เมียอันดับห้า บทที่ 65 : เหินห่าง

เมียอันดับห้า บทที่ 65 : เหินห่าง

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 65 –

น้ำทิพย์มาตามนัดและพบว่าคนในบ้านต่างก็เตรียมรับหน้าหล่อนอย่างพร้อมเพรียง ภีม ไหมแพร ย่าฉวี คุณวรรณ และคนสำคัญเด็กหญิง

“ขอโทษที่มารบกวนแต่เช้านะคะ” น้ำทิพย์กล่าวหลังจากทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสอง “ทิพย์อยากเจอลูก”

เด็กหญิงน้ำผึ้งอยู่ในอ้อมกอดของย่าวรรณ เด็กรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่เพราะห่างเหินตั้งแต่ยังเป็นทารก น้ำทิพย์ก็คือคนแปลกหน้าดีๆนั่นเอง

“ไปหาแม่สิ” ย่าวรรณเอ่ยกับหลาน ซึ่งเด็กก็อิดออด

“จะอยู่กับย่าค่ะ”

“แม่เขามาไกล อยากพบหลาน” เด็กยังไม่ยอมเดิน

น้ำทิพย์รู้สึกเจ็บปวด แน่นอนว่าสายเลือดหวาดกลัวหล่อน สมน้ำหน้าตัวเองที่เคยตัดสินใจผิดพลาด วันนี้ต้องการลูกแต่ลูกไม่ต้องการแม่ ดูออกว่าเด็กอบอุ่นอยู่ท่ามกลางครอบครัวบิดา

เด็กหญิงวิ่งไปหาบิดา

“พ่อคะ…”

“ไปสิ แม่ของลูก ลูกก็เคยเจอแล้วหลายครั้ง ไม่ต้องอายไม่ต้องเขิน เจอกันแล้ว รู้จักกันแล้ว”

ภีมจูงมือเด็กมาถึงตัวอดีตภรรยา น้ำทิพย์คว้าตัวลูกสาวมากอดทันที กอดกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ ไม่เคยหายคิดถึง

“แม่คิดถึงลูกมาก คิดถึงทุกวัน” แน่นอนว่าหล่อนไม่ได้โกหกลูก แต่ด้วยเหตุและผลในขณะนั้น ในเวลานั้น หล่อนกลับเลือกชีวิตอิสระมากกว่า หากวันเวลาสามารถเปลี่ยนได้อีกครั้ง จะขอเลือกครอบครัว

ต้องไม่สายเกินไป ถ้าแย่งภีมกลับมา

กลับมาช้าไปนิด ถ้าระหว่างที่ภีมหย่ากับจันทนีและเขายังโสด กลับมาก่อน…อาจทัน เขายังไม่แต่งเมียคนที่ห้า

“แบบนี้ทิพย์ไม่มีโอกาสสนิทกับลูกเลย ทิพย์ขอพาแกไปเที่ยว ไปบ่อยๆให้เราสนิทกัน” น้ำทิพย์เสนอ แล้ววงสนทนาก็เงียบกริบ

“ไม่ได้” คุณทวดไม่ยอม “ก็มาเยี่ยมลูกได้ จะเอาอะไรนักหนา ได้คืบเอาศอก พอเถอะ อยากพบลูกก็มาที่นี่ เราไม่ห้าม ช่วงนี้เด็กไม่ต้องไปโรงเรียน เรียนที่บ้าน มาได้ทุกวัน แต่ห้ามพาออกไป”

“ทิพย์มาหลายครั้ง ลูกก็กลัวทิพย์ ทิพย์อยากไปกับลูกสองคนประสาแม่ลูกเท่านั้น เราจะได้สนิทกันอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อยู่ในสายตาตั้งหลายคู่แบบนี้ค่ะ”

“ฉันไม่ให้ไป” ย่าฉวีพูดเน้น

น้ำทิพย์หันมาพูดกับภีมแทน

“คุณเป็นพ่อ คุณต้องจัดการเรื่องนี้ให้ทิพย์ได้ค่ะ”

