คดีรักข้ามเวลา บทที่ 4 : ฉันจะปกป้องเธอเอง

คดีรักข้ามเวลา บทที่ 4 : ฉันจะปกป้องเธอเอง

โดย : ณรัญชน์

คดีรักข้ามเวลา โดย ณรัญชน์ เรื่องราวของการเดินทางย้อนอดีต เพื่อไขปริศนาฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหนทางเดียวที่พิชญาจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือสืบหาต้นตอของคดีฆาตกรรม ในชาติภพที่ผ่านมา ‘คดีรักข้ามเวลา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………..

-4-

 

เกือบรุ่งสางแล้วแต่ดวงตะวันสีทองยังไม่ทอแสงลงมา ทั้งบ้านจึงมืดสนิท อากาศเย็นสบายจนน่าซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แต่พิชญาไม่กล้าทำตัวตามสบายเหมือนเวลาอยู่ในโลกของตัวเอง พอลืมตาตื่น หล่อนก็ล้างหน้าล้างตา แล้วรีบไปช่วยนางดวงเตรียมอาหารเช้าในครัว

พิชญาตั้งใจปรุงอาหารมื้อนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นมื้อแรกที่บุหลันและกนกจะได้รับประทานด้วยกันในฐานะสามีภรรยา

ฐานะของบุหลันเปลี่ยนแปลงไปทันที เมื่อเถ้าแก่เอี่ยมไปอธิบายความจริงให้คุณนวลฟัง ตามคำขอร้องของเจ้าตัว พอคุณนวลรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายหญิงสาวผู้อาภัพ เธอก็ตบเก้าอี้ไม้สักที่นั่งอยู่โครมใหญ่

‘แม่โฉมคงอิจฉาที่พี่สาวจะได้เป็นเมียพ่อกนกละสิ ถึงหาเรื่องใส่ร้ายกัน ไม่ได้การละ ฉันต้องไปบอกหมื่นสินให้รู้ไว้ จะได้อบรมลูกทันก่อนจะกลายเป็นโจร’

คุณนวลทำตามคำพูดโดยไม่รอช้า หมื่นสินจึงต้องหนักใจด้วยเรื่องของลูกอีกเป็นครั้งที่สอง ซ้ำครั้งนี้ยังหนักหนากว่าคราวแรก เพราะคุณนวลมาเล่าแจ้งแถลงไขพฤติกรรมของลูกสาวคนเล็กด้วยตัวเองถึงเรือน ก่อนจะตบท้ายว่า

‘ฉันแค่มาบอกให้พ่อหมื่นรู้ไว้ ในฐานะที่เป็นเกลอกัน ส่วนพ่อหมื่นจะอบรมลูกสาวอย่างไรนั้น ฉันคงยุ่งเกี่ยวไม่ได้ แต่ก็หวังว่าจะให้ความเป็นธรรมกับว่าที่ลูกสะใภ้ของฉันด้วย’

ว่าที่สะใภ้ที่เธอพูดถึงก็คือบุหลันนั่นเอง เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้คุณนวลสงสารหญิงสาวจับใจ จนเกิดความมุ่งมั่นที่จะเอาหล่อนมาเป็นสะใภ้ให้จงได้ อีกทั้งเธอยังดีดลูกคิดคำนวณตามประสาคนค้าขายด้วยว่า ในเมื่อผู้หญิงที่เกิดวันเดือนเดียวกับพระยาอรรถนิติกร เป็นคุณกับครอบครัวของเธอ หากได้มาเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งก็ไม่เสียหาย มีแต่จะยิ่งส่งเสริมดวงชะตาให้ครอบครัวเธอรุ่งโรจน์ขึ้นไปอีก เธอจึงยืนยันให้ส่งตัวบุหลันไปเรือนของเธอ ตามวันฤกษ์ดีที่กำหนดไว้แต่แรก พิชญาจึงพลอยได้ติดตามหญิงสาวมาอยู่บ้านใหม่ด้วย ในฐานะน้องสาวบุญธรรม

“ทุกอย่างนี้เป็นเพราะปัญญาของแม่ผินแท้ๆ ถ้าไม่เพราะหล่อนแนะให้ไปจับตัวบ่าวของแม่โฉมมาซักถาม ฉันคงถูกตราว่าเป็นคนคดโกงไปจนวันตาย ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณหล่อนในครั้งนี้เลย”

บุหลันบอกอย่างซาบซึ้ง ในขณะที่ ‘แม่ผิน’ ยิ้มกริ่ม ภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง

