขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านทุกวัน มันไม่สมควร เลือกเอาคันหนึ่ง แล้วโทรไปบอกตามนามบัตรที่ติดอยู่ในเล่ม ฉันคุยไว้แล้ว บริษัทจะส่งรถมาทันทีที่เธอเลือกได้”

หญิงสาวเบ้ปาก โอ้โห ใจกว้างขนาดนี้ หล่อนไม่เปิดดูด้วยซ้ำและส่งคืน แต่เขาก็ไม่รับคืน หล่อนยื่นเก้อ

“ขอไม่รับค่ะ แค่สามเดือน ฉันใช้รถเก่าได้ค่ะ”

“ลองดูก่อนสิ มีรถเก๋งใช้สะดวกกว่า”

“ไม่ค่ะ ไม่ชอบของฟรี”

“ชื่อรถเป็นของฉัน”

“ก็ไม่รับค่ะ”

“ดื้อใช้ได้”

“ไม่ได้ดื้อหรอกคุณภีม แต่รู้ว่าเราแต่งงานกันเพราะเหตุผลใด ถ้าฉันแต่งเป็นภรรยาจริงๆ ละก็ ฉันรับแน่” ได้สามีรวยขนาดนี้ รีบนิดรับหน่อยเขาไม่สะเทือนหรอก แต่เพราะแต่งรอหย่า งั้นอย่ารับเลย เสียเวลาเปล่าๆ

“ฉันไม่อยากฟังเสียงนินทา คุณย่าก็พูดกับฉัน เห็นเธอร่อนมอเตอร์ไซค์ไปมา ท่านเองก็ไม่สบายใจ”

“บ้านคุณมีรถตั้งหลายคัน”

“แต่เธอก็ไม่เคยใช้”

“มันยังไม่จำเป็นนี่คะ”

“เธอก็รับไว้ดู ไว้เลือก ไว้คิดก่อน ค่อยๆ ดูไปเผื่อเปลี่ยนใจ” พูดจบเขาผละไป ไปมุมพักผ่อนที่ชื่นชอบ ไปวาดภาพ ภาพที่วาดไม่เสร็จเสียทีเพราะหาเวลาว่างยากยิ่ง

ภีมมีมุมวาดภาพ มุมเล็กๆ ในห้องนอน

ภาพที่วาดคือวิวชนบท ภาพบ้านหลังเล็กๆ กลางทุ่งไร่ ลำธาร ภูเขา เขาต้องระบายสีทีละเล็กทีละน้อย หลายวันกว่าจะได้มาลงสีสักครั้ง เพราะวันนี้กลับไม่ดึกจึงมีเวลา

กว่าจะรู้ตัวว่ามีคนยืนดูภาพอยู่ด้านหลัง ก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว

“อ้าว นึกว่าเธออาบน้ำและเข้านอนแล้ว”

“คุณวาดเก่งนะคะ”

“เก่ง”

“สวยค่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจศิลปะมากหรอก แต่ภาพของคุณสวยดี”

“ก็ วิวบ้านชนบท”

“แต่คุณเป็นคนกรุงร้อยเปอร์เซนต์”

“คนเรามีจินตนาการและความฝัน”

“หรือคุณไม่ชอบที่นี่…เมือง…ชีวิตเมือง”

“ทำแต่งาน มีแต่ตึกสูงๆ เบื่อนะ”

“ไม่น่าเชื่อ”

“ทำไมล่ะ”

“ดูคุณเป็นเพลย์บอย สังคมจัด และ…” พอดีกว่า อย่าพูดมาก

“ก็ดูอย่างงั้นมั๊ง” พูดไปเขาก็ระบายสีน้ำไปอย่างช้าๆ ทีละนิด อย่างละเอียด ช้ามาก จุดเล็กๆ จุดเดียวใช้เวลามาก

“ภาพนี้วาดนานหรือยังคะ”

“ไม่ค่อยมีเวลา กว่าจะวาดเสร็จกินเวลาเป็นปี และยังลงสี เพิ่งได้นิดเดียว คิดว่าลงสีต้องกินเวลาอีกเป็นปีล่ะ”

“โอ้โห ภาพหนึ่งสองปี แล้วมีภาพอื่นๆ ที่วาดเสร็จแล้วไหมคะ”

