ข้ามมหาสาคร บทที่ 48 : แลกเปลี่ยน

ข้ามมหาสาคร บทที่ 48 : แลกเปลี่ยน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 48 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ในที่สุด เฉียนก็ทำตามถ้อยคำที่ตนเองรับอาสา…

นั่นก็คือ หย่อนตัวลงน้ำ แล้วว่ายตรงไปยังกำปั่นสองเสาที่ยังคงทอดสมอนิ่งอยู่ตรงหน้า

แต่เพียงแค่ลำเดียว…คือลำที่บัดนี้หันหัวเรือออกสู่ทะเลด้านนอก

ฝ่ายอีกหนึ่งลำ กลับแล่นเลยไปในลมแรงกำลังดี สู่อ่าวเล็กๆด้านใน เลยแหลมโต๊ะโหยไปทางตะวันออกอันเป็นที่สำหรับหมู่เรือมักจะแล่นเข้าไปหลบพายุทั้งเล็กแลใหญ่

เฉียนว่ายน้ำไปเกาะข้างเรือพลางส่งเสียง

“หัน…หันอยู่หรือไม่”

ยังมิทันขาดคำ…ก็มีหลายคนชะโงกมอง

ครั้นแล้ว โดยไม่มีผู้ใดถามต่อ บันไดเชือกก็ถูกหย่อนลงมา

เฉียนจึงพาตนเองขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้านายหัน พลางถาม

“นายอยู่หรือไม่ กูใคร่เจอนายใหญ่ มีหนังสือจากนายข้ามาให้ เป็นหนังสือสำคัญ”

หันก็เลยต่อรอง

“เอามาให้กูได้เลย กูจะเข้าไป มึงอยู่นี่”

“ไม่ได้…นายกูบังคับมา ให้กะมือนายมึง”

“ถ้างั้น…” หันก็เลยบอกลูกสมุน “มึงจับไอ้นี่แล้วค้นเอาหนังสือ”

แต่ทันใดนั้น บานไม้ก็เปิดออกพร้อมเสียงก้องมีกังวานจากกลุ่มหนวดเคราของโจรหนุ่มใหญ่ผู้โพกผ้าตาหมากรุกพันต่ำลงมาปิดหน้าผาก แลเห็นเพียงหน่วยตาดำแกมแดงคมกริบกับจมูกโด่ง ผิวคล้ำ

“ไม่ต้องทำไรมัน…”

แม้ได้ยินชื่อมานาน แต่เฉียนแลผู้คนทั้งหลายก็มักจะได้ยินเพียงชื่อ เป็นสี่รายชื่ออันลือเลื่องกระเดื่องนาม แม้เจ้าเมืองทุกเมืองก็ยังเกรงขาม ลามไปถึงชาวอังกฤษผู้เข้ามาพิชิตทีละแดน

หากก็ไม่เคยพบเจอกันตัวต่อตัวกับมหาโจรทั้งสี่

ครั้นแล้วบัดนี้ เฉียนกลับโชคดีได้พบเขา

“นายมันส่งหนังสือมาด้วยขอรับ”

“นายเหมืองน่ะรึ”

“ขอรับ”

“เอามาดู” ผู้เพิ่งก้าวออกจากประตูพยักหน้า เป็นเหตุให้เฉียนมือสั่น รีบปลดผ้าโพกผมออกจากหัว ส่งถุงผ้าใบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ซ่อนอยู่ให้อีกฝ่าย

สะลอแมจึงคลี่ออกอ่านอย่างง่ายๆ จบแล้วจึงเงยหน้าขึ้น ขณะที่แววตาเปลี่ยนไป

จากแข็งกล้าเมื่อครู่กลายเป็นสุขุม เงียบนิ่งอึดใจเต็มจึงพยักหน้ากับหัน

“กูจะเก็บเจ้านี่ไว้ แล้วให้ใครก็ได้ลงเรือเล็กไปบอกนายมันว่า…ถ้าไม่ส่งหญิงนั้นมา กูก็ไม่คืนไอ้นี่ไป…พวกมึงจับมันมัดไว้เดี๋ยวนี้ ชะดีชะร้ายมันก็จะโดดลงทะเลว่ายน้ำกลับ”