“ฉันเอะใจตั้งแต่คุณบอกว่าลายมือในจดหมายฉบับนั้นเหมือนลายมือคุณไม่มีผิด คนที่ปลอมลายมือจะต้องเคยเห็นลายมือคุณแน่ๆ แต่คุณบุหลันแทบไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลย คนนอกจะมารู้จักลายมือคุณได้ยังไง ฉะนั้นคนที่แกล้งคุณจะต้องเป็นคนในบ้าน ผู้ต้องสงสัยก็เหลือแค่แม่เลี้ยงกับน้องสาวคุณ แต่เขาพลาดตรงที่ใช้ให้บ่าวไปทำงาน แค่เราจับตัวบ่าวของเขามาสอบสวน เดี๋ยวก็คายความจริงออกมาเอง เรื่องแบบนี้ฉันเห็นในละครน้ำเน่ามาเยอะค่ะ”

บุหลันอยากจะถามว่าละครน้ำเน่าคืออะไร แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เพราะเริ่มชินเสียแล้วกับคำพูดประหลาดๆ ของเพื่อนใหม่คนนี้

“แต่คุณจะปล่อยคุณโฉมไปง่ายๆ อย่างนี้น่ะหรือ อย่างน้อยก็น่าจะให้เธอมาขอขมาต่อหน้าทุกคน จะได้เข็ดไม่กล้าแกล้งคุณอีก”

“แม่โฉมเกลียดฉันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่มีทางเข็ดหลาบดอก และถึงฉันจะไม่เอาโทษ แต่บ่าวของเถ้าแก่เอี่ยมก็โพนทะนาจนชาวบ้านรับรู้กันทั่ว แม่โฉมต้องเสียชื่อเสียงป่นปี้ เท่ากับเป็นการลงโทษในตัวอยู่แล้ว”

พิชญามองคนพูดอย่างชื่นชม คนอะไรทั้งสวยทั้งใจดีอย่างกับนางฟ้า ผิดกับผู้หญิงในยุคโซเชียลลิบลับ ดูๆ ไปแล้วก็น่าเป็นห่วง ถ้าเมียหลวงของกนกเป็นมนุษย์เมียขี้หึง ชอบรังแกเมียน้อยแบบในละคร บุหลันจะต่อกรไหวหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

ไม่เป็นไร มีพิชญาเป็นบอดี้การ์ดเสียอย่าง ใครก็ทำอะไรคุณบุหลันไม่ได้ ขอรับรองด้วยเกียรติของฟู้ดสไตลิสต์เลย!

 

หลังจากลำเลียงอาหารเช้ามาตั้งที่นอกชาน พิชญากับนางดวงก็เลี่ยงไปนั่งรับใช้อยู่ห่างๆ ไม่นานบุหลันกับกนกก็เดินจูงมือกันออกมาจากห้อง กิริยาเอียงอายแต่เปี่ยมสุขของสาวเจ้า บ่งบอกว่าคืนส่งตัวของหล่อนผ่านไปอย่างหวานชื่น สมกับที่ต้องฝ่าฟันความลำบากมากมายกว่าจะได้เข้าหอกับเขา พอมื้อเช้าจบลง กนกก็บอกภรรยาว่า

“พี่จะไปหาคุณแม่ที่เรือนใหญ่เสียหน่อย เมื่อวานน้องก็พบหน้าแม่ไพลินเพียงผ่านๆ เท่านั้น ถ้าอย่างไรไปกับพี่เถิด จะได้ทำความรู้จักกันไว้”

บุหลันรู้อยู่แล้วว่าภายในวันนี้ หล่อนจะต้องไปทำความเคารพภรรยาหลวงตามธรรมเนียม และก็ไม่รู้ว่าจะเจอฤทธิ์เดชอะไรของลูกสาวพระยาเข้าบ้าง จึงน่าจะเป็นการดีกว่าถ้าจะไปโดยมีสามีคอยคุ้มครองอยู่ใกล้ๆ เมื่อกนกเปิดช่องมาหล่อนจึงรับคำทันที

“ แต่พี่อยากจะเตือนน้องไว้อย่างหนึ่ง ตอนนี้พ่อเขมถูกนครบาลจับตัวไป เพราะต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายฆ่าไอ้สม อันธพาลท่าเรือตาย พี่จึงอยากให้น้องระวัง อย่าพูดชื่อพ่อเขมให้คุณแม่ได้ยิน ท่านจะได้ไม่กลุ้มใจขึ้นมาอีก”