“ไม่…ภาพนี้เป็นภาพแรก เออ…แปลก ตอนวาดจันทนีก็เห็น แต่ไม่สนใจเลย เธอสนใจมาก เพราะอะไร”

ไหมแพรทำหน้าไม่ถูก

“เพราะ…เพราะ…ฉันไม่คิดว่าคุณภีม นักธุรกิจที่ยุ่งกับงานจะมีอารมณ์ศิลปะ มีฝีมือวาดภาพได้ขนาดนี้”

“มันเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดได้อย่างหนึ่งนะ”

“ฉันก็ว่าอย่างงั้นละค่ะ” เพราะขณะที่เขาลงสี ง่วนอยู่กับการผสมสี ใบหน้าเขาดูอ่อนโยน สงบนิ่ง ใจดี อารมณ์เยือกเย็น ทำให้มองไม่เบื่อ

“ไปอาบน้ำและนอนเถอะ ฉันเองก็อยากพักผ่อนแล้ว”

ถ้าเขาสงบนิ่งและอ่อนโยนแบบนี้ตลอดไปคงดีนะ หล่อนจะไม่อึดอัดเลย

 

ไหมแพรทานอาหารเช้ากับเย็นร่วมโต๊ะกับครอบครัวภีมมาหลายวัน เริ่มชินแล้ว และรู้สึกว่าย่าฉวีกับคุณวรรณก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ลือกัน

ปกติหล่อนทานน้อย และย่าฉวีก็พูดกับไหมแพร

“บ้านนี้เลี้ยงคนไม่ให้อดๆ อยากๆ นะ กินเยอะหน่อยก็ได้”

“อิ่มแล้วค่ะ”

“วันนี้ฉันจะไปเยี่ยมยายเธอ เราไปด้วยกันนะ รู้ว่าฟื้นแล้วนี่”

“ค่ะ ยายก็พูดถึงท่าน”

“ยายเธอพูดอย่างไรบ้างล่ะ”

“เอ้อ…”

คุณย่าฉวีโบกมือ

“เอาเถอะ…เอาเถอะ…ไม่ต้องพูดก็ได้” เพราะคนบนโต๊ะอาหารเย็นอยู่กันพร้อมหน้า แล้วหันมาถามหลานชายคนโต “ภีมไปกับย่าไหม”

“ไม่ละครับ ผมไปเยี่ยมอุษาก็แวะเยี่ยมยายสายบัวทุกครั้งครับ”

วันนี้ไหมแพรจึงได้ขึ้นรถตู้ไปกับย่าฉวีและคุณวรรณ ไปที่โรงพยาบาล ระหว่างอยู่บนรถ ย่าฉวีคุยกับไหมแพรว่า

“แต่งงานมาก็ร่วมเดือน เป็นอย่างไรบ้าง”

หล่อนยิ้มแห้งๆ

“ไม่มีอะไรนี่คะ”

“ฉันไม่ได้ใจร้ายกับเธอเลยนะ ถ้าเธอสามารถอยู่กับภีมและทำให้เขามีความสุขได้ ฉันก็ยินดี”

“ตอนนี้เราก็เรื่อยๆ ค่ะ”

“ดูไม่ออกเลยว่าพวกเธออยู่กันแบบไหน”

“เธอทำหน้าที่ภรรยาอย่างสมบูรณ์หรือเปล่าล่ะ” คุณวรรณโพล่งถาม

ภรรยาอย่างสมบูรณ์ หมายความว่าอย่างไร”

“เอ้อ…เอ้อ…ไม่เข้าใจคำถามค่ะ”

“โตๆ กันแล้วไม่ต้องแกล้งโง่”

“คือว่า…คือ…คุณภีมไม่ได้เรียกร้องอะไรนะคะ”

“หรือว่าภีมไม่เห็นเธอเป็นเมีย”

“เรา…เรา ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ” ไหมแพรพยายามหาคำพูดที่กลางๆ ไม่ทำให้สะดุดทั้งสองฝ่าย

“หนักใจกับภีมเหลือเกิน เมียตั้งห้าคน จะหยุดหรือเปล่าเนี่ย”

พูดออกไปในใจก็คิดอยู่ว่า ดูดวงของภีมมาหลายพระหลายหมอดู ก็พูดตรงกันว่าภีมจะหยุดที่เลขห้า