ใช่…พ่อรักลูก แม่ก็รักลูก เขาเข้าใจ น้ำทิพย์ไม่ควรถูกกีดกันจึงหันมาพูดกับย่า

“ย่าครับ ให้ผึ้งไปกับคุณทิพย์เถอะครับ เธอมาไกลจากต่างประเทศก็หวังจะได้ใกล้ชิดลูก”

“จะมาแย่งลูกไปสิไม่ว่า เจตนาก็พูดออกมาตรงๆแล้ว ยังจะต้องมีไมตรีต่อกันทำไม เผลอๆจะไม่ยอมคืนเหลนให้ทวดคนนี้”

“เราไม่ยอม คุณทิพย์ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ไม่ง่ายหรอกครับ”

“ย่าไม่ยอม ย่าห่วงผึ้ง”

“ผมขอร้องนะครับ เราต้องเดินสายกลางครับ” เขาคิดว่าจะตึงเกินไปก็ไม่ยุติธรรมต่ออดีตภรรยา ณ วันนี้เขาหมดใจกับหล่อนไปแล้ว เคยเจ็บปวดแต่ก็สามารถหยุดความเจ็บปวดนั้น เมื่อวัน…เวลาเป็นยารักษาใจที่ดีที่สุด

ย่าฉวียืนยันปฏิเสธ

ไหมแพรช่วยพูดขึ้นอีกคน

“ย่าคะ รักหนูผึ้งมากแค่ไหน คุณย่าคงเข้าใจความรู้สึกนั้น ความรู้สึกคุณน้ำทิพย์ก็รักผึ้งมากเช่นกัน คิดกลับกันถ้าคุณย่าเป็นเธอ เธอจะผิดหวังมากแค่ไหน ผึ้งเป็นลูกแท้ๆ สายเลือดไม่ว่าจะจากกันกี่ปี ก็คือสายเลือด ถ้าคุณย่าเป็นเธอ คุณย่าต้องการผลตอบรับแบบไหนคะ”

คุณวรรณตวาดลูกสะใภ้ว่า

“แพร เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนคุณย่า นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา”

ครอบครัวเรา…ไหมแพรสะดุดกึก เจ็บแปลบ หล่อนถูกกีดกัน ไม่ใช่คนในครอบครัว

ย่าฉวีกลับพูดขึ้น

“แพรอาจพูดถูก คิดถึงใจเขาใจเรา ให้เหลนไปเที่ยวกับแม่ ไม่ใช่ยกเหลนให้ใคร ก็ได้…ก็ได้ ฉันอนุญาต”

“ษรไปด้วยนะคะ จะช่วยดูแลคุณผึ้ง” เกษรเสนอตัว แต่…

“ไม่ล่ะ ขอประสาแม่ลูกสองคน” น้ำทิพย์เบรค เกษรทำหน้าไม่พอใจ

แรกๆ เด็กหญิงก็อิดออดพอสมควร กว่าจะยอมขึ้นรถของน้ำทิพย์โดยภีมต้องมาส่งถึงรถ และกำชับอย่ากลับเย็นเกินไป และน้ำทิพย์พูดกับลูกว่าจะให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการ

พอรถของน้ำทิพย์แล่นออกไป ภีมก็พูดกับไหมแพรว่า

“เดี๋ยวเข้าบริษัทกับฉัน”

“ฉันว่าจะไปสำนักพิมพ์ค่ะ”

“มีงานหรือ ถ้าไม่มีอะไรด่วน ไปบริษัทกับฉัน ฉันบอกแล้วว่างานนักข่าวเป็นแค่ช่วยชั่วคราวก่อนเขาจะหาคนใหม่ได้ ผ่านมาหลายวันแล้วน่าจะหาคนได้แล้ว”

ไหมแพรไม่อยากเห็นภีมอารมณ์เสียจึงรับคำขึ้นรถไปกับเขา

ส่วนบนตึกคุณวรรณถามย่าฉวีเมื่ออยู่กันสองคนว่า

“คุณแม่ยอมให้ผึ้งไปกับทิพย์ง่ายเกิน ทางนั้นมาทวงลูกสาวก็รู้ๆกันอยู่ เกิดผึ้งอยากไปอย่กับแม่ เราไม่เสียแกไปหรือคะ”