“คุณพระช่วย! น้องไม่คิดเลยว่าคุณเขมจะเคราะห์ร้ายถึงเพียงนี้”

กนกถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เคราะห์กรรมที่ไหนกันเล่า เจ้าเขมทำตัวของมันเองแท้ๆ เอาแต่สำมะเลเทเมาทะเลาะกับคนนั้นคนนี้ไม่เว้นแต่ละวัน มันถือว่าเป็นลูกคนเล็ก มีคุณแม่ให้ท้าย พี่เตือนเท่าไรก็ไม่ฟัง ก่อนที่ไอ้สมจะตายก็มีเรื่องชกต่อยกันเพราะแย่งผู้หญิง พอไอ้สมถูกฆ่า นครบาลจึงสงสัยว่าพ่อเขมจะเป็นคนร้าย ถึงมาจับตัวไป”

เรื่องของคุณเขมคนนี้ พิชญาเคยฟังมาจากนางดวงแล้ว ว่าเขาหาใช่ลูกชายแท้ๆ ของคุณนวลไม่ แต่เป็นลูกของน้องสาวที่เรือล่มตายทั้งพ่อทั้งแม่ ทิ้งลูกน้อยอายุเพียงสามขวบเอาไว้ คุณนวลจึงเมตตารับหลานกำพร้ามาเลี้ยง ซ้ำยังรักเหมือนแก้วตาดวงใจไม่ต่างจากลูกของเธอเอง

“แม่ผินเองก็มาด้วยกัน จะได้ไปฝากเนื้อฝากตัวกับคุณแม่ฉันและแม่ไพลินเสียเลย”

เพราะประโยคนี้ของกนก พิชญาจึงต้องเดินสงบเสงี่ยมตามสองผัวเมียไปที่เรือนใหญ่ ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามพบปะผู้คนให้น้อยที่สุด เรือนหลังนั้นกว้างขวางโอ่อ่า ประดับด้วยเขางอและเครื่องลายครามราคาแพง สมฐานะคหบดีใหญ่ คุณนวลรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว กำลังนั่งเคี้ยวหมากอย่างสบายอารมณ์อยู่บนนอกชาน มีหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งนั่งพูดคุยอยู่ใกล้ๆ

พิชญาเดาได้ทันทีว่านั่นจะต้องเป็นคุณไพลิน เอกภรรยาของกนก จากที่เห็นหล่อนพอจะสบายใจขึ้นมาบ้าง เนื่องจากคุณไพลินเป็นผู้หญิงหน้าตาเรียบๆ แทบจะเป็นจืดชืด หากจะวัดกันจากรูปลักษณ์ก็ต้องบอกว่าห่างไกลจากบุหลันมาก

ผู้ชายคนไหนก็ชอบผู้หญิงสวยกันทั้งนั้น คุณบุหลันคงไม่ต้องคับใจเพราะเมียหลวงผู้ร่ำรวยมากอย่างที่คิด

“คุณแม่ขอรับ แม่บุหลันมากราบขอรับ”

เมื่อสามีเอ่ยนำ บุหลันก็คลานเข้าไปกราบคุณนวลอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปไหว้ภรรยาหลวง ด้วยถือว่าอีกฝ่ายมีศักดิ์สูงกว่า แม้จะอายุเท่ากันก็ตาม

“ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณไพลินด้วยนะคะ หากมีสิ่งใดจะใช้สอยก็ขอให้บอก ฉันเต็มใจช่วยงานทุกอย่าง”

ไพลินมองดวงหน้างดงามของ ‘นางเมียน้อย’ อย่างไม่สบายใจนัก หล่อนรับไหว้ด้วยท่าทางของผู้ที่เป็นใหญ่กว่า แล้วตอบกลับเสียงเย็นว่า

“ฉันไม่มีอะไรจะใช้สอยหล่อนดอก คนของฉันก็มีมากมาย หล่อนรับใช้คุณพี่ให้สบายเถิด”

คุณนวลและกนกถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินประโยคเด็ดของเมียหลวง แต่สีหน้าของบุหลันไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว เมื่อยิ้มหวานให้ไพลิน

“คุณไพลินน้ำใจงามเหลือเกิน ถ้าอย่างนั้นฉันจะรับใช้คุณพี่กนกให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณไหว้วานค่ะ”

ท่าทางของภรรยารองใสซื่อจริงใจ แต่ภรรยาเอกกลับทำหน้าเหมือนเพิ่งถูกบังคับให้กลืนบอระเพ็ด หล่อนสะบัดหน้าพรืด หันไปพูดกับคุณนวล