เลขห้า…คือไหมแพร หยุดจริงหรือ ใจคุณวรรณยังไม่พอใจนัก เพราะฝังใจว่าไหมแพรขโมยแหวนของจันทนี และไหมแพรไม่รักษาคำพูดที่เคยให้กับตน ที่ว่าจะไม่ให้มีภาพฉาวออกสื่อ แต่ก็ออก ข้อหลังยังอ้างได้ว่าเพราะเจ้านายให้ลงภาพ แต่ขี้ขโมยนี่สิ ไม่ชอบเลย เกลียดคนขโมย เกลียดคนโลภ

และเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ยายสายบัวยังอ่อนเพลีย ยังต้องนอนพักอยู่โรงพยาบาลอีกนาน แต่เมื่อเห็นย่าฉวี ยายสายบัวก็ตีหน้าขรึมและทำตัวให้เหมือนเข้มแข็ง แข็งแรงทันที

ยังมีอะไรกั้นกลางระหว่างสองหญิงชรา ความรู้สึกลึกๆ ในวัยสาวที่ทั้งสองต่างรู้ดี คนหนึ่งถูกเล่ห์เหลี่ยมแย่งคนรัก อีกคนรู้ว่าตัวเองผิดจึงต้องพยายามชดเชยจนสุดความสามารถ ชดเชยสุดๆ จริงๆ โดยยอมรับไหมแพรเป็นหลานสะใภ้

“ฟื้นแล้ว ดีใจด้วย” ย่าฉวีเอ่ยปาก

“ต้องฟื้นสิ เพื่อดูว่าคนเราจะกลับตัวกลับใจ และรักษาสัจจะไหม” ถึงอ่อนแออย่างไร แต่ก็ยังมีแรงเหน็บให้อีกฝ่ายสะดุ้งสะเทือน

“หนูแพรเป็นหลานสะใภ้แล้ว”

“แล้วมันจะสุขจะทุกข์อย่างไรล่ะ”

“ไม่ต้องห่วง บ้านเราเปิดรับดี ให้อิสระ ให้ทุกอย่างที่สะใภ้บ้านนี้พึงได้ และทุกคนก็ต้อนรับแพร ไม่เชื่อก็ถามหลานสาวเธอดูสิ”

“ถ้ามีความสุขดี ฉันก็ถือว่าเธอรักษาคำพูด”

“แต่ต่อไปไม่รู้นะ เพราะชีวิตคู่เป็นของคนสองคน”

“ถึงเพิ่งรู้จักภีม เขาจะต้องเห็นค่าของเพชรเม็ดนี้”

เพชร…ไหมแพรรู้สึกแปลกๆ ปกติยายไม่เคยยกย่องหล่อน ปกติยายจะรักแต่พี่วิทยา แต่ครั้งนี้หล่อนเป็นเพชรจากปากยาย ลึกๆ อย่างไรยายก็รักหล่อนล่ะนะ แต่เสียดายหล่อนอาจทำให้ยายผิดหวัง เพราะหล่อนกับภีมต้องหย่ากันอยู่ดีในภายหลัง

“ถ้าแพรสามารถชนะใจภีมได้ เราก็ยินดีนะ”

“ใช่สิ จะชดเชยอย่างไรก็ไม่จบสิ้น”

“บัว…ฉันขอโทษเธอจริงๆ”

“ชดใช้ให้ยัยแพรแทนสิ”

“ก็ทำอยู่”

“ถ้าวันไหนแพรไม่มีความสุข เธอผิดสัญญา”

“แต่ว่า…”

“ไม่มีแต่”

“เธอกำลังพาล”

“คำพูดของฉัน เธอต้องฟัง”

ย่าฉวีรู้สึกเสียหน้า เพราะต่อหน้าลูกสะใภ้กับหลานสะใภ้ ย่าฉวีที่เคยมีอำนาจและเสียงดัง กลายเป็นหมดอำนาจและอยู่ภายใต้หญิงแก่ๆ ชาวบ้านธรรมดา แทบจะเรียกว่าย่าฉวีหมดท่าไปเลย

 

“มาดูนี่สิครับ” เสียงอรัญแจ่มใส และถลันเข้าไปจับมือไหมแพร และลากตัวออกมาจากห้องนังเล่น ลงมาจากตึกใหญ่ บันไดหลายขั้น มาหยุดตรงลานหน้า

“เดี๋ยว เดี๋ยวคุณอรัญ มันเกิดอะไรขึ้นคะ”