“แพรพูดถูกนะ หัวอกเขา ใจเขาใจเรา ถ้าเป็นเราล่ะ”

“รู้สึกคุณแม่จะเชื่อแพรมาก…มาก ถึงคุณแม่จะเคยทำผิดต่อยายเธอ ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อเธอ”

“วรรณ…แม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร สายบัวควรได้แต่งงานกับคุณสุทิน ได้เป็นเจ้าของที่นี่ทั้งหมด แต่แม่แย่งมาด้วยเล่ห์เหลี่ยม ด้วยแผนการ ด้วยมารยาหญิง คิดแล้วก็สมเพชตัวเอง รู้ว่าผิด จนแม่ได้ครอบครองร่างกายของคุณสุทิน แต่ไม่ได้ใจ…แม่ยอมรับกับวรรณนะ แม่กำลังชดใช้ให้แพร”

“นั่นสิคะ แพรถึงได้ชุดบุษราคัม ชุดที่คุณแม่รักที่สุด แพรจะเหลิงนะคะ มีคุณแม่ให้ท้าย”

“ไม่หรอก สุดท้ายชีวิตของแพรจะไปทางไหน ไม่ได้อยู่ที่แม่หรือสายบัว อยู่ที่ภีมคนเดียว…คนสุดท้าย”

 

ไหมแพรไม่ค่อยเข้าบริษัท แต่เข้ามาทุกครั้งก็ต้องเผชิญหน้ากับคมกริช ถึงว่านับวันจะยิ่งห่างเหิน แต่คมกริชยังดื้อรั้นจะทวง ‘อดีต’ กลับคืน รู้ทั้งรู้ไม่มีทางเลย

อีกคนที่คอยสังเกตคมกริชกับปฏิกิริยาที่ดูผิดไปเมื่อเห็นไหมแพร

อรฤดีโคลงศีรษะ พึมพำกับตัวเอง

“ทำใจไม่ได้เสียที”

และพอมีโอกาส เขาก็ต้องรี่มาที่โต๊ะทำงานของไหมแพร หญิงสาวเงยหน้าถามน้ำเสียงเรียบๆ

“มีอะไรคม”

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ทำไมไม่ตอบไลน์ ทำไมไม่รับนัด จะให้คมอกแตกตายใช่ไหม”

“อีกแล้วนะคม แพรเพิ่งเข้ามาทำงาน อย่าพูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน”

กี่ครั้ง…กี่ครั้งก็เห็นความห่างเหิน เห็นกิริยาท่าทางที่ตัดใจอย่างเด็ดขาดจากอดีตคนรัก เจ็บปวดมาก

“แพรเปลี่ยนไปเยอะ ดูสง่าเพราะอำนาจเงิน ดูการแต่งตัวสิ ไม่ใช่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดเหมือนเดิม”

“ต้องให้เกียรติสถานที่ แพรมาทำงาน”

“นั่นนะสิ ระดับบริหาร”

“เปล่าเลย ก็เรียนรู้งานจากเริ่มต้น เพราะทุกอย่างใหม่สำหรับแพร ขอแพรทำงานนะ”

“คมจะขอนัดพบแพรอีก”

“เสียใจ คงไม่รับนัด”

“จะรอ”

“ก็รอเก้อ” น้ำเสียงเด็ดขาด ให้เขาเห็นว่าการตื๊อของเขาเปล่าประโยชน์และทำให้หล่อนรำคาญมากกว่า “คม…อย่าทำตัวให้ตกต่ำเลย แพรแต่งงานแล้ว จะไม่ทำให้คุณภีมต้องระแวงหรือเสียหายเด็ดขาด”

“ใช่สิ สบายแล้วนี่” หล่อนเหินห่างจนเขาใจหาย

“สบายหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับคม” หล่อนต้องใจแข็ง ปากแข็ง ทั้งคำพูดและกิริยาท่าทาง

ภีมคอยสังเกตอยู่ จึงเดินออกมาจากห้อง ถามคมกริชที่หลบไม่ทัน

“มีปัญหาอะไรไหม”

“เอ้อ…ไม่ครับ”