“อิฉันมีธุระจะต้องสั่งงานบ่าว ขอตัวก่อนนะเจ้าคะคุณแม่”

ยังไม่ทันที่คุณนวลจะตอบลูกสะใภ้ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาบนเรือน การปรากฏตัวของเขาทำให้บรรยากาศที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน คุณนวลเป็นคนแรกที่ร้องทักขึ้น

“พ่อเขมลูกแม่ กลับมาแล้วหรือลูก”

เธอตรงเข้าลูบหน้าลูบหลังชายหนุ่มผู้นั้น ก่อนจะยกชายผ้าแถบขึ้นซับน้ำตาเมื่อเขาก้มลงกราบ

“ผมกลับมาแล้วขอรับคุณแม่ นครบาลเขาพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ผิด ต่อไปนี้คุณแม่สบายใจได้แล้ว”

เขมมีท่าทางยินดีที่เห็นน้องชาย แต่ก็ผสมผเสไปกับความอิดหนาระอาใจ

“หมดเรื่องเสียทีนะเจ้าเขม แล้วทำไมนครบาลเขาถึงยอมปล่อยตัวมาล่ะ ไหนตอนแรกเขาทำท่ามั่นใจนักหนาว่าเจ้าเป็นคนร้าย จนคุณแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายวัน”

“ทุกอย่างเป็นการเข้าใจผิดขอรับ” เมื่อประคองมารดาให้นั่งลงแล้ว เขมก็หันมาตอบพี่ชาย

“ไอ้สมถูกคนอื่นฆ่า คาดว่าน่าจะเป็นคู่อริของมันนี่ละ บังเอิญข้างๆ ศพมีรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดของคนร้ายติดอยู่ ตำรวจเขาเทียบกับลายนิ้วมือของผม พบว่าไม่ตรงกัน เขาก็เลยปล่อยผมมา”

“โชคดีแท้ๆ ลูกแม่”คุณนวลอุทาน “แม่ไปให้พระที่วัดดูดวง ท่านก็บอกว่าทั้งเจ้าและครอบครัวเรากำลังมีเคราะห์หนัก ต้องตกระกำลำบากไปอีกนาน แม่กำลังกังวลอยู่เชียว แต่ทำไมจู่ๆ เรื่องร้ายถึงกลายเป็นดีไปได้ หรือว่า…”

เธอเหลียวมามองบุหลัน แล้วพลันเบิกตากว้างคล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดีอย่างเห็นได้ชัด “หรือจะเป็นเพราะแม่บุหลัน ต้องใช่แน่ๆ หมอยอดเคยทำนายเอาไว้ ว่าถ้าแต่งผู้หญิงที่เกิดวันเดียวเดือนเดียวกับเจ้าคุณปู่เข้ามาเป็นสะใภ้ จะปัดเป่าเคราะห์กรรมในบ้านเราไปได้ แม่บุหลัน”

คุณนวลกวักมือเรียกให้สะใภ้คนใหม่คลานเข้าไปหา ก้มลงลูบหัวหล่อนอย่างรักใคร่

“ลูกมาได้เวลาเหมาะจริงๆ มาแค่คืนเดียว เรื่องร้ายๆ ก็หมดไป แม่คิดไม่ผิดเลยที่รับเจ้ามาอยู่ร่วมเรือน”

บุหลันก้มลงกราบแม่สามี แม้พยายามสะกดสีหน้าให้ราบเรียบ แต่ก็ดูออกว่าหล่อนกำลังตื้นตันใจ ผิดกับไพลินที่นั่งคอแข็ง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความขุ่นเคือง อับอาย คล้ายถูกตบหน้าเข้าฉาดใหญ่

จะไม่ให้หล่อนหน้าชาได้อย่างไร ในเมื่อไพลินเองก็เกิดวันเดียวเดือนเดียวกับพระยาอรรถนิติกรเช่นกัน ตอนที่หล่อนแต่งงานเข้ามาใหม่ๆ คุณนวลหวังไว้มากว่าดวงชะตาของลูกสะใภ้ จะช่วยให้เรื่องในบ้านกลับจากร้ายกลายเป็นดี แต่เธอก็ยังเจ็บออดๆ แอดๆ ไม่ต่างจากเดิม

ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า เพราะลูกชายคนเล็กที่แม้จะเกเร แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องถึงขั้นติดคุกติดตะราง กลับถูกนครบาลมาจับตัวถึงเรือน จนคุณนวลหมดศรัทธาในตัวลูกสะใภ้ไปเป็นกอง จะเหลือก็แต่เรื่องค้าขายนี่ละที่ดีวันดีคืน พอให้เธอชื่นใจได้บ้าง