“มาเลย มากับผม”

“ระวังค่ะ จะตกบันไดนะคะ”

ในขณะนั้นรถของภีมแล่นเข้ามาในบ้าน และจอด…จึงเห็นภาพตั้งแต่อรัญฉุดมือไหมแพรลงมา เป็นภาพที่ดูสนิทสนมกันเหลือเกิน เขาจึงยังไม่ลงจากรถ ดูเหตุการณ์ เพราะเบื้องหน้าเขาเห็นรถป้ายแดงคันหนึ่งราคาหลายล้าน แปลก…รถใคร เพราะไหมแพรยังไม่ได้เลือกรถคันไหนเลย สองวันก่อนหล่อนปฏิเสธจะเลือกรถด้วยซ้ำ

“มาครับ…มา หลับตาก่อนได้ไหมครับ” อรัญว่า

“แต่ว่า…”

“ไม่เป็นไร ผมจะจูงมือคุณเอง”

หล่อนหลับตาอย่างว่าง่าย และอรัญก็จูงมือพี่สะใภ้มาหยุดหน้ารถคันหนึ่ง

“เอาละครับ ลืมตาได้แล้ว ลืมตาครับ”

ไหมแพรลืมตา

“คะ”

“รถครับ ผมซื้อให้คุณ”

“ว๊าย” หล่อนอุทาน “ไม่ใช่นะคะ ฉันรับไม่ได้” เห็นแล้วว่าเป็นรถเก๋งราคาแพง

“อย่าให้ผมต้องเสียความตั้งใจเลยครับ ผมเห็นว่าคุณไม่ยอมใช้รถที่บ้านเลย ขี่แต่มอเตอร์ไซค์ของคุณ ผมเลยสั่งมาให้ทันที”

“ฉันรับไม่ได้ค่ะ”

“ผมให้ยืม”

“รถบ้านคุณตั้งหลายคัน”

“ก็คุณไม่ใช้นี่ เลยต้องสั่งใหม่ ให้เป็นรถส่วนตัว”

“ไม่ได้อยู่ดีค่ะ”

“ผมให้ยืม” เขาเน้นอีกครั้ง และไหมแพรก็เห็นภีมที่นั่งอยู่บนรถกำลังมองมา

จะทำอย่างไรดีล่ะ เขามองอยู่ อือม…ถ้ารับรถของอรัญ รับรองภีมต้องไม่พอใจ และจะเป็นไร หล่อนน่าจะแสดงให้เขาเห็นว่าหล่อนไม่แคร์เขาสักนิด เพราะสายตาของภีมนั่นละที่ทำให้หล่อนตอบรับ

“ก็ได้ค่ะ แต่เป็นการยืมใช้นะคะ ถ้าฉันออกจากบ้านนี้ ฉันจะคืนให้คุณทันที”

“แหม คุณเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน นี่กุญแจรถครับ”

“ขอบคุณค่ะ” หล่อนยื่นมือรับ

ชักจะอย่างไรอยู่…สำหรับภีม เมื่อกลับเข้ามาในห้องและไหมแพรก็เดินควงกุญแจรถเข้ามา

“ฉันให้เธอเลือกรถ แต่เธอไม่เลือก แต่เธอรับรถของอรัญ มันหมายความอย่างไร”

“ก็คุณอรัญเสียเงินซื้อมาแล้วนี่คะ แค่ให้ยืมใช้”

“เธอจะหักหน้าฉันหรือไง”

“เปล่าค่ะ”

“รักษาหน้าฉันด้วย”

“ฉันจะทำอะไรควรมีอิสระ ย่าคุณยังพูดกับยายฉัน ให้อิสระกับฉัน ท่านมีเหตุผลมากกว่าคุณเสียอีก”

ภีมรู้สึกไม่พอใจ

“อย่าเอามาอ้าง เธอต้องฟังฉัน”

“โอ้โห อย่าวางอำนาจนะคะ”

“เธอได้เชื่อว่าเป็นเมียฉัน ต้องรักษาหน้าตาฉันด้วย”

“แค่น้องชายคุณให้ยืมรถใช้ ก็ทำเป็นเสียหน้า อย่ายึดติดกับอะไรเกินไปค่ะ ปล่อยๆ วางๆ เสียบ้าง”

“เธอสอนฉันหรือ”

“เปล่าค่ะ แค่เตือนสติ”



Don`t copy text!