จุดดับในแก้วไวน์ บทที่ 3 : แหม่มผมแดง

จุดดับในแก้วไวน์ บทที่ 3 : แหม่มผมแดง

โดย : ม. มธุการี

จุดดับในแก้วไวน์ กับเรื่องราวของทารทรา ดาราสาวที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม สิททิชน คนรักเมื่อครั้งอดีตจะช่วยเธอได้ไหม แล้วเธอคือผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้จริงๆนะหรือ นวนิยายสั้นเรื่องล่าสุดของ ม.มธุการี ที่อ่านเอา…ที่นี่ ที่เดียว…นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

**************************

– 3 –

แต่ไม่ใช่ผม  ใครจะรู้จักทารได้ดีไปกว่าตัวผมเอง

คดีนี้กำลังมีเบื้องหน้า เบื้องหลังที่ซับซ้อนแต่เจ้าหน้าที่เร่งรัดที่จะปิดคดีอย่างง่ายๆแค่นั้น  แค่ที่ว่าไปเจอรอยนิ้วมือบนแก้วไวน์  ผสมผสานเข้ากับความขัดแย้งรุนแรงทางด้านธุรกิจการเงินและชู้สาว  สูตรสำเร็จที่เคยใช้ปิดคดีร้ายแรงมานักต่อนัก  บวกกับการเต้าข่าวของสื่อมวลชนเสียจนหาความจริงเท็จไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าทารไม่ติดต่อให้ผมช่วยสืบเรื่องนี้ไปจนถึงก้นบึ้งของมัน  นั่นคือฆาตกรตัวจริงที่กำลังลอยนวลอยู่ในขณะนี้  และอาจจะเปิดหนีออกนอกประเทศไปแล้วก็ได้

ไพรตามสืบได้ถึงภาพจากกล้องวงจรปิดตอนที่สาวผมแดงคนนั้นลงจากแท็กซี่บริเวณหน้าคอนโดฯ  จากนั้นก็แวะเข้าร้านทำผมในย่านนั้นทั้งสามครั้งที่มา

“มีป้ายแท็กซี่ชัดเจน  กำลังจะตามสืบว่าขึ้นรถจากที่ไหน“ ไพรรายงาน “ส่วนที่ร้านทำผมเฮียจะสืบเองหรือให้ผมสืบ  แค่เอาภาพถ่ายไปให้เขาดูก็น่า จะจำกันได้  เพราะมันไม่นานมานี่เอง“

“งั้นจะจัดการเอง  แกก็ไปสืบถึงต้นทางแท็กซี่  ว่ามาจากไหน  อาจจะได้ที่พักในย่านนั้น  อย่าลืมว่ามันมีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกหนทุกแห่ง  ถ้าเจอตัวแม่คนนี้เมื่อไหร่ตามประกบทันที  อย่าให้คลาดสายตาไปได้  จำไว้“

ผมเอาภาพถ่ายที่ได้มาไปที่ร้านทำผมย่านนั้นดูและได้ผลเกินคาด  เมื่อพนักงานในร้านต่างก็จดจำสตรีนั้นได้ดี

“แวะมาทำผมสามครั้งแล้วค่ะ  แต่พักนี้ไม่ได้มา“ เจ้าของร้านเล่าให้ผม ฟังเป็นฉากเป็นตอน  “ชื่อคุณลูซี่  เดินทางมาจากเม็กซิโก เห็นมามาหาแฟนที่เป็นนักร้องที่นี่  ก็ไม่เล่ารายละเอียดมาก  กำลังท้องอ่อนๆด้วย พักนี้ไม่เห็นเลย“

“เขาบอกรึเปล่าว่าจะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน“ ผมถามไป

“ไม่ได้บอกหรอกพี่  แต่หนูว่าน่าจะกลับไปแล้วมั้ง  มาทำผมครั้งสุดท้ายร้องไห้หูตาบวม  ที่คอกับที่แขนงี้เขียวปั้ดเลย  สงสัยถูกซ้อม  เขาคนขาวด้วย  เลยเห็นชัด  หนูงี้สงสาร  คงมาเจอผัวคนไทยเข้า…”