ไพลินเองก็รู้ดีว่าแม่ผัวมองหล่อนด้วยสายตาผิดหวัง หล่อนจึงพยายามปรนนิบัติเอาใจเธอเป็นการชดเชย แต่นี่อะไร เมียรองเข้าบ้านมาเพียงวันเดียว คุณนวลก็ออกปากว่าดวงชะตาของบุหลันทำให้บ้านนี้พ้นเคราะห์ แล้วสะใภ้ใหญ่อย่างไพลินจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

บ่าวไพร่คงนินทาหล่อนกันสนุกปาก จากนั้นเรื่องราวก็จะแพร่กระจายออกไปนอกบ้าน ทีนี้ใครต่อใครคงพากันเห่อแม่บุหลันคนงาม แล้วไพลินเล่า หล่อนมิต้องกลายเป็นตัวตลกไปหรือ!

ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมด ไม่มีใครสังเกตว่าพิชญานั่งตะลึงงันจ้องมอง ‘คุณเขม’ ตาไม่กะพริบ เขาเองก็หันมามองหล่อนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปเหมือนไม่รู้จัก

แต่หล่อนรู้จักเขา อย่างน้อยก็พูดได้เต็มปากว่าเคยพบกัน ผู้ชายตัวสูง ผิวขาว หน้าตาคมสัน จมูกโด่งปากอิ่มแดงอย่างนี้ พิชญาจำได้ไม่มีพลาด เขาก็คือนายตำรวจที่สอบปากคำหล่อนก่อนจะเจอพายุนั่นเอง!

“คุณผิน ระวังเข็มแทงเจ้าค่ะ”

นางดวงร้องเตือนเมื่อเห็นพิชญานั่งใจลอย ทำเอาพิชญาที่กำลังร้อยพวงมาลัยสะดุ้งโหยง

“บ่าวเห็นคุณเหม่อแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว มีกระไรหรือเปล่าเจ้าคะ”

พี่ดวง ถามจริงๆ เถอะ พี่ดวงแน่ใจหรือว่าคุณเขมคนนี้เป็นน้องชายของคุณกนกจริงๆ แบบว่าตัวจริงๆ เลยนะ ไม่ใช่คนหน้าคล้าย” พิชญาเลียบเคียงถาม

“เอ บ่าวก็ไม่ได้เห็นคุณเขมมาหลายปีแล้วนะเจ้าคะ แต่เท่าที่คุยกับพวกในครัว ก็ไม่เห็นมีใครบ่นว่าคุณเขมหน้าตาแปลกไป ถ้าเธอไม่ใช่คุณเขมตัวจริงก็ต้องมีคนพูดบ้าง ว่าแต่คุณถามอย่างนี้มีกระไรหรือ”

พิชญาหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อหลบสายตาจับผิดของนาง “ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็ถามไปอย่างนั้นเอง แต่คุณเขมกลับมาอย่างนี้ก็ดีแล้ว คุณบุหลันเลยโชคดี กลายเป็นโปรดของคุณนวลไปเลยเนอะ”

“ใช่เจ้าค่ะ  ในครัวมีแต่คนชมบารมีคุณบุหลันกันไม่ขาดปาก ผิดกับคุณไพลิน แต่งเข้ามาก่อนตั้งเป็นปีไม่เห็นจะช่วยกระไรได้ บ่าวละสะใจจริงๆ ทีนี้จะได้รู้กันเสียทีว่าใครเป็นเพชรแท้ ใครเป็นแค่ก้อนกรวด”

นางดวงออกอาการจนพิชญานึกขำ ดูนางจะรักบุหลันทูนหัวทูนเกล้าเสียจริง พร้อมกันนั้นพิชญาก็อดสงสารผู้หญิงอีกคนหนึ่งไม่ได้ ผู้คนเล่นชื่นชมเมียรองกันทั้งบ้าน ไพลินคงรู้สึกแย่ไม่น้อย และถ้าดูไม่ผิดพิชญามั่นใจว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นคนไม่ยอมคน จู่ๆ เมื่อเมียน้อยผู้มาทีหลัง ฉายแสงสุกสกาวบดบังรัศมีของหล่อน ไพลินต้องหาทางตอบโต้เป็นแน่

เรือนของกนกคงได้ร้อนเป็นไฟกันบ้างละ!