เพียงแต่สิ้นเสียงสั่ง สมุนโจรก็กรูกันเข้ามาจับเฉียนมัดด้วยเชือกเกลียวเส้นเล็ก ผูกมือไพล่ไว้ข้างหลังเช่นเดียวกับเมื่อวาน

เจ้าตัวจึงถึงแก่ร้องดัง หากก็อย่างเอาใจ

“กระผมผิดอันใดขอรับใต้เท้า”

“มึงไม่ผิด แต่นายมึงผิด” สะลอแมแสยะยิ้มอย่างรู้ทัน “มันนึกยังไรถึงได้ทำอุบายตื้นๆ…ทำกะใครไม่ทำ…ทำกะ…กะ…ลูกสาวคุณหลวง…”

“นายของกระผม…เอ้อ…คงเสีย…เสียใจขอรับ…ที่…เอ้อ…ที่แม่นาย…ไม่…สม…ยอม”

“ใครจะไปสมยอมกะคนเลวชาติอย่างนายมึง” สะลอแมตวาดลั่น “มึงนึกว่ากูไม่รู้สันดานไอ้เหมืองหรืออย่างไร”

เฉียนผู้เคยคิดอยู่เสมอว่า ไม่มีผู้ใดจะบังอาจกดนายของเขาแลลูกน้องทั้งสามให้พ่ายแพ้ยอมจำนนลงได้…นั่นก็เนื่องด้วยไม่มีคนของหลวงเมืองใดไม่รู้จักแลไม่คุ้นเคยกับนายแลเขาทั้งสาม แต่แล้วนาทีนี้…นาทีที่เสียงประจานของสะลอแมดังขึ้น เฉียนจึงเพิ่งรู้ว่าตนเองคาดเดาผิดไป

“ใครก็ได้ ลงเรือไปบอกนายไอ้นี่ว่า ถ้าไม่ส่งหญิงที่ชื่อกายีมา…กูอาจจะเด็ดหัวมันเสียก็ได้…แต่อย่าหวังว่ากูจะส่งแม่นางดูราคืนไป…อย่าหวัง…”

 

สมุนโจรสองคนจึงลงเรือเล็กพายไปยังเรือเร็วของเหมืองที่ชะลอเครื่องแล้วจอดสงบอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร พลางบอกกล่าวโดยตะโกนปาวๆจากเรือลำยาวอย่างระวังตนให้คนบนเรือแจ้งแก่ใจว่าในบัดนี้นายของเขา…นามว่าสะลอแม…ขอให้ส่งนางที่ชื่อว่ากายีไปแลกกับชายถือหนังสือที่ชื่อเฉียน ถ้าไม่ยอม ก็พร้อมจะฆ่านายเฉียนได้ทันใด

เหมืองฟังแล้วจึงราวกับลมหายใจที่เป่าออกมามีประกายเพลิงลามเลีย

ด้วยคิดไม่ถึงว่า จะเสียหน้าพลาดท่าถึงเพียงนี้

“กระผมขอแก้ตัวแทนมัน พานางกายีไปแลกกะไอ้เฉียนเดี๋ยวนี้ก็ยังได้นะขอรับ” เจียก็เลยสัพยอกนายด้วยยิ้มนิดๆ พร้อมกันนั้นก็หลีกใบหน้าให้พ้นฝ่ามือแลฝ่าตีน ขณะที่ผิวขาวของนายในบัดนี้กลายจากแดงเป็นเขียวแกมคล้ำ จะเป็นจีนก็ไม่ใช่เป็นมลายูก็ไม่เชิงเป็นสยามก็เวิ้งว้างเต็มทน

จนกระทั่งทุกคนแลเห็นเขากำหมัดกัดฟัน ทำท่าทางใคร่จะให้ฟันทั้งแผงป่นไปคาปาก

ผิดจากตอนที่นายผู้นี้พูดมากหากก็นบนอบคารวะยามเมื่อประจบเจ้าเมืองแต่ละตัวนาย จนได้มาซึ่งประโยชน์

กองเรือของเขาจึงโลดแล่น กินแดนไกลแสนไกล ยามแลกเปลี่ยนค้าขายตั้งแต่พ่อตายแล้วจนบัดนี้ จึงไม่เป็นรองพ่อค้าใดในละแวกสามสาครทองคำ