“ถ้ามีปัญหา ไปลาออกที่แผนกบุคคลก็ได้ ตามสบาย ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็อย่ารบกวนภรรยาของฉัน” ง่ายๆเท่านั้นละ ภรรยาของฉัน แล้วหมุนตัวเดินกลับไปห้องทำงาน

คมกริชกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง อรฤดีสงสารเขาเหลือเกินจึงเดินมาพูดว่า

“ถ้าคุณไม่ตัดใจ คุณก็ทำงานร่วมกับคุณแพรไม่ได้”

“ใช่…เขา…เขาจะไล่ออกแล้ว อยากไล่ออกนานแล้ว”

“เพราะคุณไม่รู้จักแยกแยะไงคะ คุณแพรวางตัวดีมาก แต่คุณ…” อรฤดีรู้สึกผิดหวัง

 

เหมือนกับว่าหล่อนกับลูกยังต่อกันไม่ติด น้ำทิพย์พาเด็กหญิงไปทานอาหาร ยังไม่รู้เลยว่าลูกชอบกินอะไร สั่งมาหลายอย่าง เด็กหญิงก็เอาแต่ส่ายหน้าและกินได้นิดเดียว

“ผึ้ง แม่จะพาไปซื้อของเล่น”

มาถึงแผนกของเล่นก็ไม่ชอบอีก

“ผึ้งเล่นแต่สเก็ตบอร์ด” เด็กหญิงเห่อของใหม่

“งั้นซื้อสิจ๊ะ”

“ที่บ้าน พี่แพรซื้อให้แล้วค่ะ”

“แม่ก็อยากซื้อให้เหมือนกัน เลือกได้เลยนะ มีรุ่นใหม่ๆสวยๆทั้งนั้น”

“ผึ้งชอบของพี่แพร”

“พี่แพรมีอะไรดี ได้ยินมาว่าตอนแรกลูกไม่ชอบพี่แพรเลยนี่ เธอทำลูกเจ็บตัว แต่พอพี่แพรพาไปกินของว่างหลังเลิกเรียน พาเล่นสเก็ตบอร์ด แค่นี้ก็ชนะใจลูกได้แล้วหรือ ถ้าแค่นี้แม่ก็ทำได้”

“เลิกเรียนพาผึ้งไปกินของว่างได้หรือคะ แล้วสอนผึ้งเล่นสเก็ตได้บ่อยๆไหมคะ”

คำถามของลูกสาว ทำเอาน้ำทิพย์อึ้ง

ไม่ได้…ไม่เคยทำ เป็นแม่ประสาอะไร หายไปหกปี

“ต่อไปจะทำได้ ถ้าผึ้งต้องการแม่คนนี้ แล้วบอกกับพ่อว่ารักแม่ อยากให้แม่กลับมาอยู่กับลูก” พูดไป…เด็กจะเข้าใจอะไรอย่างที่ควรจะเข้าใจไหม แต่ก็คาดหวังว่าถ้าลูกช่วยอีกแรง การกลับมาเป็นครอบครัวอาจมีหวัง “เราจะอยู่ด้วยกันละ มีพ่อ มีแม่ มีลูก เราสามคน”

“พ่อบอกว่าตอนนี้มีพ่อ มีลูก และพี่แพร พี่แพรเพิ่งแต่งงานกับพ่อ”

“พี่แพรอีกแล้ว”

“ทวดบอกว่าพี่แพรจะมาดูแลผึ้งและคุณพ่อ”

“ไม่มีทาง ต้องเป็นแม่สิ แม่แท้ๆคนนี้” เผลอพูดเสียงดังด้วยอารมณ์ ทำเด็กตกใจขยับหนี พอรู้ตัวก็รีบพูดว่า “แม่ขอโทษ แม่ไม่ชอบพี่แพรที่มาแย่งพ่อกับลูกไป”

ในสายตาเด็กหญิง ตอนนี้คนแปลกหน้าคือน้ำทิพย์ และที่ผ่านมาเด็กหญิงสัมผัสถึง ‘ใจ’ ที่มีต่อไหมแพร ที่ตอนหลังคุยกันรู้เรื่องแล้ว

 