การคาดคะเนของหญิงสาวเป็นจริงในอีกหนึ่งวันต่อมา ตามปกติกนกจะทานอาหารเย็นร่วมกับมารดาและไพลินที่เรือนใหญ่ ส่วนเมียรองอย่างบุหลันต้องรับประทานตามลำพังที่เรือนของตน แต่มื้อเย็นวันนี้ คุณนวลกลับให้บ่าวมาตามบุหลันไปร่วมสำรับกับเธอด้วย ไพลินจึงนั่งคอแข็ง พูดจาแทบจะนับคำได้ตลอดมื้ออาหาร

จนกระทั่งจบของคาว พอบ่าวทยอยยกของหวานเข้ามา หล่อนก็นิ่วหน้า

“ใครสั่งให้ทำส้มฉุน วันนี้ฉันทำเปียกปูนกะทิสดอย่างเดียวไม่ใช่รึ”

“ฉันบอกให้แม่ผินทำเองละค่ะ แล้วให้บ่าวยกมาให้คุณแม่กับคุณพี่ลองชิมด้วย” บุหลันตอบนอบน้อม

“แม่ผิน น้องสาวหล่อนน่ะหรือ” สีหน้าไพลินบอกความเดียดฉันท์ชัดเจน จนไม่ต้องแปลเป็นอื่น “ท่าทางดูกระโดกกระเดกพิกล จะทำกับข้าวกับปลาไหวหรือ คุณแม่อย่าลองเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวท้องไส้เป็นกระไรขึ้นมาจะไม่คุ้มกัน”

คุณนวลกระแอมเบาๆ เหลือบมองบุหลันอย่างเกรงใจ ก่อนจะหันมายิ้มให้พิชญาที่นั่งรับใช้อยู่ใกล้ๆ

“คนเราดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ดอกแม่ไพลิน แม่ผินนี่ก็หน้าตาน่าเอ็นดู แม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ไหนๆ ตักขนมให้แม่หน่อยซิ ขอลองชิมฝีมือหน่อย”

ไพลินเม้มริมฝีปากแน่นแทนที่จะแหวออกมาอย่างที่อยากทำ เมื่อแม่ผัวของหล่อนตักส้มฉุนเข้าปาก แล้วชมว่า  “รสชาติกลมกล่อม กินล้างปากหลังอาหารแล้วสดชื่นดีจริง”

พูดไม่พูดเปล่าเธอยังหันไปบอกลูกชาย “พ่อกนกก็ลองชิมดูสักหน่อยสิ น้องอุตส่าห์ให้คนทำมาให้ประเดี๋ยวจะเสียน้ำใจ”

ยังไม่ทันที่กนกจะขยับตัว ไพลินก็ชิงเลื่อนถ้วยเปียกปูนกะทิสดไปให้สามี พลางฉะอ้อนเสียงหวาน

“ขนมของแม่บุหลันคุณแม่ก็ทานไปแล้ว คุณพี่จะไม่ทานขนมของน้องหน่อยหรือคะ น้องตั้งใจทำให้คุณพี่กับมือเชียวนะคะ”

ประกายตาแข็งกร้าวของหล่อนที่ส่งไปยังบุหลัน บอกความท้าทาย ขนมสองถ้วยนี้ก็เปรียบเหมือนเมียสองคน กนกให้ความสำคัญกับใครมากกว่า ประเดี๋ยวจะได้รู้กัน

แม้ไพลินจะนั่งอยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำปรุงรวยรื่นจากกายหล่อน แต่กนกกลับหันไปมองเมียสาวคนใหม่ บุหลันห่มสไบสีเหลืองไพล นุ่งโจงกระเบนสีแสด ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ผิวสีน้ำผึ้งของหล่อนดูผุดผ่องราวฉาบด้วยทอง ดวงหน้าที่ตกแต่งเพียงบางเบาได้สัดส่วนงดงาม เรือนกายเต็มอิ่มเย้ายวน

วูบหนึ่งกนกคิดไปถึงภาพวาดนางอัปสรที่เคยเห็นมา บุหลันช่างงามไม่ผิดรูปวาดเหล่านั้น เพียงเท่านี้เขาก็เลื่อนถ้วยขนมส้มฉุนเข้ามาใกล้ แล้วตักกินโดยไม่พูดจา

ไม่แม้แต่จะเหลือบมองเอกภรรยาที่จ้องมองมาอย่างน้อยใจ…

ไพลินหันไปบอกแม่สามีด้วยเสียงที่พยายามสะกดไม่ให้สั่น “อิฉันรู้สึกปวดหัว ขอตัวไปพักก่อนเจ้าค่ะ”