บางสิ่งเริ่มเข้ารูปเข้ารอยเมื่อผมออกจากที่นั่น  ไม่ใช่ทารแต่น่าจะเป็นผู้หญิงคนนี้ที่น่าสงสัยมากที่สุด

ข่าวลือเรื่องซ้อมผู้หญิงของสิททิชนมันมีมานานเท่าที่ผมจำได้  อาจจะก่อนหน้าที่ทารจะไปเป็นแฟนฝ่ายนั้นเสียอีก

การตามหาตัวผู้หญิงคนนี้ให้เจออาจจะเป็นช่องทางเดียว ที่ความจริงเกี่ยวกับการตายของสิททิชนจะถูกเปิดเผยออกมา  ตัวละครที่เพิ่ม เข้ามาคนล่าสุดอาจจะเกี่ยวข้องพัวพันกับการตายของฝ่ายนั้นก็ได้ใครจะรู้…

ไพรตามติดไปได้เบาะแสของรถแท็กซี่ที่ตามรับตามส่งผู้หญิงคนนั้นจากพัทยาเข้ากรุงเทพฯ  ปัญหาอยู่ที่ว่าการวิ่งไล่ตามนักท่องเที่ยวในย่านนั้นมันไม่ได้ง่ายดายอะไรสักนิด  เพราะมีนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติปะปนกันที่พัทยาในจำนวนหลักล้านขึ้นไป

คนขับแท็กซี่เองก็แค่รับส่งและไม่เคยรู้ที่ไปที่มาของ อีกฝ่ายอย่างแน่ชัด  ที่สำคัญคือไม่เคยเรียกใช้บริการอีกเลยตั้งแต่มีเหตุฆ่ากันตาย ไพรสันนิษฐานว่าอาจจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วก็ได้

“ใครจะอยู่รอให้ถูกจับล่ะเฮีย  หมายถึงว่าถ้าเขาทำนะ  อีกอย่างทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสงสัยคนนี้ขนาดจะไล่ตาม  ไม่มีสื่อมวลชนเอาข่าวมาลง  เพราะคอยแต่จะไล่ล่าทารทราคนเดียวเท่านั้น  ไปที่ไหนทำอะไรคนรู้หมด  ผมว่ามันไม่แฟร์นะแบบนี้  ถือเป็นจำเลยสังคมก่อนที่ศาลจะตัดสินเสียอีก”

เราต่างก็มืดแปดด้านตราบใดที่ตามหาตัวแหม่มผมแดงคนนั้นยังไม่พบ

ขนาดผมบุกไปถึงพัทยาและสืบหาตามโรงแรมตลอดจนอพาร์ทเม้นท์ในย่านนักท่องเที่ยว  แทบจะทุกมุมเมือง  แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะพบ

มีโรงแรมแห่งเดียวที่ยืนยันว่าแหม่มคนนี้เคยมาพักแค่อาทิตย์เดียว ก่อนจะเช็คเอ้าท์ออกไป  ชื่อเสียงเรียงนาม คือลูซี่  เปเรส  จากเม็กซิโก  เท่ากับการยืนยันถึงตัวตนแหม่มผมแดงว่ามีอยู่จริง  ตรงกันกับปากคำของเจ้าของร้านเสริมสวยคนนั้น

เป้าหมายต่อไปที่ผม ต้องสืบก็คือ  มีการเดินทางออกนอกประเทศของฝ่ายนั้นหรือไม่  จากการตรวจสอบทุกสายการบินตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ไม่มีเค้าว่าจะมีคนชื่อ นี้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด

“อาจจะไม่ไปเครื่องบิน  ลาวพม่าเขมรมันมีทางหนีได้นี่เฮีย“ ไพรออกความเห็น

“แกไปสืบมาละกัน  ยังไงต้องตามตัวผู้หญิงคนนี้ให้ได้  ไม่งั้นทารทราซวย แน่”

ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทรนั่นเลย  เพราะเจ้าหล่อนคือเข็มเล่มเดียวในทะเลกว้าง  ยิ่งเจ้าหน้าที่ไม่สงสัยยิ่งลอยลำ  อย่าว่าแต่เจ้าหน้าที่…แม้แต่ทารทราเองก็ยังลังเล

“วินอาจตามล่าคนผิดก็ได้นี่นะ  ใช่  เขาอาจจะเป็นแฟนคนหนึ่งของคุณสิทจริง  แต่แฟนเขาก็มากมายทั้งในและนอกประเทศ”

“สิททิชนอาจจะเล่นคนผิดเข้าก็ได้  เขาเป็นฝรั่ง  ไหนจะท้อง  แถมโดนทำร้ายร่างกาย“ ผมว่า

“วินไปรู้มาจากที่ไหน“

“ก็เท่าที่ตามสืบดู  อาจจะไปเจอคนจริงเข้าที่เขาไม่ยอม  ก็เลยสนองตอบ เข้าให้“

“โดยมาใส่ความทาร”

“อาจจะไม่ได้จงใจใส่ความก็ได้ ในเมื่อทารเองก็บอกว่ารอยนิ้วมือเกิดขึ้นได้เพราะทารเคยพักที่นั่น”

“แต่ไม่มีรอยนิ้วของเขา”

“จะฆ่าคนทั้งทีเขาต้องวางแผนรอบคอบแล้ว  อาจจะใส่ถุงมือ  ใส่ยาพิษในขวดไวน์มันก็จบ  ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องอยู่ที่นั่นเสียด้วยซ้ำ  อาจเดินทางออก นอกประเทศก่อนที่สิททิชนจะตายเสียอีก  ตอนนี้กำลังให้ไพรสอบเส้นทางนั้นอยู่  แต่ที่แน่ๆคือเขาไม่ใช้สายการบิน”

“ทารก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี  เคยเจอกันจังๆครั้งเดียวท่าทางเขาไม่ใช่คนเหี้ยมโหดอะไรเลย  สวยหวานๆ  ติดจะขี้อาย“

“อย่างนั้นน่ะร้ายนัก  เพราะเก็บกดมานาน  ผมถึงบอกว่าสิททิชนเล่นคนผิด ผมแน่ใจว่าป่านนี้เขาไปแล้ว  แต่ผมสัญญาว่าจะเอาตัวมาให้ได้  ให้เวลาผมหน่อย”

“เกิดถ้าเขายังอยู่ในประเทศ”

“นั่นยิ่งง่าย  ขอให้เจอตัวเท่านั้น” ผมให้สัญญากับทารเป็นมั่นเป็นเหมาะ  เท่านั้นยังไม่พอผมยังให้สัญญากับตัวเองด้วย  เพราะนี่คือคดีสำคัญคดีแรกที่ผมจะตกม้าตายกลางทางไม่ได้เลย

ชีวิตของทารขึ้นอยู่กับคดีนี้โดยตรง  เพราะมีข่าวแว่วมาว่าอัยการจะเรียกร้องโทษประหารเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสังคม  นัยว่าดาราดังๆมักจะหลุดพ้นโทษหนักๆกันเป็นว่าเล่น  มันกลายเป็นคดีตัวอย่างที่ทุกฝ่ายพร้อมจะเล่นแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนทางค่ายของนักร้องดังอย่างสิททิชน  เพราะถือว่านี่คือการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงนั่นเลยทีเดียว

ถึงกับมีนักสืบดังๆลงมาสืบเรื่องนี้กันจนเป็นข่าวรายวัน  ความได้เปรียบของผมอยู่ที่การตามสืบเรื่องนี้ในความมืด  ไม่มีสายตาของประชาชนหรือสื่อมวลชนคอยติดตามข่าว

การไหวตัวตื่นของฆาตกรตัวจริงจึงเป็นไปได้ยาก  เพราะผมปลงใจเชื่อเสียแล้วว่ายายแหม่มผม แดงคนนั้นต้องเป็นฆาตกรตัวจริงอย่างแน่นอน  หน้าที่ของผมคือการหาทาง พิสูจน์ให้ได้เท่านั้น…



Don`t copy text!