ไหมแพรได้รับโทรศัพท์จากเด็กหญิงให้ไปรับที่ห้างสรรพสินค้า ไม่ต้องตั้งคำถามอะไรทั้งสิ้น หล่อนรีบบอกกับภีม ภีมสงสัย

“ทำไมผึ้งโทรหาเธอ แทนที่จะเป็นฉัน”

“ไม่รู้ค่ะ แต่ฉันจะรีบไปค่ะ”

“ฉันไปด้วย” ภีมให้อุบลโทรเรียกนายปันเอารถมารับที่หน้าตึก

ภีมออกไปกับไหมแพรอีกแล้ว โดยมีสายตาคมกริชมองอย่างเจ็บปวด

มารอที่หน้าตึก รถของนายปันยังมาไม่ถึงจากที่จอดรถ ทำเอาภีมหงุดหงิด โมโห

“ทำไมชักช้า มัวแต่ทำอะไรอยู่”

พอนายปันมาถึงก็ถูกภีมตำหนิ ปันมีท่าทางอ่อนแรง

“ขอโทษครับ ผมเผลอหลับ กินยาแก้หวัดไป เลยไม่ได้ยินโทรศัพท์ดังตามตัวครับ”

“คนยิ่งรีบอยู่ด้วย ชักช้า”

แต่ไหมแพรกลับพูดว่า

“ไม่สบายทำไมไม่หยุดงาน ต้องไปหาหมอนะจ๊ะ อย่าฝืนทำงาน หัดรักตัวเองบ้าง หยุดไปหาหมอ ค่ายามาเบิกกับฉัน พักเลย หยุดงานเลย ไม่ไหวก็โทรมาบอกว่าหมอจะให้พักกี่วัน เอากุญแจมา ฉันขับเอง”

ปันคงจะไม่ไหวจริงๆ ส่งกุญแจรถให้ไหมแพรทันที

“ขอบคุณครับคุณแพร” แล้วหันมามองภีมจะว่าอย่างไร เกิดมีอะไรเปลี่ยนแปลง ภีมเงียบกริบแสดงว่าอนุญาต ไหมแพรเร่งภีม

“ขึ้นรถสิคะ ต้องรีบไปรับหนูผึ้ง” คนพูดขึ้นประจำที่คนขับ ภีมก็ขึ้นนั่งข้างๆ พอรถแล่นออกเขาก็พูดว่า

“เดี๋ยวนี้กล้าตัดสินใจแทนฉัน ต่อหน้าฉัน”

“เฉพาะบางเรื่องค่ะ และไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่เป็นเรื่องของมนุษยธรรมปกติ…ธรรมดา คนไม่สบาย ต้องหาหมอ คุณเล่นไม่ให้พัก จะใช้งานจนตายเลยหรือคะ ชีวิตเขาก็มีค่า เขามีลูกมีเมียเหมือนกัน หน้าตานายปันซีดขนาดนั้น ขอเถอะ คุณไม่ต้องจัดการอะไรทุกเรื่องก็ได้ เรื่องเล็กๆคนอื่นจัดการแทนคุณได้”

“งั้นช่วงนี้เธอก็ต้องขับรถให้ฉัน จนกว่านายปันจะกลับมาทำงาน”

“แต่ว่า…”

“ไม่มีแต่…โทรไปบอกสินีหรืออมรเลย เธอจะไม่เขาสำนักพิมพ์ต่อไปแล้ว ทางนั้นยังหาคนแทนไม่ได้”

“ช่วยไม่ได้ ไม่มีเธอสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ไม่เจ๊งหรอก ถ้าเจ๊งหรือเรื่องมาก ฉันจะซื้อกิจการเอง”

ไหมแพรเผลอค้อน เอาแล้ว เอาเงินฟาดอีกแล้ว จึงพึมพำ

“แก้ปัญหาไม่ตรงจุด”

“นึกว่าเธอแก้ปัญหาเก่งนัก”

“มองไกลๆหน่อยสิคะ ฉันมองว่าถ้าเราหย่ากัน ฉันจะไม่มีงานทำทั้งบริษัทคุณ ทั้งฟ้าใหม่” นี่ละ ที่ทำให้หล่อนต้องวางแผนอนาคต



Don`t copy text!