พูดจบหล่อนก็ผุดลุกขึ้น เดินตัวปลิวไปโดยไม่เหลียวหลัง รอจนหญิงสาวลับตัวไปแล้วคุณนวลก็ถอนหายใจ เปรยเบาๆ “ลูกพระน้ำพระยา เอาแต่ใจตัวเองเหลือเกิน”

บุหลันเองก็มีสีหน้าไม่ดีนัก “อิฉันมาทำความร้อนใจให้คุณแม่และคุณพี่แท้ๆ ต้องกราบขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ”

“ไม่ใช่ความผิดของน้องดอก แม่ไพลินเองต่างหากที่ไม่รู้การณ์ควรไม่ควร” กนกปลอบหล่อน  ดวงตาของเขาไม่ได้มีแต่แววหลงใหลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเจืออารมณ์พิศวาสที่กำลังก่อตัวอยู่เงียบๆ ด้วย

คืนนี้เขาจะไปหาเมียคนไหน เพียงเท่านี้บุหลันก็ได้คำตอบแล้ว

 

เขมใช้เวลาตลอดช่วงบ่าย เลือกซื้อสินค้าจากเรือฝรั่งที่มาทอดสมอที่ปากน้ำ กว่าจะเสร็จก็พลบค่ำ ชายหนุ่มเดินทอดน่องไปตามริมคลอง ชมอาทิตย์อัสดงสีแดงเข้มที่โผล่พ้นน้ำเพียงครึ่งเสี้ยว ลมเย็นโชยมากระทบกายแผ่วเบา สบายเสียจนอยากจะเดินเล่นอยู่นานๆ

“คุณเขมเจ้าคะ”

ผู้ที่เรียกเขาเป็นหญิงสาวรูปร่างอวบอัด นุ่งห่มผ้าแถบและโจงกระเบนเนื้อหยาบอย่างสาวชาวบ้าน เมื่อเขาหันไปมองหล่อนก็ปราดเข้ามาหา ทักว่า

“คุณเขมเจ้าขา บ่าวมาดักรอคุณตั้งหลายวันแล้ว วันนี้ได้พบเสียที ดีใจเหลือเกิน”

เห็นชายหนุ่มทำหน้าสงสัย หล่อนก็จุปากเบาๆ “นี่ปิ่นอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ อะไร้! ทำไมทำหน้าเหมือนไม่รู้จักบ่าวไปได้”

ปิ่นเป็นเด็กรับใช้ ที่พ่อแม่เอามาขัดดอกกับคุณนวลตั้งแต่รุ่นสาว หล่อนเป็นคนใจถึง แม้แต่ลูกเจ้านายก็กล้าพูดจาเล่นหัวด้วย เมื่อบวกกับรูปร่างที่สาวสะพรั่งเกินวัย จึงเป็นที่ถูกใจของกนก เขาเรียกหล่อนไปปรนนิบัติที่เรือนหลังเล็กหลายครั้ง ซึ่งปิ่นก็เต็มใจสนองตอบนายหนุ่มโดยดี ทุกครั้งกนกจะให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เป็นการตอบแทน แต่ไม่มีการยกย่องไปมากกว่านั้น

จนกระทั่งคุณนวลไปสู่ขอไพลินให้ลูกชาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยุติลง และคุณนวลยังกำชับบ่าวไพร่ไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้เอกภรรยารู้ ดังนั้นแม้ไพลินจะแต่งงานเข้ามาเป็นปีแล้ว ปิ่นก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างปกติสุข แต่แล้ววันหนึ่งหลังจากออกไปซื้อของในตลาด หล่อนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เดากันว่าคงพลัดตกน้ำตาย หรือไม่ก็ประสบเคราะห์ร้าย ถูกปล้นฆ่าระหว่างทางไปแล้ว

เมื่อจู่ๆ หล่อนมาปรากฏตัวตรงหน้า เขมจึงอดประหลาดใจไม่ได้

“อ้อ! นี่ปิ่นดอกหรือ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ  รู้ไหมว่าคนที่เรือนเขาตามหาตัวกันให้วุ่น”

“ใครจะตามหาก็ช่างเถิด อย่างไรบ่าวก็กลับไปที่เรือนนั้นไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ ที่มานี่ก็เสี่ยงพอดูอยู่แล้ว แต่บ่าวอยากจะมาเตือนคุณให้ระวังคุณบุหลันให้ดี”

เขมนึกว่าเขาฟังผิดไป “ระวังใครนะ คุณบุหลันน่ะหรือ ปิ่นเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”