นั่นก็คือทะเลอันดามัน ทะเลชวา ทะเลจีนใต้

จะวุ่นวายใจมิได้หยุดก็ตรงมี…

โจรสี่ก๊กแห่งลังกาวีคอยรังควาน

ครั้นแล้ว ในบัดนี้ นาทีนี้ หนึ่งในสี่นั้นก็พลันแผ่ฤทธิ์เดช

“เอ้า…กูให้เวลาอีกสิบอึดใจ” มีเสียงตะโกนจากหนึ่งในสมุนที่มา…ที่ดูแก่นกล้ากำยำ “ส่งนางที่ชื่อกายีลงมาที่เรือกูเดี๋ยวนี้…ถ้าไม่ส่ง…ก็…นี่…”

โดยพลัน…อีกฝ่ายก็ดึงปืนยาวที่เหน็บหลังออกมาส่องตรงไปยังเรือตรงหน้า พร้อมส่งกระสุนไปถึงได้ทันใด

“รอประเดี๋ยว” เหมืองชูมืออย่างร้อนเร่า ถึงอย่างไรชีวิตเฉียนก็สำคัญยิ่งสำหรับเขา

ลี่ เจีย เฉียน สามคนนี้เขาคัดแล้วว่า คู่ใจ

“รอประเดี๋ยว”

“นานหรือไม่” อีกฝ่ายเร่งเร้า หนวดเคราเผ้าผมปรกครึ้ม แลเห็นแต่ลูกตา

นายกองเรือจึงพยักหน้าให้ลี่ตะโกนกลับ

“บอกมันว่า ต้องไปรับที่เรือใหญ่ เสียเวลาอีก…อือ…แล้วนี่…พวกมึงจะไม่ช่วยกูคิดมั่งดอกรึว่า จะหาทางจับไอ้สองตัวนี่ไว้อย่างไรดี…”

“ใต้เท้าขอรับ” เจียเหลียวไปยังกำปั่นสองเสาที่หันหัวมาทางเรือเร็วของพวกเขาในยามนี้ “ลองดูจากกล้องมองไกลก่อนดีกว่าขอรับ…กระผมว่า…เราไม่อาจทำได้…ก็…ก็คือ…คือ…มันส่องปืนมานั่นแล้ว…กระมัง…ขอ…รับ…”

ผู้พูดเปล่งเสียงตะกุกตะกักอึกอักในลำคอ

เหมืองจึงขอมองผ่านกล้องมองไกล ก็แลเห็นภาพดังลูกน้องว่า

ปืนหลายกระบอกตรงหัวเรือมหาโจรกำลังส่องตรงมา มีหวังว่าเรือเร็วของเขา…มิว่าเร็วเท่าไร…คงมิอาจรอดกระสุนสังหารของพวกมันไปได้

“นั่นอย่างไรขอรับ…มันออกเรือมาแล้ว” ลี่ร้องดังเมื่อเห็นใบเรือตรงโน้นขึงตึง “อย่าลืมนะขอรับใต้เท้า…ว่า…ไอ้เฉียน…มันถูกจับเป็น…เป็น…ตัว…ประกัน…พอดี…พอร้าย…มันก็ถูก…เอ้อ…ไอ้…สะลอแม…ฆ่า…ตาย…”

เหมืองได้แต่กราดเกรี้ยวแกมกริ่งเกรงจนลืมถีบผู้พูดกระเด็นไปเหมือนทุกคราว

“หยุดแหกปากได้แล้ว ไอ้ห่า…”

“เดี๋ยว…มันมา…ถึง…พาลูกน้อง…มาขึ้นเรือ…เรา…ตั้ง…ฝูง…” เจียพลอยเข็ดหลาบ ขามเกรงเดชมหาภัยไอ้โจรใหญ่สะลอแมแต่ไรมา “มัน…ยิ่ง…ประกาศ…ฆ่า…คน…เอ้อ…”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะมึง” เหมืองตวาดพลาง…นัยน์ตาเริ่มเหลือกค้างเมื่อหัวเรือตรงหน้าเคลื่อนใกล้

ในที่สุด ก็มาหยุดอยู่ห่างจากเรือยาวลำเล็กไม่กี่วา

เรือยาวอีกลำถูกปลดลงมา พร้อมด้วยคนอีกสี่

Don`t copy text!