ปิ่นค้อนขวับ ใส่จริตจะก้านเต็มที่ “ไม่ผิดดอกเจ้าค่ะ พวกผู้ชายนี่นะเห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็หลงรูป หารู้ไม่ว่านั่นน่ะนางยักษ์จำแลงมาแท้ๆ บ่าวเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว เพราะคุณบุหลันหน้าสวยนั่น”

เมื่อชายหนุ่มนิ่งฟัง หล่อนก็เล่าต่อด้วยสีหน้าแค้นเคือง

“เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากคุณท่านไปพูดจาสู่ขอคุณบุหลันเจ้าค่ะ วันนั้นบ่าวไปซื้อของในตลาด ขากลับเจอนางดวงบ่าวของคุณบุหลัน มาเรียกให้ตามไปที่คลองท้ายวัด ไปถึงก็พบคุณบุหลันรออยู่ เธอว่าเธอรู้เรื่องบ่าวกับคุณกนกแล้ว แล้วก็สั่งให้บ่าวออกไปจากเรือน เพราะเธอทนไม่ได้ที่จะมีผัวร่วมกับบ่าว”

“แล้วปิ่นตอบเขาไปว่าอย่างไร”

“บ่าวก็ไม่ยอมดอกเจ้าค่ะ คุณกนกท่านรับปากไว้แล้วว่าถ้าบ่าวไม่พูดเรื่องที่เคยเป็นเมียท่าน บ่าวก็อยู่ต่อไปได้ ขนาดคุณไพลินเป็นเมียเอกแท้ๆ ยังไม่มาระราน คุณบุหลันเป็นแค่เมียกลางนอกจะมาไล่กันก็ผิดไปละ” ปิ่นจีบปากจีบคอเล่า

“พอบ่าวปฏิเสธ คุณบุหลันเธอเลยโกรธ สั่งให้นางดวงตบตีบ่าว มันเอาไม้ฟาดบ่าวหัวแตกแล้วผลักตกน้ำไป โชคดีเรือขายข้าวแกงผ่านมา เจ๊กมันโดดลงมาช่วยบ่าวไว้ได้ แต่ก็ต้องนอนซมรักษาตัวอยู่เป็นเดือน หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าคุณบุหลันเธอเข้ามาเป็นเมียคุณกนกแล้ว บ่าวเลยไม่กล้ากลับเรือน ต้องมาดักรอคุณอยู่ที่นี่ละ”

แม้เจ้าทุกข์จะยืนยันขันแข็ง แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าสวยสง่า น้ำเสียงหวานละมุนของคนที่นางปิ่นกล่าวหา เขมก็ยังไม่อยากเชื่อ  “ฉันถามจริงๆ เถิด ที่ปิ่นเล่ามาเป็นความจริงแน่นะ ไม่ได้ปดฉันใช่ไหม”

“วุ้ย! ให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะหลอกลวงคุณไปทำกระไร แล้วที่มาบอกนี่ไม่ใช่ว่าจะขอกลับไปอยู่ที่เรือนดอกนะเจ้าคะ บ่าวไปรู้ไปเห็นความชั่วร้ายของคุณบุหลันเข้าแล้ว ขืนกลับไปคงไม่แคล้วได้ตกน้ำตายอีกรอบ แต่บ่าวอยากมาบอกคุณให้ระวังเอาไว้ คุณบุหลันเธอร้ายกาจนัก บ่าวเป็นห่วงพวกคุณๆ”

ท่าทางของปิ่นดูจริงจัง  สายตาก็แน่วแน่ไม่เหมือนคนโกหกแม้แต่น้อย เขมจึงได้แต่ขอบอกขอบใจหล่อน ก่อนจะจากมาพร้อมความคิดที่สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก

คุณบุหลันผู้งดงาม กิริยาแช่มช้อยสมเป็นกุลสตรีน่ะหรือ จะกลายเป็นคนร้ายใจทมิฬไปได้ ชายหนุ่มปลงใจให้เชื่อไม่ลง

แต่จะไม่เชื่อเสียเลยก็ไม่ได้อีกนั่นละ เพราะคนเล่าเป็นเพียงเมียบ่าว ไม่ว่าบุหลันจะมาเป็นเมียของกนกหรือไม่ ฐานะของปิ่นก็ไม่มีทางจะดีไปกว่านี้ ไม่มีเหตุผลเลยที่หล่อนจะต้องยอมระเห็จออกจากบ้าน ไปตกระกำลำบาก เพียงเพื่อจะใส่ร้ายบุหลัน

 



Don`t copy text!